แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-09 12:36:27

นิ่งไปเล็กน้อยหูพานกลับยิ้มออกมาที่มุมปาก “ที่ข้าศรัทธาคือท่านและพี่น้องของเราหาใช่ราชสำนัก”

“กลับไปพักผ่อนเถิด” หยางอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบออกมาแล้วปิดประตู

มองดูประตูที่ค่อยๆ ปิดลงหูพานได้แต่ถอนหายใจ เขาจำนนในคำพูดเมื่อครู่ของหยางอวี่ ‘ไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม มีแค่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว’

“เอาเถิด ข้าเชื่อใจท่านมาจนถึงวันนี้ เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อต่อไป”

มองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เรื่องสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดินที่หยางอวี่และเสนาบดีเสิ่นวางแผนร่วมกัน เขาให้ตื่นตะลึงระคนเลื่อมใสยิ่งนัก

จะมีผู้ใดปราดเปรื่องไปกว่านี้อีก หูพานไม่อาจให้คำตอบได้จริงๆ การปฏิเสธฮ่องเต้นับว่าไม่ง่าย เพราะองค์หญิงหมิงจูนั้น นับเป็นยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของราชวงศ์ ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่กล้าล่วงเกิน

อีกทั้งฮ่องเต้เองก็ทรงรักใคร่ ทะนุถนอมและตามใจนางยิ่งกว่าองค์รัชทายาท แน่นอนว่าเรื่องที่ต้องพระทัยหยางอวี่นั้น คนทั้งเมืองหลวงย่อมตระหนัก และต่างก็มั่นใจว่าหยางอวี่ไม่มีทางหลุดรอดไปได้

หากมิใช่ว่าเผิงอ๋องผู้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้คิดก่อกบฏ แม้สามารถจับกุมได้ครั้งหนึ่ง แต่กลับยังคงหนีออกมาได้โดยมีขุนนางบางส่วนให้ความช่วยเหลือ

บัดนี้สายข่าวบอกมาอย่างชัดเจนว่าเผิงอ๋องกำลังซ่องสุมกำลังพลเพื่อก่อกบฏอีกครั้ง ฮ่องเต้ไหนเลยจะทรงปล่อยหยางอวี่เช่นนี้

เสนาบดีและหยางอวี่ร่วมมือกันใช้ทั้งสองเรื่องคานกันได้อย่างสมดุล ไม่เพียงสามารถทำให้ฮ่องเต้ทรงยินยอมแต่โดยดี แต่ยังทำให้หยางอวี่หลุดรอดจากฐานะราชบุตรเขยอีกด้วย!!!

หลังจากค้นทุกซอกทุกมุมของห้อง หยางอวี่จนใจจึงนั่งลงยังเก้าอี้พร้อมรินชาขึ้นจิบ เขามั่นใจว่าช่วงที่ปรับปรุงเรือนพำนักแห่งนี้ คนของเขาที่ปะปนอยู่ในจวนว่าการเมืองอันหยางจับตาอยู่ตลอด ดังนั้นหากมีสิ่งใดผิดปกติเขาก็ต้องได้รับรายงาน นั่นย่อมหมายความว่าแผนที่นั้นยังคงซุกซ่อนอยู่ที่ใดสักแห่ง

นั่งครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นนวดขมับ เขาปลดกระบี่ที่ยังคงเหน็บข้างเอววางลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงค้นห่อผ้าหนึ่งเดียวที่ติดตัวมา ในนั้นมีกล่องใส่ปิ่นปักผมของสตรีนอนนิ่งอยู่ เป็นปิ่นปักผมหยกมันแพะส่องประกาย

ปิ่นอันนี้เขาซื้อมาเมื่อนานมากแล้ว ทั้งที่รู้ดีว่าอีกนานกว่าจะได้พานพบและยากยิ่งกว่าจะหาทางมอบให้ แต่ทันทีที่เขาเห็นก็นึกถึงดวงตาคู่งามคู่นั้น ไม่ทันรู้ตัวเขาก็ซื้อกลับมาด้วยเสียแล้ว

สายตาที่จดจ้องปิ่นปักผมอ่อนโยนลงหลายส่วน ยิ่งในยามที่เขาหวนนึกถึงวันนั้น...

หนึ่งปีก่อนหน้านี้

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนด้วยความตกใจ เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชติช่วงบนชั้นสองของหอเถียนเตี่ยน ร้านขนมชื่อดังของเมืองยิน ผู้คนมากมายต่างก็พากันกระโดดลงมาจากชั้นสองกันจ้าละหวั่น

เสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้เหตุการณ์ยิ่งวุ่นวาย เจ้าหน้าที่แม้มีมากแต่กลับไม่อาจฝ่าเปลวเพลิงที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

เงาร่างอรชรของแม่นางน้อยผู้หนึ่งโผล่ออกมายังระเบียง นางตะโกนลงมาให้คนที่อยู่ชั้นล่างช่วยรับตัวเด็กตัวเล็กๆ ที่พลัดหลงกับบิดามารดาท่ามกลางความวุ่นวาย

กลุ่มควันที่ยิ่งมาก็ยิ่งหนาทึบ ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่ติดอยู่บนชั้นสองสำลักควันจนแทบหมดสติ เพราะความรีบร้อนและตกใจหลายคนกระโดดลงมาแข้งขาหัก แต่เสียงของหญิงสาวก็ทำให้ผู้คนเริ่มตื่นตัว

‘พวกท่านหาผ้าหนาๆ ผืนใหญ่มาได้หรือไม่’

ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านแพรพรรณ เถ้าแก่ของร้านเข้าใจว่านางต้องการทำอะไร จึงรีบสั่งคนให้นำแพรผืนหนามาทันที เมื่อมาถึงก็ให้บุรุษหลายคนช่วยกันจับคนละมุม ก่อนจะให้เด็กแต่ละคนกระโดดลงไปบนผืนแพรนั้น

เสียงร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวของเด็กๆ ได้รับการปลอบประโลมจากหญิงสาวกับสาวใช้ที่คอยช่วยเหลือ นางลูบหลังลูบไหล่ปลอบโยนไม่ให้เด็กหวาดกลัว ทั้งยังคอยระวังไม่ให้เด็กหลายคนโดนไฟลวก กระทั่งไฟเริ่มลุกลามเข้ามาใกล้

ภาพร่างอรชรที่พยายามช่วยเด็กๆ เหล่านั้น ยังคงติดตรึงในความทรงจำของหยางอวี่ที่ควบม้าไปยังที่เกิดเหตุ ในวันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นวันหยุดของตน เขาซึ่งกำลังจะออกนอกเมืองผ่านไปพอดีจึงเข้าไปดูเหตุการณ์

ภาพที่เขาเห็นทำให้เขารู้สึกชื่นชมในตัวหญิงสาว เช่นกันกับชาวบ้านคนอื่นๆ

ในขณะที่นางส่งตัวเด็กคนสุดท้ายลงมา ทั้งนางและสาวใช้กลับสำลักควันไฟจนหมดสติ เขาและหูพานรีบเหินกายขึ้นไปยังชั้นสองได้ทันท่วงที รีบพานางลงมายังที่ปลอดภัย ก่อนจะช่วยเจ้าหน้าที่กันความวุ่นวายของที่เกิดเหตุเอาไว้ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 11

    น้ำเสียงทุ้มน่าฟังทำให้หานเชี่ยนหนิงชะงัก นางลังเลว่าสมควรจะหันกลับไปหรือไม่ เพราะรอบกายยามนี้มีเพียงความเงียบงัน อาจเพราะนางเดินเข้ามายังส่วนใน ดังนั้นจึงไร้เงาของผู้คนโดยสิ้นเชิง“แม่นางหาน”อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักนาง ดังนั้นจะหนีก็คงไม่ทันแล้ว ทางเลือกเดียวก็คงได้แต่หมุนกายไปเผชิญหน้า“หากข้ามารบกวนท่านต้องขออภัยด้วย ข้าเพียงเดินชมดอกอวี้หลิงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงที่นี่โดยไม่รู้ตัว”“ข้าหาได้ต้องการตำหนิเจ้า อย่าได้เข้าใจผิด” ร่างสูงเดินอ้อมแนวต้นอวี้หลิง ก่อนหยุดลงตรงหน้าหญิงสาวหานเชี่ยนหนิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้าด้วยความตกตะลึง “ท่าน...ท่าน”นางพูดไม่ออก ไม่คาดคิดว่าจะได้พบชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์น่าขายหน้าถึงสองครั้งสองครา“ดีใจที่รู้ว่าเจ้ายังจำข้าได้” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินใต้เท้าบอกว่าบุตรสาวสองคนจะมาส่งอาหารกลางวันเพื่อเลี้ยงต้อนรับ ข้ารู้สึกเป็นเกียรติยิ่ง”รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดเขิน หากไม่ใช่เพราะมือใหญ่ผายมือให้นางออกเดิน หาไม่นางคงไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรและต้องวางมือวางไม้ไว้ตรงไหนเส้นทางที่เขาชี้นำให้นางออกเดิน ก็คือเส้นทางที่นางเ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 10

    ไม่รอให้ผู้เป็นพี่สาวกล่าวอะไร หานเยี่ยนหรงจึงรีบบอก เนื่องจากเรื่องอื่นนางพอจะยอมได้ แต่เรื่องของมารดาที่เพิ่งอาการดีขึ้นนั้น นางไม่อยากให้ผู้ใดหรือเรื่องใดเข้าไปรบกวน“อ้อ เช่นนั้นก็น่าเสียดายยิ่ง”แม้ถ้อยปฏิเสธจะไร้เยื่อใยไปบ้าง แต่หญิงสาวทั้งสองที่ล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลหานย่อมเข้าใจดี อาการป่วยของหานฮูหยินนับจากเข้าเมืองอันหยางมานั้น ไม่มีใครในเมืองไม่ทราบทั้งยังเข้าใจดี ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้ามาขอพบ ทั้งนี้ก็เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนหานเชี่ยนหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ อาการของมารดานั้นยังคงใช้เป็นข้ออ้างได้ หากแต่หลังจากบังเอิญพบหญิงสาวทั้งสองที่วัด ข้ออ้างนี้กลับไม่อาจใช้ได้อย่างแนบเนียนนักแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แก้ตัวให้ผู้เป็นน้องสาว เพราะจะอย่างไรการแก้ตัวก็รังแต่จะยิ่งทำให้ทั้งสองมองน้องสาวของนางในทางที้ไม่ดี“เชิญด้านในเถิด” หานเชี่ยนหนิงผายมือด้วยรอยยิ้มจวนท่านเจ้าเมืองที่ตกแต่งเรียบง่าย แต่ยังคงให้กลิ่นอายแห่งขุนนางราชสำนัก ทำให้หญิงสาวทั้งสองของตระกูลใหญ่เมืองอันหยางชื่นชม ข้าวของตบแต่งภายในจวน ทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี อีกทั้งทุกอย่างล้วนให้กลิ่

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 9

    นางกระแอมแก้ขัดเขิน จากนั้นจึงหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้สนทนากันมากกว่านั้น หญิงสาวพลันหันไปตามเสียงเรียก‘เชี่ยนเชี่ยน’มองไปยังอีกฝั่งของป่าดอกท้อ สตรีวัยกลางคนพร้อมกับเด็กสาวกำลังมองมายังจุดที่พวกเขาอยู่หยางอวี่มองดูเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้า ซึ่งเป็นจังหวะที่สายลมพัดพาเอาเส้นผมยาวสลวยปอยหนึ่งมาหาเขา มือใหญ่ยื่นออกไปอย่างเผลอไผล แต่ถึงอย่างนั้นกลับชะงักเมื่อสาวใช้นางนั้นเอ่ยขึ้นเสียก่อน‘ฮูหยินกับคุณหนูรองเรียกแล้ว เรากลับกันเถิดเจ้าค่ะ’‘เช่นนั้น...’หญิงสาวหันมาตั้งใจจะขอบคุณผู้ที่ช่วยเหลือนางเอาไว้ แต่นางกลับพบว่าชายหนุ่มทั้งสองเดินจากไปแล้ว มองแผ่นหลังองอาจในชุดสีเขียวเข้ม จากนั้นจึงละสายตากลับมาเพราะมารดาเรียกอีกครั้ง‘เชี่ยนเชี่ยน เรากลับกันเถิด’‘เจ้าค่ะท่านแม่’เสียงตอบรับนั้นทำให้หยางอวี่หมุนกายกลับไปมองนางอีกครั้ง หูพานเองก็ไม่ต่าง เขาหันกลับไปก่อนมองหญิงสาวสลับกับหยางอวี่รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาที่มุมปาก‘นั่นมิใช่หานฮูหยินหรอกหรือ’‘หานฮูหยิน’ หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม‘ใต้เท้าหาน หานลู่อย่างไรเล่า’หยางอวี่ส่งเสียงตอบรับก่อนกระโดดขึ้นไปบนหลั

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 8

    ใบหน้าสลบไสลแม้มอมแมมไปบ้าง แต่กลับไม่อาจบดบังความงดงามทั้งภายในและภายนอกของนางเอาไว้ได้วันนั้นเขาจำได้ว่าเป็นคนช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาให้หญิงสาว แต่ก่อนที่นางจะฟื้นคืนสติ เขากลับตัดสินใจจากมาโดยหาได้รู้ไม่ว่านางเป็นบุตรสาวตระกูลใดนับจากเหตุการณ์ไฟไหม้ผ่านไปหลายเดือน ไม่คาดคิดว่าจะได้พบนางอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้เขาตัดสินใจในที่สุด จำได้ว่าเขากำลังขี่ม้าออกนอกเมืองกับหูพานกลับต้องชะงักด้านหน้าห่างออกไปจากถนนสายหลักของเมืองยิน ณ ป่าท้อซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่งนั้น บนต้นท้อยังมีร่างของหนึ่งเด็กน้อยกับหนึ่งสาวงามนั่งอยู่เบื้องล่างมีเด็กน้อยอีกคน พร้อมกับสาวใช้เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเป็นกังวลเสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยทั้งสองประสานกันดังลั่น เสียงปลอบประโลมของหญิงสาวยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาคาดเดาเรื่องราวได้อย่างง่ายดายเด็กน้อยคงปีนป่ายต้นท้อขึ้นไปอย่างนึกสนุก จากนั้นจึงลงมาไม่ได้ ร้อนถึงหญิงสาวที่ผ่านมาพบเข้าจึงปีนขึ้นไปปลอบโยนและช่วยเหลือเพียงแต่...เขาเดาไม่ออกเลยว่าสตรีงดงาม ทั้งยังท่วงท่าเรียบร้อยเช่นนั้น จะกล้าปีนป่ายต้นไม้ อีกทั้งนางจะช่วยเด็กน้อยผู้นั้นให้ลงมาอย่างปลอด

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 7

    นิ่งไปเล็กน้อยหูพานกลับยิ้มออกมาที่มุมปาก “ที่ข้าศรัทธาคือท่านและพี่น้องของเราหาใช่ราชสำนัก”“กลับไปพักผ่อนเถิด” หยางอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบออกมาแล้วปิดประตูมองดูประตูที่ค่อยๆ ปิดลงหูพานได้แต่ถอนหายใจ เขาจำนนในคำพูดเมื่อครู่ของหยางอวี่ ‘ไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม มีแค่สิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว’“เอาเถิด ข้าเชื่อใจท่านมาจนถึงวันนี้ เช่นนั้นข้าก็จะเชื่อต่อไป”มองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เรื่องสะท้านฟ้าสะเทือนแผ่นดินที่หยางอวี่และเสนาบดีเสิ่นวางแผนร่วมกัน เขาให้ตื่นตะลึงระคนเลื่อมใสยิ่งนักจะมีผู้ใดปราดเปรื่องไปกว่านี้อีก หูพานไม่อาจให้คำตอบได้จริงๆ การปฏิเสธฮ่องเต้นับว่าไม่ง่าย เพราะองค์หญิงหมิงจูนั้น นับเป็นยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของราชวงศ์ ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่กล้าล่วงเกินอีกทั้งฮ่องเต้เองก็ทรงรักใคร่ ทะนุถนอมและตามใจนางยิ่งกว่าองค์รัชทายาท แน่นอนว่าเรื่องที่ต้องพระทัยหยางอวี่นั้น คนทั้งเมืองหลวงย่อมตระหนัก และต่างก็มั่นใจว่าหยางอวี่ไม่มีทางหลุดรอดไปได้หากมิใช่ว่าเผิงอ๋องผู้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ฮ่องเต้คิดก่อกบฏ แม้สามารถจับกุมได้ครั้งหนึ่ง แต่กลับยังคงหนีออกมาได้โดยมีขุนนางบางส่วนให้ความช่วยเหล

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 6

    จวนว่าการเมืองอันหยางในเวลานี้ครึกครื้นยิ่ง เนื่องจากสี่มือปราบจากเมืองหลวงเพิ่งเดินทางมาถึง หานลู่ผู้เป็นเจ้าเมืองไม่ได้รีบร้อนให้คนทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่ในทันที เนื่องจากตามกำหนดการแล้ว ยังเหลือเวลาอีกสามวันจึงจะถึงวันรายงานตัว“อย่างไรเสียก็ใช้เวลาอีกสามวันที่เหลือสำรวจเมืองอันหยางให้ทั่ว ทำความคุ้นเคยเอาไว้”“ขอบคุณใต้เท้า” หยางอวี่รับคำจากนั้นก็พาคนของตนทั้งสามออกไปจากห้องไม่ถาม และไม่สงสัยว่าเหตุใดจวนท่านเจ้าเมืองจึงถูกปรับปรุงให้เป็นเรือนพำนักของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากรู้มาก่อนแล้วว่าหานลู่ใช้เงินของตนซื้อคฤหาสน์หลังใหม่เอาไว้ในเมืองอันหยาง ทั้งยังตั้งใจจะลงหลักปักฐานในเมืองนี้อย่างถาวรหลังเกษียณ“ใต้เท้า” ถงหลี่ที่เอาแต่ยืนเงียบกระซิบ ทั้งที่มือปราบทั้งสี่เดินออกไปแล้วครั้งนี้เขานับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ คนผู้หนึ่งกลับยังสามารถข่มขวัญผู้อื่นได้ เพียงแค่ก้าวเข้ามายืนนิ่งๆ และเอ่ยเพียงไม่กี่ประโยคใบหน้าของหยางอวี่แม้หล่อเหลาโดดเด่น แต่กลิ่นอายรอบตัว กลับทำให้รู้สึกกริ่งเกรงและกีดกันผู้คนไม่ให้เข้าใกล้ เป็นกลิ่นอายแห่งความน่ากลัว ซึ่งแม่แต่เขาที่ไม่ได้สนทนากับอีกฝ่ายโดยตรงยั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status