Se connecterภายในกระโจมบัญชาการของค่ายทหารแผนที่เมืองหลวงถูกคลี่ออกเต็มโต๊ะไม้ขนาดใหญ่เทียนหลายเล่มส่องแสงสลัวบรรยากาศเคร่งเครียดจนแทบไม่มีผู้ใดเอ่ยคำหลิวโยว่เยว่ยืนกอดอกอยู่หน้าแผนที่นิ้วชี้ลากไปตามแนวกำแพงเมืองหลวงก่อนหยุดลงที่ตำแหน่งคุกหลวง"จากข่าวที่สายลับส่งมา ฝ่าบาทและฮองเฮาถูกคุมขังอยู่ที่คุกหลวงด้านทิศตะวันตก"เขาเงยหน้ามองทุกคน"หากคิดจะตีวังหลวงตอนนี้ประชาชนจะเดือดร้อนแต่หากใช้ทหารฝีมือดีเพียง ลอบเข้าไปชิงตัว...ก็จะสามารถลดทอนการสูญเสียได้มากทีเดียว"หยางหวางพยักหน้าเบาๆ"ข้าก็คิดเช่นนั้น เป้าหมายแรก ต้องช่วยเสด็จพ่อและเสด็จแม่ออกมาก่อนข้าจะไปด้วยตัวเอง"สุ่ยซือกวานที่ยืนอยู่มุมกระโจมยกมือเกาศีรษะ"แล้วหากเกิดอันตรายกับไท่จือเล่า""คนของหลิวโยว่เฉวียนมีมากกว่าพวกเรา ข้าซ่อนทหารฝีมือดีไว้หลายกองคงพอจะช่วยได้ข้าเองก็จะเข้าไปกับไท่จือ"หลิวโยว่เยว่ตอบทันที หลายคนเริ่มหวั่น"เพียงช่วยทั้งสองพระองค์ออกมาได้ ข้าจะเรียกระดมพลจากหัวเมืองทันที แล้วเราจะทวงบัลลังก์คืนมา"ใต้เท้าลี่ยืนฟังเงียบๆก่อนจะกล่าวเสริม"อีกทั้งยังมีขุนนางอีกหลายคนที่ยังภักดีต่อราชวงศ์ เมื่อทราบว่าฮ่องเต้ทรงปลอดภัย ทุกอย
ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน หยางหวางยืนมองภาพของสองพ่อลูกอยู่เงียบๆ ในใจกลับรู้สึกทั้งอบอุ่น...และเจ็บปวดไปพร้อมกันอบอุ่นที่เห็นโหลวหรานได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของบิดาแต่เจ็บปวด...เพราะบาดแผลบนร่างของนางล้วนเกิดขึ้นจากการช่วยชีวิตเขาทั้งสิ้นหลิวโยว่เยว่เงยหน้าขึ้นมองหยางหวางอีกครั้งก่อนจะประสานมือคำนับอย่างหนักแน่น"ไท่จือ ขอบพระทัยที่ทรงปกป้องลูกสาวของข้ามาตลอด"หยางหวางส่ายหน้าเบาๆ สายตาของเขามองโหลวหรานไม่ละไปไหน"ไม่...ผู้ที่ปกป้องตลอดทางหาใช่ข้า แต่เป็นโหลวหรานของท่านต่างหาก"คำตอบนั้นทำให้หลิวโยว่เยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองโหลวหรานอีกครั้งด้วยสายตาที่ทั้งภาคภูมิใจและปวดใจในเวลาเดียวกัน.หลังจากหลิวโยว่เยว่พาโหลวหรานเข้าไปนั่งพักภายในค่ายทหารเหล่าแม่ทัพและนายกองที่ยืนอยู่โดยรอบต่างประสานมือคำนับหยางหวางอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมในจังหวะนั้นเองใต้เท้าลี่ก็ก้าวออกมาข้างหน้า ประสานมือคำนับหลิวโยว่เยว่ด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความชื่นชม"ท่านหลิวสมกับเป็นเสาหลักของราชสำนักจริงๆ ในยามบ้านเมืองเกิดกลียุค ท่านยังยืนหยัดนำทัพปกป้องราชวงศ์
โหลวหรานพยักหน้ารับเบาๆ"ค่ะต่อไปข้าจะบอกท่านหากมีอะไรที่เกินจะรับมือ"แม้นางจะตอบรับคำของหยางหวางแต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่นราวกับกำลังสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้หยางหวางมองเห็นทุกอย่าง“ไม่ใช่แค่เกินจะรับมือโหลวหรานเจ้าหมางเมินกับข้าเพียงนี้เชียวหรือเสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้"ไท่จือเพคะ"ลี่เอินเอินเดินเข้ามาอย่างสำรวม ด้านหลังมีซ่งเหลียวถือกล่องยาไม้ใบเล็กตามมาด้วยนางชำเลืองมองโหลวหรานเพียงครู่เดียว ก่อนจะเบนสายตาไปยังหยางหวาง"เมื่อครู่เอินเอินได้ยินว่าคุณหนูหลิวบาดแผลปริ นี่เป็นยาสมานแผลสูตรลับของตระกูลลี่ ท่านพ่อเคยนำมาจากหมอหลวงในวังดัดแปลงและเพิ่มตัวยาสำคัญจนออกมาเป็นยาสมานแผลที่ดีที่สุด"ลี่เอินเอินหันไปพยักหน้าให้ซ่งเหลียว"ส่งให้ไท่จือเถิด"ซ่งเหลียวรีบยื่นกล่องยาออกไปด้วยความนอบน้อมหยางหวางรับมาพลางกล่าวสั้นๆ"ขอบใจ"ลี่เอินเอินยิ้มบาง"ขอเพียงรักษาบาดแผลของคุณหนูหลิวให้หายโดยเร็วก็พอเพคะ"โหลวหรานมองภาพตรงหน้าเงียบๆก่อนจะยิ้มอ่อนโยน"ขอบคุณคุณหนูลี่เจ้าใจดีจัง ข้าจะรีบหาย"ลี่เอินเอินพยักหน้า"เช่นนั้นก็ดีแล้วการเดินทางยากลำบากยิ่งบาดเจ็บยิ่งต้องลำบากเกินใคร"คำ
กระโจมทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงันหยางหวางนั่งนิ่งอยู่บนแท่นนอนดวงตาคมยังคงจับจ้องไปที่โหลวหรานราวกับกำลังรอให้นางพูดอะไรสักอย่างหรือแม้แต่ถามเขาเพียงคำเดียวแต่โหลวหรานกลับไม่ถาม นางเพียงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง“โหลวหรานเจ้าอย่าเข้าใจเราผิด ข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเจ้าอย่าเข้าใจไท่จือผิดนะบางที่เราสองคนอาจแค่นอนด้วยกันเฉยๆ”ลี่เอินเอินพูดพร้อมรอยน้ำตา ก่อนจะหลุบตาลงแล้วเบือนหน้าไปอีกทางโหลวหรานที่ยืนนิ่งริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่กลับทำให้หัวใจของหยางหวางบีบรัดอย่างประหลาดโหลวหรานหัวเราะเบาๆ"ก็...ถูกต้องแล้วนี่"นางเงยหน้าขึ้นมองลี่เอินเอินก่อนหันกลับมายิ้มให้หยางหวาง"พวกท่านเป็นคู่หมั้นกันฮ่า...มันไม่ได้ผิดตรงไหนสักหน่อยอีกหน่อยก็จะแต่งงานกัน"โหลวหรานหัวเราะอีกครั้งแต่เสียงหัวเราะนั้นกลับแห้งผาก"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ...เป็นเรื่องปกติ"ระบบที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตกใจ"นายหญิง...ท่านกำลังฝืนยิ้มอยู่นะเจ้าคะ แบบนี้ท่านจะยอมแพ้ตั้งแต่าเริ่มต้นด่านนี้เลยหรือเจ้าค่ะ"โหลวหรานแสร้งไม่ได้ยินสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนหันไปหาสุ่ยซือกวาน"หมอสุ่ย เมื่อครู่ข้าได้ยินท่า
โหลวหรานอ้าปากค้างทันที"หาไท่จือรำคาญข้าหรือ"หยางหวางหัวเราะเบาๆ"แน่นอนเจ้าพูดมาก ชอบหาเรื่องชอบทำให้คนเป็นห่วง แล้วยังชอบสร้างปัญหาอีก"โหลวหรานทำแก้มป่อง"เช่นนั้นก็รำคาญจริงๆ น่ะสิ""อืม"หยางหวางพยักหน้าโหลวหรานเบะปากทันทีแต่ยังไม่ทันได้โวยวายเขาก็กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มลง"แต่...ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยให้เจ้าไปสร้างปัญหาที่ไหนคนเดียวอยู่ดี"ภายในกระโจมเงียบไปชั่วครู่โหลวหรานถึงกับหน้าแดงระบบล้มตัวลงนอนหงายทันที"จบแล้วเจ้าค่ะข้าน้อยไม่ไหวแล้ว ไท่จือกำลังพูดจาอันตรายอีกแล้ว"โหลวหรานรีบคว้าหมอนปาใส่ระบบหยางหวางเดินออกจากกระโจมไป แต่ขณะที่กำลังเปิดม่านออกนั้น เขากลับหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา"โหลวหราน""หือ""ต่อให้เจ้ารบกวนข้ามากกว่านี้อีกหน่อย...ก็ไม่เป็นไร"พูดจบก็เดินออกไปทันทีปล่อยให้โหลวหรานนั่งนิ่งอยู่กับที่ใบหน้าแดงขึ้นทีละน้อยส่วนระบบนั้น...กำลังเอาหมอนอุดหูตัวเองพร้อมพึมพำ"ด่านสุดท้ายยังไม่เริ่ม แต่หัวใจไท่จือใกล้จะมอบให้ใครบางคนไปก่อนแล้วเจ้าค่ะ..."หยางหวางเดินออกมาจากกระโจมของโหลวหราน มุมปากยังมีรอยยิ้มบางๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันสังเกตแต่พอกลับ
ขบวนหยุดพักบริเวณลำธารสายเล็กหลังจากเดินทางต่อเนื่องมาหลายชั่วยามหยางหวางกระโดดลงจากหลังม้าก่อนเป็นคนแรกจากนั้นจึงหันกลับไปมองโหลวหราน"ลงมาได้แล้ว"โหลวหรานก้มมองพื้น ความสูงของหลังม้าทำให้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง"ข้าลงเองได้ไม่ต้องห่วงฮ่าาาา"พยายามจะขยับตัวบาดแผลด้านหลังกลับดึงรั้งจนใบหน้าเล็กบิดเบี้ยว"โอ๊ย...เจ็บ"หยางหวางขมวดคิ้วทันที"อย่าฝืนเลยมานี่ข้าช่วย" เขาก็ยื่นมือเข้าไปประคองเอวบางอย่างเป็นธรรมชาติก่อนจะอุ้มร่างของโหลวหรานลงจากหลังม้าอย่างระมัดระวังโหลวหรานตกใจเล็กน้อยแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเท้าทั้งสองก็แตะพื้นเรียบร้อยแล้วระบบรีบพูด"อุ้มลงจากหลังม้า คะแนนความเอาใจใส่เพิ่มอีกสิบคะแนนเจ้าค่ะ"โหลวหรานอยากจะบิดหูระบบสักทีขณะเดียวกันใต้เท้าลี่ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลกลับยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าวาจากลับแหลมคมไม่น้อย"คุณหนูหลิว...แข้งขาเป็นอะไรไปหรือเหตุใดจึงต้องให้ไท่จือทรงประคอง"โหลวหรานหันไปมองใต้เท้าลี่ยิ้มรอยยิ้มของชายชรายังคงอยู่ แต่แววตากลับจับจ้องมาที่โหลวหราน"หรือท่านไม่รู้ฐานะของตัวเอง และฐานะของไท่จือ…ในตอนนี้"บรรยากาศรอบข้างเงียบลงทันที องครั







