تسجيل الدخولเวลาราวสองทุ่มกว่า ณ สถานบันเทิงแห่งหนึ่งเริ่มคลาคล่ำไปด้วยเหล่านักท่องราตรี
อาจเพราะเป็นผับค่อนข้างหรูหรา เจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีระดับพอสมควร เพลงที่เปิดคลออยู่จึงไม่ได้หนักหน่วงเหมือนผับวัยรุ่นทั่วไป
ผู้ชายตัวสูงเด่นคนหนึ่งเดินช้าๆ ตามหลังพนักงานไปหาคนที่กำลังนั่งดื่มอยู่บนชั้นลอย ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกระดับและอยู่ห่างจากโต๊ะอื่นเป็นสัดส่วน เมื่อส่งเขาถึงโต๊ะแล้ว พนักงานก็ถอยออกไปเงียบๆ
“มาแล้วเหรอวะ”
สุ้มเสียงผ่อนคลายถามขึ้นทันทีที่เทวินทร์นั่งลง จากนั้นแก้วเหล้าที่เพิ่งชงใหม่ๆ ก็ถูกเลื่อนมาให้ เขายกแก้วนั้นขึ้นมาคลึงเล่นในมือ ไม่ยอมจิบเข้าปาก เอ่ยตามคนชงเสียงเรียบ
“มึงไปก่อเรื่องอะไรมาอีก”
“แหม เห็นกูเป็นคนยังไง เอะอะก่อเรื่องหรือไงวะ”
หนุ่มหน้าเครา มัดผมยาวประบ่าไว้ท้ายทอยง่ายๆ ที่กำลังทำเสียงน้อยใจใส่เทวินทร์อยู่ในตอนนี้ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เทวาเป็นแฝดที่เกิดมาพร้อมเทวินทร์ ทั้งคู่มีหน้าตาและรูปร่างเหมือนกันมาก นิสัยร้ายลึกมาตั้งแต่เด็กไม่แพ้กัน แต่เมื่อโตเป็นหนุ่ม สองแฝดกลับมีนิสัยเฉพาะตัวแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
เทวินทร์นั้นเป็นศัลยแพทย์หนุ่มแสนเนี้ยบ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ใช้เวลาหมดไปกับงานเป็นส่วนใหญ่ นิสัยเย็นเป็นน้ำ สามารถจัดการอะไรต่างๆ ได้ดี
ส่วนเทวาเป็นสัตวแพทย์หนุ่มแสนเถื่อน ชอบไว้หนวดเครารุงรังจนแทบไม่เหลือความหล่อเหลา ความแสบ ความเจ้าเล่ห์ยิ่งทวีคูณ ที่เพิ่มมาคือความหว่านเสน่ห์ไปทั่ว และคนที่ต้องตามแก้เรื่องวุ่นวายให้มันก็คือแฝดพี่อย่างเทวินทร์นี่เอง
หลังจากมองหน้ารกๆ ของน้องอย่างระอาใจอยู่ครู่หนึ่ง คนเป็นพี่ก็เอ่ยขึ้น
“มีอะไรก็พูดมา กูไม่มีเวลามานั่งฟังมึงพูดทั้งคืน”
“จะรีบกลับไปไหน บ้านมึงไม่หนีไปไหนหรอกน่า มีเมียรออยู่ก็ว่าไปอย่าง น้องนุ่งอยากจะเจอแค่นี้ เล่นตัวจังเลย”
เทวินทร์แค่นยิ้มคว้าแก้วน้ำสีอำพันมาจิบอึกใหญ่ เกิดมามีแฝดมาหารทุกอย่างไม่พอ ยังมีกรรมคอยตามแก้ปัญหาให้มันแทนพ่อแม่พี่น้องอีก ที่เขาตัดสินใจเรียนหมอ ก็เพราะคิดว่าคนขี้เกียจอ่านหนังสือเรียนอย่างเทวาไม่มีทางเลือกสายนี้แน่ มันต้องแยกไปอีกทาง เขาสลัดมันทิ้งได้อย่างหมดจด
ไอ้น้องเวรนี่เสือกตามมาเรียนหมอกับเขาอีก!
เขาทนมันอยู่หลายปี หลังจากเรียนจบทำงานมั่นคงแล้ว เขาก็ย้ายออกจากบ้านที่พ่อแม่ซื้อให้อยู่ด้วยกัน หนีมันมาอยู่คอนโดตามลำพัง
เหตุที่ทนไม่ไหวแล้วก็เพราะตัวกินหญิงนี่หาเรื่องใส่หัวแทบทุกเดือน ผู้หญิงโสดๆ มันไม่ยุ่งหรอก ชอบไปยุ่งแต่กับคนมีเจ้าของ และเป็นเจ้าของที่หวงมากขนาดส่งคนตามมาเล่นงานถึงบ้าน มีคนเข้าใจคิดว่าเขาเป็นมันบ่อยๆ ต้องเคลียร์ให้ตลอด ล่าสุดคือเกือบโดนตีหัวแตก เจอแบบนี้เข้า ต่อให้ใจเย็นแค่ไหนเขาก็เดือดปุดๆ เก็บข้าวของแยกกันอยู่กับมันทันที
แต่ก็นั่นละ ไงมันก็น้องในไส้ เหม็นหน้ามันแค่ไหน พอมันบอกมีเรื่องสำคัญจะคุย เขาก็มาเจอมันอยู่ดี ไม่รู้ครั้งนี้มันไปยุ่งแฟนใครมาอีก
“อย่าทำหน้าอย่างนั้นซี เค้าไม่ได้ก่อเรื่องมาจริงๆ นะ” เทวาออกตัวด้วยสีหน้าน้อยอกน้อยใจ “ที่เรียกมาวันนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษาครับผม”
“เรื่องอะไรล่ะ”
“คลินิกสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่น่ารักของเค้าไง คลินิกเก่ามันรับน้องๆ มาดูแลเพิ่มไม่ไหวแล้วอ่า”
“แล้ว?” เทวินทร์ทำหน้างง “มึงอยากทำก็ทำไปสิ มาบอกกูทำไม”
“ก็คนมันไม่มีเงินทุนนี่หว่า พี่ชายสนใจร่วมทุนด้วยไหม เค้าถามพ่อแล้ว พ่อบอกว่าจะช่วยอนุมัติเงินกู้ให้ก้อนหนึ่ง ถ้าพี่ชายตกลงบริหารงานร่วมกัน ลองคิดดูนะ กลางวันรักษาคน กลางคืนมาดูน้องรักษาหมาแมว มันดีต่อใจสุดๆ เลยนะพี่ชาย”
คนเป็นพี่กลอกตา พ่อบอกหรือมันพูดเอาเองยังไม่รู้แน่หรอก!
“ตกลงนะ เดี๋ยวเค้าโทรบอกพ่อเลย” เทวาเห็นพี่ชายนิ่งไปก็รีบเอาสมาร์ตโฟนขึ้นมากดโทรออกด้วยสีหน้าระริกระรี้ แต่มือใหญ่ของพี่ชายพลันเอื้อมมาดึงมันไปก่อน
“กูยังไม่ได้บอกว่าจะเอาด้วยเลยนะ”
“แค่เอาชื่อมึงไปอ้างกับพ่อเอง”
“แค่ชื่อก็ไม่ได้ มึงไปทำรายงานเรื่องการก่อตั้งคลินิกของมึงมาให้กูก่อน เปิดที่ไหน เมื่อไหร่ รูปแบบเป็นยังไง พนักงานกี่คน ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ โครงสร้างและภาพรวมต่างๆ ของคลินิกที่มึงคิดว่ามึงจะทำนั่นน่ะ เอามาให้กูดูก่อน”
“เรื่องมากจริง นี่น้องเองเว้ย!”
เทวินทร์แสยะยิ้มบอก “แล้วแต่นะ ไม่ทำก็ไม่ต้องเอาชื่อกูไปอ้างกับพ่อ”
“ไอ้พี่ใจดำ!” คนน้องทำหน้างอเหมือนเด็กน้อย ทั้งที่อายุปาเข้าไปสามสิบแล้ว ยิ่งเห็นสีหน้าไม่ยี่หระของพี่ เทวายิ่งหงุดหงิด “กูถามจริงๆ นะวินนี่ มึงจะงกเงินไว้ใช้ชาติไหนวะ แฟนก็ไม่มีให้สปอยล์อะไรกับเขา อย่างกูนี่จะงกและประหยัดทุกบาททุกสตางค์ก็ไม่แปลก เพราะมีน้องๆ ให้ดูแลยั้วเยี้ยเต็มไปหมด นี่มึงแอบซ่อนใครเอาไว้ที่ห้องหรือเปล่าเนี่ย เอ๊ะ! กูเอาไปเรื่องมึงไปขายพ่อเพื่อขอเงินมาลงทุนดีไหมนะ”
“ถ้ามีข่าวมั่วๆ ของกูหลุดไปถึงหูคนที่บ้าน เรื่องที่มึงไปยุ่งกับเมียคนอื่นจนผัวเขาตามมาตีหัวได้ถึงหูแม่แน่ อยากอยู่อย่างสงบสุขก็อย่ามายุ่งเรื่องของกู โอเค๊?”
“ไม่โอเคได้ไหมล่ะ!” เทวาถลึงตาตอบเสียงสะบัด
ตั้งแต่ทวดผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัวจากไปด้วยโรคชราเมื่อหลายปีก่อน พ่อกับแม่ก็มีเวลามาสนใจลูกหลานมากขึ้น กับลูกๆ คนอื่นที่มีครอบครัวไปแล้วก็รอดตัวไปละ เพราะพ่อเกรงใจคู่ชีวิตของลูก แฝดเทวดาหน้าตาโคตรจะหล่อที่ยังไร้คู่แบบพวกเขากลับถูกจับตามองเรื่องการใช้ชีวิตเป็นพิเศษขึ้นทุกวัน
ถ้าพ่อรู้ว่าเขาหลงนม เอ้ย! หลงสาวจนโดนหมายหัวละก็ อูยย... แค่คิดก็เจ็บละ!
เทวินทร์ส่ายหน้าบอกปลงๆ “เอาเป็นว่ามึงไปจัดการตามที่กูบอกเมื่อกี้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน แค่นี้ใช่ไหม กูจะกลับไปนอน”
“แหม รีบกลับจังเลย โน่น สาวๆ โต๊ะนั้นจ้องมึงตาวาวเชียว พี่ไม่พากลับไปที่ห้องสักคนล่ะ ถ้าไม่ติดว่าน้องขี้เกียจหล่อละก็ พี่ไม่ได้รับความสนใจจากสาวๆ แบบนี้หรอกนะ จะบอกให้”
คนถูกสาวมองตาวาวยกเหล้าขึ้นกระดกทีเดียวหมดแก้วแล้วบอกคนขี้เกียจแต่งหล่อโดยไม่มองไปทางสาวๆ โต๊ะนั้นเลย
“กูไม่เคยหิ้วใครกลับบ้านเหมือนมึง”
“นี่ก็ไม่เคยเว้ย!”
“สาบานสิ”
เทวาลอยหน้าลอยตาบอกอย่างมั่นหน้า “กูไม่เคยหิ้วใครเข้าบ้าน มีแต่หิ้วตัวเองไปนอนบ้านเขา ฮ่าๆ”
“หึ” เทวินทร์ทำเสียงหัวเราะในคอ ลุกขึ้นบอก “กลับละ”
“เดี๋ยวก่อนซี๊ เอ๊ะ! รีบจริงรีบจัง กูชักจะสงสัยแล้วว่าคืนนี้มีคนรอมึงอยู่ที่ห้องจริงๆ”
“จะมีหรือไม่มีก็ไม่เกี่ยวกับมึง”
“กูจะฟ้องแม่”
“ฟ้องสิ วีรกรรมชั่วๆ ของมึงน่าสนใจกว่าเรื่องของกูแน่ วาวา”
เทวารีบบอกเสียงสูง “วีกรรมอะไร ไม่มี๊ นี่เด็กดีของแม่ครับ”
“เหรอ” เทวินทร์แค่นยิ้มบอกเด็กดีของแม่ “ถ้าแม่รู้ว่ามึงเลี้ยงดูน้องโคที่มีแต่เนื้อนมไข่เอาไว้มากพอๆ กับช่วยน้องหมาน้องแมว จะเกิดอะไรขึ้นนะ”
“ไม่อยากคุยกับมึงแล้ว! ไสหัวกลับไปเลยไป ไอ้พี่เลว!”
“ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถ้าแม่รู้ กูไม่ช่วยนะ”
“...” เทวา
“สรุปว่ามดโทรไปเรียกคุณมาเพราะความเมาเหรอคะ” เป็นเจ้าจอมที่ถามออกมาหลังได้ฟังเรื่องราวจากปากเทวินทร์ เธอมองไวน์ที่พร่องไปเล็กน้อยอย่างสับสน “แต่มดไม่ใช่คนเมาง่ายนะคะ ไวน์แค่นี้ไม่ทำให้เมาหรอก”“อย่างที่บอกครับ ว่าพอผมมาถึงเธอก็เมาแล้ว เรื่องดื่มมากดื่มน้อยผมไม่รู้ ที่ผมถือวิสาสะเข้ามาในห้องตอนดึกแบบนี้ เพราะเป็นห่วง พวกคุณคนหนึ่งท้อง อีกคนก็ขี้ตกใจ ผมกลัวจะมีเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก แล้วทำไมถึงเป็นห่วง ก็เพราะเบอร์นี้ผมให้เมลดาไว้โทรหาตอนฉุกเฉิน จะได้ไม่ต้องไปตบประตูเรียกเสียงดังอีก”“...”เจอคำตอบนี้เข้าไป เจ้าจอมถึงกับพูดต่อไม่ถูก นี่คือเทวินทร์จะสื่อว่าตัวเองมาเพราะหวังดี ไม่ได้หวังร้ายอย่างที่พวกเธอคิดสินะ“เอ่อ เดี๋ยวนะที่รัก” คณินพลันขัดขึ้นมาพร้อมกับคว้าไวน์ขวดใหญ่มาดมกลิ่น วินาทีต่อมาเขาก็หันไปบอกเจ้าจอมหน้าซีด “นี่มันไวน์ที่ไหนกัน นี่มันเหล้าลูกพรุนจีนที่ฉันเพิ่งซื้อมาไว้ต่างหาก!”ที่รักของเขาถึงกับหันขวับมองตาโต“มดมันแพ้ลูกพรุน กินแล้วจะเมา แกจะซื้อมาไว้ที่นี่เ
หลังจากไปสวีทกันมาทั้งคืน ในที่สุดคณินก็พาเจ้าจอมมาส่งที่คอนโดสักที พวกเขาแกล้งควงแขนกันเข้าห้องแบบหวานฉ่ำอย่างต้องการแกล้งให้เมลดาอิจฉาเล่น แล้วค่อยลูบหัวด้วยเค้กช็อกโกแลตสุดโปรดของเจ้าตัว“นอนแล้วเหรอเนี่ย!”ถึงกลับอุทานพร้อมกัน เมื่อเห็นห้องเงียบสนิท บอกให้รู้ว่าคนบางคนเข้าห้องนอนไปก่อนแล้ว“สงสัยงอนหนัก” คณินส่ายหน้าหัวเราะเบาๆ “หึหึ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาเจอเค้กก้อนนี้ ได้หายงอนแน่”“อื้อ ในเมื่อมดมันนอนแล้ว งั้นแกก็หมดประโยชน์ เชิญกลับไปได้เลย ฉันง่วงละ” เจ้าจอมบอกพลางดันร่างสูงกลับออกไปทางประตู“ไม่กลับ ฉันบอกมินนี่แล้ว คืนนี้จะมาจีบอาจอมให้ไปอยู่ด้วย ต้องจีบทั้งคืน ดังนั้นฉันไม่กลับก็ได้”“แกจะบ้าเหรอ! ไปบอกลูกอย่างนั้นได้ไง”“เอ้า แล้วจะให้บอกว่าไง ฉันโกหกลูกไม่เก่งหรอกนะ”“ตอแหลเก่งน่ะสิ!”“น่า ขอฉันอยู่...!” คำพูดที่เหลือถูกคณินกลืนลงคอ เมื่อสายตาเขาเหลือบไปเห็นร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องนอนเมล
เมื่ออุปสรรคใหญ่ให้ความยินยอม และคณินก็ยืนยันว่าจะรีบจัดการให้ผู้ใหญ่ไปเจรจาตกลงเรื่องการแต่งงานให้เร็วที่สุด เจ้าจอมถึงวางใจเรื่องอนาคตของตัวเองกับลูกในท้องได้สักที ความสงบสุขกลับคืนสู่ทุกคนเพื่อแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก เมลดาถึงกับปัดกวาดเช็ดถูห้องยกใหญ่ สั่งอาหารเลิศรสมารอฉลองปลดวางความกังวลในเย็นนี้แบบจัดหนักจัดเต็มทุกอย่างพร้อมสรรพตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลากเลิกงานทว่ารออยู่นานสองนาน เพื่อนรักก็ไม่กลับมาสักทีจนโทรศัพท์ไปตามตัวถึงรู้ว่าคนเขาหนีไปสวีทกันตามลำพังแล้ว!คนรอเก้อทั้งโมโห ทั้งไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับอาหารที่สั่งมา จะเก็บไว้กินเองวันหลังก็เสียดายรสชาติสดอร่อยในตอนนี้ โทรศัพท์เรียกภัสสรมาลิ้มรสด้วยกันแทน("ขอโทษนะ ฉันนัดผู้ชายไว้แล้วอะ ไว้ชดเชยให้วันหลังนะที่รัก")ถูกปฏิเสธมาแบบนี้เมลดายิ่งปวดใจ ได้แต่นั่งนิ่งจ้องอาหารบนโต๊ะด้วยความเศร้า“ไอ้พวกเพื่อนรักใจร้าย!”ด่าอยู่คนเดียว แล้วเธอก็ลงมือจัดการอาหารที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าด้วยความโมโห แต่เพราะถูกเพื่อนเทจนอารมณ์บูด เลยหมดความอยากอาหารไปด้วย เธอแตะไปอย่
แม้จะไม่ได้รับคำแนะนำดีๆ จากการไปปรึกษาคุณหมอข้างห้อง ทว่าเทวินทร์ก็ทำให้เมลดาคิดในมุมของเจ้าจอมขึ้นมาบ้างแล้วเมื่อกลับเข้าห้องพร้อมขนมเค้กเพื่อสุขภาพ ที่เกือบจะไม่ได้ซื้อ เพราะเซ่อซ่าลืมกระเป๋าเงินไว้ห้องคนอื่น เมลดาจึงเริ่มสังเกตเจ้าจอมอย่างจริงจังแล้วเธอก็เห็นว่าขณะนั่งดูทีวีก่อนเข้านอนด้วยกันในคืนสุดท้ายของวันลาป่วย เจ้าจอมแอบยกมือลูบท้องที่นูนขึ้นมาด้วยสีหน้าเหม่อลอย“แกโอเคหรือเปล่า”“หือ” เจ้าจอมหันมากะพริบตาใส่“ฉันถามว่าแกโอเคหรือเปล่า กังวลเรื่องลูกอยู่ใช่ไหม” เมลดาขยับเข้าไปจับมือว่าที่คุณแม่มากุมไว้ พูดปลอบเสียงอ่อนโยน “อย่าห่วงไปเลย ตอนนี้คินคงยุ่งอยู่กับการทำให้มินนี่ยอมรับแกให้ได้นั่นแหละ”“ไม่รู้สิ มันอดกังวลไม่ได้น่ะ”“กังวลจนเครียดไปแล้ว นี่รู้ตัวไหม ว่าทำฉันหัวหมุนไปหมด”“แกจะหัวหมุนทำไม ไม่ได้ท้องก่อนแต่งเหมือนกันสักหน่อย”“โอ๊ย! กล้าพูดเนอะคุณนาย” เธอลอกตามองบนใส่ ก่อนจะแจกแจงเรื่องที่เจอมา “ถึงไม่
การเข้ามาโดยได้รับการเชื้อเชิญจากเจ้าของห้องย่อมดีกว่าทำเนียนกดรหัสผิดๆ เข้ามาเองสินะ...สาวหมวยคิดพลางกวาดสายตามองห้องเขา ชั่วแวบหนึ่งที่เหลือบไปเห็นภาพเปลือยภาพนั้นก็มีสะดุ้งเล็กน้อย รีบเดินหนีมานั่งเรียบร้อยอยู่ที่โซฟารับแขก พอนั่งลงแล้วพลันรู้สึกเหมือนตัวเล็กลงกว่าเดิม เพราะเจ้าของห้องที่เมื่อกี้ดูเหมือนแมวนั่น ตอนนี้กลับคล้ายสิงโตตัวใหญ่แล้ว เขาเดินเนิบๆ มาถาม“เอาน้ำหน่อยไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ ขอปรึกษาแป๊บเดียวก็จะกลับเลย”ได้ยินเช่นนั้นเทวินทร์จึงนั่งลงโซฟาเดี่ยวข้างๆ คนตัวเล็ก เอียงหน้าถามเสียงเอื่อย “เริ่มเลยไหม”“คือ...” เมลดาเม้มปากไม่รู้จะเริ่มยังไง หากพอเห็นว่าเจ้าของห้องรอฟังอยู่ เธอจึงเกริ่นออกไป “คือตอนนี้จอมดูไม่ค่อยปกติเลยค่ะ”“อ้อ ท้องคุณจอมมีความผิดปกติอะไรอีกงั้นเหรอ”“ลูกในท้องปกติดีค่ะ เป็นแม่ต่างหาก ที่ไม่ปกติ”“ลองบอกมาได้ไหม ว่าไม่ปกติยังไง” เทวินทร์ถามพลางทิ้งตัวนั่งเอามือเท้าคางกับพนักเ
การอยู่กับว่าที่คุณแม่ที่กว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็สามเดือนเข้าไปแล้วช่างเป็นเรื่องน่าปวดหัวหลังออกจากโรงพยาบาล เจ้าจอมได้ยื่นลาป่วยต่ออีกหลายวัน ตอนนี้นางเลยเอาแต่นอนศึกษาเรื่องดูแลตัวเองในช่วงแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ ผลที่ได้คือนางใส่ใจเรื่องอาหารการกินหนักกว่าเดิมอีก จากเมนูง่ายๆ คลีนๆ ที่เคยทำ เดี๋ยวนี้ต้องมีทั้งของคาวของหวานและผลหมากรากไม้เพิ่มมาบนโต๊ะอาหารอีกหลายจาน“แน่ใจนะ ว่าจะบำรุงลูกในท้อง ฉันว่าแกตั้งใจจะขุนฉันให้อ้วนเป็นหมูน่ะสิ” เมลดาบ่นอุบ เมื่อเห็นอาหารเช้าวันนี้ ต้ม ผัด แกงทอด มีครบ พร้อมอร่อยในพริบตา ยังมีน้ำผลไม้ผสมธัญพืชนั่นอีก“กินๆ ไปเถอะน่า ของชอบแกทั้งนั้นเลย”“ท้องสามเดือนแรกแกยังเป็นหนักขนาดนี้ เดือนต่อๆ ไปจะเป็นหนักขนาดไหนวะ”“ไม่รู้สิ” เจ้าจอมยักไหล่บอกยิ้มๆ พร้อมกับตักข้าวให้เพื่อนไปด้วย “แค่อยากดูแลเขาให้ดีที่สุดอะ เดี๋ยวปีหน้าเราก็จะมีเด็กคนหนึ่งให้อุ้มชูเลี้ยงดูแล้วนะ เด็กที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน โอ๊ย! แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วแก”“จ้า รู้แล้วจ้า ว่
เทวินทร์แยกกับน้องชายมาง่ายๆ อย่างนั้น ขณะกำลังจะเดินออกไปหน้าผับเพื่อไปเอารถ เขาก็ต้องหรี่ตามองผู้หญิงที่ก้าวลงจากรถที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอด ด้วยไม่แน่ใจว่าใช่คนที่ตัวเองรู้จักหรือเปล่าเป็นเมลดาอย่างที่คิด!แต่ไม่มีสาวเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นกุดอีกแล้ว หญิงสาวที่กำลังเดินเข้าไปในผับมีใบหน้าสวยเฉียบที
หลังเหตุการณ์น่าตกใจผ่านไป เมลดาพบว่าอาการปวดท้องได้ลดลงจนแทบจะหายดี พอหายปวดท้อง ความหิวก็เล่นงานต่อเลยสาวหมวยตัวเล็กเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรกิน ข้างในตู้เย็นมีอาหารสำหรับอุ่นร้อนพร้อมรับประทานให้หยิบมาเลือกวางอยู่หลายกล่อง แต่ไม่ใช่ฝีมือของเธอ มนุษย์แสนขี้เกียจอย่างเธอไม่มีทางประกอบอาหารเองอยู่แล
โอ๊ยตายแล้ว!เมลดาร้องลั่นอยู่ในใจขณะจ้องภาพผู้ชายยืนหันหลังเอียงหน้ากลับมามองกล้องในลักษณะเปลือยกายหมดทั้งตัวที่แขวนอยู่บนผนังตรงนั้น คนในภาพก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้นี่เอง เธอเอาตาไปไว้ไหนเนี่ย ถ้าเห็นมันก่อนคงแจ้นหนีไปนานแล้ว ไม่มายืนเถียงเขาอยู่ตรงนี้หรอก“ทำไงดี ผมว่ามีคนเข้าห้องผิดนะ แจ้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีชายหนุ่มร่างสูงเพรียวในชุดทำงานสีอ่อนเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เขาเปิดไฟในห้องด้านนอกสว่างขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องนอนใหญ่ ถอดแว่นสายตากรอบบางกับนาฬิกาข้อมือวางไว้บนโต๊ะวางของ จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้ารอซักที่อยู่ในห้องแต่งตัว เมื่อร่างกายเปล่าเป







