Share

บทที่ 9

last update Tanggal publikasi: 2026-02-04 16:18:47

“หนี้หมดเมื่อไหร่จะไม่มาทำงานต่อก็ได้ อันนั้นแล้วแต่พราว แต่เรื่องลูก เธอต้องเรียนจบแล้วมีงานทำที่มั่นคงก่อน พี่ถึงจะไม่ไปยุ่งกับเธอกับลูกอีก ตราบใดที่ยังเรียนไม่จบ งานการก็ไม่เป็นหลักแหล่งแบบนี้ พี่ไม่มีทางปล่อยเธอกับลูกให้คลาดสายตาแน่นอน”

พราวจันทร์พยักหน้าช้าๆ “ได้ แต่หนูเรียนจบเมื่อไหร่ กรุณารักษาสัญญาด้วย อย่ามายุ่งกับหนูกับลูกแล้วก็พี่กันต์อีก ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิต อ้อ!ระหว่างนี้อย่าลากพี่กันต์เข้ามาเกี่ยวอีก พี่กันต์ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องของเราสองคน”

“ดูพราวเป็นห่วงบาเทนเดอร์คนนั้นจังเลยนะ รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ” ในสายตาเขา พราวจันทร์เป็นผู้หญิงโง่เง่าที่บูชาความรักจนน่าสมเพช ความรักมันมีจริงที่ไหน จอมปลอมทั้งเพ “พี่เตือนด้วยความหวังดีนะพราว รักน่ะรักได้ แต่อย่ารักจนโง่ รักอย่างเดียวไม่พอหรอก ถ้าจะเลือกใครสักคนเป็นคู่ชีวิต พี่แนะนำว่าให้เลือกคู่ชีวิตที่ส่งเสริมกันได้ ไม่ใช่แค่ให้ความสุขบนเตียง”

เลือกคู่ชีวิตที่ส่งเสริมกันได้งั้นหรือ

มิน่าเล่า.. เขาถึงไม่เลือกเธอ เพราะเธอมันต่ำต้อยนี่เอง

พราวจันทร์น้ำตาตกในเมื่อหวนนึกถึงวันวาน เมื่อครั้งที่เคยรักภวินท์สุดหัวใจจนสามารถมอบทุกอย่างให้กับเขาได้ แต่สุดท้ายเขากลับใช้ความรักของเธอย้อนกลับมาฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น

ทว่าในความขมขื่นก็มีเรื่องน่าขันเกิดขึ้น เธอช้อนตาขึ้นมองนายแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินตรา อีกทั้งหน้าที่การงานก็เป็นที่ยกย่องของผู้คนแล้วยิ้มเยาะ “ก่อนที่จะสอนคนอื่น พี่ช่วยหันกลับไปมองชีวิตตัวเองบ้างนะคะว่าเป็นยังไง ได้ข่าวว่าผู้หญิงที่พี่เลือกมาเป็นคู่ชีวิตนั้นดีทุกอย่าง แต่ทำไมสุดท้ายจบลงด้วยการหย่าล่ะคะ”

พอถูกแม่ของลูกย้อนกลับเช่นนั้น นายแพทย์ภวินท์ก็พูดอะไรไม่ออก

“สำหรับหนู ชีวิตคู่คือการร่วมหัวจมท้าย และการที่คนสองคนจะจับมือร่วมทุกข์ร่วมสุขและผ่านเรื่องราวมากมายไปด้วยกันได้ตลอดรอดฝั่งก็ต้องอาศัยความรักที่มากพอ ไม่ใช่เงินในกระเป๋า” แต่สิ่งที่ภวินท์พูดก็มีส่วนถูก ในยุคสมัยนี้เงินนั้นสำคัญมาก ไม่มีเงิน ไม่มีข้าวกิน กระนั้นสำหรับเธอแล้ว ผู้ชายที่จะมาเป็นคู่ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย ขอแค่ขยันทำมาหากิน รู้จักเก็บออม รู้จักลงทุนต่อยอดบ้าง เท่านี้ก็พอแล้ว

“พี่ยอมรับนะว่าชีวิตคู่ของพี่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผู้ชายของพราวก็ใช่ว่าจะดี ถ้ามันดีจริง พราวคงไม่ต้องเดือดร้อนเป็นหนี้เพราะมันหรอก”

เงินห้าแสนนั่น เธอพึ่งรู้ความจริงวันนี้เองว่าหาใช่เงินเก็บของชายหนุ่มตามที่เขาเคยบอกไม่ หากแต่เป็นเงินที่ยืมมาให้เธอ พราวจันทร์น้ำตาซึมเมื่อนึกถึงทุกอย่างที่กันต์ทำเพื่อเธอกับครอบครัวมาตลอดระยะเวลาหลายปี

“ถ้าไม่รู้อะไรก็หุบปากไป ไม่ต้องมาวิพากษ์วิจารณ์ชีวิตคนอื่น พี่เจ้าหนี้ หนูเป็นลูกหนี้ เกี่ยวข้องกันเฉพาะเรื่องนี้พอ ส่วนเรื่องส่วนตัวของหนู พี่ไม่ควรยุ่ง” คนที่ทำให้เธอเดือดร้อนหาใช่กันต์ไม่

“ที่เตือนก็เพราะหวังดี หวังดีในฐานะพี่ชาย” ถึงแม้ในเวลานี้ความรู้สึกที่มีต่อพราวจันทร์นั้นว่างเปล่า แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราสองคนก็เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แถมยังเกี่ยวข้องกันในฐานะพ่อและแม่ของลูก เขาก็หวังอยากเห็นเธอมีอนาคตที่ดี ได้มีคนดีๆ อยู่เคียงข้าง ไม่ใช่ไอ้บาเทนเดอร์นั่น

คร้านจะพูดกับภวินท์เต็มทน เธอรีบเซ็นเอกสารที่อ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนจะยื่นมันคืนให้เขา “หนูเซ็นแล้ว หนูจะพาพี่กันต์กลับบ้านได้หรือยัง”

“ยัง พี่ยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่คุยกับเธอ”

“เรื่อง?” ตั้งแต่สนทนากันมา ประโยคเมื่อครู่ภวินท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุด ดูเหมือนว่าเรื่องที่เขาจะพูดคงสำคัญน่าดู

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หักใจรัก    บทที่ 75

    สายตาของส้มที่มองมายังเธอ ไม่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่พูดออกมา เธอก็รู้ว่าส้มกำลังคิดอะไรอยู่ “ไม่ต้องเลยพี่ส้ม หนูกับหมอพอร์ชไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น แค่คนรู้จัก”สิ้นประโยคของพราวจันทร์ เสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ที่ประตูทางเข้าคลินิกก็ดังกรุ้งกริ่ง ส่งสัญญาณว่ามีคนเปิดประตู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นคนที่พนักงานประจำคลินิกคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะติดสอยห้อยตามพ่อกับแม่มาที่คลินิกบ่อยครั้ง“แม่จ๋า ตะวันมาแล้ววว” เด็กชายตะวันฉายที่นั่งอยู่บนคนนายแพทย์ภวินท์ ตะโกนเรียกแม่เสียงดังลั่น“ตะวันอย่าเสียงดังสิลูก เกรงใจคนอื่นเขา” พราวจันทร์เอ็ดลูกชาย“ขอโทษครับผม” เด็กที่ว่านอนสอนง่าย พูดอะไรเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ รีบเอ่ยขอโทษแม่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นไม่สมควรภวินท์เดินเข้าไปหาพราวจันทร์แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว ซึ่งคราแรกแม่ของตะวันฉายก็คิดว่าที่พ่อของลูกทำเช่นนั้นเพื่อให้ลูกชายลงจากบ่าทว่า.. ไม่ใช่“แม่ครับ พ่อมีอะไรจะให้”ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของพราวจันทร์เต้นตุบตับเมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ภวินท์ยื่นมาตรงหน้า หญิงสาวรู้ดีว่าข้างในคืออะไร กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนายแพทย์หนุ่มถึ

  • หักใจรัก    บทที่ 74

    ไม่คิดเลยว่าชีวิตของภวินท์จะผ่านเรื่องราวมามากมายขนาดนี้ เพราะหากมองจากภายนอกเขาดูมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่จำเป็นต้องขวนขวาย แต่ใครเล่าจะคิดว่าลูกชายมหาเศรษฐีที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ต้องต่อสู้กับอะไรหลายอย่างถึงเพียงนี้“แล้วอย่างนี้ถ้าแม่ใหญ่รู้ว่าพี่เจอแม่แล้ว แม่ใหญ่พี่จะไม่ทำอะไรป้าไจเหรอคะ”“ลองแตะต้องแม่พี่ดูสิ รับรองแม่ใหญ่กับครอบครัวได้ฉิบหายกันหมดแน่ ครอบครัวแม่ใหญ่ทำธุรกิจส่งออกผลไม้กระป๋องเป็นฉากบังหน้าเพื่อใช้ฟอกเงิน แม่ใหญ่รู้ว่าพี่รู้เรื่องนี้ แล้วถ้าไม่โง่จนเกินไป แม่ใหญ่ไม่กล้าทำอะไรแม่พี่หรอก”ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นมาเมื่อพูดถึงเรื่องกาญจนา พราวจันทร์เห็นเช่นนั้นแล้วก็อดหวั่นไม่ได้ เธอกลัวเหลือเกินว่าความแค้นในใจเขาจะทำให้ชายหนุ่มอะไรที่คาดไม่ถึง“พี่พอร์ช หนูเข้าใจพี่นะว่าพี่รู้สึกยังไง แต่หนูขออะไรได้ไหม ปล่อยวางเรื่องในอดีตแล้วเดินหน้าต่อไป ใช้เวลาอยู่กับป้าไจกับตะวันให้คุ้มค่าที่สุด อย่าเอาเรื่องร้ายๆ พวกนั้นมาบั่นทอนความรู้สึกแล้วก็ความสุขพี่เลยนะ” เธอวางมือตัวเองบนหลังมือของภวินท์ “ระหว่างพี่กับแม่ใหญ่ ต่างคนต่างอยู่เถอะนะ อย่าต่อเวรต่อกรรมกันเลย”โทสะในใจมลายหา

  • หักใจรัก    บทที่ 73

    “แม่เองจ้ะ” แสดงว่าวันนั้นภวินท์ไม่เห็นนาง มิน่าเล่า ชายหนุ่มถึงไม่ยอมลงจากรถ“ตอนนั้นผมมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นไลน์ เลยไม่เห็นแม่” เขาเล่าให้สกาวเดือนฟังสกาวเดือนหรี่ตามองลูกชาย “แน่ะ! สาวเยอะล่ะสิ”“ม่าย มีพราวคนเดียวครับ”สิ้นประโยคของภวินท์ ทุกคนในห้องก็หันไปมองพราวจันทร์ที่พึ่งเดินเข้ามาเป็นตาเดียว ซึ่งเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเปิดประตูเข้ามาหลังจากที่พ่อของตะวันฉายพูดจบแล้ว“สวัสดีค่าป้าไจป้าจอย” พราวจันทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งสองท่าน “หน้าหนูมีอะไรติดหรือเปล่าคะ ทำไมทุกคนมองหนูแปลกๆ”“ไม่มีอะไรติดหรอกจ้ะ พอดีเมื่อกี้ลูกชายป้าพูดถึงหนู”ลูกชาย?นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามสกาวเดือนชี้ไปที่ภวินท์แล้วยิ้มกว้าง “นี่ลูกชายป้าเองจ้ะหนูพราว”“จริงเหรอคะ” ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ “โลกกลมจังเลยค่ะคุณป้า”“นั่นน่ะสิ ป้าเองก็ไม่คิดว่าโลกจะกลมเป็นผลส้มขนาดนี้ แล้วยังโชคดีสมหวังเรื่องที่จะได้หนูพราวมาเป็นลูกสะใภ้อีกต่างหาก”เดี๋ยวนะ!ลูกสะใภ้อะไรกันไม่ ไม่ ไม่ ไม่มีทางเด็ดขาดพราวจันทร์พยายามปฏิเสธใจตัวเอง ทว่าสองแก้มหญิงสาวแดงปลั่งฟ้องว่าแท้

  • หักใจรัก    บทที่ 72

    “เธอดูหน้าตะวันสิ พี่ยังว่าอยู่ว่าทำไมมองตะวันแล้วถึงได้รู้สึกว่าเด็กคนนี้เหมือนตาพอร์ชตอนเด็กจัง แต่จอย ตอนนี้พ่อของตาพอร์ชอยู่ที่ระเบียงห้องพัก เราต้องกลับก่อน ฉันไม่อยากเจอหน้าตานั่น”สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาออกจากห้องพักฟื้นเพื่อหลบขจรเกียรติ ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป“ไจ ไจจริงๆ ด้วย” แม้จะให้คนเฝ้าตามดูสารภีที่เปลี่ยนชื่อจริงเป็นสกาวเดือนอยู่ตลอด แต่เขาก็ไม่เคยไปหาแม่ของลูกด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าหากได้พบหน้าแล้วจะห้ามใจไม่ให้ไปตามแม่ของภวินท์กลับมาอยู่ด้วยกันไม่ได้ “ไจมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าฉันจะมาที่นี่ได้ยังไง ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับแล้ว”“ไจสบายดีใช่ไหม”น้ำเสียงและแววตาที่ขจรเกียรติมองมา ชัดเหลือเกินว่าตาแก่นี่รู้สึกเช่นไรกับนาง แต่เรื่องของเราสองคนมันจบลงไปตั้งสามสิบกว่าปีแล้ว แม้จะหลงเหลือความทรงจำในช่วงที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันบ้าง แต่ความรู้สึกต่างๆ นั้นจางหายไปจนสิ้น แต่ที่ไม่อยากพบหน้าพ่อของภวินท์ เป็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับภรรยาเขา“ฉันสบายดี สบายดีมากๆ แต่วันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”แต่ยังไม่ทันที่สกาวเดือนจะก้าวเดิน ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสู

  • หักใจรัก    บทที่ 71

    บางที.. คนเราก็มัวแต่ขวนขวายหาสิ่งนอกกายที่เรียกว่าเงิน จนหลงลืมคนที่อยู่ข้างๆ หลงลืมว่าแท้จริงแล้วความสุขของชีวิตคืออะไรเกิดมานานจนใกล้จะลาลับจากโลกไป ขจรเกียรติพึ่งคิดได้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไรเป็นที่หนึ่ง“ตลอดทั้งชีวิต ฉันก็คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้มีมากกว่าที่มี แต่ฉันลืมคิดไปว่าฉันมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเงินทอง ก็คือลูกชายฉันอย่างแก”“พ่อ..” ภวินท์สวมกอดขจรเกียรติ นี่เป็นกอดแรกของสองพ่อลูกตั้งแต่ชายหนุ่มจำความได้ “ถ้าผมทำอะไรให้พ่อไม่สบายใจ หรือล่วงเกินพ่อ ผมขอโทษนะ”“ไม่ต้องขอโทษ ฉันอาจจะด่าแกบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยโกรธแก่ ฉันรักแกนะพอร์ช”พราวจันทร์ยิ้มกว้างกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น สำหรับเธอแล้ว ‘ครอบครัว’ เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มาก หากไม่เข้าใจก็ควรรีบ ‘ปรับความเข้าใจ’ หรือถ้าหากใครทำผิดมา ‘การให้อภัย’ และ ‘การให้โอกาส’ เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวควรมอบให้แก่กัน อย่างเช่นที่เธอได้รับมันจากพ่อแม่เสมอมา แม้วันนี้ท่านทั้งสองจะลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว แต่พ่อและแม่ยังอยู่ในใจเธอเสมอ ไม่เคยเลือนหายไปไหนพอได้รู้ข่าวจากรินลดาว่าตะวันฉายล้มหัวกระแทกชั้นวางรองเท้าจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส

  • หักใจรัก    บทที่ 70

    “เด็กควรได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตขึ้นมาในบ้านโกโรโกโสหลังนั้น ส่วนเธอ ฉันจะให้เงินสักก้อน แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ”“พ่อไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตพราวกับลูก ลูกจะอยู่กับพราว คนเดียวที่มีสิทธิ์ดูแลลูกคือแม่ของตะวัน ไม่ใช่คนอื่น” เขาจะไม่ยอมให้ขจรเกียรติพรากลูกชายไปจากอกพราวจันทร์เด็ดขาด“แกทนเห็นลูกของแกมีชีวิตอดๆ ยากๆ ได้ยังไงพอร์ช แกก็เห็นนี่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของลูกแกตอนนี้เป็นยังไง”“จริงอยู่ที่ว่าพราวอาจจะไม่ได้มีเงินมากมาย ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่โต แต่ผมได้เห็นแล้วว่าพราวเลี้ยงลูกยังไง เธอไม่เคยปล่อยให้ลูกอด เธอเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ถ้าเมื่อไหร่ที่ตะวันตื่นแล้วพ่อได้สัมผัสกับหลาน พ่อจะรู้ว่าพราวเลี้ยงลูกมาดีแค่ไหน”ขจรเกียรติเงียบลงเมื่อได้ฟังคำพูดของลูกชาย เขามองผ่านภวินท์ไปที่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของหลาน “ฉันจะไม่เชื่อคำพูดใครทั้งนั้น จนกว่าจะได้พิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวเอง ถ้าเธอดูแลหลานฉันได้ดีเหมือนอย่างที่พอร์ชพูด ฉันจะปล่อยให้เธอดูแลลูกโดยให้ความช่วยเหลืออยู่ห่างๆ แต่จะไม่ไปก้าวก่าย แต่ถ้าหากฉันเห็นว่าเธอดูแลลูกไม่

  • หักใจรัก    บทที่ 49

    แต่ประโยคที่ออกจากปากพราวจันทร์เมื่อครู่ทำให้ภวินท์ก็นึกถึงเรื่องที่เขาได้ยินพ่อครัวประจำผับพูดกับกันต์เมื่อคืน “พราว พี่ถามอะไรหน่อยสิ”“ถามอะไรเหรอคะ”“พราวคิดยังไงกับผู้ชายที่ชื่อกันต์” หรือว่ายามนี้ในหัวใจพราวจันทร์มีคนอื่นอยู่แล้ว เธอจึงไม่รู้สึกอะไรกับเขาไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ภวินท์ถึงถามเรื่อง

  • หักใจรัก    บทที่ 48

    น้ำเสียงขจรเกียรติฟังดูอารมณ์ดีเสียจนทำให้คนเป็นลูกนึกแปลกใจว่ามีเรื่องน่ายินดีอะไรเกิดขึ้น ‘พ่อมีอะไรจะคุยกับผมเหรอ พูดมาเลย วันนี้ผมไม่ว่างไปที่บ้าน’‘แกกับหนูดาว ลูกสาวท่านพิภพคบกันเหรอ’‘ดาว?’ เขากำลังจะถามพ่อว่าดาวไหน แต่นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าขจรเกียรติคงหมายถึงนรินทร ผู้หญิงที่มาหาเขาที่ผับเมื

  • หักใจรัก    บทที่ 47

    ผู้หญิงส่วนมากที่ถูกภวินท์หว่านเสน่ห์ล้วนแล้วแต่หลงกลเขา และหนึ่งในนั้นก็คือนรินทร ตอนนี้หญิงสาวเคลิ้มไปกับมารยาของชายหนุ่มจนถอนตัวไม่ขึ้น สายตาเขาทำให้หล่อนละเมอเพ้อพกไปว่านายแพทย์หนุ่มมีใจให้"ถ้าอยากให้ดาวประทับใจ คืนนี้คุณต้องดื่มเป็นเพื่อนดาวจนผับปิดเลยนะคะ” เธอเอนศีรษะซบบ่ากว้างของภวินท์ แสร้

  • หักใจรัก    บทที่ 46

    เรียวปากอิ่มเหยียดยิ้ม “งั้นสิ่งที่พี่ต้องการ หนูก็ให้พี่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะถึงหนูจะจน แต่หนูมีศักดิ์ศรี มีสองมือ สองขา และสมอง ไม่ได้สิ้นคิดถึงขนาดยอมเป็นเมียน้อยใคร” เธอมองบะหมี่เกี๊ยวหมูกรอบในชามภวินท์ที่ยังไม่พร่องสักนิด “ถ้าไม่กินก็ไม่ควรสั่งมานะคะพี่พอร์ช หนูรู้ว่าพี่มีเงินจ่าย แต่กินทิ้งกิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status