Share

บทที่ 10

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 07:39:00

ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน

“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”

แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวน

หานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนัก

แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี

“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้ม

จวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่นอายแห่งความคงแก่เรียน

“แม่นางทั้งสองเชิญดื่มชา” หานเชี่ยนหนิงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ

“อย่างไรเราก็ได้พบกันถึงสองครั้งแล้ว เจ้าเรียกข้าว่าพี่ลี่เอ๋อร์ก็ได้” หวังอิงลี่กล่าว

“นั่นสิ เช่นนั้นเจ้าเรียกข้าว่าพี่ซินเอ๋อร์ พวกเราจะเรียกเจ้าว่าหนิงเอ๋อร์ อ้อยังมีหรงเอ๋อร์อีกคน” จางหลินซินเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้หานเยี่ยนหรง

หานเชี่ยนหนิงยิ้มยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ที่เมืองอันหยางไม่นาน หากมีอะไรท่านทั้งสองช่วยชี้แนะด้วย”

“เช่นนั้นก็อย่าลืมงานเลี้ยงน้ำชาที่สระหลิวพรุ่งนี้เล่า”

“เจ้าค่ะ”

รั้งอยู่ไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็จากไป แม้หานเชี่ยนหนิงจะยังคงท่าทีสุภาพ แต่ระยะห่างที่นางวางตัวยังคงเท่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นหวังอิงลี่และจางหลินซิน ก็ยังเข้าใกล้นางได้มากกว่าสตรีใดๆ ในเมืองอันหยาง เนื่องจากอย่างน้อยหญิงสาวก็ตอบรับเข้าร่วมงานเลี้ยงที่สระหลิวนอกเมือง

“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองรถม้าที่กำลังวิ่งออกไปด้วยดวงตาไม่เข้าใจ “เหตุใดท่านตอบตกลงเล่าเจ้าคะ”

“แล้วเหตุใดต้องปฏิเสธเล่า เจ้าก็รู้ว่าเรื่องเช่นนี้หลีกเลี่ยงไปก็เท่านั้น จะอย่างไรการคบค้ากับคุณหนูตระกูลต่างๆ ในเมืองอันหยางย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว”

“แต่เห็นชัดว่าพวกนางจงใจเข้าหาท่าน”

“อย่างน้อยพวกนางก็มาอย่างเปิดเผย”

“จนมีพิรุธ” หานเยี่ยนหรงต่อประโยคให้ผู้เป็นพี่สาว

“ฉลาด” หานเชี่ยนหนิงหัวเราะ “เรารู้อยู่แล้วว่าพวกนางมีจุดประสงค์ เลี่ยงไปแล้วก็ไม่เกิดผลดีอะไร อย่างน้อยผูกมิตรเอาไว้ ยังดีกว่าสร้างศัตรู”

“ถึงท่านจะพูดถูกแต่ข้ากลับไม่ชอบเอาเสียเลย ดูพวกนางจงใจแต่งตัวมาโอ้อวดเช่นนี้ จะบอกว่าบังเอิญผ่านมาแต่เช้าตรู่ถึงเพียงนั้นแต่กลับแต่งกายประณีตงดงาม”

มองใบหน้าบูดบึ้งของน้องสาว หานเชี่ยนหนิงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา นางเองก็ตระหนักแต่เรื่องเช่นนี้เลี่ยงไปจะได้สักกี่ครั้งเล่า

นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมือง จะอย่างไรก็ต้องคบหาสตรีจากตระกูลต่างๆ ทำหน้าที่ในส่วนที่มารดาไม่อาจทำได้

“วันนี้ตอนเที่ยงเราไปส่งอาหารกลางวันให้ท่านพ่อด้วยกัน ยังมีมือปราบทั้งสี่คนที่เพิ่งย้ายมา”

“ข้ากำชับเอาไว้เรียบร้อยเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเราไปดูกันเถิด อย่างน้อยคงต้องลงมือทำเองสักสองอย่างเพื่อแสดงความจริงใจ”

“ท่านจะลงครัวเองหรือเจ้าคะ!”

“ดีใจอะไรกัน มิใช่ทำให้เจ้า แต่ทำอาหารกลางวันไปยังที่ว่าการต่างหาก”

หานเยี่ยนหรงหัวเราะ ก่อนแอบคิดในใจว่านางไม่มีทางพลาด อย่างน้อยต้องแอบชิมอาหารที่พี่สาวทำอย่างแน่นอน!!!

ง่วนอยู่ในครัวครู่ใหญ่ ในที่สุดหานเชี่ยนหนิงและน้องสาวก็นั่งรถม้ามายังที่ว่าการ หลังจากจัดโต๊ะเสร็จน้ องสาวซึ่งบอกว่าจะไปตามบิดากลับยังไม่กลับมา ดังนั้นหญิงสาวจึงให้สาวใช้รออยู่ ก่อนที่นางจะเดินออกมานอกห้อง

ริมทางเดินทอดยาวจากด้านหน้าที่ว่าการ สองฟากฝั่งมีต้นอวี้หลิงปลูกเอาไว้เรียงรายจนถึงเรือนพำนัก ลำต้นไม่สูงมากนักกำลังออกดอกบานสะพรั่ง

กลีบดอกเล็กๆ ที่ส่งกลิ่นหอมจางๆทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไป ก่อนจะนั่งลงแล้วลูบไล้กลีบดอกบอบบางนั้น

บิดาของนางเคยเล่าให้ฟังว่าฮูหยินของเจ้าเมืองคนก่อนชมชอบดอกอวี้หลิง ดังนั้นทั่วทั้งเรือนพำนักและที่ว่าการจึงเต็มไปด้วยดอกอวี้หลิง

ฟังว่านางมักจะเดินไปทั่วจวนว่าการ จากนั้นหากนึกสนุกก็จะนอนลงไปบนพื้นหญ้าข้างต้นอวี้หลิง กระทั่งหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนได้ยินเรื่องนี้นางยังคิดว่าบุรุษเช่นนี้คงจะเป็นคนดีมาก เพราะเขาเอาใจใส่ฮูหยินของตนถึงเพียงนี้ หากแต่เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นขุนนางกังฉิน นางถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

เดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางทางเดินซึ่งมีดอกอวี้หลิงเป็นปราการ ด้านหนึ่งกลับปรากฏเงาของบุรุษในชุดมือปราบ

หญิงสาวหยุดยืนนิ่งก่อนจะมองซ้ายขวา เพราะเพิ่งรู้ว่าตนเดินมาไกลมาก เมื่อตัดสินใจหันหลังเดินกลับ นางกลับต้องชะงัก

“หากเปลี่ยนเส้นทางเพราะข้า เช่นนั้นต้องขออภัย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 59 จบ

    หวังอิงลี่ที่ตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนแค้นเคือง นางมองสหายของตนที่มาเพื่อร่วมเยาะหยันผู้อื่น หากแต่พอถึงเวลากลับเดินเข้าไปร่วมดื่มสุรามงคลแทนมองดูหยางอวี่อุ้มเจ้าสาวที่เพิ่งลงจากเกี้ยว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ หวังอิงลี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าเดินจากไป แต่นางยังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถม้าหรูหรากลับวิ่งมาจอด“มีราชโองการ!!”หยางอวี่หมุนตัวกลับมา เขาวางฮูหยินของตนลงจากนั้นก็เดินมาคุกเข่ารับราชโองการผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าหาใช่ใครอื่น เป็นเสิ่นม่อหรานที่ยังคงไม่ได้ไปไหนไกล หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาประหลาดใจ“องครักษ์ขั้นสี่แห่งวังหลวงหยางอวี่รับราชโองการ”เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอก หวังลิงลี่ถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้น ชาวบ้านทุกคนที่ถูกรัศมีน่าเกรงขามของเสนาบดีต่างก็นั่งคุกเข่าลงทั้งหมด“ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีของราชองครักษ์หยางอวี่ หลังจากร่วมล้มล้างกบฏ พระราชทานหยกงามหนึ่งรถม้า เงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง กระบี่หวงหลงแห่งหานซาน พร้อมให้เดินทางเข้าวังหลวงในทันที”“กระหม่อมรับราชโองการ”เสิ่นม่อหรานส่งราชโองการให้หยางอวี่ จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ข้ามาร่วมดื่มสุร

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 58

    “เจ้าอยู่นิ่งๆ ตัวอะไรไต่เข้าไปในเสื้อของเจ้า”“เอ๋” หานเชี่ยนหนิงสะดุ้ง นางนั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้มือใหญ่สอดเข้าไปจับ ‘ตัวอะไร’ ดังกล่าว จนเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหลงกล นางก็ถูกเขาจับขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่ง ซึ่งบัดนี้ความต้องการของเขาผงาดขึ้นดุนดันผิวอ่อนนุ่มจนรู้สึกได้ชัดเจน“พี่อวี่ ท่าน...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางจนใจ ดวงตาเปล่งประกายซึ่งจดจ้องมา พร้อมกับริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ลมหายใจของนางติดขัด“เชี่ยนเชี่ยน”“เจ้าคะ”“ข้าหิว”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปตั้งสำรับ”นางพยายามลุกขึ้น แต่มือใหญ่กลับรั้งนางลง และการกระทำนั้นล่อแหลมจนนางเม้มปากหน้าแดงก่ำ ยิ่งในยามที่เสียงครวญครางของเขาดังขึ้น นางก็ยิ่งเขินอายจังหวะที่นางถูกเขารั้งลงนั้น ความต้องการของเขา กระทบเข้ากับความอ่อนนุ่มของนาง คล้ายกับจังหวะของการ...ลมหายใจของหยางอวี่เริ่มสับสน มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของคนในอ้อมแขน เขาชิดหน้าเข้าไปแต่กลับเพียงพ่นลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวเนียนละเอียดกระทั่งมือใหญ่ไล้ลงไปยังเอวอรชรเขาก็ใช้สองมือจับแน่น“เชี่ยนเชี่ยน”เขาบังคับให้นางบดเบียดกายเบื้องล่างเข้ากับความ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 57

    จุมพิตอ่อนโยนยังคงลากไล้ ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของนางอย่างรักใคร่หานเชี่ยนหนิงสบตากับเขาด้วยความเขินอาย แต่ในยามที่ขยับท่อนขาเพรียวทั้งสองข้างลง เขากลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น“อย่าขยับ” เขากระซิบบอก “อยู่แบบนี้สักพัก”หานเชี่ยนหนิงคอแห้งผาก แม้เขินอายแต่เพราะความสุขสมที่เพิ่งล้นปรี่ ทำให้นางตามใจเขา “พี่อวี่”หยางอวี่ยิ้มกว้าง จุมพิตปลายจมูกของนางเบาๆ ทาบทับกายเปลือยเปล่าของเขาลงไปบนเรือนกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น “หนักหรือไม่"หานเชี่ยนหนิงซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่ง นางส่ายหน้า ก่อนต้องอุทานออกมาเมื่อเอวสอบขยับอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอย่างเชื่องช้า“ท่าน...อ๊ะ”ร่างของนางโยกคลอนพร้อมกับร่างของเขา หยางอวี่หัวเราะในลำคอ “แย่แล้ว” เขาว่าเสียงแหบพร่า “เชี่ยนเชี่ยน”“พี่อวี่ ฟะ...ฟ้าสางแล้ว”“อืม”หยางอวี่ไล้จมูกลงไปยังลำคอขาวผ่อง กระทั่งประทับจุมพิตลงไป หลังจากรับรู้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน เขาบดเบียดตัวตนลงไปยังความอ่อนนุ่มโดยไม่ถอดถอน รับรู้ว่านางเองก็พร้อมพรั่งแม้เพิ่งผ่านครั้งแรกมาหมาดๆ“เราอยู่ที่นี่กันเพียงสองคน ดังนั้น...” เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าให้นานหน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 56

    เขายังนึกว่านางจะรู้สึกลำบากใจที่เหล่าองครักษ์เกราะดำมากันมากมายถึงเพียงนั้น มาตอนนี้เห็นหานเชี่ยนหนิงเล่าเรื่องหลังจากที่เขาเมาหลับไปด้วยรอยยิ้ม ในหัวใจของเขาพลันรู้สึกหวานละมุนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพราะหยางอวี่เงียบไป หานเชี่ยนหนิงพลันชะงัก นางสบตากับดวงตาคมที่แฝงประกายเจิดจ้า ในนั้นบอกความรู้สึกของเขาออกมาทั้งหมด โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่...“ข้ารักเจ้า” เขาพูดออกมาในที่สุดหญิงสาวจ้องตาเขานิ่งนาน นางยิ้มออกมา “ข้ารักท่าน”ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางหลับตาลงช้าๆ ซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นอายของผู้เป็นสามี เขาไม่ได้เร่งเร้าแต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แตะต้องนางอย่างระมัดระวัง ลูบไล้ผิวกายที่สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับความแนบชิด“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบมือใหญ่เลื่อนลงไปดึงสายคาดเอวของนางออก ก่อนใช้มืออีกข้างแหวกสาบเสื้อของนางออกช้าๆ ผิวกายเนียนละเอียดทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ฝ่ามือลงไปหานเชี่ยนหนิงสั่นสะท้าน ในยามที่มือร้อนไล้ผ่านความอวบอิ่มซึ่งเผยออกมา ทันทีที่สาบเสื้อเปิดออก นางหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ แต่เพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เปล

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 55

    หลังจากดื่มสุราอวยพร จาก ‘หัวหน้า’ เปลี่ยนเป็น ‘พี่ใหญ่’ ได้ยินดังนั้นหานเชี่ยนหนิงก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนในใจของนางได้แต่คิดว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นางล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น เพราะที่สำคัญวันนี้เขาคือสามีของนาง และนางก็คือฮูหยินของเขากว่าจะผ่านด่านพี่น้องของตัวเองมาได้ หยางอวี่ก็แทบจะยืนไม่อยู่ พี่น้องของเขากว่ายี่สิบคน เขาก็ต้องแบ่งเหล้าคนละครึ่งกับทุกคนรวมยี่สิบไห ดังนั้นแน่นอนกว่าสามารถกลับเข้าห้องหอ หยางอวี่ก็ถูกเหล่าพี่น้องมอมเหล้า กระทั่งต้องแบกร่างที่หมดสติกลับมาคืนหานเชี่ยนหนิง“พี่สะใภ้ ท่านจนโทษพวกเราก็ไม่ได้นะ พวกเราแค่อยากดื่มสุรามงคลอวยพรให้ท่านกับพี่ใหญ่”“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราจะไสหัวไปก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้น”“พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าทางขึ้นเขาไว้ มดตัวเดียวก็จะไม่ปล่อยให้ขึ้นเขามาได้”หานเชี่ยนหนิงกลั้นหัวเราะ มองดูเหล่าองครักษ์เกราะดำที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเฝ้าทางขึ้นเขา กระนั้นแม้แต่ยืนก็ยังโงนเงนแทบล้ม“พวกท่านก็ไม่ค้างที่นี่ก่อนหรือ” มองดูลานรอบกองไฟที่ยังมีร่างของหลายคนนอนเรียงราย หานเชี่ยนหนิงมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่รังเกียจ“ไม่ได้ๆ!” เสียงปฏิเส

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 54

    ทว่านางไหนเลยจะคิดว่าเสิ่นม่อหรานจะใช้แผนนี้ คนไม่อยู่ ราชโองการไหนเลยจะใช้ได้ถึงแม้จะกลับมาและใช้ราชโองการ ข้าวสารก็คงกลายเป็นข้าวสุก ถึงวันนั้นหยางอวี่ก็แต่งสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางเป็นฮูหยินเสียแล้ว!!!“หนึ่ง ไหว้ฟ้าดิน”ช่วงเวลาเดียวกันนั้น งานมงคลเรียบง่ายก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กระท่อมกลางป่าของคนจรถูกตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคลแต่ถึงอย่างนั้นงานมงคลที่ดูเรียบง่าย ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น ...เสิ่นม่อหราน“สองไหว้บุพการี” บ่าวสาวในชุดสีแดงก้มลงคำนับหานลู่และฮูหยิน ข้างๆ กันนั้นยังมีหานเยี่ยนหรงที่ยืนน้ำตาซึมเหลือบมองสมุดรายการสินสอดที่หยางอวี่เขียนเอาไว้ในสมุด นางเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไหนเลยจะรู้ว่าพี่เขยของนางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับมีที่ดินมากมายในเมืองหลวง ตั๋วเงินและคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งที่เมืองยินและเมืองอันหยางได้ยินมาว่าคฤหาสน์ที่อันหยาง เขาเพิ่งจะซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ นางจึงได้แต่สงสัยว่านี่คือความบังเอิญหรือความจงใจ เพราะคฤหาสน์หลังนั้น อยู่ติดกันกับจวนเจ้าเมืองซึ่งบิดาซื้อเอาไว้ อีกทั้งระยะเวลายังใกล้เคียงกันอีกด้วยหากบังเอิญก็แล้วไป แ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status