بيت / รักโบราณ / หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร / บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

مشاركة

บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

last update تاريخ النشر: 2026-03-18 10:43:37

ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ

"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"

ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น

"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตัวใดก็มิรู้ จวนตระกูลเซียวของเราต้องแปดเปื้อนคาวโลกีย์ก็เพราะความร่านของตัวบัดซบแท้ๆ"

เซียวเจิ้นหนาน ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ ก้าวอาดๆ เหยียบเศษประตูพังยับ นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้าย รังสีคุกคามระดับจ่าฝูงถูกปลดปล่อยออกมากดทับบรรยากาศโดยรอบ มวลปราณดิบเถื่อนหมายบดขยี้กระดูกของสตรีบนเตียงให้แหลกเหลว บังคับให้สตรีไร้ปราณต้องหมอบคลานยอมจำนนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าผู้อ่อนแอ

ห้วงบรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ของผู้นำตระกูล ขาเตียงไม้ที่ผุพังเริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักสะบั้น กระดูกในร่างของเซียวหนิงเยว่ถูกปราณพยัคฆ์กดทับจนปวดร้าวราวกับมีหินผานับพันชั่งทับลงมาบนบ่า

กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทว่าอดีตมือสังหารเพียงแค่กลืนมันกลับลงไปอย่างเงียบเชียบ สองมือกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาด ไม่ยอมแม้แต่จะหลบสายตาหรือแสดงความเจ็บปวดออกมาให้ศัตรูเห็น

แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอไร้รากฐาน ทว่าจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมจากขุมนรกย่อมไม่มีวันถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันต่ำต้อยเช่นนี้

"นังลูกทรพี" ผู้นำตระกูลพยัคฆ์คำรามลั่น เสียงนั้นสั่นสะเทือนจนกระเบื้องหลังคาร่วงหล่น "ข้าให้ข้าวให้น้ำเจ้ามากว่าสิบห้าปี หวังให้ใช้หน้าตาเชิดหน้าชูตาตระกูลเซียว แต่เจ้ากลับลดตัวไปสมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำจนตั้งครรภ์มารหัวขน รังสีอัปมงคลแผ่ซ่านจากหน้าท้องเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าสมควรถูกถลกหนังทั้งเป็นแล้วโยนให้ฝูงแร้งอสูรจิกกิน"

เซียวหนิงเยว่ไม่ร้องไห้อ้อนวอน หากเป็นคุณหนูผู้อ่อนแอคนเดิม ย่อมต้องก้มหัวร่ำไห้ ทว่าผู้ที่อยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้างคืออดีตมือสังหารรหัสศูนย์ศูนย์หนึ่ง

นางหยัดแผ่นหลังที่สั่นสะท้านให้ตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า ปลายนิ้วเรียวปัดเศษฝุ่นบนหัวไหล่อย่างเชื่องช้า จมูกสูดดมกลิ่นอายคุกคามของจ่าฝูงพยัคฆ์... ช่างกระจอกสิ้นดี

กลิ่นอายแค่นี้เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวรังสีฆ่าฟันในลานประหารนรกด้วยซ้ำ

"สมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำ... คาวโลกีย์งั้นหรือ"

เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ริมฝีปากซีดเซียวเหยียดยิ้มหยัน "ประเสริฐ เช่นนั้นผู้นำตระกูลผู้ทรงธรรมช่วยบอกข้าทีเถิด... พวกเดนมนุษย์ที่สั่งให้ 'เซียวรั่วเสวี่ย' นำถ้วยชาผสมยาสลายปราณมาให้ข้า ซ้ำยังเจือผงปลุกกำหนัดให้ข้าเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร... สมควรเรียกว่าเดรัจฉานสายพันธุ์ใดเล่า ฮูหยินเอก? หรือข้าควรจะถือว่าความต่ำช้านี้มันฝังลึกอยู่ในสันดานของพวกเจ้าทั้งแม่ทั้งลูก!"

ม่านตาของสตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษหดแคบลงกะทันหัน กลิ่นความกลัวสายหนึ่งแล่นผ่านจมูกของอดีตนักฆ่า ไป๋อวี้หลานชะงักงัน ซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว อาการตื่นตระหนกของเหยื่อที่ถูกกระชากหน้ากากฉายชัดผ่านนัยน์ตาที่สั่นระริก ทว่านางคือสตรีที่เสแสร้งเก่งกาจที่สุดในจวน เพียงพริบตาเดียวความหวาดผวาก็ถูกกลบมิด หยาดน้ำตาร่วงหล่นเผาะราวกับไข่มุกขาดสาย นางซบใบหน้าลงกับแผงอกของสามี สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ

"หนิงเยว่... เหตุใดเจ้าจึงกล่าววาจาโหดร้ายปานนี้!" นางสะอื้นฮัก เสียงสั่นเครือ "แม่รู้ว่าเจ้าหวาดกลัวความผิดที่ไปตั้งครรภ์มารหัวขน จึงพยายามหาแพะรับบาป แต่ถึงขั้นใส่ร้ายว่าข้าเป็นผู้วางยาเจ้า... จิตใจเจ้าทำด้วยสิ่งใดกัน!"

สตรีแพศยาปาดน้ำตา แสร้งทำเป็นมารดาผู้ถูกรังแก "ข้าดูแลเจ้ามาราวกับลูกในไส้ ทะนุถนอมปานแก้วตาดวงใจ เจ้ากลับเอาโคลนมาสาดรดแม่ผู้นี้ได้อย่างไร!"

นางหันไปช้อนตาเปี่ยมน้ำตาขึ้นมองเซียวเจิ้นหนาน "ท่านพี่... ข้าปวดใจเหลือเกินเจ้าค่ะ นางมั่วสุมคาวโลกีย์แล้วยังมาแว้งกัดข้า หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด... ฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่าต้องมาทนฟังลูกเลี้ยงปรักปรำเช่นนี้!"

ไป๋อวี้หลานหันไปซบแขนสามี แสร้งสะอื้นไห้ตัวสั่นเทา "ท่านพี่... ดูหนิงเยว่สิเจ้าคะ นางทำผิดจารีตถึงเพียงนี้กลับไร้ความสำนึก ซ้ำยังกุเรื่องใส่ร้ายข้าอีก ข้าอุตส่าห์ทะนุถนอมเลี้ยงดูนางมาราวกับลูกในไส้... เหตุใดนางจึงตอบแทนความหวังดีของข้าด้วยความอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้เจ้าคะ"

"หุบปากเดี๋ยวนี้ นังลูกทรพี!"

เซียวเจิ้นหนานตวาดแทรก กรงเล็บแหลมคมงอกยาวพ้นปลายนิ้ว พลังปราณพยัคฆ์เดือดพล่าน "ทำตัวเสื่อมเสียแล้วยังกล้าปากดี ไม่ว่าใครจะวางยาเจ้า แต่วันนี้ข้าจะควักก้อนเนื้ออุบาทว์ในท้องเจ้านั่นออกมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมาป่ากิน"

คำว่า 'ควักก้อนเนื้อ' จุดชนวนสัญชาตญาณหวงแหนสมบัติชิ้นเดียวของอดีตนักฆ่าให้ปะทุเดือด ฝ่ามือบางเลื่อนมาปกป้องหน้าท้องแบนราบโดยอัตโนมัติ

ราวกับรับรู้ได้ถึงภัยคุกคาม ก้อนเลือดที่เพิ่งก่อตัวพลันเต้นตุบเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น คลื่นพลังอสูรบรรพกาลสายหนึ่งไหลเวียนปกป้องอวัยวะภายในของมารดาอย่างเงียบงัน มันผสานเข้ากับจิตสังหารของนาง กลายเป็นเกราะต้านทานบางเบาที่ผลักดันการคุกคามของพยัคฆ์เขี้ยวดาบออกไป

หากใครกล้าแตะต้องสายเลือดของนาง นางจะสับพวกมันเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนให้สุนัขป่าอสูรแทะกระดูก

ม่านตาของนางหดแคบลง กวาดตามองร่างสูงใหญ่ของบิดาประหนึ่งมองซากศพ สายตาของอดีตมือสังหารล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ ตรงลำคอหนา ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นต่อรังสีคุกคามเลยแม้แต่น้อย

สมองคำนวณระยะห่างหกก้าว... หากพุ่งทะยานออกไปพร้อมเศษกระดานไม้แหลมคมใต้ผ้าห่ม โอกาสคว้านคอหอยผู้นำตระกูลเซียวมีมากถึงแปดส่วน

"เข้ามาสิ"

น้ำเสียงของอดีตมือสังหารไม่ได้ตะเบ็งก้อง ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบทะลุขั้วกระดูก "หากก้าวเข้ามาใกล้สายเลือดของข้าอีกเพียงครึ่งก้าว ข้าจะคว้านลูกกระเดือกท่านออกมาให้ดู... ว่าเลือดของพยัคฆ์เขี้ยวดาบมันจะคาวน่าสะอิดสะเอียนสักแค่ไหน"

ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ชะงักฝีเท้ากะทันหัน ขนอ่อนบริเวณหลังคอตั้งชันโดยไร้สาเหตุ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสตรีไร้ปราณตรงหน้า เสียดแทงทะลวงปราณคุ้มกันจนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง บรรยากาศภายในห้องบีบรัดจนคล้ายถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์

"ทะ... ท่านพี่ เหตุใดจึงหยุดมือเล่าเจ้าคะ" ไป๋อวี้หลานที่ลอบสั่นสะท้านจากบรรยากาศอันกดดัน ยังคงฝืนใจกรีดร้องเร่งเร้า "มัวรออันใดอยู่ ลงมือสิเจ้าคะ ควักก้อนเลือดสกปรกนั่นออกมาเดี๋ยวนี้"

เซียวหนิงเยว่แสยะยิ้มเย็นชา นัยน์ตาสะท้อนประกายมัจจุราช ก่อนจะตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่แช่แข็งทุกคนในห้อง

"หุบปากสกปรกของพวกเจ้าเสีย ก่อนที่ข้าจะลากตระกูลเซียวลงนรกไปด้วยกัน"

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 250 : ก่อนโรคระบาดจะแพร่

    [ติ๊ง! ตรวจพบเชื้อราสายพันธุ์ใหม่][ชื่อที่ระบบบันทึก: เชื้อรากลืนปราณ][ระดับภัย: สูง][ความเร็วการแพร่: เกินแบบจำลองทุกแบบที่ระบบมี]ตัวอักษรเหล่านั้นลอยขึ้นตรงหน้าเซียวหนิงเยว่ ขณะที่ช้อนข้าวต้มคำที่สี่กำลังจะเข้าปากน้องเล็กเช้าวันที่ห้าสิบแปดของเขตกลาง ลูกหมีอ้าปากรออยู่ นายหญิงวางช้อนลงในชามก่อน อ่านหน้าต่างนั้นจนจบทุกบรรทัด อ่านซ้ำอีกรอบ แล้วจึงหยิบช้อนขึ้นมาป้อนต่อ คำที่ห้า คำที่หก จนข้าวต้มหมดชาม ไม่เร่งสักคำ ครั้นน้องเล็กเรอเบาออกมาอย่างพอใจ มารดาก็ใช้แขนเสื้อเช็ดคราบข้าวที่มุมปากลูกให้ แตะจมูกกลมหนึ่งที แล้วจึงลุกไปที่โต๊ะกลางห้าจ้าวรออยู่ก่อนแล้ว ม่ออู๋เหินไม่ได้นอนมาสองคืน นายหญิงไม่อ้อมค้อม เล่าเป็น 'บันทึกของแม่' ตามที่เคยทำมาตลอด ว่าสิ่งที่จ้าวอสรพิษพบในถ้วยเมื่อวาน บัดนี้มีชื่อแล้ว ชื่อว่าเชื้อรากลืนปราณ และมันแพร่เร็วกว่าที่ผู้ใดในเรือนนี้จะคาดได้นายหญิงถามระบบในใจเป็นคำถามเดียวที่สำคัญ ว่าเร็วเพียงใด หน้าต่างตอบกลับมาเพียงบรรทัดเดียว[ประมาณการ: แปลงพืชวิญญาณในเขตที่มีเชื้อ จะเหี่ยวเกินครึ่งภายในสามสิบวัน หากไม่มีการกั้น]หญิงสาวไม่ได้บอกตัวเลขนี้กับผู้ใด ทว่าบวกล

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 249 : เชื้อที่ไม่เคยเจอ

    ใยสีเทาเส้นหนึ่ง บางกว่าเส้นผม ทอดยาวจากเม็ดถั่วเน่าในก้นถ้วยขึ้นไปเกาะผนังกระเบื้องขาว ใต้แสงตะเกียงดวงเดียว ปลายใยนั้นขยับได้เอง ช้า ทีละน้อย ดุจปลายนิ้วของสิ่งมีชีวิตที่กำลังคลำหาทางในความมืดม่ออู๋เหินจ้องใยเส้นนั้นอยู่นาน ไม่กะพริบตายามดึกคืนวันที่ห้าสิบเจ็ดของเขตกลาง โรงเก็บโอสถยังสว่างอยู่หลังเดียวในฟาร์ม ถ้วยตัวอย่างสามสิบใบเรียงเป็นแถวบนโต๊ะยาว ดินจากเขตกลางที่เก็บทุกสามวันนับแต่วันที่สามสิบหก เม็ดถั่วเน่าจากคลังของสยงป้าจ้าน และเศษเชือกป่านรุ่นที่หูจิ่วเยวียนแกะออกจากกระสอบทั้งคลัง จ้าวอสรพิษหยดน้ำปราณลงทีละถ้วย ใยเทาในถ้วยที่มาจากดินกองสามกับเชือกรุ่นนั้นหดตัวหนีหยดน้ำทันที ทว่าเพียงอึดใจเดียวก็คลายตัวกลับมาเกาะที่เดิมม่ออู๋เหินเปลี่ยนเป็นหยดพิษ หยดแรกจางที่สุด ใยไม่สะทกสะท้าน หยดที่สองแรงขึ้น ใยยังเกาะนิ่ง หยดที่สามแรงพอฆ่าหนอนทั้งรัง ใยเทาจึงหดตัวแล้วดำลง ทว่าต้นกล้าถั่วในถ้วยเดียวกันก็ดำลงพร้อมกัน ใบสุดท้ายร่วงลงก้นถ้วยโดยไม่ทันได้เหี่ยวจ้าวอสรพิษลองอีกทาง ยกถ้วยหนึ่งขึ้นอังเหนือเปลวตะเกียงให้อุ่นทีละน้อย ใยเทาหดตัวลงก้นถ้วยดุจหอยทากหดเข้าเปลือก ครั้นวางถ้วยลงได้ครู่เ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 248 : เสบียงที่เริ่มเน่าผิดปกติ

    กลิ่นหวานแปร่งลอยออกมาทันทีที่ประตูคลังหลังโรงครัวถูกเปิด กลิ่นเดียวกับดินกองสามที่ยังติดจมูกนายหญิงมาตั้งแต่สิบเก้าวันก่อน ต้นกลิ่นคือกระสอบหมั่นโถวแห้งใบหนึ่งบนชั้นกลาง กระสอบที่สยงป้าจ้านมัดปากเองกับมือ ผูกเงื่อนขมวดสองชั้นแน่นจนเชือกตึงเปรี๊ยะรุ่งเช้าวันที่ห้าสิบห้าของเขตกลาง จ้าวหมีมาเปิดคลังเร็วกว่าทุกวัน เพราะเรื่องเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคืนก่อนนอนเมื่อคืน น้องเล็กเปิดโถขนมงาของตัวเองตามเคย ขนมสองชิ้นที่ลูกหมีนับไว้ทุกคืนนอนอยู่ก้นโถ ตรงกลางทั้งสองชิ้นกลับมีจุดสีเทาขึ้นเท่าเมล็ดถั่ว ฟูนุ่มดุจขนแมว ลูกหมีมองนิ่งไปนาน แล้วเงยหน้าขึ้นมองแม่ ริมฝีปากเล็กสั่น"ขนม ข้า เน่า"พูดจบก็ร้องไห้โฮ เซียวหนิงเยว่ยกโถออกจากมือลูกทันที วางไว้ไกลบนชั้นสูง แล้วพาลูกไปล้างมือที่อ่างหลังห้อง ถูทุกนิ้วด้วยน้ำปราณจนสะอาด จากนั้นจึงอุ้มทั้งตัวไปที่โรงครัวกลางดึก จุดเตาขึ้นใหม่ นวดแป้งงาขึ้นหนึ่งก้อน ให้ลูกหมีกดแป้งลงพิมพ์ไม้เองทุกชิ้น ครบสามชิ้นพอดี ลูกหมีกดแรงจนแป้งล้นพิมพ์ แต่ก็หยุดร้องไห้ตั้งแต่ชิ้นแรกส่วนพี่ใหญ่ที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของน้อง ยืนกำหมัดอยู่ข้างเตียง มือทั้งสองร้อนขึ้นจนผ้าห่มส่

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 247 : ม่านมายาชั้นใหม่

    ด้ายเส้นหนึ่งพาดผ่านหลังมือขณะเดินผ่านแนวต้นท้อ บางเท่าใยแมงมุม ซ่าวาบเหมือนน้ำค้างแตะผิวแล้วหายไป เซียวหนิงเยว่หยุดเท้า ยกมือขึ้นดู ไม่เห็นสิ่งใดเลย ทว่ารอบเขตกลางในยามนี้ ทุกช่วงลมที่พัดผ่าน ล้วนมีด้ายแบบเดียวกันขึงอยู่นับพันเส้นวันที่สี่สิบแปดของเขตกลาง หูจิ่วเยวียนถักม่านชั้นใหม่มาสามวันสามคืนแล้วโดยไม่หยุดพัก ม่านชั้นนอกที่ผูกไว้ตั้งแต่วันเปิดเขตกันการมองเห็นกับกลิ่น ส่วนชั้นที่สามซึ่งกำลังถักทับลงไปทั้งบนเขตกลางและฟาร์มหลัก จะกันอีกสิ่งหนึ่ง คือเสียงปลอมหากผู้ใดเลียนเสียงคนในฟาร์มขึ้นภายในม่านนี้ เสียงที่เลียนจะแตกออก เหลือเพียงเสียงจริงของผู้พูด ห้าจ้าวรู้ดีว่าเหตุใดจ้าวจิ้งจอกจึงถักม่านชั้นนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน ทว่าไร้ผู้ใดเอ่ยถึงคืนนั้นในโรงเก็บของ คืนที่เสียงหนึ่งเรียกพี่รองให้วิ่งไปหาตี้อ๋าวเทียนรู้เพียงว่าต้องทำสิ่งใด ทุกเช้าจะมารับพี่รองไปที่แปลงหญ้า สอนให้เลียนเสียงนกกระจาบ นกเขา นกยาง ตลอดครึ่งวัน เพื่อไม่ให้ลูกจิ้งจอกตามมาเกาะชายเสื้อพ่อจนด้ายพันกันยุ่ง พี่รองเลียนเสียงนกได้ครบทุกตัวที่ราชสีห์ชี้ แล้วหันมาเลียนเสียงคำรามของพ่อราชสีห์เองด้วย คนสอนหัวเราะจนไหล่สั่นตลอด

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 246 : ผลผลิตที่ไม่มีใครกักได้

    กระสอบข้าวทะเลของตระกูลข่งใบหนึ่งพิงอยู่กับผนังไม้ในโรงหลังเรือนพักของผู้สังเกตการณ์ ตราปักรูปขนนกยูงยังชัดอยู่ที่มุมกระสอบ เชือกผูกปากยังเป็นเงื่อนขมวดสองชั้น แบบเดียวกับที่ทุกถุงในโกดังเร้นเงาถูกผูกมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดฟาร์มกระสอบใบนั้นไม่ควรอยู่ตรงนั้นพลบค่ำวันที่สี่สิบสองของเขตกลาง พี่รองทำงานไล่นกที่โรงเก็บผลผลิตเป็นวันที่สิบสาม ไห่ยวี่เจ๋อนั่งอยู่บนขั้นบันไดหลังโรง หลิวซานกำลังนับตะกร้าเปล่า ลูกจิ้งจอกยืนเขย่งเท้าอยู่หลังม่านชั้นนอก มองลอดแนวด้ายมายาออกไปทางเรือนพักหลังใหม่ ผู้ติดตามสองคนของชายแขนเสื้อปักเมฆกำลังแบกกระสอบออกทางประตูหลังโรงเก็บ ทีละใบ ไม่จุดคบไฟ"ใบที่สิบเอ็ด ระวังเชือกหลุด" เสียงหนึ่งกระซิบ"เหลือใบเดียว ก่อนยามแรก" อีกเสียงตอบพี่รองเลียนทั้งสองเสียงซ้ำทุกถ้อยคำ เสียงต่ำแหบของคนหนึ่ง เสียงสั้นห้วนของอีกคน ไม่ผิดเพี้ยนสักคำ แล้ววิ่งพรวดไปหาแม่ที่ระเบียงเรือน กระโดดเกาะชายกระโปรงไว้แน่น"ลุง นั่น ซ่อน ของ"เซียวหนิงเยว่ไม่ถามว่าลูกไปแอบดูมาได้อย่างไร ไม่ถามว่าใครพาไป นายหญิงช้อนตัวลูกขึ้นแนบอกก่อนสิ่งใด แล้วถามเพียงข้อเดียว"มีใครเห็นเจ้าหรือไม่"ลูกจิ้งจอกส่า

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 245 : ปัญหาที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

    หวานแปร่งคล้ายผลไม้ช้ำที่ถูกทิ้งไว้ข้ามคืน กลิ่นนั้นลอยขึ้นจากดินร่วนตรงมุมแปลงถั่วของตระกูลข่ง บางเบาจนผู้ใหญ่เดินผ่านไปหลายสิบคนโดยไร้คนเหลียวมอง มีเพียงเด็กคนหนึ่งที่หยุดเท้าวันที่สามสิบหกของเขตกลาง น้องสามทำงานไล่แมลงตามบันทึกของแม่เหมือนทุกเช้า หูจิ่วเยวียนเดินตามอยู่ห่างสองก้าว คนงานหนุ่มอีกคนหิ้วตะกร้าใบไม้ตามหลัง ลูกอสรพิษไล่แมลงพ้นแปลงสมุนไพร ผ่านแปลงหญ้า แล้วจึงมาถึงแปลงถั่วติดรั้วฝั่งใต้ ก้าวไปได้ครึ่งแปลงก็หยุดนิ่ง ย่อตัวลงจนจมูกแทบชิดผิวดินเด็กน้อยหยดพิษจางลงบนใบถั่วใบหนึ่งตามที่พ่อสอนไว้ในวิชาใบที่เจ็ด แล้วดมเทียบกับกลิ่นดิน กลิ่นพิษของตนที่เคยแรงกว่าทุกสิ่งในแปลง บัดนี้กลับจางหายไปใต้กลิ่นหวานนั้นจนแทบจับไม่ได้มือเล็กกำลังจะยื่นลงไปคุ้ยดิน หูจิ่วเยวียนคว้าข้อมือไว้ได้ก่อนปลายนิ้วจะแตะถึงครึ่งคืบ ลูกอสรพิษจึงเงยหน้าขึ้นมองพ่อจิ้งจอก"ดิน นี้ กลิ่น ผลไม้ ช้ำ"เซียวหนิงเยว่มาถึงในชั่วอึดใจที่คนงานวิ่งไปตาม นายหญิงไม่มองแปลงถั่วก่อน ทรุดลงตรงหน้าลูก ยกกระบอกน้ำปราณขึ้นราดล้างมือเล็กทั้งสองข้าง ทั้งที่ลูกไม่ได้แตะดินแม้แต่เม็ดเดียว ถูทุกซอกนิ้ว ทุกใต้เล็บ ล้างจนน้ำหมดกระบ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 7 : คลาดกันเพียงคืบ

    "กร๊อบ..." เสียงกระดูกสันหลังลั่นเกรียวกราวทันทีที่อดีตนักฆ่าขยับตัวลุกขึ้นยืน อากาศยามเช้าตรู่หน้าโพรงไม้เย็นเยียบจนแทบทะลุถึงกระดูก อาการปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สภาพการนอนขดตัวซ่อนในดงไม้ชื้นแฉะไม่ใช่สิ่งที่สตรีตั้งครรภ์แฝดห้าควรต้องเผชิญเซียวหนิงเยว่กัดฟันพยุงร่างก้าวเท้าออกจ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 6 : เมื่อมารดาสาปแช่ง

    [ติ๊ง! แจ้งเตือนข้อจำกัดระดับมิติ...]เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังก้องขึ้นในห้วงความคิด ตัดสลับกับเสียงหอบหายใจของอดีตนักฆ่าที่เพิ่งทรุดตัวลงนั่งบนดินดำขลับ"อธิบายกติกาของเจ้ามาไอ้ระบบ ข้าเกลียดการรอคอย" เซียวหนิงเยว่แค่นเสียง นัยน์ตาสีดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองหน้าจอโปร่งแสง

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล

    กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุขทว่า...เปรี้ยง!ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 8 : ภารกิจอาณาเขต

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยวมวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status