Beranda / รักโบราณ / หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร / บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

Share

บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

last update Tanggal publikasi: 2026-03-18 10:43:37

ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ

"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"

ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น

"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตัวใดก็มิรู้ จวนตระกูลเซียวของเราต้องแปดเปื้อนคาวโลกีย์ก็เพราะความร่านของตัวบัดซบแท้ๆ"

เซียวเจิ้นหนาน ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ ก้าวอาดๆ เหยียบเศษประตูพังยับ นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้าย รังสีคุกคามระดับจ่าฝูงถูกปลดปล่อยออกมากดทับบรรยากาศโดยรอบ มวลปราณดิบเถื่อนหมายบดขยี้กระดูกของสตรีบนเตียงให้แหลกเหลว บังคับให้สตรีไร้ปราณต้องหมอบคลานยอมจำนนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าผู้อ่อนแอ

ห้วงบรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ของผู้นำตระกูล ขาเตียงไม้ที่ผุพังเริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักสะบั้น กระดูกในร่างของเซียวหนิงเยว่ถูกปราณพยัคฆ์กดทับจนปวดร้าวราวกับมีหินผานับพันชั่งทับลงมาบนบ่า

กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทว่าอดีตมือสังหารเพียงแค่กลืนมันกลับลงไปอย่างเงียบเชียบ สองมือกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาด ไม่ยอมแม้แต่จะหลบสายตาหรือแสดงความเจ็บปวดออกมาให้ศัตรูเห็น

แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอไร้รากฐาน ทว่าจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมจากขุมนรกย่อมไม่มีวันถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันต่ำต้อยเช่นนี้

"นังลูกทรพี" ผู้นำตระกูลพยัคฆ์คำรามลั่น เสียงนั้นสั่นสะเทือนจนกระเบื้องหลังคาร่วงหล่น "ข้าให้ข้าวให้น้ำเจ้ามากว่าสิบห้าปี หวังให้ใช้หน้าตาเชิดหน้าชูตาตระกูลเซียว แต่เจ้ากลับลดตัวไปสมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำจนตั้งครรภ์มารหัวขน รังสีอัปมงคลแผ่ซ่านจากหน้าท้องเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าสมควรถูกถลกหนังทั้งเป็นแล้วโยนให้ฝูงแร้งอสูรจิกกิน"

เซียวหนิงเยว่ไม่ร้องไห้อ้อนวอน หากเป็นคุณหนูผู้อ่อนแอคนเดิม ย่อมต้องก้มหัวร่ำไห้ ทว่าผู้ที่อยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้างคืออดีตมือสังหารรหัสศูนย์ศูนย์หนึ่ง

นางหยัดแผ่นหลังที่สั่นสะท้านให้ตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า ปลายนิ้วเรียวปัดเศษฝุ่นบนหัวไหล่อย่างเชื่องช้า จมูกสูดดมกลิ่นอายคุกคามของจ่าฝูงพยัคฆ์... ช่างกระจอกสิ้นดี

กลิ่นอายแค่นี้เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวรังสีฆ่าฟันในลานประหารนรกด้วยซ้ำ

"สมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำ... คาวโลกีย์งั้นหรือ"

เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ริมฝีปากซีดเซียวเหยียดยิ้มหยัน "ประเสริฐ เช่นนั้นผู้นำตระกูลผู้ทรงธรรมช่วยบอกข้าทีเถิด... พวกเดนมนุษย์ที่สั่งให้ 'เซียวรั่วเสวี่ย' นำถ้วยชาผสมยาสลายปราณมาให้ข้า ซ้ำยังเจือผงปลุกกำหนัดให้ข้าเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร... สมควรเรียกว่าเดรัจฉานสายพันธุ์ใดเล่า ฮูหยินเอก? หรือข้าควรจะถือว่าความต่ำช้านี้มันฝังลึกอยู่ในสันดานของพวกเจ้าทั้งแม่ทั้งลูก!"

ม่านตาของสตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษหดแคบลงกะทันหัน กลิ่นความกลัวสายหนึ่งแล่นผ่านจมูกของอดีตนักฆ่า ไป๋อวี้หลานชะงักงัน ซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว อาการตื่นตระหนกของเหยื่อที่ถูกกระชากหน้ากากฉายชัดผ่านนัยน์ตาที่สั่นระริก ทว่านางคือสตรีที่เสแสร้งเก่งกาจที่สุดในจวน เพียงพริบตาเดียวความหวาดผวาก็ถูกกลบมิด หยาดน้ำตาร่วงหล่นเผาะราวกับไข่มุกขาดสาย นางซบใบหน้าลงกับแผงอกของสามี สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ

"หนิงเยว่... เหตุใดเจ้าจึงกล่าววาจาโหดร้ายปานนี้!" นางสะอื้นฮัก เสียงสั่นเครือ "แม่รู้ว่าเจ้าหวาดกลัวความผิดที่ไปตั้งครรภ์มารหัวขน จึงพยายามหาแพะรับบาป แต่ถึงขั้นใส่ร้ายว่าข้าเป็นผู้วางยาเจ้า... จิตใจเจ้าทำด้วยสิ่งใดกัน!"

สตรีแพศยาปาดน้ำตา แสร้งทำเป็นมารดาผู้ถูกรังแก "ข้าดูแลเจ้ามาราวกับลูกในไส้ ทะนุถนอมปานแก้วตาดวงใจ เจ้ากลับเอาโคลนมาสาดรดแม่ผู้นี้ได้อย่างไร!"

นางหันไปช้อนตาเปี่ยมน้ำตาขึ้นมองเซียวเจิ้นหนาน "ท่านพี่... ข้าปวดใจเหลือเกินเจ้าค่ะ นางมั่วสุมคาวโลกีย์แล้วยังมาแว้งกัดข้า หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด... ฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่าต้องมาทนฟังลูกเลี้ยงปรักปรำเช่นนี้!"

ไป๋อวี้หลานหันไปซบแขนสามี แสร้งสะอื้นไห้ตัวสั่นเทา "ท่านพี่... ดูหนิงเยว่สิเจ้าคะ นางทำผิดจารีตถึงเพียงนี้กลับไร้ความสำนึก ซ้ำยังกุเรื่องใส่ร้ายข้าอีก ข้าอุตส่าห์ทะนุถนอมเลี้ยงดูนางมาราวกับลูกในไส้... เหตุใดนางจึงตอบแทนความหวังดีของข้าด้วยความอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้เจ้าคะ"

"หุบปากเดี๋ยวนี้ นังลูกทรพี!"

เซียวเจิ้นหนานตวาดแทรก กรงเล็บแหลมคมงอกยาวพ้นปลายนิ้ว พลังปราณพยัคฆ์เดือดพล่าน "ทำตัวเสื่อมเสียแล้วยังกล้าปากดี ไม่ว่าใครจะวางยาเจ้า แต่วันนี้ข้าจะควักก้อนเนื้ออุบาทว์ในท้องเจ้านั่นออกมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมาป่ากิน"

คำว่า 'ควักก้อนเนื้อ' จุดชนวนสัญชาตญาณหวงแหนสมบัติชิ้นเดียวของอดีตนักฆ่าให้ปะทุเดือด ฝ่ามือบางเลื่อนมาปกป้องหน้าท้องแบนราบโดยอัตโนมัติ

ราวกับรับรู้ได้ถึงภัยคุกคาม ก้อนเลือดที่เพิ่งก่อตัวพลันเต้นตุบเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น คลื่นพลังอสูรบรรพกาลสายหนึ่งไหลเวียนปกป้องอวัยวะภายในของมารดาอย่างเงียบงัน มันผสานเข้ากับจิตสังหารของนาง กลายเป็นเกราะต้านทานบางเบาที่ผลักดันการคุกคามของพยัคฆ์เขี้ยวดาบออกไป

หากใครกล้าแตะต้องสายเลือดของนาง นางจะสับพวกมันเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนให้สุนัขป่าอสูรแทะกระดูก

ม่านตาของนางหดแคบลง กวาดตามองร่างสูงใหญ่ของบิดาประหนึ่งมองซากศพ สายตาของอดีตมือสังหารล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ ตรงลำคอหนา ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นต่อรังสีคุกคามเลยแม้แต่น้อย

สมองคำนวณระยะห่างหกก้าว... หากพุ่งทะยานออกไปพร้อมเศษกระดานไม้แหลมคมใต้ผ้าห่ม โอกาสคว้านคอหอยผู้นำตระกูลเซียวมีมากถึงแปดส่วน

"เข้ามาสิ"

น้ำเสียงของอดีตมือสังหารไม่ได้ตะเบ็งก้อง ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบทะลุขั้วกระดูก "หากก้าวเข้ามาใกล้สายเลือดของข้าอีกเพียงครึ่งก้าว ข้าจะคว้านลูกกระเดือกท่านออกมาให้ดู... ว่าเลือดของพยัคฆ์เขี้ยวดาบมันจะคาวน่าสะอิดสะเอียนสักแค่ไหน"

ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ชะงักฝีเท้ากะทันหัน ขนอ่อนบริเวณหลังคอตั้งชันโดยไร้สาเหตุ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสตรีไร้ปราณตรงหน้า เสียดแทงทะลวงปราณคุ้มกันจนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง บรรยากาศภายในห้องบีบรัดจนคล้ายถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์

"ทะ... ท่านพี่ เหตุใดจึงหยุดมือเล่าเจ้าคะ" ไป๋อวี้หลานที่ลอบสั่นสะท้านจากบรรยากาศอันกดดัน ยังคงฝืนใจกรีดร้องเร่งเร้า "มัวรออันใดอยู่ ลงมือสิเจ้าคะ ควักก้อนเลือดสกปรกนั่นออกมาเดี๋ยวนี้"

เซียวหนิงเยว่แสยะยิ้มเย็นชา นัยน์ตาสะท้อนประกายมัจจุราช ก่อนจะตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่แช่แข็งทุกคนในห้อง

"หุบปากสกปรกของพวกเจ้าเสีย ก่อนที่ข้าจะลากตระกูลเซียวลงนรกไปด้วยกัน"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 72 : โอสถจากศพ

    "อย่าซื้อโอสถร้านนี้! ข้าได้ยินมาว่าสมุนไพรพวกนี้ปลูกด้วยซากศพ!" "นางคือมารดาอสูร! สินค้านางย่อมเป็นของอัปมงคล นำความวิบัติมาสู่ผู้กลืนกิน!" "ลูกในท้องนางเป็นอสูรวิปริต! ของในร้านก็ต้องเป็นของอสูรโสโครก!"เสียงตะโกนปลุกปั่นดังกึกก้องถนนย่านประตูตะวันออก เช้าวันที่สองของการเปิด ‘หอโอสถและเสบียงเร้นเงา’ ฝูงชนที่หลั่งไหลมาเพราะข่าวลือเรื่องยาวิเศษเมื่อวาน บัดนี้เบียดเสียดกันหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทว่าบรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย กลุ่มบุรุษสวมหมวกฟางที่แฝงตัวอยู่ในฝูงชนผลัดกันตะโกนสาดโคลน ขัดขวางมิให้ผู้ใดก้าวข้ามธรณีประตูร้าน แม้ป้ายราคาจะดึงดูดใจ ทว่าความหวาดกลัวต่อสิ่งอัปมงคลก็ทำให้ชาวเมืองลังเลภายในโถงร้านอันเงียบสงัด เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายอยู่หลังโต๊ะไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ข้อกล่าวหาว่าใช้วิชามารหรือหลอกลวงหาได้ทำให้ผิวน้ำชาในถ้วยสั่นไหว ทว่าเมื่อถ้อยคำลามปามถึง ‘อสูรวิปริตในท้อง’ เปลือกตาที่หลุบต่ำพลันเปิดขึ้นดวงตาของนางหยุดนิ่ง อากาศภายในโถงร้านเย็นเยียบลงในชั่วพริบตาตี้อ๋าวเทียนที่ยืนพิงเสาไม้อยู่ด้านข้างรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 71 : วันแรกที่ตลาดแตก

    "ของลวงโลกกระมัง... สมุนไพรวิญญาณระดับกลางราคาเพียงเท่านี้ จะเป็นของแท้ได้อย่างไร""ข้าได้ยินว่าตระกูลเซียวตั้งราคาไว้สูงกว่านี้สามเท่า ร้านซอมซ่อหน้าประตูตะวันออกนี่คงเอาเศษหญ้ามาต้มหลอกขายเป็นแน่"เสียงซุบซิบนินทาดังเซ็งแซ่เบื้องหน้า 'หอโอสถและเสบียงเร้นเงา' ฝูงชนเบียดเสียดกันจนถนนแทบไร้ทางเดิน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาแม้แต่ผู้เดียว สายตานับร้อยคู่จับจ้องป้ายราคาสินค้าด้วยความเคลือบแคลงใจตี้อ๋าวเทียนยืนกอดอกพิงกรอบประตู แผงคอสีทองชูชันด้วยความหงุดหงิด จ้าวราชสีห์ทองคำผู้เคยฉีกทึ้งอสูรยักษ์ด้วยมือเปล่า บัดนี้ต้องมาทำหน้าที่เฝ้าหน้าร้านรับฟังคำสบประมาทของพวกมดปลวก มัดกล้ามเนื้อบนท่อนแขนแกร่งกระตุกเกร็ง หากมิใช่เพราะกฎเหล็กของสตรีด้านใน ป่านนี้เขาคงหิ้วคอพวกปากมากเข้ามาบังคับกรอกยาให้รู้แล้วรู้รอดลึกเข้าไปในโถงร้านอันเงียบสงบ เซียวหนิงเยว่นั่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้สลัก ปลายนิ้วเรียวประคองถ้วยชาสมุนไพรร้อนกรุ่นขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาทอดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความสงบนิ่ง[แจ้งเตือน: ทายาทสายเลือดบรรพกาลในครรภ์ต้องการปราณอ่อนบริสุทธิ์เพิ่มเติมเพื่อหล่อเล

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 70 : หอโอสถและเสบียงเร้นเงา

    "ย่านประตูตะวันออกมีแต่กลิ่นเหงื่อคาวและพวกแรงงานรับจ้าง เหตุใดท่านไม่เลือกเปิดร้านในตลาดกลางที่พวกคหบดีและพ่อค้าใหญ่เดินสัญจรเล่าขอรับ?"หูจิ่วเยวียนขยับพัดมายาในมือ ปิดบังรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะทอดสายตามองอาคารไม้ซอมซ่อเบื้องหน้า บริเวณนี้คือจุดตัดของลานรับจ้างและเส้นทางผ่านของพวกนักล่าระดับล่าง กลิ่นสุราราคาถูกและโคลนตมลอยปะปนในมวลอากาศเซียวหนิงเยว่ก้าวข้ามแอ่งน้ำขังด้วยวิถีเท้าอันเงียบเชียบ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่"ผู้มั่งมีล้วนมีทางเลือกให้เดินอยู่แล้ว" เซียวหนิงเยว่เอ่ยเสียงเรียบ "ข้าจะเริ่มจากคนที่ไม่มีทางเลือก"จังหวะนั้นเอง สตรีร่างผอมซีดนางหนึ่งเดินประคองครรภ์ที่นูนเด่น จูงมือเด็กเล็กวัยเตาะแตะเดินผ่านหน้าร้านไป เสื้อผ้าของนางปุปะ ขอบตาดำคล้ำจากการอดหลับอดนอน ทว่าอ้อมแขนกลับกอดประคองบุตรน้อยไว้แน่นเซียวหนิงเยว่หยุดสายตาอยู่ที่สองแม่ลูกนั้นนานกว่าปกติ มือบางยกขึ้นแตะหน้าท้องของตนเองโดยสัญชาตญาณ ไห่ยวี่เจ๋อที่ยืนอยู่เบื้องหลังสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของนายหญิง จึงก้าวเข้ามาเงียบๆ"ผู้ที่กำลังอุ้มชูชีวิตไว้ในท้อง..

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 69 : ระบบสกัดกลั่นผลผลิตวิญญาณ

    กลิ่นอายดินดำข้นคลั่กปะปนกับกลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลไปทั่วลานคฤหาสน์ เซียวหนิงเยว่ก้าวเดินไปตามร่องดินอย่างเชื่องช้า พลางก้มมองยอดอ่อนของพืชพรรณวิญญาณที่แทงยอดพ้นดินขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ผลจากการสาดปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ลงไปในชั้นปฐพีเมื่อคืนก่อน ทำให้สมุนไพรเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วกว่าปกติถึงสี่เท่าหกส่วนปราณบริสุทธิ์จากโลกภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ร่างของสตรีชุดดำอย่างไร้สิ่งใดกางกั้น พริบตานั้น ก้อนแป้งทั้งห้าชีวิตภายในหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่นพลันขยับดิ้นเบาๆ เต้นตอบรับกระแสปราณอย่างร่าเริง พวกเขาแผ่ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านฝ่ามือของมารดาที่กำลังทาบลงบนหน้าท้อง"กินเก่งขึ้นทุกวัน..." เซียวหนิงเยว่เอ่ยพึมพำเสียงเบา นัยน์ตาที่มักราบเรียบและว่างเปล่า บัดนี้กลับแฝงแววตามใจสายเลือดของตนอย่างที่สุด"เช่นนั้นแม่ต้องปลูกให้มากกว่าเดิม ขุนพวกเจ้าให้อิ่มหนำจนสวรรค์ยังต้องยำเกรง"วูบ...ทันใดนั้น จี้อัญมณีสีเขียวมรกตกลางหน้าอกพลันระเบิดแสงสว่างวาบ อักขระแสงสีทองเรืองรองลอยเด่นขึ้นมาในห้วงสำนึกของนางอย่างฉับพลัน พร้อมกับกระแสความคิดจากกลไกสลับเปลี่ยนภายใ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 68 : หนี้แค้นที่ต้องชำระด้วยเสบียง

    [สรุปผลการแปรสภาพศึกทะเลพิษ: ปุ๋ยซากพิษกลั่นบริสุทธิ์ บรรจุ 300 กระสอบ น้ำหมักปรสิตซากอสูร บรรจุ 80 ไห สมุนไพรวิญญาณระดับกลางเติบโตเร็วกว่าปกติสี่เท่าหกส่วน... ตรวจพบร่องรอยตกค้าง: เซียวเจิ้นหนาน]ตัวอักษรบนหน้าต่างโปร่งแสงจางหายไป เซียวหนิงเยว่กวาดสายตาอ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำอีกครา นิ้วเรียวเคาะลงบนแผ่นศิลาข้างกายเป็นจังหวะเชื่องช้า กลิ่นคาวเลือดที่เคยคละคลุ้งเมื่อค่ำคืนก่อนถูกแทนที่ด้วยความหอมสดชื่นของสมุนไพรวิญญาณ พฤกษาสังหารที่ผ่านการวิวัฒนาการสงบนิ่งอยู่รอบกำแพงที่แตกหัก ดุจอสูรเฝ้าประตูกำลังจำศีลเช้าวันใหม่ของฟาร์มวิญญาณเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับกองทรัพยากรมหาศาล ทว่ามวลอากาศบนชานเรือนชั่วคราวกลับคุกรุ่นไปด้วยความเดือดพล่าน"ข้าจะไปฉีกกระเดือกมันเดี๋ยวนี้!" ตี้อ๋าวเทียนคำรามต่ำในลำคอ แผงคอสีทองตั้งชัน สองมือเปล่าที่เคยใช้ไถหน้าดินเมื่อวาน บัดนี้กำแน่นจนข้อต่อลั่นกร๊อบ จ้าวราชสีห์ทองคำเดินวนไปมาดุจสัตว์ร้ายถูกขังกรง"สวะพรรค์นั้นกล้าส่งทะเลพิษมาปนเปื้อนอาณาเขตของท่าน ปล่อยข้าไปเถิด ข้าจะกระชากหัวเซียวเจิ้นหนานมาเสียบประจานหน้าฟาร์ม!""แค่หัวมันไม่พอ! ข้าจะไปถล่มคฤหาสน์ตระกูลเซียวให้ราบเป

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 67 : ผลผลิตชุดแรก

    เพียงสิ้นเสียงของเซียวหนิงเยว่ ทะเลพิษซากศพสีดำทะมึนก็ไหลบ่าเข้าหากำแพงคฤหาสน์จากทุกทิศทาง คลื่นความตายกัดกร่อนทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า เถาวัลย์กะซวกลำไส้ที่เคยดุร้ายเริ่มเหี่ยวเฉา บุปผากลืนโลหิตปิดกลีบซ่อนคมเขี้ยว เห็ดสปอร์อัมพาตแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำดุจถ่านไหม้"ฮ่าๆๆ! ค่ายกลพฤกษาอันใดกัน สุดท้ายก็ต้องสยบต่อพิษซากศพของข้า! ทำลายกำแพงนั่นเสีย แล้วนำหัวของนังมารดาอสูรกลับไปรับรางวัล!" ผู้นำหน่วยเงาโลหิตแสยะยิ้มอยู่ใต้เงามืดของผ้าคลุมสีเลือด เสียงหัวเราะแหบพร่าดังก้องทว่า ท่ามกลางความพินาศที่กำลังคืบคลาน เซียวหนิงเยว่ยังคงยืนหยัดอย่างสงบอยู่กลางลานดิน นางก้มลงยกชามน้ำแกงที่วางทิ้งไว้บนแผ่นศิลาขึ้นมาประคองไว้ มือหนึ่งถือจอบกระดูกวิญญาณ สายตาทอดมองทะเลพิษที่กำลังกัดกินรากฐานฟาร์มด้วยความว่างเปล่า"ของเสียมากมายเพียงนี้..." ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ "ทิ้งไปก็น่าเสียดาย"สิ้นคำพูด หน้าจอระบบฟาร์มมิติโอสถสวรรค์พลันสว่างวาบขึ้นในห้วงสำนึก[บ่อหมักซากพิษเปิดใช้งาน] [พืชสังหารเข้าสู่โหมดแปรสภาพ] [ค่ายกลพฤกษาวิญ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 27 : สุนัขที่สะบัดไม่หลุด

    สิ้นประโยคตัดรอนอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เซียวหนิงเยว่สะบัดชายเสื้อคลุมที่ขาดวิ่น หมุนตัวก้าวเดินจากไปท่ามกลางความมืดมิดของตรอกร้อยหลิว แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงตั้งตระหง่าน ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์หรือเยื่อใยต่อบุรุษอสูรทั้งห้าที่ยืนนิ่งเป็นรูปสลักหินอยู่เบื้องหลังทว่า... อุตส่าห์พลิกแผ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 9 : รอยเลือดหน้าค่ายกล

    กลิ่นหอมขมปร่าของสมุนไพรวิญญาณเดือดปุดอยู่ในหม้อดินเผา เซียวหนิงเยว่ใช้ทัพพีไม้คนน้ำแกงบำรุงครรภ์อย่างใจเย็น ผ่านมาหนึ่งวันเต็มหลังจากสร้างอาณาเขตลวงตา ทุกอย่างควรจะสงบสุขทว่า...เปรี้ยง!ม่านพลังงานถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่า คลื่นพลังปะทะกระแทกเศษดินกระจุยกระจาย กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งรุนแ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 8 : ภารกิจอาณาเขต

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงห้าสายเหยียบย่ำเศษซากกิ่งไม้แหลกละเอียดดุจพายุคลั่ง ระยะห่างระหว่างจ้าวอสูรบรรพกาลและเป้าหมายหดสั้นลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบลี้ทว่าพริบตานั้น ผืนฟ้าเหนือป่าหมอกอสูรพลันบิดเบี้ยวมวลเมฆดำทะมึนถูกฉีกกระชากออก ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงฉานดุจโลหิตเดือดพล่าน แรงสั่นสะ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 7 : คลาดกันเพียงคืบ

    "กร๊อบ..." เสียงกระดูกสันหลังลั่นเกรียวกราวทันทีที่อดีตนักฆ่าขยับตัวลุกขึ้นยืน อากาศยามเช้าตรู่หน้าโพรงไม้เย็นเยียบจนแทบทะลุถึงกระดูก อาการปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สภาพการนอนขดตัวซ่อนในดงไม้ชื้นแฉะไม่ใช่สิ่งที่สตรีตั้งครรภ์แฝดห้าควรต้องเผชิญเซียวหนิงเยว่กัดฟันพยุงร่างก้าวเท้าออกจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status