LOGINประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับต้นๆ ของโลกอย่างมีดีส เพิ่งเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุน เป็นโอกาสอันดีที่ คุณหนูอลิชา ทายาทร้านขายเพชรพลอยย่านพาหุรัดจะหอบอัญมณีสวยๆ ไปโกยเงินจากมหาเศรษฐี แต่เธอเป็นแม่ค้าสวยๆ อยู่ดีๆ ก็ถูกลักพาตัวไปโผล่กลางทะเลทรายด้วยฝีมือโจรเถื่อนถ่อย . ไม่นะ! เธอยังสวยยังซิง จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะถูกอุ้มฆ่า หมวยรับไม่ได้ หมวยจึงแผลงฤทธิ์ใส่ ด่าไฟแลบแบบไม่ซ้ำคำ ด่าให้โจรเถื่อนจดจำไปตลอดชีวิต . ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับต้นๆ ของโลกอย่างมีดีส เพิ่งเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุน เป็นโอกาสอันดีที่ คุณหนูอลิชา ทายาทร้านขายเพชรพลอยย่านพาหุรัดจะหอบอัญมณีสวยๆ ไปโกยเงินจากมหาเศรษฐี แต่เธอเป็นแม่ค้าสวยๆ อยู่ดีๆ ก็ถูกลักพาตัวไปโผล่กลางทะเลทรายด้วยฝีมือโจรเถื่อนถ่อย . ไม่นะ! เธอยังสวยยังซิง จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะถูกอุ้มฆ่า หมวยรับไม่ได้ หมวยจึงแผลงฤทธิ์ใส่ ด่าไฟแลบแบบไม่ซ้ำคำ ด่าให้โจรเถื่อนจดจำไปตลอดชีวิต
View Moreสวัสดีค่ะ วันนี้พบกับนิยายของไอศิกา เรื่อง ‘หวานใจเจ้าทะเลทราย’ เขียนร่วมกับนักเขียนยอดฝีมืออีกท่านหนึ่งนั่นคือคุณนศามณี ชื่อ ‘ระอุรักเจ้าทะเลทราย’ ซึ่งทั้งสองเรื่องเป็นนิยายที่อยู่ในซีรีย์ชุด ‘ดวงใจเจ้าทะเลทราย’ นะคะ
นางเอกของเรื่องหวานใจเจ้าทะเลทรายเป็นสาวหมวย คุณหนูลูกสาวร้านขายเพชรพลอยย่านพาหุรัด ด้วยความช่างคิดและหัวการค้าจัดจ้าน เธอจึงดั้นด้นหอบเพชรหอบพลอยไปขายถึง มีดีส ดินแดนแห่งทะเลทราย เพื่อหวังโกยเงินกลับมาหมุนที่ร้าน แต่แล้วความฉลาดเฉลียวแสนกลของเธอก็สะดุดตาสะดุดใจเจ้าชายชารีฟเข้าอย่างจัง ถึงกับหลุดปากว่าไม่เคยเจอสาวแสบจนน่าจับฟาดก้นขนาดนี้ แถมยังเข้าใจผิดด่าเขาปาวๆ ว่าเป็นโจรเถื่อน ยั่วโมโหเก่งขนาดนี้โจรรูปหล่อจึงจัดการอุ้มเข้าหอเสียเลย ฮ่าๆ
ความแสบๆ คันๆ ของเธอถูกตาต้องใจเจ้าชายเข้าอย่างจัง ไอศิกาก็หวังว่านักอ่านผู้น่ารักทุกท่านจะถูกใจผลงานเล่มนี้นะคะ ขอบคุณทุกอ่านที่อุดหนุนผลงานและขอบคุณทางสำนักพิมพ์ที่ให้โอกาสตีพิมพ์ ไอศิกาฝากผลงานเรื่องต่อๆ ไปด้วยนะคะ และเพื่อความฟินขั้นสุดก็ต้องอ่านให้ครบทั้งซีรีย์ ทั้งไอศิกาและนศามณี ด้วยนะคะ
** ยังสามารถหาซื้อแบบเล่มได้ที่เพจสำนักพิมพ์ไลต์ออฟเลิฟ กาซิบว่าจัดโปรนิยายเก่าเล่มละ 5-10 บาทบ่อยมากกกก
-------------------------------
หากเอ่ยถึงประเทศมีดีส น้อยคนนักที่จะรู้จักว่าประเทศนี้ตั้งอยู่บนตำแหน่งใดของโลก คนที่พอจะเคยรู้จักชื่อมีดีส ต่างก็บอกว่ามีดีสเป็นประเทศทะเลทรายแห้งแล้ง เวิ้งว้างว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้น่าสนใจ หนำซ้ำสงครามอันยาวนานในอดีตและสื่อทั่วโลกรายงานข่าวในแง่ลบไม่หยุดหย่อน ซ้ำเติมให้ประเทศในคาบสมุทรอาหรับแห่งนี้น่ากลัว ไร้เสถียรภาพ
ทว่าความจริงแล้วกลับตรงกันข้าม ประเทศมีดีสคือไข่มุกแห่งตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่ก้าวผ่านกาลเวลามาอย่างทรหดตั้งแต่สองพันห้าร้อยปีก่อนคริสตกาล บรรพบุรุษของชาวมีดีสคืออารยัน ผู้ปกครองอาณาจักรเปอร์เซียอันยิ่งใหญ่ไม่แพ้กรีกและโรมัน สายเลือดอันเข้มข้นถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนปัจจุบันชีคฟาริส อัล มีดีสคือผู้ปกครองสูงสุด
ทันทีที่ชีคฟาริสประกาศจำนวนแหล่งก๊าซธรรมชาติสำรองใต้ผืนดินซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และปริมาณน้ำมันดิบสำรองเป็นอันดับสอง เวทีโลกและโอเปก[1]ต่างหันกลับมามองประเทศมีดีสตาไม่กะพริบ ไม่เพียงทรัพยากรน้ำมันมูลค่ามหาศาลเท่านั้น มีดีสยังเป็นผู้ครอบครองชัยภูมิสำคัญบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มองข้ามไม่ได้ แต่นโยบายปิดประเทศเป็นอุปสรรคสำคัญที่แม้แต่สหรัฐอเมริกากับกลุ่มประเทศอิทธิพลก็ไม่สามารถบีบบังคับมีดีสได้ทั้งสิ้น
“ชีคฟาริสเพิ่งผ่อนปรนและยอมเปิดประเทศเพื่อรับการลงทุนเมื่อไม่นานมานี้”
ท่านอุปทูตมีดีสประจำประเทศไทยเปรยให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยฟัง ใกล้กันนั้นมีเด็กเล็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลานของเจ้าหน้าที่ในสถานทูตกำลังยืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อรอมอบพวงมาลัยต้อนรับ ทุกคนแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำแหน่งไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ใช่ไก่กา บางคนใส่แหวนโกเมนประดับเพชรเม็ดเท่านิ้วโป้งเด็ก ไม่ก็แหวนบุษราคัมสวยงามมีราคา ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้หญิงบางคนก็ติดเข็มกลัดอัญมณีงามสะดุดตา
“จะว่าไปแล้วหากมีดีสจะปิดประเทศไปเรื่อยๆ ก็ไม่เดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย ชีคฟาริสกับท่านชารีฟน้องชายเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างยิ่งในแวดวงกลุ่มประเทศอาหรับ เหตุผลหนึ่งก็คือ ‘สายเลือดสายตรง’ และอีกเหตุผลคือท่านทั้งสองเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง เฉียบขาดและรักษาสัจจะยิ่ง ถ้าทางไทยทำให้ท่านชารีฟพอใจได้ การเจรจาส่งออกสินค้าไปยังมีดีสก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“แล้วอะไรที่จะทำให้ท่านพอใจได้ละครับ” เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยมองไปมองมารอบตัวอย่างอยู่ไม่สุข เสียงเด็กๆ ที่เกณฑ์มาต้อนรับเริ่มดังเจี้ยวแจ้ว นำโดยแม่หนูวัยสามขวบที่เสียงแจ่มแจ๋วกว่าใคร “หรือว่าควรจะเปลี่ยนพวกเด็กๆ ออกแล้วให้สาวสวยๆ มารอต้อนรับแทน”
ท่านอุปทูตยักไหล่ “ไม่รู้สิ นั่นเป็นหน้าที่ของทางฝ่ายคุณที่จะเสนอมา ถ้าทางเบื้องบนพิจารณาแล้วว่าประเทศชาติได้ผลประโยชน์สูงสุด ทางคุณก็ย่อมได้เป็นคู่ค้ากับมีดีสแน่นอน”
สถานทูตมีดีสตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ เป็นเรือนไทยเก่าแก่สไตล์ตะวันตก ลวดลายไม้แกะสลักสวยงาม ทั้งช่องลมเหนือประตูหน้าต่างและวัสดุอย่างไม้เนื้อแข็งหายาก เดิมทีเจ้าของเก่าจะรื้อทิ้งเพื่อขายที่ แต่บุคคลระดับสูงของมีดีสเกิดชอบที่นี่มากจึงสั่งให้ซื้อไว้และรีโนเวทโดยคงรูปแบบและงานแกะสลักแสนอ่อนหวานเปี่ยมด้วยมนต์ขลังไว้ วันนี้บรรยากาศอันร่มรื่นภายในสถานทูตตกแต่งไปด้วยดอกไม้และมีกิจกรรมต้อนรับคณะผู้นำที่กำลังเดินทางไกลมาถึง แม้จะเป็นการเดินทางมาแบบไม่เป็นทางการ แต่ทางฝ่ายไทยก็ขอร่วมเป็นเจ้าภาพ เตรียมพร้อมและอำนวยความสะดวกเต็มที่
ไม่นานนักรถลีมูซีนคันใหญ่ติดตามด้วยรถคุ้มกันสองคันพร้อมองครักษ์ติดอาวุธ แล่นผ่านแนวกำแพงสูงและป้อมรักษาการเข้ามาถึงหน้าอาคารสถานทูต เจ้าหน้าที่ทูตรีบเข้าไปเปิดประตูรถอย่างนอบน้อมทันที
และบุคคลสำคัญก็ก้าวลงมาจากรถ ดวงตาของเขาดุดัน ปราศจากรอยยิ้ม ทุกคนล้วนแสดงความยำเกรงโดยไม่ต้องมีผู้ใดบอก
เขาเป็นบุรุษร่างสูงใหญ่ ทุกย่างก้าวสง่างามและผึ่งผาย วงคิ้วเข้มเหมือนวาดขึ้น แววตาลุ่มลึกดุจเหยี่ยว มีประกายความร้อนแรงแฝงอยู่ทั่วทุกอณู แล้วไหนจะมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ แข็งแกร่งทรงพลังราวกับเพชรน้ำเอก หากโลกสร้างตัวแทนของทุกสิ่งทุกอย่างไว้ตามคำสั่งของเบื้องบน ชายหนุ่มผู้นี้ย่อมเป็นตัวแทนของความสง่างามอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาสวมสูทสากลเคร่งขรึมและผ้ากูตราห์ซึ่งเป็นผ้าคลุมศีรษะลายตาหมากรุกสีขาวแดงตามแบบฉบับชาวตะวันออกกลาง ด้วยสายเลือดบริสุทธิ์ที่สืบยอดไปได้ถึงพระเจ้าอาลีชาห์ ผู้ซึ่งเคยครองราชย์กษัตริย์แห่งราชวงศ์กอญัร ดังนั้นเขาคือกฎหมาย
“ท่านผู้นี้คือท่านชารีฟ อัล มีดีส ดำรงตำแหน่งวาลีแห่งเฟซซาน และมาในฐานะตัวแทนของชีคฟาริส เวลาที่พวกยุโรปหรืออเมริกาต้องการเจรจากับรัฐบาลมีดีส คนแรกที่ต้องคลานเข้าไปพบก็คือวาลีชารีฟคนนี้นี่แหละ”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกระซิบบอกกันเพราะหมายกำหนดการจะรู้แค่รายละเอียดคร่าวๆ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เฟซซานคือเขตขุดเจาะน้ำมันซึ่งเป็นไข่มุกทองคำในสายตาโลก ส่วนตำแหน่งวาลี (Wali) นั้นเป็นตำแหน่งใหญ่เทียบเท่าผู้ว่าการดินแดน บริหารและดำเนินกิจการตามคำสั่งจากศูนย์กลาง ชีคฟาริสต้องการแต่งตั้งน้องชายให้เป็นเคดิฟ (Khedive) หรืออุปราชผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน แต่ชารีฟปฏิเสธ
“ประเทศไทยไม่ค่อยได้รับพิจารณาจากท่านชารีฟ ทางเบื้องบนอยากจะเจรจาส่งออกสินค้าและนำเข้าน้ำมันจากมีดีสก็เลยยากหน่อย” เจ้าหน้าที่คนเดิมกระซิบต่อ
“ทำไมละ”
“มีข่าวลือว่าเมื่อหลายปีก่อน มีสาวสวยคนหนึ่งก่อเรื่องขโมยแหวนเพชรในวังของพระองค์ ตอนนั้นตามจับกันให้วุ่นแต่นางโจรก็หนีรอดไปได้ คาดเดากันว่าเป็นสาวไทย”
[1] องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) หรือ โอเปก
“ฉันไม่ได้รังเกียจชาติกำเนิดของเธอหรอกนะ หากเขากำหนดให้เธอเป็นแค่เมียเก็บ ฉันก็จะไม่สนใจเข้ามายุ่ง แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยมีหญิงต่างชาติได้ฐานะอะมิรามาก่อน เรื่องนี้ใหม่สำหรับกลุ่มราชวงศ์มาก ตามความเห็นของฉันแล้วความรู้สึกที่ชารีฟมีให้เธอ มันคือความหลง... ดังนั้นรับเงินนี่ไปซะและหายไปจากเขาเงียบๆ เถอะ”“หม่อมฉันขอปฏิเสธเพคะ” อลิชากำหมัดแน่น ริมฝีปากเม้มแน่นจนได้รสเลือดแม้ว่าจะกำลังถูกข่มขวัญด้วยใบหน้านิ่งขรึมเย็นชาของอีกฝ่ายก็ตาม เธอต่อต้านคำสั่งนี้ด้วยการหยิบเช็คนั่นขึ้นมาฉีกเป็นสองเสี่ยงแล้ววางลงตรงหน้า ชีคฟาริสจึงหลับตาลง มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นสูงพลางประสานมือไว้บนโต๊ะ“นึกแล้วว่าจะต้องปฏิเสธ แต่เชื่อเถอะว่าฉันไม่ได้คิดร้ายเลยแม้แต่น้อย นั่นก็คือเพื่อตัวเธอเองด้วย”อลิชากลั้นน้ำตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเด็ดขาด เธอเรียกร้องขออิสระจากชารีฟมาตลอด แต่นาทีนี้มันกลับเจ็บปวด ชีคฟาริสไม่ได้พูดผิดเลยแม้แต่คำเดียว ในใจลึกๆ แล้วเธอก็ยังลังเลไม่มั่นใจและหวาดกลัว เขามองเห็นความทรมานที่ฉายชัดออกมาจากแววตาของเธอ เขาจึงหลับตาลงพลางเอน
อลิชากลั้นหายใจเมื่อก้าวออกจากลิฟต์ซึ่งเปิดสู่ชั้นบนสุดของตึกที่สูงที่สุดและทันสมัยที่สุดของมีดีส มีหัวหน้าเลขานุการของชีคฟาริสรอเปิดประตูให้อยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาพาเธอเดินไปตามพรมหนานุ่มที่ปูไปจนสุดทางเดิน เข้าไปในห้องใหญ่อีกห้องผนังห้องห้องชุดที่ประทับเรียงรายด้วยหนังสือ ประดับประดาด้วยรูปถ่ายขนาดใหญ่เท่าตัวจริงของชีคฟาริส แบบเดียวกับที่มีรูปของชารีฟในวังคาซาน นอกจากรูปถ่ายของพระองค์แล้ว ยังมีรูปถ่ายฝีพระหัตถ์อีกหลายรูป เช่นรูปเหยี่ยวกำลังโผจับกระต่าย รูปสุนัขจิ้งจอกทะเลทรายกำลังวิ่งสุดฝีเท้า ถัดไปเป็นรูปท้องทุ่งสวยๆ มีดอกไม้หลากสี รูปทะเลสาบ เป็นต้น เฟอร์นิเจอร์ไม้เคร่งขรึม ตกแต่งด้วยสไตล์อนุรักษ์นิยม ดูขึงขังเย็นชาและอลิชาก็ยืนอย่างสงบนิ่งต่อหน้าชีคฟาริส ชายผู้อยู่เหนือผู้คนทั้งปวงเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามหาตัวจับได้ยากยิ่ง รอยยิ้มและเรียวปากแสนจะมีเสน่ห์ เขาดูเคร่งขรึมแต่ก็อบอุ่นน่ามอง เป็นภาพลักษณ์ของผู้นำที่ดึงดูดผู้คนให้เข้าหา ชารีฟเหมือนสิงโตหนุ่มดุร้าย แต่บุคลิกของชายคนนี้คือเหยี่ยวผู้น่าเกรงขาม เธอเห็นเค้าโครงใบหน้าคมเข
“เราสองคนหลงรักกันตั้งแต่แรกพบเลยเสด็จแม่” อลิชาฟังแล้วหันไปมองหน้า คนอาไร้เข้าข้างตัวเองสุดๆ รักแรกพบอะไรกัน เกลียดแรกพบมากกว่า“จริงหรือ มีคนรายงานแม่ว่าลูกเสียมารยาทต่ออลิชา กอดกันจนถูกมุตตาวาตี”“มีเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อย แต่สรุปแล้วเธอน่ารักจนลูกวิ่งตามจีบไปทั่วทะเลทรายเลยพ่ะย่ะค่ะ เธอทั้งดื้อทั้งเถียงเก่ง รับรองว่าพูดเก่ง พูดทั้งวัน”“ตามจีบหรือตามไล่ตี เอาดีๆ พูดเก่งพูดทั้งวันอะไร ทีกุ๊กไก่ของชารีฟเอียงซ้าย หม่อมฉันยังไม่พูดเลยนะ” อลิชากระซิบเสียงเขียว ชารีฟจึงกระซิบตอบแบบที่ได้ยินกันแค่สองคน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าชายกระซิบบอกอะไร ชายาตัวน้อยถึงได้หน้าแดงก่ำ พอสบตาท่านหญิง เธอก็ตื่นเต้นจนลนลาน แทบอยากพุ่งทะลุออกจากหน้าต่างไปด้วยความอาย ท่านหญิงก็ไม่ได้ตำหนิอะไร ท่านส่งยิ้มอ่อนโยนให้ อลิชาจึงเห็นเค้าโครงใบหน้าอันงดงามซึ่งชารีฟได้รับถ่ายทอดจากท่านหญิงอย่างเต็มเปี่ยม และเขาไม่ใช่สามีของเธอคนเดียว ฐานะสูงส่งของเขาไม่ได้มีอิสระมากมายถ้าเลือกที่จะอยู่ท
เมื่อประตูห้องพักผ่อนชมสวนของท่านหญิงเปิดออก ภายในห้องมีเจ้านายฝ่ายสตรีที่ไปมาหาสู่กันและกำลังพูดคุยอย่างออกรส พอเธอมาถึง เสียงพูดคุยก็เงียบลง ทุกสายตาหันมา หัวใจของเธอก็แทบจะแช่แข็ง ถ้าไม่ได้เขากุมมือเธอไว้ เธอคงจะเข่าอ่อนลงไปกลิ้งที่พื้นแล้ว“เวลาเธอตื่นเต้นแล้วจมูกบานจังนะ”“เดี๋ยวเถอะ มันใช่เวลาแซวกันไหม!” อลิชาหันไปถลึงตาใส่คนข้างๆ ลืมไปเลยว่าเมื่อครู่เกือบจะเป็นลม ท่านหญิงทรงนั่งเอนหลังอยู่ที่โซฟาหนังตัวใหญ่ สีหน้าดูอิดโรยแต่พอเจอหน้าลูกชาย ท่านหญิงก็ดีใจมาก ชารีฟเข้าไปโอบกอดท่านหญิงดีนาร์ จุมพิตแก้มกันอย่างรักใคร่สนิทสนม พร้อมทั้งทักทายพระญาติ มีทั้งป้าน้าอาและมีหญิงสาวหน้าตางดงามสะสวยคนหนึ่งมองมาที่อลิชาอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไรอลิชามองกลับและส่งยิ้มให้“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีเพคะอะมิรา” หญิงสาวคนนั้นตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงดี ดวงตาของเธอสวยชวนประทับใจมาก ชุดกับเครื่องประดับก็งดงามชวนฝัน ไม่มากไม่น้อยแต่ดูสูงส่ง เธอแนะนำตัวว่าชื่อซาฮิร่า“หม่อมฉันเคยเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายเพคะ แต่ก