Se connecterข้าจะแต่งบุรุษที่มีหญิงอื่นในใจได้อย่างไร โง่เขลารึ? ด้วยฤทธิ์สุราเปลี่ยนสหายให้กลายเป็นสามีภรรยา ด้วยรักที่ร้อนแรงบนรถม้า (นางเอกเก่งมาก) (พระเอกขี้หึง)
Voir plusหนิงหมิงเยว่ขุนพลหญิงแห่งบูรพา นางเป็นคนเข้มแข็งและเก่งกาจ มีนิสัยเปิดเผยและซื่อตรง ถึงกระนั้นคนที่ซื่อตรงก็มีความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้ลึกสุดหยั่ง
หนิงหมิงเยว่แอบรักมู่ไป่หาน ผู้เป็นสหาย
ทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน เป็นทั้งเพื่อนสนิทและสหายร่วมรบ เป็นทั้งศิษย์พี่และศิษย์น้องที่กลมเกลียว ความเป็นและความตาย เผชิญหน้ามาร่วมกันหลายครั้งหลายหน ฝ่าฟันอุปสรรคมาตั้งมากมาย ความรู้สึกที่หนิงหมิงเยว่มีให้มู่ไป่หานชัดเจนเด่นชัดในใจนาง
หากแต่ สหายก็คือสหาย
นางพึงใจ แต่มู่ไป่หานไม่
เขามีสตรีที่รัก คนที่คิดจะครองคู่อยู่กิน คนที่เรียบร้อยอ่อนหวานแตกต่างจากนางที่แข็งกระด้างดุดันดุจพยัคฆ์ หนิงหมิงเยว่ยอมรับและไม่เคยคิดล้ำเส้น หากไม่ใช่เพราะเรื่องราวในคืนนั้น ที่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ไปตลอดกาล หนึ่งจอกสุรา ยากนักจะลืมเลือน
จากเพื่อนสนิท กลับมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเลย
จากคนที่ใกล้ชิด ตอนนี้ยิ่งชิดใกล้จนแนบแน่น
ทั้งสองร่างพันผูกไว้ด้วยกันแล้ว แต่มีหนึ่งคนที่พึงพอใจ แต่อีกคนไม่กล้าแม้จะยอมรับมัน แล้วพวกเขาจะพัฒนาความสัมพันธ์นี้ต่อไปได้เช่นไร เมื่อสหายต้องเปลี่ยนเป็นสามีภรรยา
มันเริ่มตั้งแต่เมื่อใด อาจจะเป็นตอนที่แคว้นฉินรบกับแคว้นจ้าว แคว้นเซี่ยเล่นงานอาณาจักรเฟิงหยวน แคว้นถูประสบกับภัยแล้ง หรืออาณาจักรตงประสบกับภัยหนาว แต่ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่แคว้นหรือเมืองใดผลกระทบนั้นก็กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก นำพามาซึ่งโรคระบาด
ก่อนที่โรคนั้นจะแปรเปลี่ยนคนธรรมดาให้บ้าคลั่ง
พวกเขาเริ่มกัดกินกันเอง หายนะของมนุษย์ดำเนินมาจนสุดทาง กระทั่งสัตว์ธรรมดายังดุร้าย ราชวงศ์แต่ละแคว้นล่มสลาย ผู้ฝึกยุทธ์ต้องขึ้นมาปกครอง กลายเป็นเจ้าครองเมือง สร้างกำแพงสูงชันปกป้องตนเอง
ที่แดนใต้ อาณาจักรเฟิงหยวนต่อให้เจอกับภัยพิบัติรุนแรงหรือพวกซากศพที่รุกราน ในยุคล่มสลายพวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความมั่นคง แผ่นดินที่ปกครองด้วยราชวงศ์สือ องค์กษัตริย์สือเทียนมากด้วยบารมีอย่างแท้จริง พระองค์ครองราชย์ด้วยความเที่ยงธรรม ส่งผลให้เฟิงหยวนเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนทางใต้
พวกเขามีกองกำลังทหารและแสนยานุภาพที่ยากจะต่อกร ต่อให้ประสบกับภัยร้ายก็ไม่ถึงกับขาดแคลน
นอกจากอาวุธอาณาจักรเฟิงหยวนมีการประมงที่แข็งแกร่ง แม้จะเป็นก่อนหน้านี้หรือยุคล่มสลายอาหารย่อมเป็นที่ต้องการ ราชทูตสามารถแลกเปลี่ยนเสบียงกับยารักษาและสมุนไพรมาได้ มีการค้าขายกับชาวแดนอื่นอยู่เป็นประจำ
เพราะเหตุนี้อาหารการกินจึงไม่บกพร่อง ชาวเมืองไม่อดอยากล้มตาย
พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่แม้ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ยากลำบาก ต่อให้รอบนอกจะรายล้อมไปด้วยพวกซากศพก็ตาม
พวกซากศพคือสิ่งใด มันก็คือศพที่เดินได้
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้ซึ่งชีวิต
ก่อนหน้านี้ทางใต้มีการรบราอยู่บ่อยครั้ง ซากศพกองพะเนินแม้จะเผาหรือฝังดิน สุดท้ายหากยังมีการฆ่าฟัน ศพไม่มีวันหมดสิ้นไป
กระทั่งวันหนึ่งซากศพที่นอนนิ่งเริ่มมีการเคลื่อนไหว พวกมันราวกับถูกพิษร้ายกัดกิน เรือนร่างเน่าเฟะก็ยังลุกเดินมองมนุษย์เป็นอาหาร ไล่กัดกระชากโจมตี
ประตูเมืองจำต้องปิดสนิท
นับเป็นตัวอันตรายที่สุด
กระนั้นหากอยู่หลังกำแพง พวกเขาก็จะมีชีวิตรอดปลอดภัย ทุกชีวิตดำเนินไป แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม
ในค่ำคืนหนึ่ง อากาศที่แดนใต้ไม่ได้ร้อนอบอ้าวเท่าใดนัก หากแต่สองร่างที่แนบชิดกลับเร่าร้อนจนเกินทน หนิงหมิงเยว่ดิ้นรนทรมานเผชิญหน้ากับศัตรูนับร้อยยังไม่ทำให้นางสั่นไหวได้เช่นเขา ร่างสูงใหญ่ที่ถาโถมกายเข้ามาอย่างไร้ปรานีกระชั้นถี่ ผิวพรรณสีเข้มเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและผู้สร้างร่องรอยนั้นก็คือนาง
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่สมควร หากแต่ฤทธิ์ของสุราทำให้ทั้งสองร่างขาดสติ สำหรับบุรุษคำว่าขาดสติคงใช้ได้ แต่สตรี นางไม่ได้ขาดสติ ทั้งยังรับรู้ทุกอย่างและการกระทำ
แต่ก็ยินยอม สุราเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นความรัญจวน
มือเล็กบีบไปที่แขนแกร่ง บุรุษเหนือร่างจึงลดแรงบดขยี้ที่เมล็ดบัวสีหวานลง รู้จักกันมาเนิ่นนาน ไม่คิดว่าภายใต้เสื้อเกราะแกร่งจะซุกซ่อนปทุมถันคู่งามที่เต็มกำมือ ร่างสูงตัวสั่นเทิ้ม ฟังเสียงครวญครางของคนใต้ร่างด้วยความฉงน มู่ไป่หานใจเต้นระรัว ยอมรับว่าสุขสมมาก
โดนฟันด้วยคมดาบนางไม่เคยร้อง แต่พอเขาเป็นผู้แทงเข้าออกด้วยแท่งหยกร้อนนางกลับร้องลั่น ชายหนุ่มจึงยอมรับผิด เป็นเพราะดาบของเขาแข็งแรงและใหญ่เกินไป
“ท่านขุนพลได้โปรดระงับโทสะ!” คราวนี้ถึงขั้นที่จีปางหย่วนต้องโขกศีรษะ ก่อนที่เขาจะซัดพลังใส่บุตรสาว เพื่อให้นางทรุดกายคุกเข่าลงแต่โดยดีหาไม่แล้ว ชีวิตของจีอันฉีคงไม่อาจจะรักษาเอาไว้ได้“ท่านพ่อ!” ร่างสะโอดสะองที่บาดเจ็บอยู่แล้ว พอต้องรับพลังของผู้เป็นบิดา ก็ถึงกับกระอักเลือด ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้ใดเข้ามาดูอาการนาง นายกองจีแม้จะเป็นห่วงบุตรสาว แต่เขาก็หันกายมองไปที่หนิงหมิงเยว่“ท่านขุนพล...เป็นข้าที่สั่งสอนบุตรสาวไม่ดีเอง นางยังเยาว์นักและโง่เขลาเบาปัญญาจนล่วงเกินท่าน โปรดเห็นแก่ความดีความชอบที่ข้ากระทำมา ได้โปรดให้อภัย และไว้ชีวิตนางด้วยเถิด!”เสียงของเขาพร่าสั่น “ข้าขอรับโทษแทนนางเอง จะโบยร้อยไม้หรือปลดออกจากตำแหน่ง ข้ายินดีน้อมรับทุกประการ!”“นายกองจี ท่านคุกเข่าให้ข้า แต่บุตรสาวของท่านกลับยืนชี้หน้าข้า นางคิดว่าท่านสูงส่งกว่าข้า ท่านไม่คิดว่าการที่ท่านรับผิดแทนนางมันจะยิ่งทำให้นางไร้หัวคิดหรือ”คำถามนี้ตรงประเด็น ถึงกับทำให้ชายวัยกลางคนตัวชา“ครั้งนี้ท่านอาจจะปกป้องนางได้ แต่ครั้งต่อไปเล่า?”“ได้โปรดเถิด” นอกจากคำนี้ จีปาง
จู่ ๆ ขนกายก็ลุกเกรียว หันมองไปที่ตัวต้นเรื่องอย่างจีอันฉี อยู่ดีไม่ว่าดีทำไมต้องไปปลุกให้มัจจุราชตื่นขึ้นมา“คุณหนูจี ยังไม่รีบขอโทษอีก!”จีอันฉีตัวสั่น พอถูกสั่งให้ขอโทษยังคงยืนนิ่ง ใจหนึ่งนางไม่ยินยอม แต่อีกใจก็หวาดกลัวอย่างแท้จริง“อันเอ๋อร์ รีบขอโทษท่านขุนพลเร็วเข้า” จีปางหย่วนหันไปบอกบุตรสาว ในที่สุดวันนี้เขาก็ตระหนักรู้ว่าการตามใจจนเกินขอบเขตนั้นส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมากเพียงใดการมาจากชนชั้นที่ต่ำต้อยพอได้อยู่เหนือกว่าผู้อื่นก็อวดดี ขณะที่ตระกูลเหลียงรู้จักปรับตัว หากจะเทียบ ต้องเทียบจีอันฉีกับเหลียงหย่าซิน ก่อนหน้านี้เหลียงหย่าซินก็เคยทำตัวกระโดกกระเดก แต่นางก็ไม่เคยสร้างปัญหา ไม่เหมือนจีอันฉี ทุกครั้งที่ออกจากจวนล้วนมีปัญหาตามมาไม่แปลกที่ปักปิ่นมานานแล้ว กลับไม่มีแม่สื่อสักคนมาเหยียบเรือนอาจเพราะจีปางหย่วนเหลือบุตรสาวเพียงคนเดียว เขาถึงได้ตามใจนางมาก“ท่านพ่อ” คุณหนูสกุลจีตาแดงก่ำ มองผู้เป็นพ่อไม่อยากเชื่อสายตา บิดาต้องการให้นางขอโทษ เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวถูกสั่งให้ขอโทษผู้อื่นทั้งที่ไม่ต้องการ“หากนางไม่เต็มใจ
แผ่นหลังบางเหยียดตรง ขุนพลแห่งทัพเมฆามองจ้องสตรีไร้หัวคิดเบื้องหน้า อย่างน้อยการเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก็ทำให้หนิงหมิงเยว่รู้ว่านางโตขึ้นมาก สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีหากเป็นเมื่อก่อนอีกฝ่ายคงไม่มีสิทธิ์แม้จะอ้าปากพูด หญิงสาวใจร้อนและเลือดร้อนหนิงหมิงเยว่มองจ้องจีอันฉีด้วยแววตาเย็นชา ก่อนที่นางจะปลดปล่อยพลังยุทธ์ขั้นสี่ออกมา พลังกดดันที่ลึกล้ำถึงกับทำให้จีอันฉีที่ร้องโวยวายหยุดชะงัก ดวงตานางเบิกกว้าง ก่อนที่ร่างกายนั้นจะแข็งทื่อ แม้จะห่างกันหนึ่งขั้น แต่ก็เป็นขั้นใหญ่ไม่ใช่ขั้นเล็ก ขนาดห่างขั้นเล็ก อย่างมู่ไป่หานที่มีพลังยุทธ์ขั้นสี่แต่เป็นระดับสูง ส่วนนางมีพลังยุทธ์ขั้นสี่ระดับกลาง นางยังเป็นรองเขานับประสาอะไรกับความแตกต่างของขั้นใหญ่ จีอันฉีมีพลังอยู่ในระดับสามเท่านั้นที่สำคัญกลิ่นอายของการฆ่าฟัน คนหนึ่งแข็งแกร่งมาได้ด้วยการฆ่า ส่วนอีกคนแม้ฆ่าสัตว์ยังไม่เคย จะนำมาเปรียบเทียบกันได้อย่างไร“ข้าหนิงหมิงเยว่ ไม่เคยคดโกงผู้ใดในการประลอง”“!”“เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้หรือ เจ้ากล้าท้าทายข้าต่อหน้าผู้คน หัวนั้นยัง
“ทำร้ายร่างกายเจ้า?”“ใช่ เป็นนาง นางที่ทำร้ายข้าจนเจ็บตัวแบบนี้”คราวนี้หลายสายตาหันกลับไปมองผู้ที่ถูกกล่าวหา หนิงหมิงเยว่ผละมือจากพิณคงโหวแล้วลุกยืนอย่างไม่รีบร้อน“เป็นเจ้าไม่ใช่หรือที่ขอท้าประลอง ข้าที่ถูกท้าทายจะปฏิเสธได้อย่างไร” หญิงสาวตอบกลับ“เพราะเจ้ายั่วยุข้า!” แต่จีอันฉีก็ไม่ยอม“ข้ายั่วยุ? คุณหนูจี ข้ายั่วยุเจ้าอย่างไร”“เพราะเจ้าล่อให้ข้าซื้อหนังสัตว์ราคาแพงพวกนั้น เจ้าตั้งใจทำให้ข้าโกรธ”“เป็นเจ้ามากกว่าที่จงใจเข้ามาหาเรื่องตั้งแต่ต้น” ใช่ว่าหญิงสาวจะมองเจตนาของอีกฝ่ายไม่ออก ในขณะที่จีอันฉีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หนิงหมิงเยว่กลับตอบกลับด้วยใบหน้าราบเรียบ“ตั้งแต่ต้นที่ตั้งใจแย่งซื้อหนังสัตว์ ไปจนถึงร้านขายหนังสัตว์ แค่ร้านเดียวยังพอเข้าใจได้ว่าผิดพลาด แต่เจ้าตามไปถึงสองร้าน กระทั่งตามไปที่เหลาอาหารและกล่าวต่อว่าข้าและท้าทาย เหตุการณ์ทั้งหมดมีคนเห็นไม่น้อย ถึงตอนนี้เจ้ากลับดำเป็นขาว กล่าวว่าข้าจงใจยั่วยุ?”ร่างระหงแค่นเสียงหัวเราะ“คุณหนูจีทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว”“ไม่จริง ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า เพราะ