Masuk“อายุคงไม่เกินสามสิบห้า จะหิวอะไรขนาดนั้น!”
เธอหยิบนามบัตรขึ้นมาดูแล้วก็ต้องเกร็งตัวสุดขีด ยกมือขึ้นมาป้องปาก ตาเบิกโต รีบโยนนามบัตรทิ้งลงถังขยะราวกับเป็นของร้อน
“คุณดรัณ เจ้าของเวฟคลับ!”
ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ หัวใจเต้นกระหน่ำ สมาธิที่ตระเตรียมสำหรับอ่านหนังสือกระเจิดกระเจิงหายไปกับสายลมหมดแล้ว นี่เธอถูกนายจ้างซื้อบริการ และก็ปฏิเสธเขาไปอย่างไม่ไยดี ไม่ใช่ว่าถูกไล่ออกจากงานเสียล่ะ
“แต่จะว่าไป เขาดูอันตราย หรือจะหางานที่คลับอื่นแทนดี”
วันวิวาห์คิดไม่ตก แต่แล้วก็ปัดเรื่องเครียดๆ ออกไปจากหัวสมองเพราะต้องทำสมาธิอ่านหนังสือให้ได้ พรุ่งนี้เธอมีสอบกลางภาคแล้ว จะต้องทำคะแนนให้อุ่นใจเอาไว้ก่อน
วันวิวาห์เป็นนักศึกษาปีสี่คณะนิเทศศาสตร์ เอกการโฆษณา มหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดัง เธอผ่านการฝึกงานเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่วิจัยและเก็บอีกหนึ่งรายวิชาก็จะเรียนจบอย่างเป็นทางการ งานวิจัยของเธอไม่มีปัญหา ทั้งยังรับจ้างทำให้เพื่อนไฮโซอีกสองสามคนด้วย ทุกคนรู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกคนรวย ที่เข้ามาเรียนในสังคมแบบนี้ได้เพราะว่าเธอเรียนเก่งและตั้งใจเรียนมาก ทุกคนจึงไว้ใจจ้างทำวิจัยให้ เม็ดเงินที่ได้มาก็กระจายไปหลายทาง แทบจะเรียกว่าเงินเพียงผ่านมือเธอเท่านั้น
หญิงสาวอ่านหนังสือได้ไม่กี่บรรทัด สมาธิก็กระเจิดกระเจิงอีกครั้งเมื่อเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้าวไปส่องที่ตาแมว เรียวคิ้วย่นเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน
“แม่...” วันวิวาห์มองแม่บังเกิดเกล้าด้วยแววตาว่างเปล่า แล้วกล้ำกลืนก้อนขมๆ ลงคอ “มาทำไมเหรอ”
“ฉันก็คิดถึงแกน่ะสิไวน์”
วันทองตอบเสียงสูงแล้วเดินฉับๆ เฉี่ยวหัวไหล่ลูกสาวเข้าไปในห้องหน้าตาเฉย วันวิวาห์ลอบถอนหายใจแผ่วเบา ทำอะไรไม่ได้นอกจากปิดประตูลงแล้วเดินคอตกตามไป
“แม่มีอะไรเหรอ” วันวิวาห์ถามอีกครั้ง สีหน้าดูอึดอัด ก่อนจะลดระดับสายตาลงไปมองที่มือ พบว่าแม่ถือกระเป๋าใบขนาดกลางๆ มาหนึ่งใบ
“แหม ฉันจะมาหาลูกต้องมีอะไรด้วยเหรอ” มารดาแหวใส่ เงยหน้าขึ้นมองตาเขียว
“เห็นแม่ถือกระเป๋ามาด้วย”
“ก็ว่าจะมานอนกับลูกสักคืน”
“อะไรนะคะ!”
“ทำไม แอบเอาผู้ชายมาค้างด้วยหรือไง ฉันถึงมานอนกับแกไม่ได้”
วันวิวาห์ถอนหายใจยาว แม่ไม่เคยมองเธอในแง่ดี กระทบกระทั่งหัวใจทุกครั้งที่พบหน้า โชคดีแค่ไหนที่เธอสอบได้ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ หาไม่แล้วหัวใจคงบอบช้ำไปมากกว่านี้
“ไม่มีหรอกค่ะ ไวน์ยังเรียนไม่จบนะ”
“สมัยนี้เขาก็มีผัวตอนเรียนกันทั้งนั้นแหละ แกก็ไม่ได้ทำงานพิเศษดีเด่นอะไรนี่ ได้ข่าวว่าเข้าไปทำงานในคลับ ได้เสี่ยรวยๆ สักคนหรือยัง” วันทองถามพลางยิ้มรอ ดวงตาเปล่งประกายวาดหวังว่าคำตอบของลูกสาวจะตรงใจ
“ไวน์ไม่ได้ขายตัวนะแม่ ไวน์ทำงานเสิร์ฟ”
“พับผ่าสิ! เล่นตัวทำไม เราน่ะมีดีที่หน้าตา อกเอวแม่ก็ให้มาเยอะ ขี้คร้านจะตกทรัพย์ได้เป็นแสนๆ” ผู้เป็นแม่ชี้แนะแนวทางร่ำรวย
“แม่ เอาเป็นว่าแม่จะมาขอเงินไวน์เหรอ”
“เปล๊า!” วันทองส่ายหน้าพลางโบกมือยืนยัน
“ถ้างั้นแม่มีอะไรให้ไวน์ช่วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวพยายามถามในฐานะลูกกตัญญู ไม่ว่าจะยังไง สายสัมพันธ์แม่ลูกก็ต้องคงอยู่ แม้ว่ามันจะบางเบาจนแทบจะขาดอยู่แล้วก็ตาม
“ไม่ได้เจอกันเป็นปีแล้วนะลูก ทำไมไม่กลับบ้านบ้างล่ะ” วันทองเอื้อมมือไปลูบเรือนผมสั้นประบ่า ทอดสายตาอ่อนโยนมองลูกสาวคนโต ทว่าวันวิวาห์กลับยิ้มแกนๆ
ที่จริงเธอกลับบ้านตลอด แต่ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปที่บ้านของแม่...กับครอบครัวใหม่เท่านั้นเอง เธอไปเยี่ยมน้องสาวที่อยู่ต่างอำเภอเท่านั้น ไม่เคยคิดว่าท่านจะคิดถึงอยู่บ้างเหมือนกัน คิดว่าเพียงโอนเงินให้ตามที่ขอแทบทุกครั้ง แม่ก็คงรับรู้ได้ว่าเธอยังเป็นลูกคนหนึ่งเหมือนกัน
“ไวน์ไม่ค่อยว่างค่ะแม่ ต้องทำงานแล้วก็อ่านหนังสือสอบ ไวน์จะ...” เอาเกียรตินิยม...คำพูดท้ายถูกเอ่ยเพียงในใจ พูดไปแม่ของเธอก็คงไม่สนใจ แม่จะสนก็ต่อเมื่อเกียรตินิยมทำเงินได้มากเท่าไร
“นี่กำลังอ่านหนังสืออยู่เหรอ พักไว้ก่อน นี่แม่ซื้อของกินมาฝากแกเยอะเลยนะ” วันทองชูถุงขนมตรงหน้าพร้อมฉายยิ้มกว้าง
“นี่แม่จำของโปรดไวน์ได้ด้วย” เป็นครั้งแรกที่ดวงตากลมโตทอแววสดใสขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มยินดี
“ของโปรดลูกแม่ก็ต้องจำได้ซี นี่ไง...พายลูกตาลเจ้าดังแห่งเมืองนครปฐม” ผู้เป็นแม่หยิบออกมาจากกล่องแล้วป้อนให้ถึงริมฝีปากอิ่มสวย วันวิวาห์ถอยห่าง ทำหน้างุนงง “กินสิลูกไวน์ ไม่ได้กินมานานแล้วไม่ใช่หรือ”
“เดี๋ยวไวน์กินเองก็ได้”
หญิงสาวตัดสินใจหยิบพายลูกตาลมากัดด้วยตัวเอง แม้ภายในใจจะโหยหาความอบอุ่นสักเพียงใด แต่ความห่างเหินที่ผ่านมาทำให้เธอไม่กล้ารับไมตรีจากแม่ กลัวว่าจะต้องเจ็บปวดอีกครั้ง
“อร่อยไหมลูก”
เธอพยักหน้ารับ น้ำตาคลอหน่วย พายลูกตาลอร่อยมาก อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมา ร้านคงปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้นแน่ๆ เลย และไม่น่าเชื่อว่าเธอจะกินพายลูกตาลของแม่เกือบหมดกล่อง เมื่อได้สติจึงรีบเอาไปเก็บใส่ตู้เย็นไว้ กลัวจะหมดเสียก่อน
“ทำไมไม่กินต่อล่ะไวน์”
“เก็บไว้กินพรุ่งนี้บ้าง” เธอหันมายิ้มให้แม่แบบไม่ฝืน ก้าวเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วเอื้อมไปจับมือ “แม่จะอยู่กี่คืน”
“คืนเดียว คิดถึงแกเลยปลีกตัวมาหา พอดีฉัตรลางานได้แล้ว แม่เลยให้มันช่วยเมียเลี้ยงลูกเองแล้วรีบมาหาแกเนี่ยแหละ” วันทองพูดถึงวันฉัตรน้องชายต่างพ่อที่มีลูกตั้งแต่วัยรุ่น จึงต้องออกจากโรงเรียนโดยปริยายทั้งฝ่ายชายฝ่ายหญิง
“แล้วแม่ได้ไปเยี่ยมหวานบ้างไหม” เธอถามทั้งที่รู้ดีแก่ใจ
“โอ๊ย! ลูกใจแตกแบบนั้น ปล่อยให้มันรับชะตากรรมไปก่อนเถอะ ไปช่วยมากก็คงจะงอมืองอตีนไม่ทำมาหากิน ขอเงินฉันอย่างเดียว แค่ไอ้ฉัตรฉันก็จะแย่แล้ว” วันทองรีบตะปบปากแทบไม่ทัน ตาเบิกโตล่อกแล่ก ก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน
“ฉัตรทำไมเหรอ” เธอไม่ค่อยสนิทกับน้องชายมากนัก
“เปล่าหรอก มันก็ผู้ชายน่ะ” วันทองโบกมือ ทำหน้าเบื่อที่จะพูด
“แต่วันนี้ไวน์ต้องไปทำงานที่คลับนะแม่ กว่าจะกลับก็เกือบเช้าแล้วน่ะสิ” วันวิวาห์ทำหน้าเครียด คิดไม่ตกว่าจะแยกร่างยังไง หนึ่งปีที่ไม่ได้พบหน้าแม่ จะปฏิเสธว่าไม่คิดถึงก็คงโกหก เพียงแค่มันจืดจางเหมือนหยดน้ำหวานในแก้วน้ำเปล่าก็เท่านั้น
“ไม่เป็นไรเลย หัวค่ำแม่ก็หลับไม่รู้เรื่องแล้ว แกก็นอนกับแม่ก่อน พอแม่หลับแกค่อยออกไป”
“จริงด้วยเนอะ”
วันวิวาห์นึกน้อยใจอยู่ดีว่าแม่ไม่เคยถามเธอเรื่องเรียนเลย ถ้าเธอไม่เล่า แม่ก็ไม่พูดอะไร เรื่องเรียนไม่สำคัญ หรือเธอกันแน่ที่ไม่สำคัญ
“น้ำรินอยากได้น้องแล้ว บัวต้องตามใจลูกนะ เนี่ยคืนนี้ใส่ชุดนอนที่ฉันซื้อมาให้ รับรองลูกมาแน่” ประโยคหลังเกื้อคุณแกล้งทำกระซิบกระซาบ จึงถูกประทุษร้ายตีเพียะที่ต้นแขนแรงๆ“ทำไมคะ บัวไม่เร้าใจสำหรับคุณแล้วหรือไงถึงต้องมีตัวช่วย”“ไม่เลยแค่เป็นบัวฉันก็รักและอยากคลอเคลียด้วยตลอดนั่นแหละ แค่อยากสร้างสีสันให้ชีวิตคู่บ้างไงจะได้ตื่นเต้น” เกื้อคุณรีบแก้ ก่อนจะบอกเสียงตลกๆ “ฉันอ่านมาน่ะว่าถ้าเซ็กซ์เร้าใจจะได้ลูกชาย”“จริงเหรอคะ” บัวบูชาตาวาวขึ้นมาทันที เธอเองก็อยากได้ลูกชายไม่แพ้เขา ที่เขาพูดวันนั้นก็เข้าที ให้น้องชายได้ดูแลพี่สาว อีกอย่างบริษัทของเขาก็น่าจะมีลูกชายไว้สืบทอดกิจการ“จริงสิ สนใจไหมล่ะบัวจ๋า”“ก็ได้ค่ะบัวจะยอมใส่ให้ก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้ลูกชาย คุณเกื้อโดนทำโทษนอนนอกห้องหนึ่งปี!”“โห! โหดจังเลย” เกื้อคุณแกล้งทำเสียงกลัวไปอย่างนั้นเอง แต่ที่จริงเขาเจ้าเล่ห์จะตายไป “ถ้างั้นผัวจ๋าคนนี้ต้องขอเพิ่มรอบความถี่ในการได้ลูกชายหน่อยนะเพื่อความชัวร์”“คุณเกื้อบ้า พูดอะไรก็ไม่รู้ นี่ถ้าน้ำรินโตแล้วห้ามลามกต่อหน้าลูกเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ” บัวบูชาสั่งห้ามเสียงเข้ม ทำเอาอีกคนหงอทีเล่นทีจริง“เข้าใจจ้าเมี
หลังเกื้อคุณหายดีแล้ว บัวบูชากับน้ำรินก็ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่กรุงเทพอย่างถาวร เกื้อคุณตัดสินใจซื้อบ้านราคาหลายสิบล้านเพื่อตระเตรียมพื้นที่เอาไว้ให้ลูกๆ ได้วิ่งเล่นกัน เขาปรึกษากับเมียสาวแล้วว่าอยากจะมีลูกมากกว่าสองคน ธุรกิจเคมีภัณฑ์กำลังไปได้สวย อนาคตภายภาคหน้าลูกๆ จะได้เข้ามาช่วยบริหารงาน บัวบูชาเขินอายแต่ฟังหลักการที่เขากล่าวอ้างแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยตามสามีแม้จะมีบ้านหลังใหญ่โต มีเงินทองมากมาย แต่บัวบูชาก็ยังใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เธอกลายเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัวและคงเป็นอีกนานเพราะเขาวางแผนมีลูกยาวเหยียดเสียขนาดนั้น ที่จริงเธออยากเข้าไปช่วยสามีทำงานมากกว่า แต่ก็คิดว่าบทบาทหน้าที่แม่ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทุกวันนี้เธอจึงดูแลน้ำรินอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมกับการปกครองดูแลส่วนของบ้านได้อย่างดีมีเมตตากับคนงานในบ้านเสมอบัวบูชามีของมีค่าแค่สร้อยเพชรจี้ดอกบัวที่เกื้อคุณสวมคืนให้เท่านั้น ไม่เคยใช้ของแบรนด์เนม นอกจากสามีจะซื้อมาให้ ซึ่งสุดท้ายบนเรือนร่างก็เต็มไปด้วยของแบรนด์เนมทั้งตัวอยู่ดีเพราะเขาขนซื้ออะไรไม่รู้มาเยอะแยะทุกวัน แม้เธอจะไม่ออกไปเลือกด้วยตนเอง เขาก็ให้เลขานุการหนุ่มท
บัวบูชาเผลอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย แม้นิธิจะเข้ามาจัดแจงที่หลับที่นอนให้ ทว่าหญิงสาวกลับปักหลักนั่งเก้าอี้ข้างเตียงไม่ยอมลุกไปไหน จนผล็อยหลับอยู่ตรงนั้นนั่นเอง เมื่อสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก็รับรู้ได้ถึงสัมผัสแสนอ่อนโยน เธอเงยหน้าขึ้นมองก็น้ำตาไหลอีกครั้งเมื่อเห็นคนป่วยลืมตาแป๋วมองเธออยู่ก่อนแล้ว มือใหญ่ที่เธอคิดว่าจับอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับกำลังลูบศีรษะเธอไปมา“คุณเกื้อ!”บัวบูชาไม่รอช้า เธอโผเข้ากอดเขาทันที เสียงร้องไห้ฮือๆ ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่พร่ำพูดอะไรฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ในความรู้สึกของคนป่วยนั้นช่างอบอุ่นใจ“เป็นอะไร ฉันยังไม่ตายสักหน่อยจะร้องไห้ทำไม”“บัวกลัวคุณเกื้อตาย”“ไม่ตายหรอก ตายไม่ได้ เมียยังไม่ให้อภัยเลย” เขาพูดติดตลกเสียงแหบแห้ง“ถ้าให้อภัยแล้วห้ามตายนะ” เธอพูดเสียงเครือ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ เหมือนเด็กน้อย น่าเอ็นดูในสายตาของเกื้อคุณเป็นที่สุด“สัญญาว่าจะอยู่กับเธอจนแก่เฒ่า” เขายิ้มละมุนบัวบูชาเขินจนเผลอยิ้มหวาน ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อนึกขึ้นได้ “หิวน้ำไหมคะ บัวลืมไปเลยมัวแต่ดีใจที่คุณเกื้อฟื้นแล้ว”เกื้อคุณมองหญิงสาวกุลีกุจอไปรินน้ำมาให้ดื่มแล้วก็ชื่นใจตั้งแต่น้ำยังไม
บัวบูชารับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับเกื้อคุณ เธอรีบฝากลูกเอาไว้กับคุณป้าปานวาดแล้วจองตั๋วเครื่องบินโดยเร็วที่สุด น้ำตาไหลพรากๆ ตลอดเวลาที่ยังไม่รู้ว่าเกื้อคุณเป็นตายร้ายดีอย่างไร เธอโทรหานิธิเป็นระยะๆ ก็พบว่าเขายังไม่ออกจากห้องฉุกเฉินเลยหญิงสาวอยู่ในห้องโดยสารเครื่องบินแล้ว จำใจต้องปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยหัวใจที่ปวดร้าว เธอกลัวเหลือเกินว่าระหว่างนั้นนิธิจะโทรศัพท์มารายงานอาการของเกื้อคุณ ได้แต่ทำใจดับอารมณ์ร้อนรุ่มในอกให้สงบลงมือน้อยหยิบรูปถ่ายของเขาขึ้นมาดู น้ำตาไหลนองหน้า ได้แต่หวังว่าเธอไม่ช้าเกินไปสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ บัวบูชาไม่คิดเลยว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่เธอปฏิเสธจะบอกสิ่งที่อยากบอกกับเขา เกื้อคุณกลับประสบอุบัติเหตุแบบนี้“คุณเกื้อต้องปลอดภัยนะคะ บัวรักคุณเกื้อ”บัวบูชารีบวิ่งเข้ามาภายในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเศร้าหมอง น้ำใสกบดวงตาจนมองเห็นภาพข้างหน้าไม่ชัดเจนเอาเสียเลย เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินก็พบเกื้อคุณถูกเข็นออกมาพอดี เธอรีบปราดเข้าไปหา มองใบหน้าซีดเซียวที่ยังไม่ได้สติอย่างแสนปวดร้าว“คุณพยาบาลคะ คนไข้เป็นยังไงบ้าง”“ปลอดภัยแล้วค่ะ กำลังพาไปห้องพักฟื้นค่ะ”เธ
หลังกลับจากเที่ยวเชียงราย เกื้อคุณก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามานอนในห้องเดียวกันได้ โดยเขาเลือกที่จะนอนโซฟาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่อยากผลีผลามเพราะหากบัวบูชาเอ่ยปากไล่ เขาคงต้องกลับไปปูที่นอนบนพื้นหน้าห้องดังเดิม ไม่รู้ว่าค่ำคืนนั้นเขาเอาความกล้าหาญมาจากไหน อยากกล้านอนกอดเธออย่างคืนนั้นอีกจัง...“บัวจ๋า”“อย่าเรียกแบบนี้เลยค่ะ บัวขนลุก”“อยากหวานกับเมียบ้าง”“บัวว่าไม่เหมาะหรอกค่ะ” เธอยิ้มแหยๆ ก่อนจะหันกลับไปพับเสื้อผ้าลูกลงตะกร้าอย่างตั้งใจ น้ำรินหลับปุ๋ยไปแล้วจึงเป็นเวลาที่เธอจะทำโน่นทำนี่ให้ลูกต่อ“เหมาะสิ...ต่อไปมีลูกอีกคนก็ต้องเรียกแม่จ๋าแล้ว ตอนนี้เลยเรียกบัวจ๋าไปก่อน”“คุณเกื้อ!”เขาดึงมือเล็กมากดจูบให้ชื่นใจ ทอดสายตามองเธออย่างเชื่อมหวาน บัวบูชาหายใจไม่ทั่วท้อง ท่าทางของเขาไม่ได้คุกคามจนน่ารังเกียจ แต่กลับทำให้หัวใจสั่นไหวเกินควบคุม เธอกลัวใจตัวเองเหลือเกิน“ฉันอยากมีลูกอีกสักคน ไว้เป็นเพื่อนกับน้ำริน” เขาว่าเสียงจริงจัง ก่อนนึกจินตนาการไปไกล “หรือถ้าเป็นน้องชายก็จะได้คอยดูแลปกป้องพี่สาว ดีไหม”“ตอนนี้บัวยังไม่พร้อมค่ะ” เธออ้อมแอ้มตอบพลางเสหลบสายตาเขา“ไม่เป็นไร ฉันจะรอจนกว่าบัวจ
รวงข้าวยิ้มเจ้าเล่ห์ มองซ้ายมองขวา ก่อนจะป้องปากกระซิบ “ถ้าอยากให้เหมือนน้องบัวก็มีเพิ่มอีกคนสิคะ”“คุณรวงข้าว!”“เมื่อคืนข้าวได้คุยกับพี่เกื้อเรื่องน้องบัว...พี่เกื้อเองก็อยากมีลูกกับน้องบัวอีกนะคะ ติดที่ว่ายังง้อไม่สำเร็จ”“นี่คุณเกื้อเล่าทุกอย่างให้คุณรวงข้าวฟังหมดเลยเหรอคะ” บัวบูชาหน้าเสีย เหลือบสายตาไปมองเขาที่จูงมือหนูเนตรดาวเดินออกไปทางอื่น ไหนว่าพาเธอกับลูกมาเที่ยว ทำไมไปดูแลลูกคนอื่นเสียอย่างนั้นล่ะ“พี่เกื้อกลุ้มใจน่ะค่ะ เลยมาปรึกษาข้าว”บัวบูชารู้สึกอาย เธอเสหลบสายตาแล้วอุ้มหนูน้ำรินขึ้นมาไว้บนท่อนแขน ตัดสินใจหันหลังให้เพื่อสะกดกลั้นความอายที่ผสมผสานกับความโกรธ เขาจงใจประจานเธอกับคนรักเก่าอย่างนั้นหรือ“น้องบัวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” รวงข้าวอ้อมมายืนด้านหน้า“เปล่าค่ะ คุณรวงข้าวไปเดินเล่นกับคุณเกื้อเถอะค่ะ บัวจะเดินเล่นกับลูกแถวนี้”“อ๋อ! หนูดาวติดพี่เกื้อน่ะค่ะ” รวงข้าวเริ่มเข้าใจว่าอีกฝ่ายหึงสามีกับเธอจึงเริ่มต้นอธิบาย “สมัยก่อนข้าวกับพี่เกื้อสนิทกันมากเพราะคุณเหนือให้พี่เกื้อมาดูแลข้าวแทน หนูดาวเลยเจอหน้าพี่เกื้อมากกว่าพ่อตัวเองเสียอีก ข้าวเป็นเมียเก็บคุณเหนือมาก่อนค่ะ”“คะ







