Share

หวานใจเจ้าทะเลทราย
หวานใจเจ้าทะเลทราย
Penulis: มณีริน/ ศศิชา/ ไอศิกา/ Sazaki Aiko

บทนำ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-04-03 10:06:40

สวัสดีค่ะ วันนี้พบกับนิยายของไอศิกา เรื่อง ‘หวานใจเจ้าทะเลทราย’ เขียนร่วมกับนักเขียนยอดฝีมืออีกท่านหนึ่งนั่นคือคุณนศามณี ชื่อ ‘ระอุรักเจ้าทะเลทราย’  ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นนิยายที่อยู่ในซีรีย์ชุด ‘ดวงใจเจ้าทะเลทราย’ นะคะ

        นางเอกของเรื่องหวานใจเจ้าทะเลทรายเป็นสาวหมวย คุณหนูลูกสาวร้านขายเพชรพลอยย่านพาหุรัด ด้วยความช่างคิดและหัวการค้าจัดจ้าน เธอจึงดั้นด้นหอบเพชรหอบพลอยไปขายถึง มีดีส ดินแดนแห่งทะเลทราย เพื่อหวังโกยเงินกลับมาหมุนที่ร้าน แต่แล้วความฉลาดเฉลียวแสนกลของเธอก็สะดุดตาสะดุดใจเจ้าชายชารีฟเข้าอย่างจัง ถึงกับหลุดปากว่าไม่เคยเจอสาวแสบจนน่าจับฟาดก้นขนาดนี้ แถมยังเข้าใจผิดด่าเขาปาวๆ ว่าเป็นโจรเถื่อน ยั่วโมโหเก่งขนาดนี้โจรรูปหล่อจึงจัดการอุ้มเข้าหอเสียเลย ฮ่าๆ

        ความแสบๆ คันๆ ของเธอถูกตาต้องใจเจ้าชายเข้าอย่างจัง ไอศิกาก็หวังว่านักอ่านผู้น่ารักทุกท่านจะถูกใจผลงานเล่มนี้นะคะ ขอบคุณทุกอ่านที่อุดหนุนผลงานและขอบคุณทางสำนักพิมพ์ที่ให้โอกาสตีพิมพ์ ไอศิกาฝากผลงานเรื่องต่อๆ ไปด้วยนะคะ และเพื่อความฟินขั้นสุดก็ต้องอ่านให้ครบทั้งซีรีย์ ทั้งไอศิกาและนศามณี ด้วยนะคะ

** ยังสามารถหาซื้อแบบเล่มได้ที่เพจสำนักพิมพ์ไลต์ออฟเลิฟ กาซิบว่าจัดโปรนิยายเก่าเล่มละ 5-10 บาทบ่อยมากกกก

-------------------------------

บทนำ

        หากเอ่ยถึงประเทศมีดีส น้อยคนนักที่จะรู้จักว่าประเทศนี้ตั้งอยู่บนตำแหน่งใดของโลก คนที่พอจะเคยรู้จักชื่อมีดีส ต่างก็บอกว่ามีดีสเป็นประเทศทะเลทรายแห้งแล้ง เวิ้งว้างว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้น่าสนใจ หนำซ้ำสงครามอันยาวนานในอดีตและสื่อทั่วโลกรายงานข่าวในแง่ลบไม่หยุดหย่อน ซ้ำเติมให้ประเทศในคาบสมุทรอาหรับแห่งนี้น่ากลัว ไร้เสถียรภาพ

        ทว่าความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม ประเทศมีดีสคือไข่มุกแห่งตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่ก้าวผ่านกาลเวลามาอย่างทรหดตั้งแต่สองพันห้าร้อยปีก่อนคริสตกาล บรรพบุรุษของชาวมีดีสคืออารยัน ผู้ปกครองอาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่ไม่แพ้กรีกและโรมัน สายเลือดอันเข้มข้นถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนปัจจุบันชีคฟาริส อัล มีดีสคือผู้ปกครองสูงสุด

ทันทีที่ชีคฟาริสประกาศจำนวนแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองใต้ผืนดินซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และปริมาณน้ำมันดิบสำรองเป็นอันดับสอง เวทีโลกและโอเปก[1]ต่างหันกลับมามองประเทศมีดีสตาไม่กะพริบ ไม่เพียงทรัพยากรน้ำมันมูลค่ามหาศาลเท่านั้น มีดีสยังเป็นผู้ครอบครองชัยภูมิสำคัญบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มองข้ามไม่ได้ แต่นโยบายปิดประเทศเป็นอุปสรรคสำคัญที่แม้แต่สหรัฐอเมริกากับกลุ่มประเทศอิทธิพลก็ไม่สามารถบีบบังคับมีดีสได้ทั้งสิ้น

“ชีคฟาริสเพิ่งผ่อนปรนและยอมเปิดประเทศเพื่อรับการลงทุนเมื่อไม่นานมานี้”

ท่านอุปทูตมีดีสประจำประเทศไทยเปรยให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยฟัง ใกล้กันนั้นมีเด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่ในสถานทูตกำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อรอมอบพวงมาลัยต้อนรับ ทุกคนแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ใช่ไก่กา บางคนใส่แหวนโกเมนประดับเพชรเม็ดเท่านิ้วโป้งเด็ก ไม่ก็แหวนบุษราคัมสวยงามมีราคา ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หญิงบางคนก็ติดเข็มกลัดอัญมณีงามสะดุดตา

“จะว่าไปแล้วหากมีดีสจะปิดประเทศไปเรื่อยๆ ก็ไม่เดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย ชีคฟาริสกับท่านชารีฟน้องชายเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างยิ่งในแวดวงกลุ่มประเทศอาหรับ เหตุผลหนึ่งก็คือ ‘สายเลือดสายตรง’ และอีกเหตุผลคือท่านทั้งสองเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง เฉียบขาดและรักษาสัจจะยิ่ง ถ้าทางไทยทำให้ท่านชารีฟพอใจได้ การเจรจาส่งออกสินค้าไปยังมีดีสก็ไม่น่าจะมีปัญหา”

“แล้วอะไรที่จะทำให้ท่านพอใจได้ละครับ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยมองไปมองมารอบตัวอย่างอยู่ไม่สุข เสียงเด็กๆ ที่เกณฑ์มาต้อนรับเริ่มดังเจี้ยวแจ้ว นำโดยแม่หนูวัยสามขวบที่เสียงแจ่มแจ๋วกว่าใคร “หรือว่าควรจะเปลี่ยนพวกเด็กๆ ออกแล้วให้สาวสวยๆ มารอต้อนรับแทน”

ท่านอุปทูตยักไหล่ “ไม่รู้สิ นั่นเป็นหน้าที่ของทางฝ่ายคุณที่จะเสนอมา ถ้าทางเบื้องบนพิจารณาแล้วว่าประเทศชาติได้ผลประโยชน์สูงสุด ทางคุณก็ย่อมได้เป็นคู่ค้ากับมีดีสแน่นอน”

สถานทูตมีดีสตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ เป็นเรือนไทยเก่าแก่สไตล์ตะวันตก ลวดลายไม้แกะสลักสวยงาม ทั้งช่องลมเหนือประตูหน้าต่างและวัสดุอย่างไม้เนื้อแข็งหายาก เดิมทีเจ้าของเก่าจะรื้อทิ้งเพื่อขายที่ แต่บุคคลระดับสูงของมีดีสเกิดชอบที่นี่มากจึงสั่งให้ซื้อไว้และรีโนเวทโดยคงรูปแบบและงานแกะสลักแสนอ่อนหวานเปี่ยมด้วยมนต์ขลังไว้ วันนี้บรรยากาศอันร่มรื่นภายในสถานทูตตกแต่งไปด้วยดอกไม้และมีกิจกรรมต้อนรับคณะผู้นำที่กำลังเดินทางไกลมาถึง แม้จะเป็นการเดินทางมาแบบไม่เป็นทางการ แต่ทางฝ่ายไทยก็ขอร่วมเป็นเจ้าภาพ เตรียมพร้อมและอำนวยความสะดวกเต็มที่ 

ไม่นานนักรถลีมูซีนคันใหญ่ติดตามด้วยรถคุ้มกันสองคันพร้อมองครักษ์ติดอาวุธ แล่นผ่านแนวกำแพงสูงและป้อมรักษาการเข้ามาถึงหน้าอาคารสถานทูต เจ้าหน้าที่ทูตรีบเข้าไปเปิดประตูรถอย่างนอบน้อมทันที

และบุคคลสำคัญก็ก้าวลงมาจากรถ ดวงตาของเขาดุดัน ปราศจากรอยยิ้ม ทุกคนล้วนแสดงความยำเกรงโดยไม่ต้องมีผู้ใดบอก

เขาเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ ทุกย่างก้าวสง่างามและผึ่งผาย วงคิ้วเข้มเหมือนวาดขึ้น แววตาลุ่มลึกดุจเหยี่ยว มีประกายความร้อนแรงแฝงอยู่ทั่วทุกอณู แล้วไหนจะมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ แข็งแกร่งทรงพลังราวกับเพชรน้ำเอก หากโลกสร้างตัวแทนของทุกสิ่งทุกอย่างไว้ตามคำสั่งของเบื้องบน ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมเป็นตัวแทนของความสง่างามอย่างไม่ต้องสงสัย

เขาสวมสูทสากลเคร่งขรึมและผ้ากูตราห์ซึ่งเป็นผ้าคลุมศีรษะลายตาหมากรุกสีขาวแดงตามแบบฉบับชาวตะวันออกกลาง ด้วยสายเลือดบริสุทธิ์ที่สืบยอดไปได้ถึงพระเจ้าอาลีชาห์ ผู้ซึ่งเคยครองราชย์กษัตริย์แห่งราชวงศ์กอญัร ดังนั้นเขาคือกฎหมาย

“ท่านผู้นี้คือท่านชารีฟ อัล มีดีส ดำรงตำแหน่งวาลีแห่งเฟซซาน และมาในฐานะตัวแทนของชีคฟาริส เวลาที่พวกยุโรปหรืออเมริกาต้องการเจรจากับรัฐบาลมีดีส คนแรกที่ต้องคลานเข้าไปพบก็คือวาลีชารีฟคนนี้นี่แหละ”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกระซิบบอกกันเพราะหมายกำหนดการจะรู้แค่รายละเอียดคร่าวๆ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เฟซซานคือเขตขุดเจาะน้ำมันซึ่งเป็นไข่มุกทองคำในสายตาโลก ส่วนตำแหน่งวาลี (Wali) นั้นเป็นตำแหน่งใหญ่เทียบเท่าผู้ว่าการดินแดน บริหารและดำเนินกิจการตามคำสั่งจากศูนย์กลาง ชีคฟาริสต้องการแต่งตั้งน้องชายให้เป็นเคดิฟ (Khedive) หรืออุปราชผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แต่ชารีฟปฏิเสธ

“ประเทศไทยไม่ค่อยได้รับพิจารณาจากท่านชารีฟ ทางเบื้องบนอยากจะเจรจาส่งออกสินค้าและนำเข้าน้ำมันจากมีดีสก็เลยยากหน่อย” เจ้าหน้าที่คนเดิมกระซิบต่อ

“ทำไมละ”

“มีข่าวลือว่าเมื่อหลายปีก่อน มีสาวสวยคนหนึ่งก่อเรื่องขโมยแหวนเพชรในวังของพระองค์ ตอนนั้นตามจับกันให้วุ่นแต่นางโจรก็หนีรอดไปได้ คาดเดากันว่าเป็นสาวไทย”

[1] องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) หรือ โอเปก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทส่งท้าย ครอบครัวสุขสันต์ [จบ]

    “ยิ้มอะไรเหรอเมียจ๋า”“ก็อยากจะยิ้ม ยิ้มไม่ได้เหรอเพคะ”“ตอบกวนแบบนี้เดี๋ยวมีเรื่อง” ชารีฟค่อยๆ ลุกจากเตียงของสองแฝด เดินตรงเข้ามาหาราวกับพญาสิงโต ริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อ สอดลิ้นเข้ามาในอุ้งปากน้อยๆ แล้วบรรจงจูบแลกลิ้นออดอ้อน“ลูกหลับแล้ว ไปดูดาวกันเถอะ”“ตอนนี้เหรอคะ”“ฉันอยากจะสร้างลูกอีกสักคน คราวนี้จะให้ made in desert แบบแท้ๆ”“บ้า”“แล้วไปไหม” เขาถามเย้า อลิชาจึงยิ้มแกมขำออกมา“ไปสิ ไม่เห็นต้องถาม” ท้องฟ้ายามเที่ยงคืนมืดมิดเหมือนผืนกำมะหยี่ที่ระยิบระยับด้วยดวงดารา ด้วยเขตพื้นที่ตรงจุดนี้ยังคงบริสุทธิ์ปราศจากมลภาวะใดๆ ทำให้มองเห็นดวงดาวมากมายและสุกใสราวกับแสงโคม งามดั่งสวรรค์ประทาน เธอและเขาเดินเท้าเปล่าเปลือยสัมผัสเม็ดทราย ในมือมีกิ่งไม้แห้งๆ เดินลากพื้นทรายเป็นทางยาว ปล่อยให้กระแสลมอ่อนโยนและดวงดาวนับหมื่นนับพันบนฟากฟ้าโอบกอดกันไว้ แม้ว่าลมจะพัดจนไหล่เล็กๆ หนาวสั่น แต่ว่าทั้งสองก็หลงรักห้วงเวลาอั

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทส่งท้าย ครอบครัวแสนสุข 2

    อลิชาชอบฟาร์มแห่งนี้มาก เธอจะจูงมือลูกเดินเล่นไปรอบๆ ลัดเลาะไปตามใต้ร่มเงาไม้ของต้นอินทผาลัม ผ่านดงต้นส้มและต้นมะนาวควินซ์ซึ่งเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ผลคล้ายลูกแพร์รสชาติเปรี้ยวๆ เมื่อเดินไปใต้ร่มต้นมะกอกฝรั่งตรงไปสู่สระใหญ่ เป็ดและห่านจะร้องเซ็งแซ่ ซ้ายมือเป็นกรงนกยูงขนาดใหญ่มหึมา พวกมันกำลังรำแพนสวยงาม ส่วนขวามือเป็นเรือนกระจกปลูกผักสดๆ อาโปชอบต้นพีชที่พ่อปลูกไว้ริมตำหนัก ส่วนวาโยเฉยๆ เพราะตื่นเต้นกับฝูงแกะและแพะของพ่อมากกว่า“เสด็จพ่อจ๋า เสด็จพ่อจ๋าดูนั่น” วาโยชี้ไปที่นกนักล่าซึ่งบินร่อนแล้วก็โฉบวูบลงมา กางกรงเล็บตะปบกระต่ายป่าไปเป็นอาหาร ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วแต่วาโยก็ปรบมือชอบใจ“ถ้าเข้าไปในเขตทะเลทรายลึกๆ จะเห็นเสือดาว หมาจิ้งจอก หมาป่าด้วยนะ”“วาโยอยากไปพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่กลัวเหรอลูก”“ไม่กลัว วาโยแข็งแรง”“งั้นพ่อจะพาไป” ชารีฟอุ้มลูกชายให้นั่งบนหลังม้า ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นตามไปอย่างองอาจ เขาสอนให้ลูกรู้จักรากเหง้าของตนเอง บอกให้รู้ว่าสายเลือดของเขาถือกำเนิดจากทะเล

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทส่งท้าย ครอบครัวแสนสุข 1

    บทส่งท้าย ครอบครัวแสนสุข อาโปกับวาโยวีดีโอคอลกลับไปหาตากับยายทุกวัน และสัญญากันว่าเดือนหน้าตากับยายจะมาหา อลิชาจึงตั้งใจว่าจะให้เตี่ยกับแม่ปิดร้านมาพักผ่อนที่มีดีสสักเดือนสองเดือนแล้วค่อยขึ้นเครื่องบินส่วนตัวกลับไปส่งที่เมืองไทย ไม่นานนักสองตายายก็ได้รับข่าวดีว่าอลิชากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ชารีฟดีใจจนไปเหมาซื้อหุ้นบริษัทผ้าอ้อมเด็กและจะรอเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่โดยรอใช้รูปของลูกแปะบนหีบห่อ เห่อหนักกว่าเตี่ยเธอเสียอีกพ่อคุณเอ๊ย“อาโปกำลังจะได้เป็นพี่ใหญ่แล้วนะ ส่วนวาโยกำลังจะได้เป็นพี่ชาย”“น้องของหนูเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเพคะ” อาโปอยากได้น้องสาว แต่วาโยอยากได้น้องชาย“ยังไม่รู้ชัดหรอกจ๊ะ ต้องรออีกสักสี่เดือนถึงจะบอกได้นะ” อลิชาอุบไว้เพราะความจริงแล้วเธอฝันถึงเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ร้องเรียกเธอว่าแม่จ๋าๆ หนูมาขอเป็นลูกแม่ หน้าตาเหมือนชารีฟเปี๊ยบ! แถมพอมาอยู่ที่มีดีสก็แพ้ท้องอยากกินขนมสายไหมอยุธยาอีก เธอพยายามไม่บอกใครเพราะไม่อยากให

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทที่ 20 แม่ค้ากลับมาแล้ว 4

    “ทำไมปากนายแดงจัง”“กระหม่อมเพิ่งจูบเมียพ่ะย่ะค่ะ”โอเค ชัดเจน... ชีคฟาริสพยักหน้าและทำท่าจะเอาบ้าง แต่มุกระวีถลึงตาใส่เสียก่อน เขาจึงหัวเราะร้ายๆ ในลำคอแล้วผายมือไปที่เพชรพลอยที่วางโชว์ในตู้นิรภัย “อยากได้อะไรก็เลือกเลย ฉันซื้อให้” “ไม่เอา ไม่ต้องมาทำตัวป๋าแถวนี้ หม่อมฉันอยากจะได้อะไรก็จะซื้อเอง” มุกระวีเชิดหน้าใส่และทำท่าจะเดินออกท่าเดียว อลิชารู้ว่าชีคฟาริสโคตรจะใจป้ำ จ่ายเงินซื้อของรัวเป็นปืนกล เธอจึงไม่ยอมปล่อยให้ลูกค้าชั้นเยี่ยมหลุดลอยหรอกจ้า “หม่อมฉันเพิ่งได้แหวนแอเมทีสต์สีม่วงรูปหัวใจมาใหม่นะเพคะท่านฟาริส ลองดูหน่อยว่าคุณมุกระวีชอบไหม” แอเมทีสต์สีม่วงเจียระไนสดสวย มีทั้งแหวน ต่างหู สร้อย กำไล ราคาก็แตกต่างกันออกไปตามเกรดพลอย ถ้าสีม่วงเข้มจัดๆ จะมีราคาแพง หากสีม่วงอ่อนๆ หรือเกือบใสก็จะราคาลดหลั่นกันไป เธอหยิบแหวนแอเมทีสต์สีม่วงเข้มออกจากตู้ ชีคฟาริสไม่พูดอะไรมาก คว้าแหวนวงนั้นมาลองสวมนิ้วให้มุกระวี เห็นว่าพลอยสีม่วงขับผิวขาวผ่องสวยดี พระองค์

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทที่ 20 แม่ค้ากลับมาแล้ว 3

    “ชารีฟไม่อยู่หรอกหรือ”“ไปส่งแฝดที่โรงเรียนเพคะ เดี๋ยวสักพักก็คงจะมา แหม หม่อมฉันไม่นึกไม่ฝันเลยนะเพคะว่าพระองค์จะปิ๊งสาวต่างชาติ”“เธอพูดเหมือนชารีฟเป๊ะเลยนะ แต่หมอนั่นด่ากระทบฉันซะแสบๆ คันๆ” ชีคฟาริสหัวเราะและแนะนำหญิงสาวที่พามาด้วยให้อลิชารู้จัก“มุกระวี เธอคนนี้ชื่ออลิชา เป็นน้องสะใภ้ของฉันเอง ตอนนี้ลูกสองแล้ว เธอมีศักดิ์เป็นพระชายาแห่งเฟซซาน... อลิชา นี่มุกระวี เป็นสาวไทยเหมือนกับเธอ”มุกระวียิ้มออกมาพร้อมยกมือไหว้ อลิชายกมือรับไหว้และทักทายมุกระวีด้วยความยินดี ต่างคนต่างรู้สึกเหมือนได้เจอคนรู้จักในต่างแดน อลิชายังอดชมไม่ได้ว่ามุกระวียิ้มแล้วสวยบาดใจจริงๆ เธอสง่างามในขณะเดียวกันก็แสนหวาน แต่อย่าคิดว่ามุกระวีจะเป็นหญิงสาวอ่อนแอเด็ดขาดเชียว อลิชายิ้มน้อยยิ้มใหญ่และกล่าวทักทายออกไป“ต้องทำใจหน่อยนะคะ”“เอ่อ...” ตอนแรกมุกระวีก็ไม่เข้าใจ พอเข้าใจขึ้นมาก็หัวเราะคิก เพราะอลิชาหมายความถึงชายผู้ทรงอำนาจที่จับมือเธอไม่ปล่อย มุกระวีจึงยิ่งนึกชอบอลิชามากขึ้นไปอีก&

  • หวานใจเจ้าทะเลทราย   บทที่ 20 แม่ค้ากลับมาแล้ว 2

    “หม่อมฉันขอโทษที่หนีไปนะเพคะ ไม่โกรธนะคนดี ก็ตอนนั้นหมวยสับสนชีวิตอ่า...” อลิชาพยายามทำเสียงง้องแง้ง แต่คนตัวใหญ่ไม่ง้องไม่แง้งด้วยสักนิด“ฉันมานั่งคิดนอนคิดดูแล้ว ขืนปล่อยให้เธออยู่แต่ในวังเลี้ยงลูก เดี๋ยวก็ฟุ้งซ่านจนต้องวุ่นวายตามจับกลับมาอีก ฉันมีงานต้องดูแลการขุดเจาะน้ำมันที่เฟซซานอยู่แล้ว ฉันก็เลยคิดว่าจะฝากงานบางอย่างให้เธอทำ”“งานอะไรหรือเพคะ หม่อมฉันเคยแต่ค้าขายเพชรพลอย อาจจะทำอย่างอื่นไม่เก่งพอ”“ฉันก็เองก็ไม่เก่ง รับดูแลงานนี้มาหลายปี ขาดทุนทุกปีแถมลูกค้าก็ไม่มี เลยคิดว่างานนี้เหมาะกับเธอมากกว่า”“พูดขนาดนี้ หม่อมฉันอยากรู้แล้วสิว่างานอะไร”“นี่ไง” เขาหยุดที่อยู่ร้านจิลเวลรีใหญ่ซึ่งตกแต่งหรูหราสวยงาม ตั้งอยู่บนทำเลดีเยี่ยม ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปที่ป้ายร้าน อลิชาจึงแหงนหน้าตาม ป้ายชื่อร้านเขียนว่า ‘ALISHA’ “ชารีฟ...” “เธออยากทำไหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status