Home / รักโบราณ / หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร / บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล

Share

บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล

last update publish date: 2026-03-31 08:20:51

กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุข

ทว่า...

เปรี้ยง!

ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแรงทะลวงโสตประสาท ร่างสะบักสะบอมชุ่มโชกไปด้วยโลหิตห้าสายร่วงหล่นจากท้องฟ้า กระแทกพื้นชานเรือนไม้จนฝุ่นตลบ

อดีตนักฆ่าไม่ส่งเสียงกรีดร้องตื่นตระหนก มีดสั้นอาบพิษถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาที สองเท้าก้าวประชิดกองซากมนุษย์อย่างเงียบเชียบดุจมัจจุราช นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดประเมินความเสี่ยง สภาพของบุรุษรูปงามเหล่านี้เละเทะขั้นสุด บาดแผลเหวอะหวะจากการถูกพลังงานฉีกกระชาก ผสมกับอาการพิษอเวจีตีกลับจนแทบสิ้นชีพ

"บาดแผลฉกรรจ์ทะลวงถึงกระดูก... เส้นชีพจรแหลกเหลวเกือบเจ็ดส่วน" เสียงแหบพร่าเอ่ยวิเคราะห์อย่างเยือกเย็นขณะใช้ปลายมีดเขี่ยสาบเสื้อที่ขาดวิ่น "รอดมาถึงหน้าค่ายกลของข้าได้ นับว่าพวกเจ้าอึดทนยิ่งกว่าเดรัจฉานทั่วไป"

สายตาคมกริบตวัดมองออกไปนอกม่านพลังที่เพิ่งสมานตัวเข้าหากันอย่างระแวดระวัง

"ตัวอันตรายระดับใดกันที่ฉีกทึ้งร่างพวกเจ้าจนย่อยยับปานนี้ หากมันตามรอยเลือดมาถึงที่นี่... ฐานที่มั่นของข้าคงไม่ปลอดภัย" ฝ่ามือเรียวทาบทับลงบนหน้าท้องแบนราบโดยสัญชาตญาณ สรีระที่กำลังอุ้มท้องแฝดห้าไม่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามระดับกวาดล้าง

[ติ๊ง... แจ้งเตือนผู้สืบทอด: 'อาณาเขตลวงตาหลบซ่อน' มีคุณสมบัติตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ ร่องรอยและกลิ่นอายทุกชนิดของสิ่งมีชีวิตที่ล่วงล้ำเข้ามาจะถูกลบล้างทันที ขอท่านวางใจ ภัยคุกคามใดก็ไม่อาจตามรอยมาถึงพื้นที่นี้ได้]

เสียงเรียบเฉยของกลไกทำให้รังสีตึงเครียดรอบกายมือสังหารสาวบรรเทาลง ริมฝีปากซีดเซียวยกยิ้มบางเบา "ผลาญแต้มไปมหาศาล... ถือว่าสรรพคุณคุ้มราคาดีนี่"

เมื่อแน่ใจว่าปราการยังคงไร้ช่องโหว่ จมูกไวต่อกลิ่นของนักล่าจึงเริ่มแยกแยะไอสังหาร... กลิ่นอายเดรัจฉานดุดันถึงห้าสายพันธุ์ แม้จะบาดเจ็บเจียนตาย แต่รังสีคุกคามกลับเข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียน

"ตัวอันตรายระดับสูง..." เซียวหนิงเยว่ประเมินศัตรูแปลกหน้าอย่างเยือกเย็น "เก็บซากเดนเหล่านี้ไว้ รังแต่จะเป็นการเลี้ยงพยัคฆ์ไว้เป็นภัย"

มุมปากของสตรีตั้งครรภ์ยกยิ้มเย็นเยียบ "รนหาที่ตายถึงหน้าประตูเรือนข้า เช่นนั้นก็ทิ้งของมีค่าไว้... แล้วไปปรโลกเสียเถิด"

ปลายมีดสั้นจดจ่อที่เส้นเลือดใหญ่บนลำคอของบรรพชนจิ้งจอกเก้าหาง เตรียมตวัดปาดคอหอยเพื่อตัดรากถอนโคน ทว่าพริบตานั้น...

ตุบ... ตุบ...

ก้อนแป้งทั้งห้าในหน้าท้องแบนราบเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสั่นเพราะเรียกร้องพลังงาน แต่เป็นจังหวะการเต้นของหัวใจที่ประสานเข้ากับลมหายใจรวยรินของเดนตายแปลกหน้า คลื่นพลังงานบางเบาแผ่ออกมาคุ้มครองบุรุษเหล่านี้อย่างเอาแต่ใจ

มือสังหารสาวขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณมารดาปะทะกับสัญชาตญาณนักล่า มีดสั้นในมือหยุดชะงัก

"สงบสติอารมณ์เสียเจ้าพวกตัวแสบ" เซียวหนิงเยว่เอ่ยดุเสียงต่ำ ฝ่ามือกดลงบนหน้าท้องด้วยความฉงน "ดิ้นรนปานนี้... อย่าบอกนะว่าพวกเจ้ามีปฏิกิริยากับสายเลือดของเดรัจฉานพวกนี้?"

คลื่นพลังในครรภ์เต้นตุบๆ ตอบรับราวกับจะยืนยัน

"บัดซบ... สายเลือดฝั่งบิดาของพวกเจ้าคงเป็นเดรัจฉานสายพันธุ์เดียวกับพวกมันสินะ" อดีตมือสังหารสบถลอดไรฟัน "หากข้าลงมีดปาดคอพวกมันทิ้ง พวกเจ้าจะตรอมใจตายหรือไม่"

ก่อนที่จะตัดสินใจแทงซ้ำหรือปล่อยตาย นัยน์ตาคมกริบของอดีตนักฆ่าพลันกวาดสำรวจสรีระและเครื่องแต่งกายของบุรุษทั้งห้าอย่างละเอียดอีกครั้ง

แม้อาภรณ์จะขาดวิ่นชุ่มเลือด ทว่าเนื้อผ้ากลับทอจากเส้นไหมอสูรระดับสูง สรีระอันสมบูรณ์แบบและกลิ่นอายอำนาจที่แผ่ออกมา แม้ในยามหลับใหลก็ยังบ่งบอกถึงสถานะ 'ผู้ชี้ชะตา' ในโลกใบนี้อย่างชัดเจน

สมองของมัจจุราชสาวคำนวณผลประโยชน์อย่างรวดเร็ว นางเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและอันตรายรอบด้าน ขาดแคลนทั้งข้อมูล เส้นสาย และอิทธิพล ยอดฝีมือระดับผู้นำเช่นนี้ย่อมเป็น 'ตัวหมาก' ที่มีประโยชน์มหาศาลในอนาคต!

"ฐานะคงไม่ธรรมดา..." ริมฝีปากซีดเซียวแสยะยิ้มเยือกเย็นอย่างผู้คุมเกม มีดสั้นถูกเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็ว "ถือว่าพวกเจ้ายังมีค่าให้ข้าลงมือรักษา หนี้ชีวิตครั้งนี้ ข้าจะขูดรีดเอาจากอำนาจและกำลังของพวกเจ้าให้คุ้มเลยทีเดียว"

กระบวนการปฐมพยาบาลฉบับมือสังหารเริ่มขึ้นอย่างป่าเถื่อน

ไม่มีเตียงนุ่ม ไม่มีผ้าชุบน้ำอุ่นซับเหงื่อ เซียวหนิงเยว่หิ้วหม้อดินเผาเดินกลับมา สาดน้ำสมุนไพรเดือดจัดลงบนแผลเหวอะหวะของบรรพชนจิ้งจอกเพื่อล้างพิษ!

ร่างที่สลบไสลกระตุกเกร็งตามสัญชาตญาณ

"เจ็บก็ทนเอา น้ำสมุนไพรเดือดจัดนี่แหละฆ่าเชื้อพิษได้ชะงัดนัก" มือเรียวฉีกทึ้งเสื้อผ้าขาดวิ่น ตวัดมีดเฉือนเนื้อตายทิ้งอย่างรวดเร็วไร้ความปรานี "เนื้อเสียพวกนี้เก็บไว้ก็รังแต่จะเน่าลาม... ทุกรอยมีดที่ข้าช่วยชีวิต ข้าจะจดลงบัญชีหนี้เลือดเอาไว้"

กร๊อบ!

เสียงกระดูกลั่นดังกึกก้องเมื่ออดีตมือสังหารออกแรงดัดข้อต่อที่หลุดรุ่ยของจ้าวหมีหยินหยางให้เข้าที่

"กระดูกซี่โครงหักสี่ท่อน..." สตรีผู้กุมชะตาชีวิตพึมพำหน้าตาย ขณะละเลงยาสีเขียวข้นคลั่กกลิ่นเหม็นฉุนลงบนแผงอกกำยำของจ้าวอสรพิษทมิฬ "อย่าเพิ่งริอ่านตายก่อนตอบแทนหนี้ชีวิตของข้าเด็ดขาด หากพวกเจ้าสิ้นใจ ข้าจะสับกระดูกไปทำปุ๋ยรดหัวไชเท้าจริงๆ ด้วย"

เข็มเงินนับสิบเล่มถูกปักลงบนจุดตายของชายหนุ่มทั้งห้าเพื่อสกัดกั้นพิษอเวจีที่กำลังตีกลับ ชีพจรปั่นป่วนดุจพายุถูกสะกดไว้ด้วยความรู้แพทย์พิษอันลึกล้ำ

"ค่าหยูกยา ค่าเหนื่อย และค่าซักล้างคราบเลือดบนชานเรือน..." เซียวหนิงเยว่กวาดสายตามองผลงานการรักษาอันสมบุกสมบัน "หนี้ก้อนนี้ใหญ่หลวงนัก หากรอดไปได้ พวกเจ้าต้องชดใช้ข้าด้วยแรงงานและทุกสิ่งที่พวกเจ้ามี"

ขั้นตอนสุดท้ายสิ้นสุดลงที่จ้าวราชสีห์ทองคำ ผ้าพันแผลหยาบกระด้างถูกผูกรั้งอย่างแน่นหนาจนแทบหยุดการไหลเวียนโลหิต ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือสังหารสาวกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นยืน...

หมับ!

มือแกร่งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินโคลนพุ่งตวัดคว้าข้อมือบางไว้แน่นดุจคีมเหล็ก

จ้าวราชสีห์ทองคำกระชากเปลือกตาขึ้น นัยน์ตาสีอำพันขีดตั้งขวางที่เคยดุดันและกระหายเลือด บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนงุนงงดุจสัตว์ป่าหลงทาง เขากวาดสายตามองใบหน้างดงามที่แสนเยือกเย็น ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสั่นสะท้าน

"เจ้าเป็นใคร... แล้วที่นี่... คือที่ใด?"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 360 : ฤดูเก็บเกี่ยวครั้งต่อไป

    โต๊ะบัญชีตัวเดิมตั้งอยู่ริมลานขนของ ขาหนึ่งรองด้วยเศษกระเบื้องแผ่นเดิมซึ่งสยงป้าจ้านหามาเสียบไว้ตั้งแต่วันที่เครือข่ายเสบียงเพิ่งเปิด บนนั้นมีสมุดเล่มใหม่ ปกแข็ง หน้าแรกว่างเปล่า ถัดออกไปมีถ้วยน้ำจากบ่อกลางฟาร์มใบหนึ่ง น้ำใสจนเห็นก้นถ้วย ไร้ฝุ่นลงแม้แต่เม็ดเดียว ดุจเพิ่งตักมาวางเมื่อครู่ ทว่าไม่ทิ้งร่องรอยว่าใครเป็นผู้วางนายหญิงยกถ้วยขึ้นจิบโดยไม่ถาม ก่อนวางคืนข้างสมุดซึ่งยังไม่เปิด เพราะสายวันนี้ยังมีงานต้องทำก่อนจะได้เขียนบรรทัดแรกขบวนแขกทยอยออกจากรั้วไปทีละเผ่าหลังต้นอ่อนทั้งห้าแทงดิน เหลยเฉียนนำราชสีห์มุ่งขึ้นเหนือพร้อมเสียงคำรามอำลาที่ทำให้ไก่ทั้งคอกตกใจ ผู้อาวุโสเงือกขึ้นเรือของตระกูลข่งลงใต้ไปพร้อมข่งหลิงอวี่ซึ่งยังบ่นว่าขนมเหลือไม่พอให้ห่อกลับ เผ่ากวางหินก้าวคืนสู่หุบหิน มีเด็กสิบกว่าคนหันมาโบกมือให้วัวอสูรจนสุดทาง ผู้อาวุโสแขนเสื้อปักเมฆคารวะหนเดียวก่อนขึ้นม้าคืนสู่นครศิลา ย่าหลินพาฝูงจิ้งจอกที่ซ่อนตัวมานานกลับไปตั้งรังใหม่ที่หุบเก้าเงา ก่อนไปได้แตะหน้าผากหูจิ่วเยวียนทีหนึ่งแบบที่เคยแตะเมื่อครั้งยังเป็นจิ้งจอกน้อยผู้เฒ่าลายจันทร์กับบริวารชุดเทาออกเดินทางเป็นกลุ่มสุดท้าย กล

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 359 : แปลงแรกของก้อนแป้ง

    มือน้อยห้าคู่ดึงชายเสื้อผู้ใหญ่พร้อมกันในความมืด เด็กๆ ต่างวิ่งไปเขย่าพ่อที่นอนอยู่ใกล้ตนที่สุดสยงป้าจ้านลืมตาขึ้นตรงธรณีหน้าประตู เห็นน้องสามยืนอยู่บนอกตน สองเท้าน้อยวางมั่นที่ซี่โครงดุจเหยียบก้อนหินริมลำธาร เจ้างูน้อยไม่พูดสักคำ ก้มหน้าลงมาจ้องจนจ้าวหมีต้องลุก แต่ลุกพรวดไม่ได้ จึงค่อยยันกายขึ้นช้าๆ ให้เด็กน้อยไถลลงมานั่งบนตักแทนหูจิ่วเยวียนตื่นเพราะหางถูกกระตุกเต็มแรง พี่ใหญ่กำหางสีเงินที่เพิ่งกลับมามีสีครบเก้าไว้สองมือ กระชากแบบกระชากเชือกบ่อ จ้าวจิ้งจอกร้องเสียงหลง ก่อนกลั้นหัวเราะจนน้ำตาซึมตี้อ๋าวเทียนตื่นตั้งแต่น้องสี่แตะต้นแขนหนแรก ลืมตาพร้อมแขนที่ยกขึ้นรับลูกเงือกไว้ก่อนจะรู้ตัวว่าใครปลุกไห่ยวี่เจ๋อตื่นช้าที่สุด เพราะน้องเล็กวางฟักทองผลน้อยไว้บนใบหน้าบิดาเงือกทั้งผล แล้วนั่งรอว่าเมื่อไรจะรู้ตัว จ้าวสมุทรนอนนิ่งอยู่นานจนน้องเล็กเริ่มกังวล จึงยกฟักทองออกช้าๆ ด้วยสองมือ ส่งคืนให้เจ้าตัวน้อยโดยไม่ว่าสักคำม่ออู๋เหินไม่ต้องให้ผู้ใดปลุก เพราะอยู่เวร พี่รองจึงไปจูงจ้าวอสรพิษซึ่งนั่งอยู่มุมห้องให้ลุกขึ้นเฉยๆฉินเยว่หรงตื่นเพราะเสียงหัวเราะของทั้งเรือน ออกมาพิงวงกบประตูห้องตน "ขอยา

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 358 : ครอบครัวที่สมบูรณ์

    กริ๊งกระดิ่งคอวัวอสูรทั้งคอกดังขึ้นพร้อมกัน ไม่ตรงกันสักใบ บ้างแหลม บ้างทุ้ม บางใบแตกพร่าเพราะถูกสะบัดจนบุบมาตั้งแต่ฤดูก่อน เด็กเผ่ากวางหินสิบกว่าคนแอบเข้าไปผูกดอกไม้ป่าไว้ที่คอฝูงอสูรทุกตัวขณะที่ผู้ใหญ่ยังยืนกันอยู่ในวงหิน ทั้งฝูงจึงพากันส่ายหัวไล่กลิ่นหอมที่ไม่คุ้น เสียงระลอกนั้นกลายเป็นดนตรีเปิดงานโดยไร้ผู้ใดตั้งใจกลางดึกคืนเดียวกัน พิธีจบลงแล้ว โต๊ะยาวถูกลากมาต่อกันจนสุดลานกลาง กองไฟสามกองลุกโชนไล่กันขึ้นมา ตามด้วยกลิ่นข้าวหอม เนื้อย่าง และขนมงาที่ข่งหลิงอวี่ส่งเรือมาให้เมื่อหัวค่ำ ดวงจันทร์เต็มดวงยังค้างอยู่กลางฟ้า สว่างจนไม่ต้องจุดโคมเพิ่มน้องเล็กได้ฟักทองวิญญาณผลแรกจากแปลงของบิดาหมี ผ่าครึ่งด้วยตนเองไม่ยอมให้ผู้ใดช่วย ก่อนยกซีกที่ใหญ่กว่าไปวางเบื้องหน้ายายก่อนใครตามคำมั่นเมื่อครู่ จากนั้นยืนเท้าสะเอวจ้องจนยายตักเข้าปากคำแรกฉินเยว่หรงกินช้า แบบผู้ที่ไม่ได้ลิ้มของหวานมาสิบห้าปี เนิบจนลูกหมีอดทนไม่ไหว ดึงแขนเสื้อยายสองที บอกให้เคี้ยวเร็วขึ้นอีกนิดเพราะยังเหลืออีกซีก ทั้งโต๊ะหัวเราะลั่น ยายหัวเราะตามจนต้องยกมือปิดปาก เป็นเสียงหัวเราะเต็มเสียงหนแรกที่คนในเรือนได้ยินจากหญิงผู้นี้

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 357 : คำตอบของยาย

    "ยาย อยู่ ด้วย ตลอดไป จริง หรือ"ลูกหมีในอ้อมแขนแม่ถามข้ามขอบวงหินไปหายาย เสียงไม่ดังนัก ทว่าทั้งลานได้ยินชัด เป็นคำถามเดียวกับวันแรกที่ได้พบหน้ากัน วันนั้นเด็กน้อยถามโดยยังไม่รู้จักความกลัว คืนนี้มีถ้อยคำว่า 'จริง' งอกเพิ่มมาอีกหนึ่ง ดุจลูกเพิ่งเรียนรู้ว่า 'ตลอดไป' ของผู้ใหญ่บางคราก็ไม่ยาวเท่าที่พูดฉินเยว่หรงไม่รับมือที่ยื่นมาหา มือผอมทั้งสองยังกำหัวไม้เท้าของผู้เฒ่าไว้บนตัก นั่งนิ่งบนเก้าอี้ไม้สนที่สยงป้าจ้านทำให้ แสงทองจากวงหินส่องใบหน้านั้นได้เพียงครึ่ง อีกครึ่งจมอยู่ในเงาดึก"ประตูโบราณผนึกถาวรแล้ว" สุ้มเสียงนั้นแผ่วจนแขกแถวหลังต้องโน้มตัวเข้ามาฟัง "ทว่าธรรมเนียมของตระกูลผู้พิทักษ์มีอยู่ข้อหนึ่ง ประตูที่ผนึกต้องมีผู้เฝ้าจนสิ้นอายุ ไม่ให้ว่างแม้คืนเดียว"ฉินเยว่หรงมองผู้เฒ่าลายจันทร์ซึ่งยืนอยู่ข้างเก้าอี้ แล้วมองกลับมาที่ลูกสาว เอ่ยทีละคำ ช้า เว้นหายใจเป็นช่วงตามแรงที่เหลือ"ผู้เฒ่าชราแล้ว ส่วนแม่เป็นผู้ใหญ่คนสุดท้ายของสายนี้ เพราะได้แต่งกับเว่ยฉางเฟิง ผู้พิทักษ์รุ่นสุดท้าย หากแม่ก้าวเข้าไปยืนในวงคืนนี้ วิญญาณจะผูกกับเรือนหลังนี้ไปชั่วชีวิต ไปเฝ้าประตูที่ไกลสิบสองวันเดินเท้าไม่ได

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 356 : คำมั่นของเซียวหนิงเยว่

    น้ำหอมดอกไม้ซึ่งม่ออู๋เหินกลั่นให้ แต้มไว้บนข้อมือตั้งแต่บ่ายยังหอมอยู่ ปนกับดินแปลงที่ติดมากับรองเท้าพื้นหนาของสยงป้าจ้านเมื่อครู่ หอมหวานกับดินชื้น สองอย่างไม่เข้ากันแม้แต่น้อย หญิงสาวสูดทั้งคู่เข้าเต็มอกก่อนเอ่ยคำแรกบรรทัดแรกที่เตรียมไว้ทุกคืนเป็นตัวเลข"วันที่ข้าตื่นขึ้นในร่างนี้" นายหญิงว่า "ข้านับสิ่งที่มีได้ศูนย์"ไม่มีเหรียญสักเหรียญ ไร้เรือน ไม่มีชื่อที่เป็นของตน มีเพียงร่างซึ่งถูกขับไล่ออกจากประตูตระกูลเซียว กับก้อนแป้งห้าก้อนในครรภ์ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่ เหล่าจ้าวรู้เรื่องคืนนั้นดีกว่าแขกผู้ใดในลาน ตี้อ๋าวเทียนกำมือข้างกายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว"วันนี้ข้านับใหม่"นายหญิงก้าวไปหยุดเบื้องหน้าแถวทายาท วางฝ่ามือบนศีรษะพี่ใหญ่ หนนี้ไม่ได้ไล่อยู่ในใจอย่างทุกคืน หากใช้มือจริงให้ลูกรู้ตัวว่ากำลังถูกนับ"หนึ่ง"ลูกราชสีห์ยืดตัวขึ้นรับมือแม่ ผมสีทองอุ่นจัดใต้ฝ่ามือฝ่ามือนั้นเลื่อนไปหาพี่รอง "สอง" ลูกจิ้งจอกยืดตัวตามพี่ ปิ่นไม้ซึ่งจ้าวหมีเพิ่งจัดให้ตรงยังไม่เอียงจากนั้นเลื่อนต่อไปถึงน้องสาม"สาม"เสียงก็หยุดลงตรงนั้นฝ่ามือยังวางอยู่บนผมลูกงู ทว่าปากไม่ขยับต่อ ทั้งลานรอ นานพอให

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 355 : คำมั่นของหมีและก้อนแป้ง

    ตุบ ตุบฝีเท้าหนักกระหน่ำมาตามทางจากโรงไม้ ใกล้ขึ้นทุกก้าว เป็นระยะมีไม้กระแทกกิ่งต้นท้อริมทางดังแปลบ ตามด้วยใบไม้ร่วงกราว ก่อนฝีเท้าจะตามมาอีก ไม่ชะลอแม้สักก้าว ดุจวัวอสูรตัวโตซึ่งหลุดคอกตอนได้กลิ่นหญ้าใหม่สยงป้าจ้านโผล่พ้นแนวต้นไม้มาทั้งร่าง หอบจนไหล่ขึ้นลง บนบ่าแบกแผ่นไม้ยาวเกือบเท่าตัวคน ผิวไม้ยังขาวสด เศษขี้กบติดตามขอบเป็นฝอย จ้าวหมีวิ่งมาถึงขอบวงหินก็หยุดกึก เพิ่งเห็นว่าทั้งลานหันมามองตนอยู่ทุกดวงตา"ขอโทษขอรับ" สยงป้าจ้านประกาศก้องจนนกบนกิ่งท้อบินหนี ก่อนหันไปค้อมกายให้ฉินเยว่หรง "ข้าสลักเสร็จตั้งแต่บ่าย แล้ววางไว้ที่โรงไม้ จากนั้นไปยืนรอหน้าห้องนายหญิง รอจนลืมขอรับ"ทั้งลานหัวเราะครืน คราวนี้ไร้ผู้ใดกลั้น แม้แต่ผู้อาวุโสแขนเสื้อปักเมฆของสภาก็ยกชายแขนเสื้อขึ้นบังปาก ฉินเยว่หรงส่ายหน้าช้าๆ หากมุมปากโค้งขึ้นจนซ่อนไม่มิดน้องเล็กปีนลงจากหินของบิดา วิ่งไปรับปลายแผ่นไม้ช่วยแบกทั้งที่สูงไม่ถึงครึ่งแผ่น แล้วผายมือเชิญให้จ้าวหมีขึ้นไปยืนบนหินคืน แบบเจ้าของซึ่งยอมคืนที่นั่งให้แขกก่อนก้าวเข้าวง สยงป้าจ้านชะงักอยู่เบื้องหน้าพี่รอง ปิ่นไม้หัวจิ้งจอกบนผมลูกจิ้งจอกเอียงลงข้างหนึ่งเพราะร้อง

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 8 : ภารกิจอาณาเขต

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยวมวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 7 : คลาดกันเพียงคืบ

    "กร๊อบ..." เสียงกระดูกสันหลังลั่นเกรียวกราวทันทีที่อดีตนักฆ่าขยับตัวลุกขึ้นยืน อากาศยามเช้าตรู่หน้าโพรงไม้เย็นเยียบจนแทบทะลุถึงกระดูก อาการปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สภาพการนอนขดตัวซ่อนในดงไม้ชื้นแฉะไม่ใช่สิ่งที่สตรีตั้งครรภ์แฝดห้าควรต้องเผชิญเซียวหนิงเยว่กัดฟันพยุงร่างก้าวเท้าออกจ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 6 : เมื่อมารดาสาปแช่ง

    [ติ๊ง! แจ้งเตือนข้อจำกัดระดับมิติ...]เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังก้องขึ้นในห้วงความคิด ตัดสลับกับเสียงหอบหายใจของอดีตนักฆ่าที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งบนดินดำขลับ"อธิบายกติกาของเจ้ามาไอ้ระบบ ข้าเกลียดการรอคอย" เซียวหนิงเยว่แค่นเสียง นัยน์ตาสีดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองหน้าจอโปร่งแสง

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 5 : มิติโอสถสวรรค์

    กลิ่นคาวเลือดของฝูงหมาป่าวิปริตมลายหายไป ห้วงอากาศถูกแทนที่ด้วยปราณวิญญาณบริสุทธิ์เข้มข้นจนแทบจับต้องได้ เซียวหนิงเยว่ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับกวาดมองรอบทิศอย่างระแวดระวัง นางไม่ได้อยู่ในวงล้อมของเดรัจฉาน ทว่ากำลังยืนอยู่กลางผืนดินดำขลับอันเงียบสงบดินสีดำเบื้องล่างอ่อนนุ่มทว่าอุดมไปด้วยพลังชีวิต กล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status