LOGIN"ความรักและความภักดี แลกมาด้วยคมดาบที่ปลิดชีพและเลือดที่นองท่วมตระกูล..." นั่นคือจุดจบของ 'หลี่เหม่ยอัน' ในชาติภพก่อน เมื่อนางถูก 'องค์ชายจิ้น' ชายผู้เป็นรักแรก และ 'ซูเฟย' สหายรัก หักหลังอย่างเลือดเย็น ทิ้งร่างนางให้จมกองเลือดท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ ทว่าสวรรค์กลับเมตตา... ให้โอกาสนางหวนคืนสู่จุดเริ่มต้น! พอกันทีกับความรักโง่เขลา ชาตินี้ข้าขอลิขิตชะตาตนเอง! จากสตรีอ่อนแอสู่ยอดหญิงผู้กุมอำนาจ นางสาบานว่าจะทวงคืนทุกความแค้น กระชากหน้ากากคนชั่ว และปกป้องตระกูลจากหายนะ ท่ามกลางเกมการเมืองและเล่ห์กลวังหลัง นางกลับได้พบ 'ไป๋อวี้' บุรุษลึกลับในคราบคุณชายขี้โรค ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและกลายเป็นคู่หูในการพลิกกระดานแผ่นดิน! เมื่อพยัคฆ์หนุ่มจับมือมังกรสาว แผนการกบฏซ่อนเงื่อนขององค์ชายจิ้นจึงถูกท้าทาย เส้นทางรักท่ามกลางรอยเลือดจึงบังเกิด... นี่คือนิยายรักจีนโบราณครบรส ทั้งการแก้แค้นสุดสะใจ ชิงไหวชิงพริบ และความรักที่มั่นคงดั่งขุนเขา!
View Moreเขาเชยคางนางขึ้น ประทับจูบดูดดื่มลงบนริมฝีปาก เป็นจูบที่ผนึกวิญญาณสองดวงให้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ไป๋อวี้อุ้มนางวางลงบนเตียงกว้าง วางนางลงอย่างทะนุถนอม ม่านมุ้งสีแดงถูกปลดลง“คืนนี้... เจ้าเป็นของพี่ และพี่เป็นของเจ้า... ตราบชั่วลมหายใจ”ค่ำคืนแห่งมงคลฤกษ์ดำเนินไปอย่างหอมหวานและเร่าร้อนดั่งไฟสุมขอน เสียงกระซิบรักดังก้องท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไป๋อวี้บรรจงประทับจูบไล่ลงไปตามเรือนร่างบอบบางอย่างทะนุถนอมและโหยหา ราวกับต้องการสำรวจทุกตารางนิ้วของสตรีที่เขาเฝ้ารอมาข้ามภพข้ามชาติมือหนาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกไปดุจการลอกกลีบบุปผา เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีที่สะท้อนแสงเทียนวูบไหว สัมผัสอุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วสรรพางค์กาย ปลุกเร้าให้ไฟปรารถนาลุกโชนปลายนิ้วเรียวยาวของเขาลากไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแตะสัมผัสลงยังจุดอ่อนไหวที่สุด ปลุกเร้าให้เกสรดอกไม้ฉ่ำน้ำเพื่อเตรียมพร้อมรับการมาเยือน“อ๊า...” เสียงครางหวานหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบาง เมื่อความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายไป๋อวี
เสียงประทัดกึกก้องกัมปนาทขับไล่ภยันตราย ท้องนภาเหนือวังหลวงถูกแต้มระบายด้วยสีแดงฉานจากโคมมงคลนับหมื่นที่ลอยล่องประหนึ่งดวงดาราบนพื้นพิภพ ขบวนรับเจ้าสาวทอดยาวดุจพญามังกรทองเลื้อยผ่านใจกลางนครหลวง กลีบบุปผาโปรยปรายลงมาจากระเบียงเรือนราษฎร ดั่งสายฝนทิพย์อำนวยพร วันนี้... ต้าเยี่ยนร่วมเฉลิมฉลองมงคลสมรสพระราชทานแห่งทศวรรษ ระหว่างอัครมหาเสนาบดี ไป๋อวี้ และฮูหยินตราตั้ง หลี่เหม่ยอันภายในเกี้ยวแปดคนหามที่โยกไหวแผ่วเบา เหม่ยอันลูบไล้อาภรณ์สีแดงเพลิงปักลาย 'หงส์คู่มังกร' ด้วยดิ้นทองคำบริสุทธิ์ ผ้าคลุมหน้าสีแดงชาดบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ทว่ามิอาจปิดกั้นเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก“ถึงแล้วเจ้าค่ะ...”เสียงชุนเถากระซิบ เกี้ยวถูกวางลงอย่างนิ่มนวล ปลายม่านถูกเลิกขึ้น มือหนาที่แสนคุ้นเคยยื่นเข้ามา“เหม่ยอัน... พี่มารับเจ้าแล้ว”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมด้วยความรักลึกซึ้ง ขับไล่ความประหม่าให้มลายสิ้น เหม่ยอันวางมือลงบนฝ่ามืออุ่นหนา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความมั่นคงเข้าสู่ดวงใจ ไป๋อวี้ในชุดมงคลสีแดงเข้มขับเน้นให้ดูสง่างามดุจเทพบุตรหยก ใบหน้า
รุ่งขึ้น ณ ศาลาว่าราชการฝ่ายใน เหม่ยอันในชุดฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่ง นั่งเป็นประธานเหนือเหล่าภริยาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ บรรยากาศตึงเครียดกดดัน เหล่าฮูหยินเฒ่าต่างมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม“ฮูหยินไป๋...”ฮูหยินเอกสกุลจาง ญาติสายตรงของกบฏจางเหว่ย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ท่านเพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่ง อาจยังมิทราบธรรมเนียม... การเรียกตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินแต่ละจวนเช่นนี้ มิเป็นการก้าวก่ายและเสียมารยาทไปหน่อยหรือเจ้าคะ”“นั่นสิเจ้าคะ... พวกเราบริจาคเบี้ยหวัดช่วยราชสำนักตั้งเท่าไร ท่านจะมาคลางแคลงในความซื่อสัตย์ของสามีพวกเราได้อย่างไร” ฮูหยินคนอื่นรีบผสมโรงเหม่ยอันจิบชาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลงจิ่งมิอาจดับไฟโทสะในใจนางได้ นางวางถ้วยชาลงเสียงดัง กริ๊ก! ความเงียบพลันเข้าปกคลุม มือเรียวหยิบม้วนบัญชีเล่มหนาโยนลงกลางโต๊ะ“ข้ามิได้คลางแคลง...” น้ำเสียงของนางเรียบนิ่งทว่ากังวาน“แต่ข้า 'รู้แจ้ง' ต่างหาก”นางใช้นิ้วเรียวกรีดเปิดหน้าบัญชีอย
เสียงระฆังทองกังวานก้องเสียดฟ้า ประกาศสิ้นสุดรัชศกเก่า เปิดม่านสู่ยุคสมัยใหม่ที่ทอประกายแห่งความหวัง ณ ท้องพระโรงอันวิจิตรตระการตา องค์ชายเจ็ด ในฉลองพระองค์สีทองอร่ามที่ดูหลวมโคร่งเล็กน้อย ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มังกรด้วยฝีพระบาทที่ประหม่า ทว่าแววตาใสซื่อคู่นั้นกลับเปี่ยมด้วยปณิธานโอรสสวรรค์องค์น้อยทอดพระเนตรไปยังม่านไม้ฉลุลายหงส์ด้านหลังบัลลังก์... เงาของสตรีสูงศักดิ์นั่งสงบนิ่งอยู่หลังม่านนั้น องค์หญิงเจาหยาง พยักหน้าให้กำลังใจเพียงแผ่วเบา ก่อนสุรเสียงทรงอำนาจจะประกาศก้องราชโองการแรกในฐานะ 'ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน'“เนื่องด้วยองค์ฮ่องเต้ยังทรงพระเยาว์ดั่งไม้อ่อน ข้า... เจาหยาง จักขอเป็นกำแพงพิงหลัง ว่าราชการหลังม่านจนกว่ามังกรน้อยจะปีกกล้าขาแข็ง และเพื่อความมั่นคงแห่งแผ่นดิน ข้าขอประกาศแต่งตั้ง...”พระนางเว้นจังหวะ ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ สายพระเนตรจับจ้องไปยังบุรุษหนุ่มในชุดขุนนางสีม่วงเข้มปักลายพยัคฆ์เหิน ที่ยืนสง่างามดุจขุนเขาอยู่หน้าแท่นบรรทม“...ไป๋อวี้ ให้ดำรงตำแหน่ง 'อัครมหาเสนาบดี' ควบตำแหน่ง 'แม่ทัพใหญ่พิทั







![สองพยัคฆ์ขย่มนางพญามังกร (3p) - [PWP] - [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




reviews