Masukเทวินทร์ไม่รู้ว่าเมลดาทำงานทำการอะไร รู้แค่ว่าเธออยู่ติดบ้านมากกว่าเขาเสียอีก ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่คอนโดนี้ เขาได้เจอหน้าเธอแค่สามครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งแม่คุณมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาแปลกๆ ไม่ใช่สายตาเป็นปลื้มหรือชื่นชอบเหมือนคนอื่น เป็นสายตาพินิจพิจารณาราวกับว่าอยากมองลึกถึงตัวตนเขา มาวันนี้ยังพูดออกมาโต้งๆ ว่าอยากเป็นแฟนกับเขา
ช่างไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ
ไหนจะเรื่องที่เหมือนเห็นเธอแวบๆ ที่ผับเมื่อคืนก่อนอีก
เทวินทร์เริ่มไม่แน่ใจ สาวสวยคนนั้นกับยายเสื้อยืดตัวเปี๊ยกนี่เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า
ย้อนมองพฤติกรรมต่างๆ ของเธอแล้ว
ถ้าเป็นอื่นคงนึกกลัวได้เลย
น่าเสียดายที่เทวินทร์คนนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เทวาเจ้าเล่ห์แสนร้ายมากแค่ไหน แฝดพี่อย่างเขาอยู่เหนือกว่ามันเยอะ
“ตกลง เรามาลองคบกัน”
“แค่ก!” เมลดาถึงกับสำลักกาแฟ เงยหน้าเหวอๆ ถาม “คุณว่าอะไรนะคะ”
“นับตั้งแต่ คุณกับผมเป็นแฟนกัน” คนบอกตัวเองมาตลอดว่าไม่คิดจะมีความสัมพันธ์ในแง่นั้นกับใครในเร็ววันบอกพลางส่งยิ้มให้เมลดา ยิ้มนั้นของเขาทำเอาคนมองตาพร่าไปหมด
ฉันแพ้คนหล่ออะแก!
“นี่คุณ ได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า”
เมลดาพยักหน้าบอกเขาลอยๆ “ได้ยินค่ะ เมื่อกี้คุณขอฉันเป็นแฟน”
“คุณขอผม ไม่ใช่ผมขอคุณ”
“มันก็เหมือนๆ กันแหละ สรุปว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะ โอ...ไม่น่าเชื่อเลย” หญิงสาวทำตาโตยกมือขึ้นปิดปาก “นี่ฉันตกแฟนได้ที่ร้านกาแฟเหรอเนี่ย”
เทวินทร์มองท่าทางนั้นด้วยสายตาออกจะ...ปวดหัว
“ไหนๆ เราก็เป็นแฟนกันแล้ว จะตอบฉันได้หรือยังคะ ว่าคุณเป็นใคร อายุเท่าไหร่ ทำงานอะไร ฉันรู้แค่ว่าคุณชื่อเทวินทร์ เพิ่งย้ายมาอยู่ที่คอนโดนี้ได้ไม่กี่เดือน อยู่คนเดียวแบบโสดๆ แต่ไม่รู้ว่าโสดจริงไม่จริง”
“โสดจริง” ตอบเสียงเข้ม
“อ้ะๆ ตอนนี้ไม่โสดแล้ว” เมลดาแย้งขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มกริ่มแก้มแทบแตก “อายุล่ะคะ แค่ไหนแล้ว?”
“สามสิบต้นๆ ตอนนี้ทำงานเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลตรงแยกที่สอง นับจากหัวถนนตรงนั้น หยุดถามสักที ผมไม่ชอบตอบคำถามอะไรแบบนี้ มันน่าเบื่อ” เทวินทร์ตอบให้มันจบๆ ไป โดยเน้นตอนท้ายเสียงหนัก เมื่อเห็นว่าจะเริ่มเล่นยี่สิบคำถามกันแล้ว เมลดาได้แต่พับคำถามเอาไว้ก่อน
“โอเคค่ะ วันนี้รู้จักคุณแฟนแค่นี้ก่อนก็ได้ค่ะ”
อาจเป็นเพราะหมดอารมณ์นั่งทอดเวลาอยู่ที่ร้านกาแฟแล้ว
เมื่อคุยกันลงตัวแล้ว เทวินทร์จึงลุกกลับห้องเลย และแน่นอนว่าเมลดาย่อมต้องเดินตามเขาออกมาด้วย
ก่อนหญิงสาวจะเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง เขาพลันเรียกเอาไว้
“ว่าไงคะ” ยิ้มถามแบบน่ารัก
“ถึงเราจะเป็นแฟนกันแล้ว คุณก็ห้ามเข้าห้องผมโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่า” คนอารมณ์ดียิ้มแป้นตอบ
เทวินทร์พยักหน้าพอใจแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องตัวเอง ไม่มีท่าทางอาลัยแฟนสาวเลย
แต่เมลดาไม่สนหรอก
ตอนนี้เธอชอบเขาฝ่ายเดียว เขาไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย จะเย็นชาใส่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
พอเข้ามาให้ห้องแล้ว เมลดาไม่รอช้า รีบโทรหาเจ้าจอมอย่างตื่นเต้น
แต่ถือสายรออยู่นาน เจ้าจอมก็ไม่รับสายสักที ไม่รู้ว่าติดอะไรอยู่ ต้องโทรอีกรอบถึงรับ
("ว่าไงมด โทษที พอดีเข้าห้องน้ำอยู่")
เมลดาไม่ติดใจอะไร บอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “มีข่าวดีจะบอก ฉันมีแฟนแล้ว!”
("มีแฟนแล้ว?!")
เสียงอุทานของเจ้าจอมดังลั่นมาตามสาย ก่อนจะรัวถามมาเหมือนไม่แน่ใจว่าหูฝาดได้ยินไปเองหรือเปล่า
("เมื่อกี้แกบอกว่ามีแฟนแล้วเหรอ ฟอแอนนอแฟนน่ะนะ!")
“เออค่ะ เพิ่งมีสดๆ เลย ฉันบังเอิญเจอเขาตอนลงไปซื้อกาแฟที่ร้านประจำ คุยไปคุยมา เขาก็บอกว่าอยากเป็นแฟนฉันอะจอม ฉันจะทำยังไงดี ไม่เคยมีแฟนหล่อลากแบบเขามาก่อนเลยอ่า”
("เดี๋ยวก่อนนะคะ ช่วยตั้งสติก่อนได้ไหมนางแม่มด จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นยะ อย่าเยอะ นี่ตื่นเต้นตาม!")
“ก็คนมันตื่นเต้นนี่นา อยู่ดีๆ เขาก็โอเคกับฉันเฉยเลย แฮ่ม! งั้นเรามาเป็นแฟนกัน เขาบอกฉันแบบนี้เลยจ้อม!” เมลดาทำเสียงต่ำเลียนแบบที่เทวินทร์พูดกับตน
("แล้วยังไงต่อ แกก็เลยเซย์เยส โอเคค่ะ ฉันจะเป็นแฟนคุณเลยเหรอ แล้วคนหล่อข้างห้องที่แกบอกว่าจะจีบน่ะ เอาไปทิ้งไว้ที่ไหน")
“ก็อีตาข้างห้องนี่แหละ แฟนฉัน!”
("ห๊า!! นี่พูดจริงพูดเล่น")
“ถ้าพูดเล่นจะตื่นเต้นแบบนี้เหรอยะ ซ้อมตื่นเต้นเหรอ? ไม่ได้บ้านะ”
("ไปทำท่าไหนเขาถึงยอมเป็นแฟนด้วย ผู้ชายคนนั้นดูเย็นชาจะตายไป ไม่น่าจะชอบคนบ้อบอแบบแกนะ")
“สาบานว่าแกไม่ได้ด่าฉันอยู่”
("น่า บอกมาเร็วๆ แกไปขู่อะไรเขาถึงยอมเป็นแฟนด้วย")
“ก็บอกไปตรงๆ ว่าชอบเขา อยากเป็นแฟนกับเขา เราคุยกันอยู่สักพักเขาถึงโอเค” เธอขอเว้นเรื่องที่ไปขู่เขาว่าจะแอบมองไปละกัน
เจ้าจอมเงียบไปครู่ใหญ่ กว่าจะกลับมาพูดด้วย
("แกชอบเขาจริงเหรอมด อย่าไปล้อเล่นกับหัวใจคนอื่นนะ")
“ตอนแรกฉันสนใจเขาเพราะเบ้าหน้าก็จริง แต่ตอนนี้ฉันชอบเขาจริงๆ แล้วละ” สารภาพออกไปแบบเขินๆ
("อืม ค่อยหายห่วงหน่อย แล้วนี่โทรหาฉันคนแรกเลยใช่ไหม คนอื่นล่ะ มีใครรู้บ้างยัง คุณเสี่ยคนนั้นของแกอีก เขาจะไม่ว่าอะไรเหรอถ้าแกมีแฟนขึ้นมาแบบนี้")
คำถามนี้ทำให้เมลดาชะงักไปเลย แต่ก็บอกไปอย่างไม่สนใจอะไร “เขาไม่มีสิทธิ์มาว่าอะไรฉันหรอก”
("หรา ถ้าแกว่าอย่างนั้น งั้นคืนนี้พวกเรามาฉลองที่แกมีแฟนเป็นตัวเป็นตนดีไหม เรียกคินกับภัสมาด้วย แล้วแกค่อยบอกให้รู้กลางปาร์ตี้")
“โอเค เดี๋ยวฉันสั่งอาหารมารอชุดใหญ่เลยนะ พวกแกเลิกงานแล้วรีบตรงมาที่ห้องเลยแล้วกัน”
เมลดาจัดแจงเสร็จก็วางสาย เตรียมงานฉลองเย็นนี้ทันที
ในขณะที่ฝ่ายหญิงกำลังวางแผนฉลองแล้วนั้น
แฟนหนุ่มหมาดๆ ของเธอกลับยุ่งอยู่กับการวางแผนเลิกกันภายในหนึ่งเดือนอยู่
เทวินทร์ไม่ได้บ้าพอจะคบกับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบพอจริงจัง!
ที่ยอมตกลงเป็นแฟนด้วยก็เพียงแค่อยากจะหลอกให้เมลดาสมหวังไปก่อน แล้วค่อยทางใครทางมันอะไรประมาณนั้น
ในเมื่อเธอชอบเขามากจนถึงกับขู่จะแอบมองอยู่ห่างๆ เขายังจะใจแข็งหักอกเธอได้ยังไงอีก สู้ยอมคบกันไปแบบเจอหน้ากันดีกว่าตกเป็นเป้าให้เธอจ้องจะทำมิดีมิร้ายไม่ใช่เหรอ
ใช้เวลาไม่นานนักหรอก...
แล้วเมลดาจะได้รู้ ว่าเธอไม่เหมาะเป็นคนรักของเขา
เราเป็นแค่เพื่อนบ้านกันดีน่ะที่สุดแล้ว!
“สรุปว่ามดโทรไปเรียกคุณมาเพราะความเมาเหรอคะ” เป็นเจ้าจอมที่ถามออกมาหลังได้ฟังเรื่องราวจากปากเทวินทร์ เธอมองไวน์ที่พร่องไปเล็กน้อยอย่างสับสน “แต่มดไม่ใช่คนเมาง่ายนะคะ ไวน์แค่นี้ไม่ทำให้เมาหรอก”“อย่างที่บอกครับ ว่าพอผมมาถึงเธอก็เมาแล้ว เรื่องดื่มมากดื่มน้อยผมไม่รู้ ที่ผมถือวิสาสะเข้ามาในห้องตอนดึกแบบนี้ เพราะเป็นห่วง พวกคุณคนหนึ่งท้อง อีกคนก็ขี้ตกใจ ผมกลัวจะมีเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก แล้วทำไมถึงเป็นห่วง ก็เพราะเบอร์นี้ผมให้เมลดาไว้โทรหาตอนฉุกเฉิน จะได้ไม่ต้องไปตบประตูเรียกเสียงดังอีก”“...”เจอคำตอบนี้เข้าไป เจ้าจอมถึงกับพูดต่อไม่ถูก นี่คือเทวินทร์จะสื่อว่าตัวเองมาเพราะหวังดี ไม่ได้หวังร้ายอย่างที่พวกเธอคิดสินะ“เอ่อ เดี๋ยวนะที่รัก” คณินพลันขัดขึ้นมาพร้อมกับคว้าไวน์ขวดใหญ่มาดมกลิ่น วินาทีต่อมาเขาก็หันไปบอกเจ้าจอมหน้าซีด “นี่มันไวน์ที่ไหนกัน นี่มันเหล้าลูกพรุนจีนที่ฉันเพิ่งซื้อมาไว้ต่างหาก!”ที่รักของเขาถึงกับหันขวับมองตาโต“มดมันแพ้ลูกพรุน กินแล้วจะเมา แกจะซื้อมาไว้ที่นี่เ
หลังจากไปสวีทกันมาทั้งคืน ในที่สุดคณินก็พาเจ้าจอมมาส่งที่คอนโดสักที พวกเขาแกล้งควงแขนกันเข้าห้องแบบหวานฉ่ำอย่างต้องการแกล้งให้เมลดาอิจฉาเล่น แล้วค่อยลูบหัวด้วยเค้กช็อกโกแลตสุดโปรดของเจ้าตัว“นอนแล้วเหรอเนี่ย!”ถึงกลับอุทานพร้อมกัน เมื่อเห็นห้องเงียบสนิท บอกให้รู้ว่าคนบางคนเข้าห้องนอนไปก่อนแล้ว“สงสัยงอนหนัก” คณินส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ “หึหึ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาเจอเค้กก้อนนี้ ได้หายงอนแน่”“อื้อ ในเมื่อมดมันนอนแล้ว งั้นแกก็หมดประโยชน์ เชิญกลับไปได้เลย ฉันง่วงละ” เจ้าจอมบอกพลางดันร่างสูงกลับออกไปทางประตู“ไม่กลับ ฉันบอกมินนี่แล้ว คืนนี้จะมาจีบอาจอมให้ไปอยู่ด้วย ต้องจีบทั้งคืน ดังนั้นฉันไม่กลับก็ได้”“แกจะบ้าเหรอ! ไปบอกลูกอย่างนั้นได้ไง”“เอ้า แล้วจะให้บอกว่าไง ฉันโกหกลูกไม่เก่งหรอกนะ”“ตอแหลเก่งน่ะสิ!”“น่า ขอฉันอยู่...!” คำพูดที่เหลือถูกคณินกลืนลงคอ เมื่อสายตาเขาเหลือบไปเห็นร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องนอนเมล
เมื่ออุปสรรคใหญ่ให้ความยินยอม และคณินก็ยืนยันว่าจะรีบจัดการให้ผู้ใหญ่ไปเจรจาตกลงเรื่องการแต่งงานให้เร็วที่สุด เจ้าจอมถึงวางใจเรื่องอนาคตของตัวเองกับลูกในท้องได้สักที ความสงบสุขกลับคืนสู่ทุกคนเพื่อแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก เมลดาถึงกับปัดกวาดเช็ดถูห้องยกใหญ่ สั่งอาหารเลิศรสมารอฉลองปลดวางความกังวลในเย็นนี้แบบจัดหนักจัดเต็มทุกอย่างพร้อมสรรพตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลากเลิกงานทว่ารออยู่นานสองนาน เพื่อนรักก็ไม่กลับมาสักทีจนโทรศัพท์ไปตามตัวถึงรู้ว่าคนเขาหนีไปสวีทกันตามลำพังแล้ว!คนรอเก้อทั้งโมโห ทั้งไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับอาหารที่สั่งมา จะเก็บไว้กินเองวันหลังก็เสียดายรสชาติสดอร่อยในตอนนี้ โทรศัพท์เรียกภัสสรมาลิ้มรสด้วยกันแทน("ขอโทษนะ ฉันนัดผู้ชายไว้แล้วอะ ไว้ชดเชยให้วันหลังนะที่รัก")ถูกปฏิเสธมาแบบนี้เมลดายิ่งปวดใจ ได้แต่นั่งนิ่งจ้องอาหารบนโต๊ะด้วยความเศร้า“ไอ้พวกเพื่อนรักใจร้าย!”ด่าอยู่คนเดียว แล้วเธอก็ลงมือจัดการอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยความโมโห แต่เพราะถูกเพื่อนเทจนอารมณ์บูด เลยหมดความอยากอาหารไปด้วย เธอแตะไปอย่
แม้จะไม่ได้รับคำแนะนำดีๆ จากการไปปรึกษาคุณหมอข้างห้อง ทว่าเทวินทร์ก็ทำให้เมลดาคิดในมุมของเจ้าจอมขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อกลับเข้าห้องพร้อมขนมเค้กเพื่อสุขภาพ ที่เกือบจะไม่ได้ซื้อ เพราะเซ่อซ่าลืมกระเป๋าเงินไว้ห้องคนอื่น เมลดาจึงเริ่มสังเกตเจ้าจอมอย่างจริงจังแล้วเธอก็เห็นว่าขณะนั่งดูทีวีก่อนเข้านอนด้วยกันในคืนสุดท้ายของวันลาป่วย เจ้าจอมแอบยกมือลูบท้องที่นูนขึ้นมาด้วยสีหน้าเหม่อลอย“แกโอเคหรือเปล่า”“หือ” เจ้าจอมหันมากะพริบตาใส่“ฉันถามว่าแกโอเคหรือเปล่า กังวลเรื่องลูกอยู่ใช่ไหม” เมลดาขยับเข้าไปจับมือว่าที่คุณแม่มากุมไว้ พูดปลอบเสียงอ่อนโยน “อย่าห่วงไปเลย ตอนนี้คินคงยุ่งอยู่กับการทำให้มินนี่ยอมรับแกให้ได้นั่นแหละ”“ไม่รู้สิ มันอดกังวลไม่ได้น่ะ”“กังวลจนเครียดไปแล้ว นี่รู้ตัวไหม ว่าทำฉันหัวหมุนไปหมด”“แกจะหัวหมุนทำไม ไม่ได้ท้องก่อนแต่งเหมือนกันสักหน่อย”“โอ๊ย! กล้าพูดเนอะคุณนาย” เธอลอกตามองบนใส่ ก่อนจะแจกแจงเรื่องที่เจอมา “ถึงไม่
การเข้ามาโดยได้รับการเชื้อเชิญจากเจ้าของห้องย่อมดีกว่าทำเนียนกดรหัสผิดๆ เข้ามาเองสินะ...สาวหมวยคิดพลางกวาดสายตามองห้องเขา ชั่วแวบหนึ่งที่เหลือบไปเห็นภาพเปลือยภาพนั้นก็มีสะดุ้งเล็กน้อย รีบเดินหนีมานั่งเรียบร้อยอยู่ที่โซฟารับแขก พอนั่งลงแล้วพลันรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงกว่าเดิม เพราะเจ้าของห้องที่เมื่อกี้ดูเหมือนแมวนั่น ตอนนี้กลับคล้ายสิงโตตัวใหญ่แล้ว เขาเดินเนิบๆ มาถาม“เอาน้ำหน่อยไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอปรึกษาแป๊บเดียวก็จะกลับเลย”ได้ยินเช่นนั้นเทวินทร์จึงนั่งลงโซฟาเดี่ยวข้างๆ คนตัวเล็ก เอียงหน้าถามเสียงเอื่อย “เริ่มเลยไหม”“คือ...” เมลดาเม้มปากไม่รู้จะเริ่มยังไง หากพอเห็นว่าเจ้าของห้องรอฟังอยู่ เธอจึงเกริ่นออกไป “คือตอนนี้จอมดูไม่ค่อยปกติเลยค่ะ”“อ้อ ท้องคุณจอมมีความผิดปกติอะไรอีกงั้นเหรอ”“ลูกในท้องปกติดีค่ะ เป็นแม่ต่างหาก ที่ไม่ปกติ”“ลองบอกมาได้ไหม ว่าไม่ปกติยังไง” เทวินทร์ถามพลางทิ้งตัวนั่งเอามือเท้าคางกับพนักเ
การอยู่กับว่าที่คุณแม่ที่กว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็สามเดือนเข้าไปแล้วช่างเป็นเรื่องน่าปวดหัวหลังออกจากโรงพยาบาล เจ้าจอมได้ยื่นลาป่วยต่ออีกหลายวัน ตอนนี้นางเลยเอาแต่นอนศึกษาเรื่องดูแลตัวเองในช่วงแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ ผลที่ได้คือนางใส่ใจเรื่องอาหารการกินหนักกว่าเดิมอีก จากเมนูง่ายๆ คลีนๆ ที่เคยทำ เดี๋ยวนี้ต้องมีทั้งของคาวของหวานและผลหมากรากไม้เพิ่มมาบนโต๊ะอาหารอีกหลายจาน“แน่ใจนะ ว่าจะบำรุงลูกในท้อง ฉันว่าแกตั้งใจจะขุนฉันให้อ้วนเป็นหมูน่ะสิ” เมลดาบ่นอุบ เมื่อเห็นอาหารเช้าวันนี้ ต้ม ผัด แกงทอด มีครบ พร้อมอร่อยในพริบตา ยังมีน้ำผลไม้ผสมธัญพืชนั่นอีก“กินๆ ไปเถอะน่า ของชอบแกทั้งนั้นเลย”“ท้องสามเดือนแรกแกยังเป็นหนักขนาดนี้ เดือนต่อๆ ไปจะเป็นหนักขนาดไหนวะ”“ไม่รู้สิ” เจ้าจอมยักไหล่บอกยิ้มๆ พร้อมกับตักข้าวให้เพื่อนไปด้วย “แค่อยากดูแลเขาให้ดีที่สุดอะ เดี๋ยวปีหน้าเราก็จะมีเด็กคนหนึ่งให้อุ้มชูเลี้ยงดูแล้วนะ เด็กที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน โอ๊ย! แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วแก”“จ้า รู้แล้วจ้า ว่
เวลาราวสองทุ่มกว่า ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่งเริ่มคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักท่องราตรีอาจเพราะเป็นผับค่อนข้างหรูหรา เจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีระดับพอสมควร เพลงที่เปิดคลออยู่จึงไม่ได้หนักหน่วงเหมือนผับวัยรุ่นทั่วไปผู้ชายตัวสูงเด่นคนหนึ่งเดินช้าๆ ตามหลังพนักงานไปหาคนที่กำลังนั่งดื่มอยู่บนชั้นลอย ซึ่งมีความ
หลังเหตุการณ์น่าตกใจผ่านไป เมลดาพบว่าอาการปวดท้องได้ลดลงจนแทบจะหายดี พอหายปวดท้อง ความหิวก็เล่นงานต่อเลยสาวหมวยตัวเล็กเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน ข้างในตู้เย็นมีอาหารสำหรับอุ่นร้อนพร้อมรับประทานให้หยิบมาเลือกวางอยู่หลายกล่อง แต่ไม่ใช่ฝีมือของเธอ มนุษย์แสนขี้เกียจอย่างเธอไม่มีทางประกอบอาหารเองอยู่แล
โอ๊ยตายแล้ว!เมลดาร้องลั่นอยู่ในใจขณะจ้องภาพผู้ชายยืนหันหลังเอียงหน้ากลับมามองกล้องในลักษณะเปลือยกายหมดทั้งตัวที่แขวนอยู่บนผนังตรงนั้น คนในภาพก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้นี่เอง เธอเอาตาไปไว้ไหนเนี่ย ถ้าเห็นมันก่อนคงแจ้นหนีไปนานแล้ว ไม่มายืนเถียงเขาอยู่ตรงนี้หรอก“ทำไงดี ผมว่ามีคนเข้าห้องผิดนะ แจ้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดทำงานสีอ่อนเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เขาเปิดไฟในห้องด้านนอกสว่างขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องนอนใหญ่ ถอดแว่นสายตากรอบบางกับนาฬิกาข้อมือวางไว้บนโต๊ะวางของ จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้ารอซักที่อยู่ในห้องแต่งตัว เมื่อร่างกายเปล่าเป







