Teilen

บทที่ 8 : ภารกิจอาณาเขต

last update Veröffentlichungsdatum: 30.03.2026 07:30:21

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้

ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยว

มวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปะทุจากใต้ฝ่าเท้าจนต้นไม้โบราณหักโค่น กลิ่นอายความตายทะลักทลายออกมาจากใจกลางป่าลึก

"หยุดก่อน!"

บรรพชนจิ้งจอกเก้าหางตวาดลั่น หูจิ้งจอกสีน้ำตาลแดงกระตุกรับคลื่นเสียงความถี่ต่ำ นัยน์ตาเรียวสวยที่เคยเปี่ยมด้วยตัณหาแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นเฉียบขาดดุจน้ำแข็ง

"รอยแยกอเวจีใจกลางป่ากำลังจะเปิดออก! หน้าที่ค้ำยันอาณาเขตคือสิ่งสำคัญที่สุด พวกเราคือจ้าวบรรพกาล... จะมาเสียสติทิ้งภารกิจใหญ่หลวงของเผ่าพันธุ์ เพียงเพราะตามดมกลิ่นสตรีแค่นางเดียวไม่ได้! หากป่าหมอกล่มสลาย ทุกสิ่งก็จบสิ้น... ดึงสติกลับมาซะ!"

ยอดบุรุษอีกสี่คนชะงักฝีเท้ากะทันหัน สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างร้องเตือนถึงภัยพิบัติระดับทำลายล้าง ทว่ากลิ่นหอมหวานของสตรีปริศนายังคงยั่วยวนอยู่เบื้องหน้าเพียงเอื้อมมือ!

"น่าชังนัก..." จ้าวราชสีห์ทองคำคำรามต่ำในลำคอ กำปั้นหลุนๆ ทุบกระแทกโขดหินใหญ่จนแหลกเป็นผุยผง นัยน์ตาสีอำพันขีดตั้งขวางวาวโรจน์ "ขัดใจข้ายิ่งนัก! ฝากไว้ก่อนเถิด... หน้าที่ต้องมาก่อน! ไปสับพวกเดรัจฉานอเวจีนั่นซะ!"

สิ้นคำสั่งจ่าฝูง เงาร่างมหึมาทั้งห้าสายจำใจสะบัดหน้าหนี พุ่งทะยานฝ่าม่านหมอกกลับเข้าสู่ใจกลางความตายด้วยความเร็วที่ฉีกมวลอากาศจนเกิดเสียงหวีดแหลม

สี่ชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ภายในมิติโอสถสวรรค์ หาได้มีความสงบสุขหรือการหลับใหลอย่างที่ควรจะเป็น อดีตมือสังหารไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าแม้แต่จิบชาเดียว ทันทีที่น้ำพุวิญญาณเยียวยาความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้น เซียวหนิงเยว่ก็แปรสภาพตนเองเป็นเครื่องจักรแห่งการเพาะปลูกที่คำนวณทุกจอบด้วยความแม่นยำ

หญิงสาวใช้เวลาสี่ชั่วยามเต็มในการขุด พรวน และหย่อนเมล็ดไชเท้าวิญญาณลงดิน

จอบเหล็กถูกฟาดฟันลงเบื้องล่าง ทุกจังหวะคือการคำนวณจุดตายและองศาที่แม่นยำราวกับกำลังปลิดชีพเป้าหมาย สตรีตั้งครรภ์เหงื่อโซมกาย ทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น สัญชาตญาณนักล่าร้องเตือนว่าการพึ่งพาเวลาอันจำกัดของมิติไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

หากถูกผลักไสออกไปสู่โลกภายนอกในรอบนี้ นางจะไม่ยอมตกเป็นเพียงเหยื่อที่เอาแต่วิ่งหนีซุกซ่อน เพื่อรอเวลาเข้ามิติอย่างเลื่อนลอยอีกต่อไป มารดาของแฝดห้าจำต้องสร้างฐานที่มั่นถาวร... อาณาเขตปลอดภัยในโลกจริงที่สามารถปกป้องและหล่อเลี้ยงก้อนแป้งจอมตะกละพวกนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

[ติ๊ง! เก็บเกี่ยวหัวไชเท้าวิญญาณลอตแรกสำเร็จ! ค่าประสบการณ์มิติถึงเกณฑ์ที่กำหนด!]

[ปลดล็อกภารกิจพิเศษ: 'อาณาเขตแดนสวรรค์โลกภายนอก'!]

[เงื่อนไข: ผู้สืบทอดต้องใช้ 'แต้มระบบ 150 แต้ม' เพื่อแลกเปลี่ยน 'ค่ายกลลวงตาหลบซ่อน' และ 'เรือนไม้ขนาดกลาง' สำหรับติดตั้งในโลกแห่งความเป็นจริง!]

เซียวหนิงเยว่แสยะยิ้มมุมปาก ขณะใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไหลซึมตามกรอบหน้า "ในที่สุด... ก็มีของรางวัลที่คุ้มค่าเหนื่อยเสียที"

ทว่ายังไม่ทันได้คิดคำนวณหาวิธีล่าแต้ม เสียงเย็นเยียบของกลไกก็ดังขัดขึ้น

[หมดเวลาพำนัก 4 ชั่วยาม... ทำการส่งตัวผู้สืบทอดกลับสู่โลกภายนอก!]

วูบ!

พริบตาเดียว ร่างบอบบางถูกดึงกลับมายืนอยู่หน้าโพรงไม้โบราณในป่าหมอกอสูรที่เดิม ทันทีที่ปลายเท้าแตะสัมผัสพื้น สัญชาตญาณระวังภัยของอดีตนักฆ่าก็กรีดร้องลั่น ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายลุกชัน!

สภาพป่าหมอกอสูรเบื้องหน้า... เปลี่ยนแปลงไปราวกับขุมนรก!

ท้องฟ้าทิศตะวันออกเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือด แรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นปะทุจากใต้ฝ่าเท้าเป็นระลอก การต่อสู้ระดับมหาประลัยบางอย่างที่กินเวลายาวนานหลายชั่วยามกำลังดำเนินอยู่ใจกลางป่าลึก!

ผลกระทบจากแรงปะทะนั้น ทำให้ฝูงสัตว์กลายพันธุ์ระดับต่ำรอบนอกป่าหมอกอสูรตกอยู่ในความโกลาหล ฝูงเดรัจฉานวิ่งหนีตายอพยพออกห่างจากจุดศูนย์กลาง เหยียบย่ำกันเองดุจคลื่นคลั่ง

ทว่าท่ามกลางความตื่นตระหนกของสรรพสัตว์ เงาร่างบอบบางของอดีตนักฆ่ากลับกระโดดพลิ้วตัวขึ้นไปยืนหยัดอยู่บนกิ่งไม้สูง สูดดมกลิ่นคาวเลือดที่ลอยคละคลุ้งด้วยแววตาพญาเหยี่ยว

วิกฤตของผู้อื่น คือขุมทรัพย์ของมือสังหาร!

"หนีตายกันให้พล่านเชียว... ข้างในนั้นคงสู้กันดุเดือดน่าดู" เซียวหนิงเยว่กระชับมีดสั้นในมือแน่น นัยน์ตาสาดประกายอำมหิตระคนยินดี "ช่างประจวบเหมาะ ข้ากำลังขาดแคลนแต้มระบบเพื่อสร้างอาณาเขตอยู่พอดี... พวกเจ้าจงสละแก่นผลึกมาเสียดีๆ เถิด!"

ร่างบอบบางทิ้งตัวลงจากกิ่งไม้ดุจมัจจุราชไร้เงา พุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิอสูรที่กำลังแตกตื่น!

มีดสั้นตวัดปาดคอหอยหมูป่าอสูรที่วิ่งเตลิดมาทางด้านหน้า เลือดสีข้นสาดกระเซ็นย้อมใบหญ้า ร่างบอบบางเบี่ยงหลบกรงเล็บหมาป่ากลายพันธุ์อีกตัว สองมือคว้าจับข้อต่อลำคอศัตรูแล้วบิดหมุนด้วยองศามรณะ

กร๊อบ! การสังหารดำเนินไปอย่างดิบเถื่อน รวดเร็ว และแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวคือการเจาะทะลวงจุดตาย สตรีตั้งครรภ์ใช้สรีระอันปราดเปรียวและทักษะการลอบสังหารระยะประชิดชำแหละอสูรทมิฬไปนับสิบตัว กรีดกะโหลกล้วงเอาแก่นผลึกพลังงานอาบเลือดออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

"ระบบ รับของสังเวยไปซะ!"

ริมฝีปากซีดเซียวแสยะยิ้มเยือกเย็น ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับจี้สร้อยมิติสีเขียวกลางหน้าอก โยนแก่นผลึกอสูรระดับต่ำสิบห้าชิ้นเข้าสู่หน้าต่างแลกเปลี่ยนของมิติโอสถสวรรค์อย่างต่อเนื่อง!

[ติ๊ง! ตรวจพบแก่นอสูรกลายพันธุ์ระดับต่ำ 15 ชิ้น... ทำการแปลงสภาพ... ได้รับแต้มระบบ 150 แต้ม!] [แต้มสะสมเพียงพอ! ทำการหักแต้มเพื่อแลกซื้อ 'ค่ายกลลวงตาหลบซ่อน' และ 'เรือนไม้ขนาดกลาง' เสร็จสิ้น!]

"ใช้เรี่ยวแรงแลกความมั่นคง... ช่างเป็นกฎเกณฑ์ที่ยุติธรรมเสียจริง"

เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ กวาดสายตามองทรัพยากรชิ้นใหม่ในคลังเก็บของด้วยความพึงพอใจ ทักษะการรีดเค้นผลประโยชน์จากซากศพคืองานถนัดของมือสังหารอันดับหนึ่ง!

อดีตนักฆ่าเร้นกายออกจากสมรภูมิเลือด มุ่งหน้าสู่ทิศใต้อันเงียบสงบ จมูกดมกลิ่นความชื้นผสานกับเสียงน้ำไหลริน จนค้นพบแหล่งน้ำบริสุทธิ์สายเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก ปลายนิ้วเรียวสัมผัสจี้สร้อยมิติอีกครั้ง เรียกใช้งานทรัพยากรระดับสูงทันที

วูบ!

ม่านพลังงานไร้สีแผ่ขยายออกครอบคลุมรัศมีหนึ่งร้อยก้าว ภูมิทัศน์รอบด้านถูกบิดเบือน หากมองจากภายนอก พื้นที่อาณาเขตนี้จะกลายเป็นเพียงพุ่มไม้หนาทึบและเถาวัลย์มีพิษที่ไม่มีสัตว์อสูรตนใดอยากเฉียดใกล้

เมื่อกางอาณาเขตปลอดภัยเสร็จสิ้น เรือนไม้ขนาดกลางสภาพสมบูรณ์ก็ถูกอัญเชิญมาตั้งตระหง่านอยู่ริมลำธาร กลิ่นหอมของไม้สนอบอวลให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

เซียวหนิงเยว่ปาดหยาดเลือดที่กระเซ็นเปื้อนกรอบหน้า ฝ่ามือลูบหน้าท้องแบนราบที่เริ่มนิ่งสงบลง ก้อนแป้งทั้งห้าดิ้นดุ๊กดิ๊กแผ่วเบา คล้ายพึงพอใจกับความปลอดภัยและปราณวิญญาณที่แผ่ออกมาจากค่ายกลลวงตา พวกมันหยุดเรียกร้องพลังงานชั่วคราว เปิดโอกาสให้มารดาสายโหดได้ทิ้งตัวนั่งพักบนชานเรือน

ทว่าความเงียบสงบในป่าหมอกอสูรมักมีอายุขัยเพียงชั่วอึดใจเดียวเสมอ!

สตรีอุ้มท้องกำลังจะก้าวเท้าผลักบานประตูเรือนไม้ จู่ๆ คลื่นพลังงานระดับมหาประลัยก็ปะทุขึ้น!

ตูมมมม!!!

แรงระเบิดมหาศาลจากรอยแยกใจกลางป่าหมอกอสูรกระแทกผืนปฐพีจนแยกออกเป็นสาย! คลื่นลมกรรโชกแรงดุจพายุหมุนทะลวงฟ้ากวาดทำลายต้นไม้โบราณจนราบเป็นหน้ากลอง แรงอัดอากาศรุนแรงทะลวงพ้นม่านหมอก กระแทกเข้ากับขอบเขตค่ายกลลวงตาหลบซ่อนจนเกิดรอยร้าวและสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง!

กลิ่นคาวเลือดเดือดพล่านและกลิ่นอายความตายลอยคลุ้งมาตามสายลมปะทะจมูก

เซียวหนิงเยว่หยัดกายยืนมั่นคง สองเท้าจิกพื้นชานเรือนแน่น สัญชาตญาณระวังภัยกรีดร้องจนม่านตาหดแคบลง อดีตนักฆ่าหรี่ตามองท้องฟ้าที่แตกร้าวเป็นริ้วสีเลือด นัยน์ตาสีดำสนิทแฝงความเยือกเย็นขณะประเมินสถานการณ์ตรงหน้า

"พลังระดับกวาดล้าง... ใครกันที่กำลังต่อสู้อยู่ตรงนั้น?"

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 250 : ก่อนโรคระบาดจะแพร่

    [ติ๊ง! ตรวจพบเชื้อราสายพันธุ์ใหม่][ชื่อที่ระบบบันทึก: เชื้อรากลืนปราณ][ระดับภัย: สูง][ความเร็วการแพร่: เกินแบบจำลองทุกแบบที่ระบบมี]ตัวอักษรเหล่านั้นลอยขึ้นตรงหน้าเซียวหนิงเยว่ ขณะที่ช้อนข้าวต้มคำที่สี่กำลังจะเข้าปากน้องเล็กเช้าวันที่ห้าสิบแปดของเขตกลาง ลูกหมีอ้าปากรออยู่ นายหญิงวางช้อนลงในชามก่อน อ่านหน้าต่างนั้นจนจบทุกบรรทัด อ่านซ้ำอีกรอบ แล้วจึงหยิบช้อนขึ้นมาป้อนต่อ คำที่ห้า คำที่หก จนข้าวต้มหมดชาม ไม่เร่งสักคำ ครั้นน้องเล็กเรอเบาออกมาอย่างพอใจ มารดาก็ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบข้าวที่มุมปากลูกให้ แตะจมูกกลมหนึ่งที แล้วจึงลุกไปที่โต๊ะกลางห้าจ้าวรออยู่ก่อนแล้ว ม่ออู๋เหินไม่ได้นอนมาสองคืน นายหญิงไม่อ้อมค้อม เล่าเป็น 'บันทึกของแม่' ตามที่เคยทำมาตลอด ว่าสิ่งที่จ้าวอสรพิษพบในถ้วยเมื่อวาน บัดนี้มีชื่อแล้ว ชื่อว่าเชื้อรากลืนปราณ และมันแพร่เร็วกว่าที่ผู้ใดในเรือนนี้จะคาดได้นายหญิงถามระบบในใจเป็นคำถามเดียวที่สำคัญ ว่าเร็วเพียงใด หน้าต่างตอบกลับมาเพียงบรรทัดเดียว[ประมาณการ: แปลงพืชวิญญาณในเขตที่มีเชื้อ จะเหี่ยวเกินครึ่งภายในสามสิบวัน หากไม่มีการกั้น]หญิงสาวไม่ได้บอกตัวเลขนี้กับผู้ใด ทว่าบวกล

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 249 : เชื้อที่ไม่เคยเจอ

    ใยสีเทาเส้นหนึ่ง บางกว่าเส้นผม ทอดยาวจากเม็ดถั่วเน่าในก้นถ้วยขึ้นไปเกาะผนังกระเบื้องขาว ใต้แสงตะเกียงดวงเดียว ปลายใยนั้นขยับได้เอง ช้า ทีละน้อย ดุจปลายนิ้วของสิ่งมีชีวิตที่กำลังคลำหาทางในความมืดม่ออู๋เหินจ้องใยเส้นนั้นอยู่นาน ไม่กะพริบตายามดึกคืนวันที่ห้าสิบเจ็ดของเขตกลาง โรงเก็บโอสถยังสว่างอยู่หลังเดียวในฟาร์ม ถ้วยตัวอย่างสามสิบใบเรียงเป็นแถวบนโต๊ะยาว ดินจากเขตกลางที่เก็บทุกสามวันนับแต่วันที่สามสิบหก เม็ดถั่วเน่าจากคลังของสยงป้าจ้าน และเศษเชือกป่านรุ่นที่หูจิ่วเยวียนแกะออกจากกระสอบทั้งคลัง จ้าวอสรพิษหยดน้ำปราณลงทีละถ้วย ใยเทาในถ้วยที่มาจากดินกองสามกับเชือกรุ่นนั้นหดตัวหนีหยดน้ำทันที ทว่าเพียงอึดใจเดียวก็คลายตัวกลับมาเกาะที่เดิมม่ออู๋เหินเปลี่ยนเป็นหยดพิษ หยดแรกจางที่สุด ใยไม่สะทกสะท้าน หยดที่สองแรงขึ้น ใยยังเกาะนิ่ง หยดที่สามแรงพอฆ่าหนอนทั้งรัง ใยเทาจึงหดตัวแล้วดำลง ทว่าต้นกล้าถั่วในถ้วยเดียวกันก็ดำลงพร้อมกัน ใบสุดท้ายร่วงลงก้นถ้วยโดยไม่ทันได้เหี่ยวจ้าวอสรพิษลองอีกทาง ยกถ้วยหนึ่งขึ้นอังเหนือเปลวตะเกียงให้อุ่นทีละน้อย ใยเทาหดตัวลงก้นถ้วยดุจหอยทากหดเข้าเปลือก ครั้นวางถ้วยลงได้ครู่เ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 248 : เสบียงที่เริ่มเน่าผิดปกติ

    กลิ่นหวานแปร่งลอยออกมาทันทีที่ประตูคลังหลังโรงครัวถูกเปิด กลิ่นเดียวกับดินกองสามที่ยังติดจมูกนายหญิงมาตั้งแต่สิบเก้าวันก่อน ต้นกลิ่นคือกระสอบหมั่นโถวแห้งใบหนึ่งบนชั้นกลาง กระสอบที่สยงป้าจ้านมัดปากเองกับมือ ผูกเงื่อนขมวดสองชั้นแน่นจนเชือกตึงเปรี๊ยะรุ่งเช้าวันที่ห้าสิบห้าของเขตกลาง จ้าวหมีมาเปิดคลังเร็วกว่าทุกวัน เพราะเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนอนเมื่อคืน น้องเล็กเปิดโถขนมงาของตัวเองตามเคย ขนมสองชิ้นที่ลูกหมีนับไว้ทุกคืนนอนอยู่ก้นโถ ตรงกลางทั้งสองชิ้นกลับมีจุดสีเทาขึ้นเท่าเมล็ดถั่ว ฟูนุ่มดุจขนแมว ลูกหมีมองนิ่งไปนาน แล้วเงยหน้าขึ้นมองแม่ ริมฝีปากเล็กสั่น"ขนม ข้า เน่า"พูดจบก็ร้องไห้โฮ เซียวหนิงเยว่ยกโถออกจากมือลูกทันที วางไว้ไกลบนชั้นสูง แล้วพาลูกไปล้างมือที่อ่างหลังห้อง ถูทุกนิ้วด้วยน้ำปราณจนสะอาด จากนั้นจึงอุ้มทั้งตัวไปที่โรงครัวกลางดึก จุดเตาขึ้นใหม่ นวดแป้งงาขึ้นหนึ่งก้อน ให้ลูกหมีกดแป้งลงพิมพ์ไม้เองทุกชิ้น ครบสามชิ้นพอดี ลูกหมีกดแรงจนแป้งล้นพิมพ์ แต่ก็หยุดร้องไห้ตั้งแต่ชิ้นแรกส่วนพี่ใหญ่ที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของน้อง ยืนกำหมัดอยู่ข้างเตียง มือทั้งสองร้อนขึ้นจนผ้าห่มส่

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 247 : ม่านมายาชั้นใหม่

    ด้ายเส้นหนึ่งพาดผ่านหลังมือขณะเดินผ่านแนวต้นท้อ บางเท่าใยแมงมุม ซ่าวาบเหมือนน้ำค้างแตะผิวแล้วหายไป เซียวหนิงเยว่หยุดเท้า ยกมือขึ้นดู ไม่เห็นสิ่งใดเลย ทว่ารอบเขตกลางในยามนี้ ทุกช่วงลมที่พัดผ่าน ล้วนมีด้ายแบบเดียวกันขึงอยู่นับพันเส้นวันที่สี่สิบแปดของเขตกลาง หูจิ่วเยวียนถักม่านชั้นใหม่มาสามวันสามคืนแล้วโดยไม่หยุดพัก ม่านชั้นนอกที่ผูกไว้ตั้งแต่วันเปิดเขตกันการมองเห็นกับกลิ่น ส่วนชั้นที่สามซึ่งกำลังถักทับลงไปทั้งบนเขตกลางและฟาร์มหลัก จะกันอีกสิ่งหนึ่ง คือเสียงปลอมหากผู้ใดเลียนเสียงคนในฟาร์มขึ้นภายในม่านนี้ เสียงที่เลียนจะแตกออก เหลือเพียงเสียงจริงของผู้พูด ห้าจ้าวรู้ดีว่าเหตุใดจ้าวจิ้งจอกจึงถักม่านชั้นนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน ทว่าไร้ผู้ใดเอ่ยถึงคืนนั้นในโรงเก็บของ คืนที่เสียงหนึ่งเรียกพี่รองให้วิ่งไปหาตี้อ๋าวเทียนรู้เพียงว่าต้องทำสิ่งใด ทุกเช้าจะมารับพี่รองไปที่แปลงหญ้า สอนให้เลียนเสียงนกกระจาบ นกเขา นกยาง ตลอดครึ่งวัน เพื่อไม่ให้ลูกจิ้งจอกตามมาเกาะชายเสื้อพ่อจนด้ายพันกันยุ่ง พี่รองเลียนเสียงนกได้ครบทุกตัวที่ราชสีห์ชี้ แล้วหันมาเลียนเสียงคำรามของพ่อราชสีห์เองด้วย คนสอนหัวเราะจนไหล่สั่นตลอด

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 246 : ผลผลิตที่ไม่มีใครกักได้

    กระสอบข้าวทะเลของตระกูลข่งใบหนึ่งพิงอยู่กับผนังไม้ในโรงหลังเรือนพักของผู้สังเกตการณ์ ตราปักรูปขนนกยูงยังชัดอยู่ที่มุมกระสอบ เชือกผูกปากยังเป็นเงื่อนขมวดสองชั้น แบบเดียวกับที่ทุกถุงในโกดังเร้นเงาถูกผูกมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดฟาร์มกระสอบใบนั้นไม่ควรอยู่ตรงนั้นพลบค่ำวันที่สี่สิบสองของเขตกลาง พี่รองทำงานไล่นกที่โรงเก็บผลผลิตเป็นวันที่สิบสาม ไห่ยวี่เจ๋อนั่งอยู่บนขั้นบันไดหลังโรง หลิวซานกำลังนับตะกร้าเปล่า ลูกจิ้งจอกยืนเขย่งเท้าอยู่หลังม่านชั้นนอก มองลอดแนวด้ายมายาออกไปทางเรือนพักหลังใหม่ ผู้ติดตามสองคนของชายแขนเสื้อปักเมฆกำลังแบกกระสอบออกทางประตูหลังโรงเก็บ ทีละใบ ไม่จุดคบไฟ"ใบที่สิบเอ็ด ระวังเชือกหลุด" เสียงหนึ่งกระซิบ"เหลือใบเดียว ก่อนยามแรก" อีกเสียงตอบพี่รองเลียนทั้งสองเสียงซ้ำทุกถ้อยคำ เสียงต่ำแหบของคนหนึ่ง เสียงสั้นห้วนของอีกคน ไม่ผิดเพี้ยนสักคำ แล้ววิ่งพรวดไปหาแม่ที่ระเบียงเรือน กระโดดเกาะชายกระโปรงไว้แน่น"ลุง นั่น ซ่อน ของ"เซียวหนิงเยว่ไม่ถามว่าลูกไปแอบดูมาได้อย่างไร ไม่ถามว่าใครพาไป นายหญิงช้อนตัวลูกขึ้นแนบอกก่อนสิ่งใด แล้วถามเพียงข้อเดียว"มีใครเห็นเจ้าหรือไม่"ลูกจิ้งจอกส่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 245 : ปัญหาที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

    หวานแปร่งคล้ายผลไม้ช้ำที่ถูกทิ้งไว้ข้ามคืน กลิ่นนั้นลอยขึ้นจากดินร่วนตรงมุมแปลงถั่วของตระกูลข่ง บางเบาจนผู้ใหญ่เดินผ่านไปหลายสิบคนโดยไร้คนเหลียวมอง มีเพียงเด็กคนหนึ่งที่หยุดเท้าวันที่สามสิบหกของเขตกลาง น้องสามทำงานไล่แมลงตามบันทึกของแม่เหมือนทุกเช้า หูจิ่วเยวียนเดินตามอยู่ห่างสองก้าว คนงานหนุ่มอีกคนหิ้วตะกร้าใบไม้ตามหลัง ลูกอสรพิษไล่แมลงพ้นแปลงสมุนไพร ผ่านแปลงหญ้า แล้วจึงมาถึงแปลงถั่วติดรั้วฝั่งใต้ ก้าวไปได้ครึ่งแปลงก็หยุดนิ่ง ย่อตัวลงจนจมูกแทบชิดผิวดินเด็กน้อยหยดพิษจางลงบนใบถั่วใบหนึ่งตามที่พ่อสอนไว้ในวิชาใบที่เจ็ด แล้วดมเทียบกับกลิ่นดิน กลิ่นพิษของตนที่เคยแรงกว่าทุกสิ่งในแปลง บัดนี้กลับจางหายไปใต้กลิ่นหวานนั้นจนแทบจับไม่ได้มือเล็กกำลังจะยื่นลงไปคุ้ยดิน หูจิ่วเยวียนคว้าข้อมือไว้ได้ก่อนปลายนิ้วจะแตะถึงครึ่งคืบ ลูกอสรพิษจึงเงยหน้าขึ้นมองพ่อจิ้งจอก"ดิน นี้ กลิ่น ผลไม้ ช้ำ"เซียวหนิงเยว่มาถึงในชั่วอึดใจที่คนงานวิ่งไปตาม นายหญิงไม่มองแปลงถั่วก่อน ทรุดลงตรงหน้าลูก ยกกระบอกน้ำปราณขึ้นราดล้างมือเล็กทั้งสองข้าง ทั้งที่ลูกไม่ได้แตะดินแม้แต่เม็ดเดียว ถูทุกซอกนิ้ว ทุกใต้เล็บ ล้างจนน้ำหมดกระบ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

    ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตั

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 1 : อุ้มครรภ์สายเลือดอสูร

    "คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อเปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุก

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 42 : ปุ๋ยวิญญาณระดับเทวะ

    ขบวนเดินทางมุ่งหน้ากลับสู่เขตป่าหมอกมายาอย่างราบรื่นภายใต้ความเงียบสงัดเมื่อก้าวพ้นแนวป่าทึบและเข้าสู่อาณาเขตค่ายกลป้องกันของเรือนไม้ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลก็เริ่มแสดงผลต่อสรีระของมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เซียวหนิงเยว่ก้าวขึ้นชานเรือนด้วยจังหวะที่โอนเอนเล็กน้อย ทว่ายังคงรักษาท่วงท่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 27 : สุนัขที่สะบัดไม่หลุด

    สิ้นประโยคตัดรอนอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เซียวหนิงเยว่สะบัดชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น หมุนตัวก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้อยหลิว แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงตั้งตระหง่าน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์หรือเยื่อใยต่อบุรุษอสูรทั้งห้าที่ยืนนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่เบื้องหลังทว่า... อุตส่าห์พลิกแผ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status