Home / รักโบราณ / หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร / บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

Share

บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

last update publish date: 2026-03-18 10:43:37

ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ

"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"

ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น

"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตัวใดก็มิรู้ จวนตระกูลเซียวของเราต้องแปดเปื้อนคาวโลกีย์ก็เพราะความร่านของตัวบัดซบแท้ๆ"

เซียวเจิ้นหนาน ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ ก้าวอาดๆ เหยียบเศษประตูพังยับ นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้าย รังสีคุกคามระดับจ่าฝูงถูกปลดปล่อยออกมากดทับบรรยากาศโดยรอบ มวลปราณดิบเถื่อนหมายบดขยี้กระดูกของสตรีบนเตียงให้แหลกเหลว บังคับให้สตรีไร้ปราณต้องหมอบคลานยอมจำนนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าผู้อ่อนแอ

ห้วงบรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ของผู้นำตระกูล ขาเตียงไม้ที่ผุพังเริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักสะบั้น กระดูกในร่างของเซียวหนิงเยว่ถูกปราณพยัคฆ์กดทับจนปวดร้าวราวกับมีหินผานับพันชั่งทับลงมาบนบ่า

กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทว่าอดีตมือสังหารเพียงแค่กลืนมันกลับลงไปอย่างเงียบเชียบ สองมือกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาด ไม่ยอมแม้แต่จะหลบสายตาหรือแสดงความเจ็บปวดออกมาให้ศัตรูเห็น

แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอไร้รากฐาน ทว่าจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมจากขุมนรกย่อมไม่มีวันถูกบดขยี้ด้วยแรงกดดันต่ำต้อยเช่นนี้

"นังลูกทรพี" ผู้นำตระกูลพยัคฆ์คำรามลั่น เสียงนั้นสั่นสะเทือนจนกระเบื้องหลังคาร่วงหล่น "ข้าให้ข้าวให้น้ำเจ้ามากว่าสิบห้าปี หวังให้ใช้หน้าตาเชิดหน้าชูตาตระกูลเซียว แต่เจ้ากลับลดตัวไปสมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำจนตั้งครรภ์มารหัวขน รังสีอัปมงคลแผ่ซ่านจากหน้าท้องเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าสมควรถูกถลกหนังทั้งเป็นแล้วโยนให้ฝูงแร้งอสูรจิกกิน"

เซียวหนิงเยว่ไม่ร้องไห้อ้อนวอน หากเป็นคุณหนูผู้อ่อนแอคนเดิม ย่อมต้องก้มหัวร่ำไห้ ทว่าผู้ที่อยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้างคืออดีตมือสังหารรหัสศูนย์ศูนย์หนึ่ง

นางหยัดแผ่นหลังที่สั่นสะท้านให้ตั้งตรงดุจทวนเหล็กกล้า ปลายนิ้วเรียวปัดเศษฝุ่นบนหัวไหล่อย่างเชื่องช้า จมูกสูดดมกลิ่นอายคุกคามของจ่าฝูงพยัคฆ์... ช่างกระจอกสิ้นดี

กลิ่นอายแค่นี้เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวรังสีฆ่าฟันในลานประหารนรกด้วยซ้ำ

"สมสู่กับสัตว์ป่าชั้นต่ำ... คาวโลกีย์งั้นหรือ"

เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็น ริมฝีปากซีดเซียวเหยียดยิ้มหยัน "ประเสริฐ เช่นนั้นผู้นำตระกูลผู้ทรงธรรมช่วยบอกข้าทีเถิด... พวกเดนมนุษย์ที่สั่งให้ 'เซียวรั่วเสวี่ย' นำถ้วยชาผสมยาสลายปราณมาให้ข้า ซ้ำยังเจือผงปลุกกำหนัดให้ข้าเตลิดเข้าป่าหมอกอสูร... สมควรเรียกว่าเดรัจฉานสายพันธุ์ใดเล่า ฮูหยินเอก? หรือข้าควรจะถือว่าความต่ำช้านี้มันฝังลึกอยู่ในสันดานของพวกเจ้าทั้งแม่ทั้งลูก!"

ม่านตาของสตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษหดแคบลงกะทันหัน กลิ่นความกลัวสายหนึ่งแล่นผ่านจมูกของอดีตนักฆ่า ไป๋อวี้หลานชะงักงัน ซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้แขนเสื้ออย่างรวดเร็ว อาการตื่นตระหนกของเหยื่อที่ถูกกระชากหน้ากากฉายชัดผ่านนัยน์ตาที่สั่นระริก ทว่านางคือสตรีที่เสแสร้งเก่งกาจที่สุดในจวน เพียงพริบตาเดียวความหวาดผวาก็ถูกกลบมิด หยาดน้ำตาร่วงหล่นเผาะราวกับไข่มุกขาดสาย นางซบใบหน้าลงกับแผงอกของสามี สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ

"หนิงเยว่... เหตุใดเจ้าจึงกล่าววาจาโหดร้ายปานนี้!" นางสะอื้นฮัก เสียงสั่นเครือ "แม่รู้ว่าเจ้าหวาดกลัวความผิดที่ไปตั้งครรภ์มารหัวขน จึงพยายามหาแพะรับบาป แต่ถึงขั้นใส่ร้ายว่าข้าเป็นผู้วางยาเจ้า... จิตใจเจ้าทำด้วยสิ่งใดกัน!"

สตรีแพศยาปาดน้ำตา แสร้งทำเป็นมารดาผู้ถูกรังแก "ข้าดูแลเจ้ามาราวกับลูกในไส้ ทะนุถนอมปานแก้วตาดวงใจ เจ้ากลับเอาโคลนมาสาดรดแม่ผู้นี้ได้อย่างไร!"

นางหันไปช้อนตาเปี่ยมน้ำตาขึ้นมองเซียวเจิ้นหนาน "ท่านพี่... ข้าปวดใจเหลือเกินเจ้าค่ะ นางมั่วสุมคาวโลกีย์แล้วยังมาแว้งกัดข้า หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด... ฆ่าข้าให้ตายเสียยังดีกว่าต้องมาทนฟังลูกเลี้ยงปรักปรำเช่นนี้!"

ไป๋อวี้หลานหันไปซบแขนสามี แสร้งสะอื้นไห้ตัวสั่นเทา "ท่านพี่... ดูหนิงเยว่สิเจ้าคะ นางทำผิดจารีตถึงเพียงนี้กลับไร้ความสำนึก ซ้ำยังกุเรื่องใส่ร้ายข้าอีก ข้าอุตส่าห์ทะนุถนอมเลี้ยงดูนางมาราวกับลูกในไส้... เหตุใดนางจึงตอบแทนความหวังดีของข้าด้วยความอาฆาตมาดร้ายเช่นนี้เจ้าคะ"

"หุบปากเดี๋ยวนี้ นังลูกทรพี!"

เซียวเจิ้นหนานตวาดแทรก กรงเล็บแหลมคมงอกยาวพ้นปลายนิ้ว พลังปราณพยัคฆ์เดือดพล่าน "ทำตัวเสื่อมเสียแล้วยังกล้าปากดี ไม่ว่าใครจะวางยาเจ้า แต่วันนี้ข้าจะควักก้อนเนื้ออุบาทว์ในท้องเจ้านั่นออกมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมาป่ากิน"

คำว่า 'ควักก้อนเนื้อ' จุดชนวนสัญชาตญาณหวงแหนสมบัติชิ้นเดียวของอดีตนักฆ่าให้ปะทุเดือด ฝ่ามือบางเลื่อนมาปกป้องหน้าท้องแบนราบโดยอัตโนมัติ

ราวกับรับรู้ได้ถึงภัยคุกคาม ก้อนเลือดที่เพิ่งก่อตัวพลันเต้นตุบเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น คลื่นพลังอสูรบรรพกาลสายหนึ่งไหลเวียนปกป้องอวัยวะภายในของมารดาอย่างเงียบงัน มันผสานเข้ากับจิตสังหารของนาง กลายเป็นเกราะต้านทานบางเบาที่ผลักดันการคุกคามของพยัคฆ์เขี้ยวดาบออกไป

หากใครกล้าแตะต้องสายเลือดของนาง นางจะสับพวกมันเป็นหมื่นชิ้นแล้วโยนให้สุนัขป่าอสูรแทะกระดูก

ม่านตาของนางหดแคบลง กวาดตามองร่างสูงใหญ่ของบิดาประหนึ่งมองซากศพ สายตาของอดีตมือสังหารล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ ตรงลำคอหนา ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นต่อรังสีคุกคามเลยแม้แต่น้อย

สมองคำนวณระยะห่างหกก้าว... หากพุ่งทะยานออกไปพร้อมเศษกระดานไม้แหลมคมใต้ผ้าห่ม โอกาสคว้านคอหอยผู้นำตระกูลเซียวมีมากถึงแปดส่วน

"เข้ามาสิ"

น้ำเสียงของอดีตมือสังหารไม่ได้ตะเบ็งก้อง ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบทะลุขั้วกระดูก "หากก้าวเข้ามาใกล้สายเลือดของข้าอีกเพียงครึ่งก้าว ข้าจะคว้านลูกกระเดือกท่านออกมาให้ดู... ว่าเลือดของพยัคฆ์เขี้ยวดาบมันจะคาวน่าสะอิดสะเอียนสักแค่ไหน"

ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ชะงักฝีเท้ากะทันหัน ขนอ่อนบริเวณหลังคอตั้งชันโดยไร้สาเหตุ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างร้องเตือนอย่างบ้าคลั่ง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสตรีไร้ปราณตรงหน้า เสียดแทงทะลวงปราณคุ้มกันจนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกสันหลัง บรรยากาศภายในห้องบีบรัดจนคล้ายถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์

"ทะ... ท่านพี่ เหตุใดจึงหยุดมือเล่าเจ้าคะ" ไป๋อวี้หลานที่ลอบสั่นสะท้านจากบรรยากาศอันกดดัน ยังคงฝืนใจกรีดร้องเร่งเร้า "มัวรออันใดอยู่ ลงมือสิเจ้าคะ ควักก้อนเลือดสกปรกนั่นออกมาเดี๋ยวนี้"

เซียวหนิงเยว่แสยะยิ้มเย็นชา นัยน์ตาสะท้อนประกายมัจจุราช ก่อนจะตอกกลับด้วยน้ำเสียงที่แช่แข็งทุกคนในห้อง

"หุบปากสกปรกของพวกเจ้าเสีย ก่อนที่ข้าจะลากตระกูลเซียวลงนรกไปด้วยกัน"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 5 : มิติโอสถสวรรค์

    กลิ่นคาวเลือดคาวคลุ้งและลมหายใจเหม็นเน่าของฝูงอสูรหมาป่าวิปริตมลายหายไปในพริบตาห้วงอากาศของป่าหมอกอสูรถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของปราณวิญญาณที่เข้มข้นจนแทบจับต้องได้ เซียวหนิงเยว่ลืมตาขึ้นมาอย่างระแวดระวัง นัยน์ตาสีดำขลับดุจนักล่ากวาดมองรอบทิศทางอย่างรวดเร็วนางไม่ได้ตกอยู่ในวงล้อมของคมเขี้ยวเดรัจฉานอีกต่อไป ทว่ากำลังยืนอยู่กลางผืนดินดำขลับอันเงียบสงบและกว้างใหญ่ไร้จุดสิ้นสุด"ที่นี่ที่ใด..."อดีตมือสังหารตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ หยัดเท้าทั้งสองตั้งมั่นสัญชาตญาณระวังภัยเปิดรับทุกสรรพเสียง ทว่ามีเพียงความเงียบสงัดและเสียงน้ำไหลรินบางเบาเท่านั้น[ติ๊ง... ยินดีต้อนรับผู้สืบทอดเข้าสู่ 'ระบบฟาร์มมิติโอสถสวรรค์']เสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังก้องขึ้นในห้วงความคิดเซียวหนิงเยว่ก้มมองต้นตอของเสียง แสงสีมรกตสว่างวาบออกมาจากสร้อยคอที่ซุกซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อ ร่างบอบบางล้วงหยิบอัญมณีสีเขียวขึ้นมาตรึงไว้เบื้องหน้า นัยน์ตาสีดำขลับหรี่ลงอย่างจับผิดในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม... ไม่มีข้อมูลของสิ่งประหลาดเช่นนี้อยู่เลยแม้แต่น้อย"ระบบฟาร์มมิติ... คือสิ่งใด" น้ำเสียงของอดีตมือสังหารเย็นเยียบ แฝงรัง

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 4 : การหลบลี้ที่เหนือความคาดหมาย

    ตลอดเส้นทางจากประตูเมืองจนถึงชายแดนรกร้าง เซียวหนิงเยว่รับรู้ได้ตลอดเวลาว่ามี 'หนูโสโครก' สะกดรอยตามมาไม่ห่าง ทว่าอดีตมือสังหารกลับแสร้งก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ล่อลวงพวกมันมาจนถึงสถานที่ที่เหมาะแก่การเป็นหลุมฝังศพของพวกมันที่สุดลมพัดกรรโชกแรง หอบเอากลิ่นดินชื้นแฉะและกลิ่นซากศพเน่าเปื่อยลอยแตะจมูกทันทีที่เซียวหนิงเยว่เหยียบย่างเข้าสู่เขตแดนป่าหมอกอสูร บรรยากาศรอบกายมืดสลัว แสงจันทร์ถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาทึบ"ช่างเป็นการเลือกหลุมฝังศพได้เหมาะสมกับขยะเช่นเจ้าเสียนี่กระไร"เสียงคำรามต่ำเหี้ยมเกรียมดังแทรกความเงียบงัน หูของสตรีไร้ปราณกระตุกรับกระแสเสียงที่ผิดจังหวะ กิ่งไม้ด้านบนลู่ลมเบาเกินไป สัญชาตญาณเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัย ขนอ่อนหลังคอตั้งชันขึ้นในชั่วพริบตา"กลิ่นสาบสุนัขรับใช้ของเซียวเจิ้นหนานช่างเหม็นโฉ่จนข้าอยากจะอาเจียน"เซียวหนิงเยว่แค่นเสียงหยัน นัยน์ตาสีดำขลับตวัดมองความมืดมิดเบื้องบนอย่างเยือกเย็น ร่างบอบบางไม่มีทีท่าหวาดหวั่นแม้จะถูกล้อมด้วยจิตสังหาร "พวกเจ้าซ่อนตัวได้อ่อนหัดสิ้นดี ปล่อยให้ข้าล่อมาจนถึงที่นี่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก""ปากดีนักนะนังแพศยา"ยอดฝีมือตระกูลพยัคฆ์ชุ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 3 : กระชากหน้ากากดอกบัวขาว

    "ท่านพ่อ... โปรดระงับโทสะด้วยเถิดเจ้าค่ะ"เสียงหวานใสเจือสะอื้นดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด เซียวรั่วเสวี่ย คุณหนูใหญ่สายเลือดอสรพิษหยกขาว ก้าวกรีดกรายออกมาจากเบื้องหลังผู้นำตระกูล ใบหน้างดงามดูบริสุทธิ์ดุจดอกบัวขาวอาบชุ่มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวัง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่นางสวมใส่ดูขัดแย้งกับกลิ่นอายเย็นเยียบของสัตว์เลือดเย็นที่แผ่กระจายออกมาจากเกล็ดสีขาวจางๆ บริเวณลำคอ"น้องรอง... เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นปานนี้ ท่านพ่อเมตตาเลี้ยงดูเจ้ามา แต่เจ้ากลับทำเรื่องผิดจารีตจนตั้งครรภ์ ซ้ำยังกำเริบเสิบสานข่มขู่ท่านพ่ออีกหรือ"เซียวรั่วเสวี่ยแสร้งทอดถอนใจ นัยน์ตาเรียวเล็กทอประกายริษยาที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิด ทว่าน้ำเสียงกลับดัดจริตให้ดูน่าสงสารราวกับปวดใจนักหนา "สตรีที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องแปดเปื้อนเช่นเจ้า... หากมิยอมรับผิด ก็สมควรถูกถอดถอนชื่อออกจากผังตระกูลเซียว เพื่อมิให้บรรพชนต้องมัวหมองนะน้องรอง!"เซียวหนิงเยว่เพียงปลายตามองสตรีดอกบัวขาว ประสาทสัมผัสของอดีตมือสังหารสูดดมกลิ่นอายในห้วงอากาศ สัญชาตญาณนักล่าทำการคัดกรองกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นสาบของพยัคฆ์ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งจั

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 2 : จิตสังหารสยบพยัคฆ์

    ฝุ่นไม้จางลง ปรากฏร่างของบิดาและแม่เลี้ยงที่ก้าวล่วงล้ำเข้ามาในเรือนซอมซ่อ"ช่างเหม็นสาบสางเสียจริง"ไป๋อวี้หลาน สตรีแพศยาสายเลือดอสรพิษกระดิ่งทองแดง ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูก แสร้งบีบน้ำตาสะอึกสะอื้น"ท่านพี่ ดูสภาพขยะชิ้นนี้สิเจ้าคะ หายหัวเข้าป่าหมอกอสูรไปเป็นเดือน กลับมาพร้อมมารหัวขนของเดรัจฉานตัวใดก็มิรู้ จวนตระกูลเซียวของเราต้องแปดเปื้อนคาวโลกีย์ก็เพราะความร่านของตัวบัดซบแท้ๆ"เซียวเจิ้นหนาน ผู้นำตระกูลพยัคฆ์ ก้าวอาดๆ เหยียบเศษประตูพังยับ นัยน์ตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจสัตว์ร้าย รังสีคุกคามระดับจ่าฝูงถูกปลดปล่อยออกมากดทับบรรยากาศโดยรอบ มวลปราณดิบเถื่อนหมายบดขยี้กระดูกของสตรีบนเตียงให้แหลกเหลว บังคับให้สตรีไร้ปราณต้องหมอบคลานยอมจำนนตามสัญชาตญาณสัตว์ป่าผู้อ่อนแอห้วงบรรยากาศภายในห้องบิดเบี้ยวตามแรงอารมณ์ของผู้นำตระกูล ขาเตียงไม้ที่ผุพังเริ่มลั่นเปรี๊ยะราวกับจะหักสะบั้น กระดูกในร่างของเซียวหนิงเยว่ถูกปราณพยัคฆ์กดทับจนปวดร้าวราวกับมีหินผานับพันชั่งทับลงมาบนบ่ากลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ทว่าอดีตมือสังหารเพียงแค่กลืนมันกลับลงไปอย่างเงียบเชียบ สองมือกำแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาด ไม่ยอมแม้แ

  • หอบแฝดห้า ทำฟาร์มในโลกอสูร   บทที่ 1 : อุ้มครรภ์สายเลือดอสูร

    "คุณหนู... ตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วขอรับ"น้ำเสียงสั่นพร่าแหบโหยดุจใบไม้ร่วงหล่น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในเรือนไม้ซอมซ่อเปลือกตาที่เคยปิดสนิทเบิกโพลงขึ้นในฉับพลัน นัยน์ตาสีดำขลับทอประกายเย็นเยียบดุจคมดาบกวาดมองรอบทิศทาง"เจ้าเป็นใคร" น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงรังสีคุกคามจนอีกฝ่ายผงะหงายหลัง"ขะ... ข้าน้อยคือหมอประจำจวน... คุณหนูเซียว ท่านสลบไปถึงสามวันเต็ม..." หมอชราละล่ำละลักตอบม่านตาของชายชราเบิกกว้าง สตรีตรงหน้าคือขยะตระกูลเซียวที่ใครๆ ต่างเหยียบย่ำ ทว่าบัดนี้กลิ่นอายรอบตัวกลับเปลี่ยนไปราวกับสัตว์นักล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลและพร้อมจะขย้ำคอหอยเหยื่อ"เมื่อครู่ เจ้าพล่ามเรื่องอันใด"เซียวหนิงเยว่เค้นเสียงยันกายลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังตั้งตรงดุจคันศรที่ถูกง้างจนตึง สายตาเยือกเย็นล็อกเป้าไปที่เส้นเลือดใหญ่เต้นตุบๆ บนลำคอของหมอชรา ประเมินวิถีการลงมือในหัวอย่างรวดเร็ว หากชายผู้นี้ตุกติกเพียงสะบัดมือกระแทกลูกกระเดือก ทุกอย่างย่อมจบสิ้นในกระบวนท่าเดียว"ขะ... ข้าน้อยมิได้พล่าม ชีพจรของท่าน... ชีพจรเต้นผสานรุนแรงดุจคลื่นกระแทกฝั่ง... มีร่องรอยของพลังชีวิตก่อกำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status