“หยุดทำไมคะ...กำลังสนุก” หญิงสาวไม่เชื่อว่าเขาอยากหยุด แต่อาจจะเป็นเพราะความสุภาพบุรุษที่เขาอยากมี แต่เธอรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นเลยสมัยนี้
“ผมว่ามันไม่ค่อยดี” เขาครางฮึ่มในลำคอพยายามสะกดกั้นความรู้สึกต่าง ๆ ไว้ภายใน เขาไม่สามารถมีอะไรกับพราวรุ้งแล้วทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
ต่อให้เขาเลว แต่เขาก็เลวเฉพาะกับเธอเท่านั้น และความสัมพันธ์ทางกายที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนด้วยเงิน เขาขอใช้กับเหมือนดาวเพียงคนเดียว
“สักครั้งเถอะค่ะ แล้วคุณจะรู้สึกว่าหยุดมันไม่ได้อีกต่อไป” หญิงสาวดื้อแพ่งจับอาวุธของเขารูดขึ้นลงเร็ว ๆ เธอมองมันอย่างต้องการลิ้มรส แต่ทว่าภีรภาคย์กำลังทรมานอย่างที่สุด
เขาต้องทนกับแรงต่อต้านภายในที่เสียวปลาบไปทั้งลำ ใบหน้าที่แสนยั่วเย้าตรงที่มองได้ระดับสายตา ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจได้เลย
“พอ...ผมบอกให้พอไง!” เสียงตวาดลั่นจนทำให้พราวรุ้งตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะโกรธขนาดนี้ เพียงแค่เธอต้องการให้เขาเป็นของเธอในคืนนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาก็ต้องการแล้วจะปฏิเสธเธอไปทำไมกัน
“ทำไมคะ” คำนี้วนไปเวียนมาอยู่ในหัว แน่นอนว่าเธอหงุดหงิดงุ่นง่านต้องการปลดปล่อยแล้วเช่นเดียวกัน แต่ทว่าเขาทำมันพัง
“ผมไม่ต้องการตอนนี้” เขาเลี่ยงคำตอบที่จะบอกความจริงว่า นอกจากผู้หญิงที่ชื่อเหมือนดาว เขาก็นอนกับคนอื่นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“คุณโกหก”
“พราว” เขาข่มเสียงไม่ให้ตวาดลั่นออกไปอีกครั้ง เพราะแค่ครั้งเดียวก็รู้สึกว่าเขาไม่สุภาพเกินไปแล้ว แต่เธอยังคงดื้อ
คนที่อยากให้ดื้อดึงรั้งเขาไว้ แต่ทุกครั้งที่เสร็จสมเธอกลับเฉยชา ยอมรับชะตากรรมอย่างเลือกไม่ได้
ใจชอบคิดว่าเธอมีเขาเพราะต้องการเงินทองและชื่อเสียง แต่การกระทำของเธอตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ผิดกับพราวรุ้งที่เธอกำลังพยายามอยู่ตรงนี้
“แต่พราว...!” เธออยากจะบอกเหลือเกินว่าอยากแต่ทว่ามันก็น่าอายเกินไปนัก ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งต้องมาขอผู้ชายให้กินเธอ มันรู้สึกเสียศักดิ์ศรีนัก
ไหนใครบอกว่าเขากินเก่ง กินดุ แต่ทำไม!
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณค้าง แต่วันนี้ผมมีงานและกำลังต้องใช้ความคิด” เขาติดกระดุมไปก็พูดไปจนติดผิดติดถูกและย้ายตัวเองออกจากห้องของพราวรุ้งให้ได้เร็วที่สุด
ร่างกายที่ออกจากห้องของพราวรุ้งไปอย่างรวดเร็ว สวนทางกับพนักงานที่เอากระเป๋ามาส่งแขกตอนกลางคืน และนั่นก็คือพิมพ์ประภา
วันนี้เป็นวันที่เธอควงกะอยู่แทนเพื่อนอีกคน และกำลังจะออกงานตอนเที่ยงคืน แล้วเจอชอตเด็ดพอดิบพอดี จนเธอต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเหมือนไม่รู้อะไร
แต่เจ้านายออกจากห้องในสภาพที่ดูไม่ได้ มองตั้งแต่ดาวอังคารยังรู้ว่าฟัดกันมา และห้องแขกวีไอพีสุด ๆ แบบนี้ก็ได้รับการบอกต่อจากเหมือนดาวมาแล้ว เพราะเธอโดนดุเสียยกใหญ่ที่สู่รู้ไปถามอะไรไม่เข้าท่า จนได้ไปอยู่กะกลางคืนยาวเยียดเสียดนรก
เมื่อจัดการหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว เธอก็เตรียมตัวเลิกงาน และไม่ลืมแชตคุยกับเพื่อนอย่างเหมือนดาวที่กำชับเรื่องห้องวีไอพีนั้น คือคนสำคัญของท่านประธานโรงแรมอย่างภีรภาคย์
“แก...นอนหรือยัง”
“ยัง” เธอเห็นแจ้งเตือนข้อความก็หยิบขึ้นมาดู
“ฉันเห็นท่านประธานออกจากห้องวีไอพีที่แกเป็นประเด็น ท่าทางฟัดกันนัวเชียว”พิมพ์ประภาบอก
ข้อความนั้นถูกอ่านจากเหมือนดาว แต่ทว่ากลับไม่มีข้อความตอบกลับ
“เหมือนดาว เหมือนดาว แกยังอยู่ไหม”
“เออ...โอเครกำลังอ่านอยู่”
“ฉันนี่ก้มหน้างุดเลย กลัวโดนแบบแกอีกคน ฉันไม่ไหวให้ทำงานแต่กลางคืน ขอลาออกดีกว่า” พิมพ์ประภาบ่น แล้วเพื่อนตัวดีของเธอก็ยอมไปเสียหมด
“ดีแล้วแก กลับบ้านดี ๆ นะ ฉันง่วงแล้ว” เหมือนดาวพิมพ์ข้อความพร้อมกับม่านน้ำตาไหลลงมาจนเห็นตัวอักษรบนหน้าจอเลือนลางนัก
เขาเอาผู้หญิงคนนั้นมาแทนที่ แต่จะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ได้ เธอไม่มีที่ยืนอยู่ข้างเขาตั้งแต่แรก เธอเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาหยิบออกมาเล่นตอนที่อยากเล่น แล้วก็โยนทิ้งยามที่เบื่อ
เจ้าสีนิลเห็นเจ้านายร้องไห้อีกแล้วก็ร้องคราง เอาหน้าไปซบกับแขนของเธอ ปกติมันจะนอนด้านล่างเตียง และวันนี้มันขอขึ้นมานอนเบียดกับเธอ
ดีที่มันไม่ใช่หมาที่เล่นสกปรก และรักสะอาดราวกับรู้ว่าถ้าซนแล้วเธอจะไม่ให้นอนด้วย
ทุกวันหลังจากกลับบ้านเธอก็จะอาบน้ำให้มันก่อน แม้เป็นหมาบ้าน ๆ แต่เธอก็ดูแลมันเหมือนลูกคนหนึ่ง
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกสีนิล ฉันเข้าใจแล้วว่าถูกทิ้งแบบไม่เหลือเยื้อใยเป็นยังไง ฉันก็ไม่ต่างจากแก ที่โง่รักเขาที่เขาไม่รัก” เธอพูดปนสะอื้นลูบหัวมันเบา ๆ แล้วข่มตาให้หลับไป แต่เธอรู้ดีว่ากว่าจะข่มใจให้หลับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เช้าวันถัดมาฝนตกแต่เช้า จนเธอต้องรีบตื่นมาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ตั้งแต่เมื่อคืน วันครบรอบวันเกิดทีไรฝนตกทุกที และก็เป็นวันเดียวกับที่เธอมีเขาในวันนั้น
วันนี้นอกจากเป็นวันเกิดเธอแล้ว เธอยังตั้งให้มันเป็นวันเกิดเจ้าสีนิลด้วย เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดเมื่อไหร่ จึงถือว่าการพบกันครั้งแรกเป็นวันที่มันเกิด
ปีนี้เธอไม่ต้องฉลองวันเกิดโดยการจุดเทียนแล้วเป่าอยู่คนเดียวแล้วนะ วันนี้เธอมีเพื่อนที่ซื่อสัตว์ที่สุดเป็นเพื่อน เมื่อฝนซาแล้ว เธอก็ออกไปซื้อขนมมาจุดเทียนเป่านั่งกินกันสองคน แน่นอนว่าเป็นคัพเค้กที่ทำไว้สำหรับน้องหมา กับถ้วยคัพเค้กของเธอ
เธอแวะทำบุญที่วัดก่อนกลับบ้าน ปล่อยปลาไปกับสายน้ำ และปล่อยใจเน่า ๆ ของเธอให้ไหลตามไปด้วย เธอต้องฝ่าการจราจรเกือบครึ่งวัน แล้วในที่สุดเธอก็กลับมาถึงบ้าน ทางผ่านนั้นผ่านโรงแรมที่เธอทำงาน ในวันที่ไม่ต้องทำหน้าที่บำเรอกาม มันก็ดีเหมือนกัน แม้จะเหงาแปลก ๆ
เธอกลับถึงบ้านก็กินเวลาไปจนถึงเที่ยงวัน และมีหนึ่งชีวิตที่คอยต้อนรับกับอีกหนึ่งคน คือคุณพศิน
“สวัสดีค่ะ คุณพศินมีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ ถึงมาหาเหมือนดาวถึงที่นี่”
“ครับ...เอ่อ...!” พศินพูดเหมือนกำลังลำบากใจ แต่เหมือนดาวก็เดาได้ไม่ยากว่าเพราะใคร
“เกี่ยวกับเขาใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยหัวใจที่สั่นระรัวรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบ
“คุณได้ถูกจ้างให้ออก แล้วนี่เงินชดเชยทั้งหมด” เหมือนดาวตกใจ แต่ไม่ได้โวยวายกับคำตอบที่ได้รับ เพราะเธอขวางหูขวางตาเขาสินะ เขาถึงได้อยากเขี่ยเธอให้พ้นทาง
น้ำตาหนึ่งหยดไหลออกมาข้างแก้ม แล้วก็ไม่ได้มีหยดอื่นตามมาอีก
มันจบแล้ว!
“ขอบคุณที่แจ้งนะคะ” อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โดนไล่ออกเมื่อกลับไปทำงานอีกครั้ง หากเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไร หากกลับไปทำงานก็ต้องทนเห็นเพื่อนซุบซิบนินทาเรื่องของเธอ และนั่นเธอใจไม่แข็งพอที่จะยอมรับ
“ขอบคุณคุณพศินมากค่ะ” เธอยื่นมือสั่นเทาไปรับเงินจากมือผู้เป็นหัวหน้าของเธอ
“มีอะไรให้ผมช่วย บอกได้ตลอดนะครับ” พศินสงสารเธอจับใจ แต่เจ้านายบอกให้จัดการให้เรียบร้อยนั่นหมายถึงไม่ต้องการเห็นหน้าเธออีก
“ก็แค่หางานใหม่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าเงินก้อนนี้เป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ของเหมือนดาวแล้วกันค่ะ เหมือนดาวไปซื้อเค้กมาฉลองวันเกิดคนเดียว คุณพศินกินด้วยกันไหมคะ” ต่อให้หัวใจแหลกสลายเพียงใด แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหยิบยื่นน้ำใจให้กับทุกคน
“วันเกิดเหรอครับ” พศินถามเธอด้วยความตกใจ นี่ไม่ควรจะเป็นข่าวร้ายในวันเกิด หากเขารอบคอบสักนิด เขาก็คงเลือกจะแจ้งเธอในวันพรุ่งนี้แทน เขาก็เจ็บปวดใจไม่แพ้เธอ
“ใช่ค่ะ อายุ 23 ปีแล้วนะคะ” เธอพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะร้องไห้จนน้ำตาเหมือนจะท่วมหัวใจของเธอได้ก็ตาม
“ขอโทษด้วยนะครับ” คำเดียวที่เขาอยากบอกเธอเหมือนดาวไม่ควรต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอควรเป็นผู้หญิงที่มีชีวิตที่สดใส แต่ทว่ากลับต้องมาพบกับคุณภีรภาคย์ ที่เอาแต่ความสุขส่วนตัวเป็นใหญ่
“ไม่ใช่ความผิดคุณพศินหรอกค่ะ ฉันเลือกทางนี้เอง และยอมรับความเจ็บปวดนี้ได้ค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ” คำว่าโชคดีควรจะเป็นเธอที่บอกตัวเองมากกว่า
พศินนับถือในความเข้มแข็งของเธอจริง ๆ หวังให้หลังจากนี้เธอจะพบเจอกับคนที่ดี พบกับคนที่ไม่มองอดีตของเธอนะ
“ผมไปก่อนนะครับ” พศินกล่าวลาพร้อมกับความรู้สึกผิดมากมาย ก่อนหน้านี้หากเธอรับเงินเขาจะไม่รู้สึกอย่างนี้เลยสักนิด