Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-01-10 07:39:00

ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน

“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”

แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวน

หานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนัก

แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี

“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้ม

จวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่นอายแห่งความคงแก่เรียน

“แม่นางทั้งสองเชิญดื่มชา” หานเชี่ยนหนิงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ

“อย่างไรเราก็ได้พบกันถึงสองครั้งแล้ว เจ้าเรียกข้าว่าพี่ลี่เอ๋อร์ก็ได้” หวังอิงลี่กล่าว

“นั่นสิ เช่นนั้นเจ้าเรียกข้าว่าพี่ซินเอ๋อร์ พวกเราจะเรียกเจ้าว่าหนิงเอ๋อร์ อ้อยังมีหรงเอ๋อร์อีกคน” จางหลินซินเผื่อแผ่รอยยิ้มไปให้หานเยี่ยนหรง

หานเชี่ยนหนิงยิ้มยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า “ข้าเพิ่งเข้ามาอยู่ที่เมืองอันหยางไม่นาน หากมีอะไรท่านทั้งสองช่วยชี้แนะด้วย”

“เช่นนั้นก็อย่าลืมงานเลี้ยงน้ำชาที่สระหลิวพรุ่งนี้เล่า”

“เจ้าค่ะ”

รั้งอยู่ไม่นานหญิงสาวทั้งสองก็จากไป แม้หานเชี่ยนหนิงจะยังคงท่าทีสุภาพ แต่ระยะห่างที่นางวางตัวยังคงเท่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นหวังอิงลี่และจางหลินซิน ก็ยังเข้าใกล้นางได้มากกว่าสตรีใดๆ ในเมืองอันหยาง เนื่องจากอย่างน้อยหญิงสาวก็ตอบรับเข้าร่วมงานเลี้ยงที่สระหลิวนอกเมือง

“พี่ใหญ่” หานเยี่ยนหรงมองรถม้าที่กำลังวิ่งออกไปด้วยดวงตาไม่เข้าใจ “เหตุใดท่านตอบตกลงเล่าเจ้าคะ”

“แล้วเหตุใดต้องปฏิเสธเล่า เจ้าก็รู้ว่าเรื่องเช่นนี้หลีกเลี่ยงไปก็เท่านั้น จะอย่างไรการคบค้ากับคุณหนูตระกูลต่างๆ ในเมืองอันหยางย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว”

“แต่เห็นชัดว่าพวกนางจงใจเข้าหาท่าน”

“อย่างน้อยพวกนางก็มาอย่างเปิดเผย”

“จนมีพิรุธ” หานเยี่ยนหรงต่อประโยคให้ผู้เป็นพี่สาว

“ฉลาด” หานเชี่ยนหนิงหัวเราะ “เรารู้อยู่แล้วว่าพวกนางมีจุดประสงค์ เลี่ยงไปแล้วก็ไม่เกิดผลดีอะไร อย่างน้อยผูกมิตรเอาไว้ ยังดีกว่าสร้างศัตรู”

“ถึงท่านจะพูดถูกแต่ข้ากลับไม่ชอบเอาเสียเลย ดูพวกนางจงใจแต่งตัวมาโอ้อวดเช่นนี้ จะบอกว่าบังเอิญผ่านมาแต่เช้าตรู่ถึงเพียงนั้นแต่กลับแต่งกายประณีตงดงาม”

มองใบหน้าบูดบึ้งของน้องสาว หานเชี่ยนหนิงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา นางเองก็ตระหนักแต่เรื่องเช่นนี้เลี่ยงไปจะได้สักกี่ครั้งเล่า

นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมือง จะอย่างไรก็ต้องคบหาสตรีจากตระกูลต่างๆ ทำหน้าที่ในส่วนที่มารดาไม่อาจทำได้

“วันนี้ตอนเที่ยงเราไปส่งอาหารกลางวันให้ท่านพ่อด้วยกัน ยังมีมือปราบทั้งสี่คนที่เพิ่งย้ายมา”

“ข้ากำชับเอาไว้เรียบร้อยเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเราไปดูกันเถิด อย่างน้อยคงต้องลงมือทำเองสักสองอย่างเพื่อแสดงความจริงใจ”

“ท่านจะลงครัวเองหรือเจ้าคะ!”

“ดีใจอะไรกัน มิใช่ทำให้เจ้า แต่ทำอาหารกลางวันไปยังที่ว่าการต่างหาก”

หานเยี่ยนหรงหัวเราะ ก่อนแอบคิดในใจว่านางไม่มีทางพลาด อย่างน้อยต้องแอบชิมอาหารที่พี่สาวทำอย่างแน่นอน!!!

ง่วนอยู่ในครัวครู่ใหญ่ ในที่สุดหานเชี่ยนหนิงและน้องสาวก็นั่งรถม้ามายังที่ว่าการ หลังจากจัดโต๊ะเสร็จน้ องสาวซึ่งบอกว่าจะไปตามบิดากลับยังไม่กลับมา ดังนั้นหญิงสาวจึงให้สาวใช้รออยู่ ก่อนที่นางจะเดินออกมานอกห้อง

ริมทางเดินทอดยาวจากด้านหน้าที่ว่าการ สองฟากฝั่งมีต้นอวี้หลิงปลูกเอาไว้เรียงรายจนถึงเรือนพำนัก ลำต้นไม่สูงมากนักกำลังออกดอกบานสะพรั่ง

กลีบดอกเล็กๆ ที่ส่งกลิ่นหอมจางๆทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไป ก่อนจะนั่งลงแล้วลูบไล้กลีบดอกบอบบางนั้น

บิดาของนางเคยเล่าให้ฟังว่าฮูหยินของเจ้าเมืองคนก่อนชมชอบดอกอวี้หลิง ดังนั้นทั่วทั้งเรือนพำนักและที่ว่าการจึงเต็มไปด้วยดอกอวี้หลิง

ฟังว่านางมักจะเดินไปทั่วจวนว่าการ จากนั้นหากนึกสนุกก็จะนอนลงไปบนพื้นหญ้าข้างต้นอวี้หลิง กระทั่งหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนได้ยินเรื่องนี้นางยังคิดว่าบุรุษเช่นนี้คงจะเป็นคนดีมาก เพราะเขาเอาใจใส่ฮูหยินของตนถึงเพียงนี้ หากแต่เมื่อได้ยินว่าเขาเป็นขุนนางกังฉิน นางถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

เดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางทางเดินซึ่งมีดอกอวี้หลิงเป็นปราการ ด้านหนึ่งกลับปรากฏเงาของบุรุษในชุดมือปราบ

หญิงสาวหยุดยืนนิ่งก่อนจะมองซ้ายขวา เพราะเพิ่งรู้ว่าตนเดินมาไกลมาก เมื่อตัดสินใจหันหลังเดินกลับ นางกลับต้องชะงัก

“หากเปลี่ยนเส้นทางเพราะข้า เช่นนั้นต้องขออภัย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 59 จบ

    หวังอิงลี่ที่ตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนแค้นเคือง นางมองสหายของตนที่มาเพื่อร่วมเยาะหยันผู้อื่น หากแต่พอถึงเวลากลับเดินเข้าไปร่วมดื่มสุรามงคลแทนมองดูหยางอวี่อุ้มเจ้าสาวที่เพิ่งลงจากเกี้ยว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ หวังอิงลี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าเดินจากไป แต่นางยังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถม้าหรูหรากลับวิ่งมาจอด“มีราชโองการ!!”หยางอวี่หมุนตัวกลับมา เขาวางฮูหยินของตนลงจากนั้นก็เดินมาคุกเข่ารับราชโองการผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าหาใช่ใครอื่น เป็นเสิ่นม่อหรานที่ยังคงไม่ได้ไปไหนไกล หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาประหลาดใจ“องครักษ์ขั้นสี่แห่งวังหลวงหยางอวี่รับราชโองการ”เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอก หวังลิงลี่ถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้น ชาวบ้านทุกคนที่ถูกรัศมีน่าเกรงขามของเสนาบดีต่างก็นั่งคุกเข่าลงทั้งหมด“ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีของราชองครักษ์หยางอวี่ หลังจากร่วมล้มล้างกบฏ พระราชทานหยกงามหนึ่งรถม้า เงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง กระบี่หวงหลงแห่งหานซาน พร้อมให้เดินทางเข้าวังหลวงในทันที”“กระหม่อมรับราชโองการ”เสิ่นม่อหรานส่งราชโองการให้หยางอวี่ จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ข้ามาร่วมดื่มสุร

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 58

    “เจ้าอยู่นิ่งๆ ตัวอะไรไต่เข้าไปในเสื้อของเจ้า”“เอ๋” หานเชี่ยนหนิงสะดุ้ง นางนั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้มือใหญ่สอดเข้าไปจับ ‘ตัวอะไร’ ดังกล่าว จนเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหลงกล นางก็ถูกเขาจับขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่ง ซึ่งบัดนี้ความต้องการของเขาผงาดขึ้นดุนดันผิวอ่อนนุ่มจนรู้สึกได้ชัดเจน“พี่อวี่ ท่าน...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางจนใจ ดวงตาเปล่งประกายซึ่งจดจ้องมา พร้อมกับริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ลมหายใจของนางติดขัด“เชี่ยนเชี่ยน”“เจ้าคะ”“ข้าหิว”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปตั้งสำรับ”นางพยายามลุกขึ้น แต่มือใหญ่กลับรั้งนางลง และการกระทำนั้นล่อแหลมจนนางเม้มปากหน้าแดงก่ำ ยิ่งในยามที่เสียงครวญครางของเขาดังขึ้น นางก็ยิ่งเขินอายจังหวะที่นางถูกเขารั้งลงนั้น ความต้องการของเขา กระทบเข้ากับความอ่อนนุ่มของนาง คล้ายกับจังหวะของการ...ลมหายใจของหยางอวี่เริ่มสับสน มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของคนในอ้อมแขน เขาชิดหน้าเข้าไปแต่กลับเพียงพ่นลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวเนียนละเอียดกระทั่งมือใหญ่ไล้ลงไปยังเอวอรชรเขาก็ใช้สองมือจับแน่น“เชี่ยนเชี่ยน”เขาบังคับให้นางบดเบียดกายเบื้องล่างเข้ากับความ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 57

    จุมพิตอ่อนโยนยังคงลากไล้ ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของนางอย่างรักใคร่หานเชี่ยนหนิงสบตากับเขาด้วยความเขินอาย แต่ในยามที่ขยับท่อนขาเพรียวทั้งสองข้างลง เขากลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น“อย่าขยับ” เขากระซิบบอก “อยู่แบบนี้สักพัก”หานเชี่ยนหนิงคอแห้งผาก แม้เขินอายแต่เพราะความสุขสมที่เพิ่งล้นปรี่ ทำให้นางตามใจเขา “พี่อวี่”หยางอวี่ยิ้มกว้าง จุมพิตปลายจมูกของนางเบาๆ ทาบทับกายเปลือยเปล่าของเขาลงไปบนเรือนกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น “หนักหรือไม่"หานเชี่ยนหนิงซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่ง นางส่ายหน้า ก่อนต้องอุทานออกมาเมื่อเอวสอบขยับอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอย่างเชื่องช้า“ท่าน...อ๊ะ”ร่างของนางโยกคลอนพร้อมกับร่างของเขา หยางอวี่หัวเราะในลำคอ “แย่แล้ว” เขาว่าเสียงแหบพร่า “เชี่ยนเชี่ยน”“พี่อวี่ ฟะ...ฟ้าสางแล้ว”“อืม”หยางอวี่ไล้จมูกลงไปยังลำคอขาวผ่อง กระทั่งประทับจุมพิตลงไป หลังจากรับรู้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน เขาบดเบียดตัวตนลงไปยังความอ่อนนุ่มโดยไม่ถอดถอน รับรู้ว่านางเองก็พร้อมพรั่งแม้เพิ่งผ่านครั้งแรกมาหมาดๆ“เราอยู่ที่นี่กันเพียงสองคน ดังนั้น...” เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าให้นานหน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 56

    เขายังนึกว่านางจะรู้สึกลำบากใจที่เหล่าองครักษ์เกราะดำมากันมากมายถึงเพียงนั้น มาตอนนี้เห็นหานเชี่ยนหนิงเล่าเรื่องหลังจากที่เขาเมาหลับไปด้วยรอยยิ้ม ในหัวใจของเขาพลันรู้สึกหวานละมุนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพราะหยางอวี่เงียบไป หานเชี่ยนหนิงพลันชะงัก นางสบตากับดวงตาคมที่แฝงประกายเจิดจ้า ในนั้นบอกความรู้สึกของเขาออกมาทั้งหมด โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่...“ข้ารักเจ้า” เขาพูดออกมาในที่สุดหญิงสาวจ้องตาเขานิ่งนาน นางยิ้มออกมา “ข้ารักท่าน”ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางหลับตาลงช้าๆ ซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นอายของผู้เป็นสามี เขาไม่ได้เร่งเร้าแต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แตะต้องนางอย่างระมัดระวัง ลูบไล้ผิวกายที่สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับความแนบชิด“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบมือใหญ่เลื่อนลงไปดึงสายคาดเอวของนางออก ก่อนใช้มืออีกข้างแหวกสาบเสื้อของนางออกช้าๆ ผิวกายเนียนละเอียดทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ฝ่ามือลงไปหานเชี่ยนหนิงสั่นสะท้าน ในยามที่มือร้อนไล้ผ่านความอวบอิ่มซึ่งเผยออกมา ทันทีที่สาบเสื้อเปิดออก นางหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ แต่เพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เปล

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 55

    หลังจากดื่มสุราอวยพร จาก ‘หัวหน้า’ เปลี่ยนเป็น ‘พี่ใหญ่’ ได้ยินดังนั้นหานเชี่ยนหนิงก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนในใจของนางได้แต่คิดว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นางล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น เพราะที่สำคัญวันนี้เขาคือสามีของนาง และนางก็คือฮูหยินของเขากว่าจะผ่านด่านพี่น้องของตัวเองมาได้ หยางอวี่ก็แทบจะยืนไม่อยู่ พี่น้องของเขากว่ายี่สิบคน เขาก็ต้องแบ่งเหล้าคนละครึ่งกับทุกคนรวมยี่สิบไห ดังนั้นแน่นอนกว่าสามารถกลับเข้าห้องหอ หยางอวี่ก็ถูกเหล่าพี่น้องมอมเหล้า กระทั่งต้องแบกร่างที่หมดสติกลับมาคืนหานเชี่ยนหนิง“พี่สะใภ้ ท่านจนโทษพวกเราก็ไม่ได้นะ พวกเราแค่อยากดื่มสุรามงคลอวยพรให้ท่านกับพี่ใหญ่”“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราจะไสหัวไปก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้น”“พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าทางขึ้นเขาไว้ มดตัวเดียวก็จะไม่ปล่อยให้ขึ้นเขามาได้”หานเชี่ยนหนิงกลั้นหัวเราะ มองดูเหล่าองครักษ์เกราะดำที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเฝ้าทางขึ้นเขา กระนั้นแม้แต่ยืนก็ยังโงนเงนแทบล้ม“พวกท่านก็ไม่ค้างที่นี่ก่อนหรือ” มองดูลานรอบกองไฟที่ยังมีร่างของหลายคนนอนเรียงราย หานเชี่ยนหนิงมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่รังเกียจ“ไม่ได้ๆ!” เสียงปฏิเส

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 54

    ทว่านางไหนเลยจะคิดว่าเสิ่นม่อหรานจะใช้แผนนี้ คนไม่อยู่ ราชโองการไหนเลยจะใช้ได้ถึงแม้จะกลับมาและใช้ราชโองการ ข้าวสารก็คงกลายเป็นข้าวสุก ถึงวันนั้นหยางอวี่ก็แต่งสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางเป็นฮูหยินเสียแล้ว!!!“หนึ่ง ไหว้ฟ้าดิน”ช่วงเวลาเดียวกันนั้น งานมงคลเรียบง่ายก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กระท่อมกลางป่าของคนจรถูกตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคลแต่ถึงอย่างนั้นงานมงคลที่ดูเรียบง่าย ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น ...เสิ่นม่อหราน“สองไหว้บุพการี” บ่าวสาวในชุดสีแดงก้มลงคำนับหานลู่และฮูหยิน ข้างๆ กันนั้นยังมีหานเยี่ยนหรงที่ยืนน้ำตาซึมเหลือบมองสมุดรายการสินสอดที่หยางอวี่เขียนเอาไว้ในสมุด นางเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไหนเลยจะรู้ว่าพี่เขยของนางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับมีที่ดินมากมายในเมืองหลวง ตั๋วเงินและคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งที่เมืองยินและเมืองอันหยางได้ยินมาว่าคฤหาสน์ที่อันหยาง เขาเพิ่งจะซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ นางจึงได้แต่สงสัยว่านี่คือความบังเอิญหรือความจงใจ เพราะคฤหาสน์หลังนั้น อยู่ติดกันกับจวนเจ้าเมืองซึ่งบิดาซื้อเอาไว้ อีกทั้งระยะเวลายังใกล้เคียงกันอีกด้วยหากบังเอิญก็แล้วไป แ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 14

    ดวงตาปรากฏแววเคร่งเครียด ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วไม่นานหลังจากคนของหวังฟู่เร่งไปแจ้งทางการ กลุ่มคนบนหลังม้าก็เดินทางมาถึง ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เพิ่งกระโดดลงจากหลังม้าเป็นคนแรกก็คือหยางอวี่ใบหน้าหล่อเหลาและท่าทีสง่างาม เรียกความสนใจของคุณหนูตระกูลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี พวกนางต่างก็ซุบซิบกันเสียงเบ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 13

    มือใหญ่ส่งบังเหียนม้าให้ผู้ติดตาม ก่อนน้ำเสียงตำหนิจะดังขึ้น “น้องเล็ก เจ้าเอาแต่ใจเกินไปแล้ว จัดงานเลี้ยงน้ำชาเอิกเกริกเช่นนี้โดยไม่...” สายตาคมกริบก็กวาดมองไปยังเบื้องหลังผู้เป็นน้องสาว คิ้วเข้มเลิกขึ้นก่อนสบตากับน้องสาวเป็นเชิงถาม“พี่ใหญ่ข้าจะแนะนำให้รู้จัก สหายคนอื่นๆ ของข้าท่านรู้จักแล้ว แต่แ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผม

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 8

    ใบหน้าสลบไสลแม้มอมแมมไปบ้าง แต่กลับไม่อาจบดบังความงดงามทั้งภายในและภายนอกของนางเอาไว้ได้วันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นคนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว แต่ก่อนที่นางจะฟื้นคืนสติ เขากลับตัดสินใจจากมาโดยหาได้รู้ไม่ว่านางเป็นบุตรสาวตระกูลใดนับจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผ่านไปหลายเดือน ไม่คาดคิดว่าจะได้พบนางอีกครั้ง และ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status