Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-01-09 12:35:49

จวนว่าการเมืองอันหยางในเวลานี้ครึกครื้นยิ่ง เนื่องจากสี่มือปราบจากเมืองหลวงเพิ่งเดินทางมาถึง หานลู่ผู้เป็นเจ้าเมืองไม่ได้รีบร้อนให้คนทั้งสี่ปฏิบัติหน้าที่ในทันที เนื่องจากตามกำหนดการแล้ว ยังเหลือเวลาอีกสามวันจึงจะถึงวันรายงานตัว

“อย่างไรเสียก็ใช้เวลาอีกสามวันที่เหลือสำรวจเมืองอันหยางให้ทั่ว ทำความคุ้นเคยเอาไว้”

“ขอบคุณใต้เท้า” หยางอวี่รับคำจากนั้นก็พาคนของตนทั้งสามออกไปจากห้อง

ไม่ถาม และไม่สงสัยว่าเหตุใดจวนท่านเจ้าเมืองจึงถูกปรับปรุงให้เป็นเรือนพำนักของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากรู้มาก่อนแล้วว่าหานลู่ใช้เงินของตนซื้อคฤหาสน์หลังใหม่เอาไว้ในเมืองอันหยาง ทั้งยังตั้งใจจะลงหลักปักฐานในเมืองนี้อย่างถาวรหลังเกษียณ

“ใต้เท้า” ถงหลี่ที่เอาแต่ยืนเงียบกระซิบ ทั้งที่มือปราบทั้งสี่เดินออกไปแล้ว

ครั้งนี้เขานับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ คนผู้หนึ่งกลับยังสามารถข่มขวัญผู้อื่นได้ เพียงแค่ก้าวเข้ามายืนนิ่งๆ และเอ่ยเพียงไม่กี่ประโยค

ใบหน้าของหยางอวี่แม้หล่อเหลาโดดเด่น แต่กลิ่นอายรอบตัว กลับทำให้รู้สึกกริ่งเกรงและกีดกันผู้คนไม่ให้เข้าใกล้ เป็นกลิ่นอายแห่งความน่ากลัว ซึ่งแม่แต่เขาที่ไม่ได้สนทนากับอีกฝ่ายโดยตรงยังรู้สึกหวาดหวั่น

เมื่อครู่หานลู่ผู้เป็นนายสนทนากับมือปราบหนุ่มด้วยท่าทีเป็นกันเองยิ่ง นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกเลื่อมใส

“ใต้เท้า ท่านไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรือขอรับ”

“ทำไมต้องอึดอัดเล่า” หานลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตายังคงมองตรงไปยังประตู ซึ่งมือปราบทั้งสี่เพิ่งเดินออกไป

“หยางอวี่ผู้นี้เป็นองครักษ์ข้างกายฝ่าบาทมาห้าปีเต็ม อายุแค่ยี่สิบสาม แต่กลับเป็นถึงองครักษ์ขั้นสี่ ฝีมือหรือก็เป็นหนึ่ง การตัดสินใจของเขาไม่ว่าครั้งใดล้วนแม่นยำ ข้ายังต้องกังวลสิ่งใดอีกที่ได้เขามาช่วยงาน”

“เฮ้อ ท่านอาจพูดถูก”

เห็นแล้วว่าผู้เป็นนายไม่รู้สึกว่าถูกอีกฝ่ายข่ม เขาเองก็โล่งใจ เพราะตัวเขานั้นนับว่าโดนหยางอวี่ผู้นั้นข่มจนหงอเสียแล้ว!!!

หลังจากเข้าไปในเรือนพำนัก หูพาน เหวินเคอ รวมไปถึงเหอชินห้าวไม่ได้ตรงไปพัก ทั้งสามเดินตามหยางอวี่เข้าไปในห้อง ก่อนปิดประตูอย่างแน่นหนา

“หัวหน้า” หูพานกระซิบเสียงเบา “ท่านจะไปดูฐานที่ตั้งที่ว่าเลยหรือไม่ขอรับ”

“ยังก่อน รอให้ทุกอย่างสงบลงกว่านี้เราค่อยเคลื่อนไหว เจ้ากำชับคนของเราว่าอย่าเผยตัวจนกลายเป็นจุดเด่น” หยางอวี่กางแผนที่ออกมาก่อนมองด้วยดวงตาครุ่นคิด

“ท่านจะส่งข่าวไปยังเมืองหลวงเลยหรือไม่ขอรับ”

“รออีกสามวันเถิด ตอนนี้ที่เราต้องทำเป็นอันดับแรกคือตรวจค้นเรือนพักหลังนี้ หาหลักฐานที่เจ้าเมืองคนก่อนซ่อนเอาไว้ เหวินเคอ”

“คฤหาสน์หย่อนใจของตระกูลหวังหรือขอรับ”

“ใช่ หน้าที่จับตาดูที่นี่ให้อาไช่จัดการ ข้าเชื่อว่าไม่กี่วันหวังฟู่ต้องกลับเข้าเมืองอันหยางอย่างแน่นอน ขอเพียงเราจับตาดูหวังฟู่เอาไว้ ข้าเชื่อว่าเราต้องได้เบาะแสของเผิงอ๋องอย่างแน่นอน”

“หัวหน้า ที่นี่ถูกปรับปรุงจนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิม เช่นนี้ท่านสงสัยใต้เท้าเจ้าเมืองหรือไม่” หูพานเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ท่านเสนาบดีเลือกใต้เท้าหานด้วยตัวเอง สายตาเฉียบคมเช่นนั้นย่อมมองคนไม่พลาด อีกทั้งหากเขาสงสัยเขาย่อมไม่เลือกใต้เท้าหาน ข้าเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดใต้เท้าหานหาได้ระแคะระคายไม่”

ได้ยินดังนั้นแม้หูพานจะโล่งใจ แต่กระนั้นเขาก็ยังอดกังวลไม่ได้ เพราะแม้จะเชื่อในการตัดสินใจของหยางอวี่ แต่เขาเองยังลังเลว่าอีกฝ่ายอาจเอนเอียงเข้าข้างหานลู่ เพียงเพราะหานเชี่ยนหนิง

ก่อนหน้านี้พวกเขาวางกำลังคนและสายสืบมากมายกว่าจะได้เบาะแสที่ซ่อนของกองกำลังเผิงอ๋อง สืบสาวจนพบว่าเจ้าเมืองคนก่อนของเมืองอันหยางมีแผนที่ดังกล่าว เนื่องจากกลัวว่าตนจะโดนฆ่าปิดปากจึงใช้แผนที่นี้ข่มขู่ผู้อื่น

แต่เรื่องราวกลับตาลปัตร เพราะเขาเองก็ยักยอกเงินของราชสำนักไปจำนวนไม่น้อย ในตอนที่ถูกจับได้และคนของทางการกำลังส่งตัวไปลงโทษ เผิงอ๋องกลับส่งมือสังหารมาฆ่าคนปิดปากเสียแล้ว

“น่าเสียดายเรารู้เพียงว่ามีแผนที่ซ่อนอยู่ แต่กลับไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนและจริงเท็จมากน้อยเพียงใด” เหวินเคอถอนหายใจออกมาเสียงหนึ่งก่อนเงยหน้ามองไปโดยรอบ

“ข้าเชื่อว่าแผนที่ยังอยู่ หาไม่คนของเผิงอ๋องคงไม่วนเวียนอยู่ที่เมืองอันหยางเช่นนี้ แม้ต้องรื้อที่นี่หรือขุดลงไปใต้พื้นดิน จะอย่างไรก็คงต้องทำ” หยางอวี่เองก็มองไปโดยรอบเช่นกัน

ก่อนจะแยกย้ายไปพักผ่อนหูพานมองตรงไปยังหยางอวี่ เขารอให้เหวินเคอและเหอชินห้าวเดินออกไปจากนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

“ท่านทำเช่นนี้คุ้มแล้วจริงๆ หรือ”

หยางอวี่หันมาสบตากับคนที่ได้ชื่อว่าติดตามเขามานานที่สุด ก่อนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “ไม่มีคำว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม มีแค่สิ่งที่ข้าได้ตัดสินใจไปแล้ว”

“แต่เรื่องนี้อาจทำให้ท่านไม่อาจหวนคืนสู่เมืองหลวง”

“เจ้าเล่า รู้ทั้งรู้เหตุใดยังเลือกที่จะติดตามข้ามา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 59 จบ

    หวังอิงลี่ที่ตกตะลึงใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนแค้นเคือง นางมองสหายของตนที่มาเพื่อร่วมเยาะหยันผู้อื่น หากแต่พอถึงเวลากลับเดินเข้าไปร่วมดื่มสุรามงคลแทนมองดูหยางอวี่อุ้มเจ้าสาวที่เพิ่งลงจากเกี้ยว เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ หวังอิงลี่ทำได้เพียงกระทืบเท้าเดินจากไป แต่นางยังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าคฤหาสน์ ขบวนรถม้าหรูหรากลับวิ่งมาจอด“มีราชโองการ!!”หยางอวี่หมุนตัวกลับมา เขาวางฮูหยินของตนลงจากนั้นก็เดินมาคุกเข่ารับราชโองการผู้ที่ก้าวลงจากรถม้าหาใช่ใครอื่น เป็นเสิ่นม่อหรานที่ยังคงไม่ได้ไปไหนไกล หยางอวี่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาประหลาดใจ“องครักษ์ขั้นสี่แห่งวังหลวงหยางอวี่รับราชโองการ”เสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระลอก หวังลิงลี่ถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับพื้น ชาวบ้านทุกคนที่ถูกรัศมีน่าเกรงขามของเสนาบดีต่างก็นั่งคุกเข่าลงทั้งหมด“ด้วยความซื่อสัตย์ภักดีของราชองครักษ์หยางอวี่ หลังจากร่วมล้มล้างกบฏ พระราชทานหยกงามหนึ่งรถม้า เงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง กระบี่หวงหลงแห่งหานซาน พร้อมให้เดินทางเข้าวังหลวงในทันที”“กระหม่อมรับราชโองการ”เสิ่นม่อหรานส่งราชโองการให้หยางอวี่ จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ข้ามาร่วมดื่มสุร

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 58

    “เจ้าอยู่นิ่งๆ ตัวอะไรไต่เข้าไปในเสื้อของเจ้า”“เอ๋” หานเชี่ยนหนิงสะดุ้ง นางนั่งตัวแข็งทื่อปล่อยให้มือใหญ่สอดเข้าไปจับ ‘ตัวอะไร’ ดังกล่าว จนเสื้อผ้าของนางหลุดลุ่ยกว่าจะรู้ตัวว่ากำลังหลงกล นางก็ถูกเขาจับขึ้นนั่งคร่อมตักแกร่ง ซึ่งบัดนี้ความต้องการของเขาผงาดขึ้นดุนดันผิวอ่อนนุ่มจนรู้สึกได้ชัดเจน“พี่อวี่ ท่าน...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางจนใจ ดวงตาเปล่งประกายซึ่งจดจ้องมา พร้อมกับริมฝีปากที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว ทำให้ลมหายใจของนางติดขัด“เชี่ยนเชี่ยน”“เจ้าคะ”“ข้าหิว”“เช่นนั้นข้าจะรีบไปตั้งสำรับ”นางพยายามลุกขึ้น แต่มือใหญ่กลับรั้งนางลง และการกระทำนั้นล่อแหลมจนนางเม้มปากหน้าแดงก่ำ ยิ่งในยามที่เสียงครวญครางของเขาดังขึ้น นางก็ยิ่งเขินอายจังหวะที่นางถูกเขารั้งลงนั้น ความต้องการของเขา กระทบเข้ากับความอ่อนนุ่มของนาง คล้ายกับจังหวะของการ...ลมหายใจของหยางอวี่เริ่มสับสน มือใหญ่ของเขาลูบไล้แผ่นหลังของคนในอ้อมแขน เขาชิดหน้าเข้าไปแต่กลับเพียงพ่นลมหายใจอบอุ่นลงบนผิวเนียนละเอียดกระทั่งมือใหญ่ไล้ลงไปยังเอวอรชรเขาก็ใช้สองมือจับแน่น“เชี่ยนเชี่ยน”เขาบังคับให้นางบดเบียดกายเบื้องล่างเข้ากับความ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 57

    จุมพิตอ่อนโยนยังคงลากไล้ ดวงตาคมจดจ้องใบหน้าแดงก่ำชื้นเหงื่อของนางอย่างรักใคร่หานเชี่ยนหนิงสบตากับเขาด้วยความเขินอาย แต่ในยามที่ขยับท่อนขาเพรียวทั้งสองข้างลง เขากลับไม่ยอมให้นางทำเช่นนั้น“อย่าขยับ” เขากระซิบบอก “อยู่แบบนี้สักพัก”หานเชี่ยนหนิงคอแห้งผาก แม้เขินอายแต่เพราะความสุขสมที่เพิ่งล้นปรี่ ทำให้นางตามใจเขา “พี่อวี่”หยางอวี่ยิ้มกว้าง จุมพิตปลายจมูกของนางเบาๆ ทาบทับกายเปลือยเปล่าของเขาลงไปบนเรือนกายนุ่มนิ่มหอมกรุ่น “หนักหรือไม่"หานเชี่ยนหนิงซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่ง นางส่ายหน้า ก่อนต้องอุทานออกมาเมื่อเอวสอบขยับอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเริ่มอย่างเชื่องช้า“ท่าน...อ๊ะ”ร่างของนางโยกคลอนพร้อมกับร่างของเขา หยางอวี่หัวเราะในลำคอ “แย่แล้ว” เขาว่าเสียงแหบพร่า “เชี่ยนเชี่ยน”“พี่อวี่ ฟะ...ฟ้าสางแล้ว”“อืม”หยางอวี่ไล้จมูกลงไปยังลำคอขาวผ่อง กระทั่งประทับจุมพิตลงไป หลังจากรับรู้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน เขาบดเบียดตัวตนลงไปยังความอ่อนนุ่มโดยไม่ถอดถอน รับรู้ว่านางเองก็พร้อมพรั่งแม้เพิ่งผ่านครั้งแรกมาหมาดๆ“เราอยู่ที่นี่กันเพียงสองคน ดังนั้น...” เขาเคลื่อนใบหน้าลงต่ำ “เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าให้นานหน

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 56

    เขายังนึกว่านางจะรู้สึกลำบากใจที่เหล่าองครักษ์เกราะดำมากันมากมายถึงเพียงนั้น มาตอนนี้เห็นหานเชี่ยนหนิงเล่าเรื่องหลังจากที่เขาเมาหลับไปด้วยรอยยิ้ม ในหัวใจของเขาพลันรู้สึกหวานละมุนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเพราะหยางอวี่เงียบไป หานเชี่ยนหนิงพลันชะงัก นางสบตากับดวงตาคมที่แฝงประกายเจิดจ้า ในนั้นบอกความรู้สึกของเขาออกมาทั้งหมด โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่...“ข้ารักเจ้า” เขาพูดออกมาในที่สุดหญิงสาวจ้องตาเขานิ่งนาน นางยิ้มออกมา “ข้ารักท่าน”ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางหลับตาลงช้าๆ ซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ซึ่งมาพร้อมกับกลิ่นอายของผู้เป็นสามี เขาไม่ได้เร่งเร้าแต่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แตะต้องนางอย่างระมัดระวัง ลูบไล้ผิวกายที่สั่นเทาเล็กน้อย เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับความแนบชิด“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบมือใหญ่เลื่อนลงไปดึงสายคาดเอวของนางออก ก่อนใช้มืออีกข้างแหวกสาบเสื้อของนางออกช้าๆ ผิวกายเนียนละเอียดทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ฝ่ามือลงไปหานเชี่ยนหนิงสั่นสะท้าน ในยามที่มือร้อนไล้ผ่านความอวบอิ่มซึ่งเผยออกมา ทันทีที่สาบเสื้อเปิดออก นางหลับตาปี๋ตัวแข็งทื่อ แต่เพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เปล

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 55

    หลังจากดื่มสุราอวยพร จาก ‘หัวหน้า’ เปลี่ยนเป็น ‘พี่ใหญ่’ ได้ยินดังนั้นหานเชี่ยนหนิงก็ยิ้มออกมาด้วยใบหน้าอ่อนโยนในใจของนางได้แต่คิดว่าเมื่อก่อนไม่ว่าเขาจะเป็นใคร นางล้วนไม่ใส่ใจทั้งสิ้น เพราะที่สำคัญวันนี้เขาคือสามีของนาง และนางก็คือฮูหยินของเขากว่าจะผ่านด่านพี่น้องของตัวเองมาได้ หยางอวี่ก็แทบจะยืนไม่อยู่ พี่น้องของเขากว่ายี่สิบคน เขาก็ต้องแบ่งเหล้าคนละครึ่งกับทุกคนรวมยี่สิบไห ดังนั้นแน่นอนกว่าสามารถกลับเข้าห้องหอ หยางอวี่ก็ถูกเหล่าพี่น้องมอมเหล้า กระทั่งต้องแบกร่างที่หมดสติกลับมาคืนหานเชี่ยนหนิง“พี่สะใภ้ ท่านจนโทษพวกเราก็ไม่ได้นะ พวกเราแค่อยากดื่มสุรามงคลอวยพรให้ท่านกับพี่ใหญ่”“ใช่ๆ ตอนนี้พวกเราจะไสหัวไปก่อนที่พี่ใหญ่จะฟื้น”“พวกท่านไม่ต้องกังวล พวกเราจะเฝ้าทางขึ้นเขาไว้ มดตัวเดียวก็จะไม่ปล่อยให้ขึ้นเขามาได้”หานเชี่ยนหนิงกลั้นหัวเราะ มองดูเหล่าองครักษ์เกราะดำที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเฝ้าทางขึ้นเขา กระนั้นแม้แต่ยืนก็ยังโงนเงนแทบล้ม“พวกท่านก็ไม่ค้างที่นี่ก่อนหรือ” มองดูลานรอบกองไฟที่ยังมีร่างของหลายคนนอนเรียงราย หานเชี่ยนหนิงมั่นใจว่าพวกเขาคงไม่รังเกียจ“ไม่ได้ๆ!” เสียงปฏิเส

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 54

    ทว่านางไหนเลยจะคิดว่าเสิ่นม่อหรานจะใช้แผนนี้ คนไม่อยู่ ราชโองการไหนเลยจะใช้ได้ถึงแม้จะกลับมาและใช้ราชโองการ ข้าวสารก็คงกลายเป็นข้าวสุก ถึงวันนั้นหยางอวี่ก็แต่งสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางเป็นฮูหยินเสียแล้ว!!!“หนึ่ง ไหว้ฟ้าดิน”ช่วงเวลาเดียวกันนั้น งานมงคลเรียบง่ายก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น กระท่อมกลางป่าของคนจรถูกตบแต่งด้วยกลิ่นอายมงคลแต่ถึงอย่างนั้นงานมงคลที่ดูเรียบง่าย ผู้อาวุโสฝ่ายเจ้าบ่าวกลับเป็นถึงเสนาบดีของแคว้น ...เสิ่นม่อหราน“สองไหว้บุพการี” บ่าวสาวในชุดสีแดงก้มลงคำนับหานลู่และฮูหยิน ข้างๆ กันนั้นยังมีหานเยี่ยนหรงที่ยืนน้ำตาซึมเหลือบมองสมุดรายการสินสอดที่หยางอวี่เขียนเอาไว้ในสมุด นางเองก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางไหนเลยจะรู้ว่าพี่เขยของนางจะมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ถึงกับมีที่ดินมากมายในเมืองหลวง ตั๋วเงินและคฤหาสน์หลังใหญ่ทั้งที่เมืองยินและเมืองอันหยางได้ยินมาว่าคฤหาสน์ที่อันหยาง เขาเพิ่งจะซื้อเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ นางจึงได้แต่สงสัยว่านี่คือความบังเอิญหรือความจงใจ เพราะคฤหาสน์หลังนั้น อยู่ติดกันกับจวนเจ้าเมืองซึ่งบิดาซื้อเอาไว้ อีกทั้งระยะเวลายังใกล้เคียงกันอีกด้วยหากบังเอิญก็แล้วไป แ

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 19

    “แต่ข้าเป็นห่วงท่านแม่กับหรงเอ๋อร์ ดูเหมือนกลุ่มควันนั่นใกล้กับทิศทางของ...”นั่นคือทิศทางเดียวกันกับ ‘บ้านของนาง’“ข้าไปดูเอง ข้าจะไปด้วยตัวเอง เจ้ากลับเข้าไปบอกใต้เท้า หากเขาอนุญาตเจ้าค่อยไปพร้อมเขา นั่งรถม้าไปกับใต้เท้า...”ใบหน้าห่วงกังวลของเขาทำให้หญิงสาวเม้มปาก “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ”มือใหญ่ย

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 18

    หากเขาไม่วางมือลงไป แน่ชัดว่านางคงกระแทกศีรษะด้านหลังเข้ากับเสาต้นนั้น “ระวังหน่อย”ก่อนหน้านี้หญิงสาวมัวแต่ตื่นตระหนก แต่เมื่อเข้าใจว่าเขาเพิ่งทำอะไรลงไปก็ค้อนขวับอย่างลืมตัว ในใจได้แต่ตำหนิอีกฝ่าย เพราะนี่นับว่าเขาเป็นต้นเหตุโดยแท้กำลังจะต่อว่าประโยคถัดมาของเขากลับทำให้นางเขินอายจนพูดไม่ออก“อย่

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 17

    หานลู่หัวเราะออกมาก่อนหยิบตะเกียบขึ้นอีกครั้ง เขาเคร่งเครียดมาตั้งแต่เช้า หลังจากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรก็ยิ่งปวดศีรษะมือปราบทั้งสี่เองก็ออกไปยังที่เกิดเหตุ จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับเข้ามา เขากำลังมองหาใครสักคนพูดคุยปรึกษา บุตรสาวตนโตของเขาก็มาหาพอดีหญิงสาวหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นพิจารณา คิ้วเร

  • หานเชี่ยนหนิง เพียงหนึ่งใจรัก   บทที่ 15

    บุรุษทั้งสองสบตากันนิ่ง ราวกำลังพยายามอ่านความคิดของกันและกัน กระทั่งหวังฟู่เป็นฝ่ายหลบตาก่อน “เช่นนั้นก็รบกวนท่านหัวหน้ามือปราบแล้ว”มองดูคนของทางการยังคงง่วนกับการเก็บหลักฐาน หวังฟู่พลันหาทางถ่วงเวลา ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนของตนไปแจ้งบิดา ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปถึง“ท่านไปกับข้าเช่นนี้ ที่นี่...”“ค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status