Share

บทที่ 7

Penulis: เฟิงอวี่
ฉีมู่ขมวดคิ้วมุ่น ปรายสายตามองมู่จืออวี่ที่ยังคงหมดสติอยู่บนตั่งเตียง ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ “ย่อมได้”

หมอหลวงชรารีบยื่นมีดเงินส่งให้ทันที

มู่เซิงเกอยื่นมือไปรับ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง ก่อนจะจ่อปลายมีดตรงตำแหน่งหัวใจ

ยามเมื่อใบมีดอันแหลมคมทิ่มแทงทะลุผ่านผิวเนื้อเข้าไป ความเจ็บปวดอันรุนแรงมหาศาลก็ทำให้ภาพตรงหน้าของนางมืดดับไปวูบหนึ่ง

นางฝืนขบกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น กลืนเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดกลับคืนลงไปในลำคอ

โลหิตสีแดงฉานไหลรินไปตามมีดเงิน ไหลลงสู่ถ้วยหยกทีละหยาดหยด หนึ่งหยด สองหยด...จนสติสัมปชัญญะของนางค่อยๆ เลือนรางลงไปทุกที

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ท่ามกลางสติอันเลือนราง นางพลันได้ยินน้ำเสียงยินดีปรีดาของหมอหลวงเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว!”

ฉีมู่ถลาเข้าไปข้างเตียงในทันที พลางโอบกอดมู่จืออวี่เอาไว้ในอ้อมอกแน่น น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าเหลือเชื่อ “จืออวี่ ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว...”

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง มู่เซิงเกอก็พยุงร่างอันซวนเซหยัดยืนขึ้น พร้อมเค้นเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กัดปลายนิ้วจนฉีกขาด ก่อนจะเขียนลงบนผ้าเช็ดหน้าไหมเนื้อละเอียดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะว่า

“ฉีมู่อนุญาตให้มู่เซิงเกอมีอิสระในการแต่งงานออกเรือน วันหน้าห้ามพัวพันเหนี่ยวรั้ง หรือสร้างความลำบากใจให้แก่สามีของนางในทุกกรณี”

ตัวอักษรแต่ละตัวคล้ายดั่งใช้เรี่ยวแรงทั้งตัวจนหมดสิ้นแล้ว โลหิตสดๆ แผ่ซ่านออกไปบนผ้าเช็ดหน้าไหม ราวกับหัวใจของนางที่แหลกสลายจนไม่มีชิ้นดี

“ข้อเรียกร้องของหม่อมฉันก็คือ ขอให้องค์รัชทายาท...ทรงประทับตราลงตรงนี้เพคะ...” นางยื่นหนังสือโลหิตออกไปด้วยมือที่สั่นเทา

หัวใจและสายตาของฉีมู่ล้วนจดจ่ออยู่กับมู่จืออวี่ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา เขามิได้หันมามองก็หยิบตราประจำพระองค์ออกมาประทับลงไปแล้ว

“พอใจแล้วใช่หรือไม่?”

มู่เซิงเกอกำหนังสือโลหิตฉบับนั้นเอาไว้ในมืออันไร้เรี่ยวแรง ยามจับจ้องตราประจำพระองค์สีแดงฉานทางด้านบน จู่ๆ ก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

ใช่ พอใจแล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่าง ในที่สุดมันก็จบสิ้นลงเสียที

ในช่วงเวลาหลายวันที่พักฟื้นรักษาแผล มู่เซิงเกอปิดประตูไม่ยอมออกไปไหนมาโดยตลอด

ภายในจวนต่างครึกครื้นวันแล้ววันเล่า ทุกคนล้วนกำลังจัดแจงเตรียมการให้มู่จืออวี่เข้าสู่ตำหนักบูรพา ทว่าตัวนางกลับเอาแต่นั่งเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองต้นหลีต้นนั้นกลางลานเรือน ซึ่งบัดนี้กลีบดอกได้ร่วงโรยจนหมดสิ้นไปตั้งนานแล้ว

“คุณหนู ถึงเวลาต้องหวีผมแต่งหน้าแล้วเจ้าค่ะ” ชิงเถาเดินเข้ามาพร้อมขอบตาที่แดงก่ำ ในสองมือประคองชุดเจ้าสาวสีแดงสดเอาไว้

มู่เซิงเกอถึงเพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้งในยามนี้เองว่า วันนี้คือวันที่นางต้องแต่งงานออกเรือน และก็เป็นวันเดียวกับที่มู่จืออวี่จะแต่งเข้าสู่ตำหนักบูรพาเช่นเดียวกัน

ในจวนแขวนโคมประดับผ้าสี ทั้งหมดล้วนจัดให้แก่พิธีมงคลสมรสครั้งยิ่งใหญ่ของบุตรีภรรยาเอก ทว่าบุตรีอนุอย่างนางที่ต้องออกเรือนไปไกลยังด่านชายแดน กลับเป็นเพียงการหามออกไปทางประตูข้างเท่านั้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยแม้แต่คนเดียว

“ได้ยินมาว่าองค์รัชทายาททรงนำขบวนสินสอดยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตามารับเจ้าสาวด้วยพระองค์เองเลยนะเจ้าคะ” ชิงเถาเอ่ยกระซิบกระซาบ ในขณะที่กำลังหวีผมให้นาง “หญิงสาวทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพากันอิจฉาคุณหนูใหญ่กันทั้งนั้น...”

มู่เซิงเกอได้แต่รับฟังอยู่เงียบๆ ภายในใจกลับสงบนิ่งราบเรียบเสียจนไม่มีกระแสคลื่นความรู้สึกใดๆ ผุดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

นางรู้ดีว่า ตนเองได้ตัดใจจากฉีมู่ไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

ทว่าในตอนที่นางเพิ่งจะเปลี่ยนไปสวมชุดวิวาห์ พลันมีเสียงกลองและดนตรีบรรเลงขึ้นพร้อมกันอย่างกึกก้อง อีกทั้งเสียงประทัดยังดังสนั่นฟ้า

“องค์รัชทายาทมารับเจ้าสาวแล้วเจ้าค่ะ!” สาวใช้ตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความตื่นเต้นยินดี “คุณหนูรอง ยึดตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว องค์รัชทายาทจะทรงมอบของรับขวัญมงคลให้แก่พี่น้องสตรีในจวนด้วย ท่านรีบออกมาข้างนอกเถิดเจ้าค่ะ”

มู่เซิงเกอจำต้องเดินออกจากประตูห้องอย่างสุขุมเชื่องช้า

เพิ่งจะมาถึงหน้าประตูจวน ก็เห็นฉีมู่สวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดทั่วทั้งตัว รูปโฉมหล่อเหลาดั่งเซียนสวรรค์ที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ เขากำลังขี่ม้าศึกตัวสูงใหญ่เดินเยื้องย่างเข้ามาอย่างเชื่องช้า มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม ทั้งหางคิ้วและแววตาล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยความปิติยินดีที่จะได้แต่งงานกับคนในดวงใจ

เขามอบของรับขวัญมงคลให้แก่พี่น้องสตรีทีละคนๆ เหล่าพี่น้องสตรีคนอื่นๆ ภายในจวนเมื่อเปิดกล่องออกดูต่างก็พบว่าเป็นเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่า มีเพียงกล่องผ้าไหมของนางเท่านั้นที่ด้านในมีโฉนดที่ดินแผ่นหนึ่งวางอยู่อย่างเงียบเชียบ

โฉนดที่ดินของเรือนแยกทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง

ปลายนิ้วของมู่เซิงเกอสั่นระริก พลางช้อนสายตาขึ้นมอง และสบเข้ากับสายตาอันเรียบเฉยของฉีมู่เข้าพอดิบพอดี

จู่ๆ นางก็หวนนึกถึงถ้อยคำวาจาที่เขาเคยพูดไว้ในวันนั้นขึ้นมาได้ “รอให้เรากับจืออวี่แต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว จะจัดหาเรือนอีกหลังหนึ่งไว้ชุบเลี้ยงเจ้า”

มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมขื่น ที่แท้เขาก็ปรารถนาจะให้นางพบเจอแสงสว่างไม่ได้ไปชั่วชีวิตจริงๆ

ทว่าช่างน่าเสียดาย นางมิใช่สตรีผู้มีจิตใจรักมั่นอันงมงายที่จะยอมปล่อยให้เขาชักเชิดได้ตามใจชอบตั้งนานแล้ว

นางไม่หวาดหวั่นเลยสักนิดว่า วันหน้ายามเขารู้ความจริงแล้วจะมาเอาความ อย่างไรเสียหนังสือโลหิตที่ประทับตราประจำพระองค์ของรัชทายาทฉบับนั้นก็ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนาง อักษรดำบนกระดาษขาวเขียนไว้ว่า “อนุญาตให้มีอิสระในการแต่งงานออกเรือน” ตัวอักษรเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาประทับตราด้วยมือตนเอง ไม่อาจคืนคำได้อีกต่อไป

เมื่อเห็นนางเอาแต่เหม่อมองโฉนดที่ดินแผ่นนั้นโดยไม่เอ่ยวาจาใดๆ ฉีมู่ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางขยับกายตั้งท่าจะเดินเข้าไปหา ประจวบเหมาะในเวลานั้น ภายในประตูจวนกลับส่งเสียงเซ็งแซ่อึกทึกแว่วดังออกมา มู่จืออวี่สวมมงกุฎหงส์และผ้าคลุมไหล่ลายเมฆหมอกก้าวเยื้องย่างออกมาอย่างแช่มช้อยภายใต้การห้อมล้อมของฝูงชน

เขาหันหลังกลับไปทันที ในดวงตาไม่มีผู้อื่นอีกต่อไป ทั้งหัวใจและสายตาล้วนผูกติดอยู่กับเจ้าสาวของเขาแต่เพียงผู้เดียว

มู่เซิงเกอมองดูแผ่นหลังของพวกเขาที่เดินจูงมือเคียงคู่จากไปเงียบๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้ามาภายในห้อง

เปลวเทียนสั่นไหวระริก นางโยนโฉนดที่ดินแผ่นนั้นลงไปในเปลวเพลิง ทอดสายตามองดูมันค่อยๆ กลายเป็นเถ้าถ่านไปทีละน้อย

“คุณหนู ถึงเวลาต้องผลัดผ้าแต่งกายแล้วเจ้าค่ะ” ชิงเถาขอบตาแดงก่ำพลางบรรจงสวมมงกุฎหงส์ลงบนศีรษะให้นาง

ภายในกระจกทองเหลือง มู่เซิงเกอที่สวมชุดวิวาห์ทั้งร่างนั้น งดงามเสียจนชวนให้ใจสั่นสะท้าน

นางกวาดสายตามองจวนอันโอ่อ่าที่กักขังตนเองเอาไว้เนิ่นนานหลายปีแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเท้าออกเดินทางสู่ด่านชายแดนอันห่างไกลโดยไม่คิดจะหันหลังกลับมามองอีกเลย

นับจากนี้ไปหนทางห่างไกลลิบลับ เรื่องราวในอดีตล้วนตัดขาดจนหมดสิ้น

มู่เซิงเกอผู้มีหัวใจและสายตาผูกติดไว้เพียงฉีมู่คนนั้น ก็ปล่อยให้นางตกค้างอยู่ในฤดูเหมันต์ปีนี้เถิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 24

    “เซิงเกอ...เราผิดไปแล้ว เรารู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ยกโทษให้เราเถิดนะ เซิงเกอ เจ้ายังรักเราอยู่ใช่หรือไม่?” เขาพึมพำกับตนเอง นึกเพ้อเจ้ออยากจะยื่นมือออกไปไขว่คว้าเงาร่างอันเลือนรางนั้นทว่ามู่เซิงเกอจะขานรับเขาได้อย่างไรกัน?ต่อให้เป็นเพียงภาพมายาที่เขาคิดไปเอง มู่เซิงเกอก็ยังคงยืนอยู่ในระยะห่างที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง พลางจ้องมองเขาด้วยสายตาอันเย็นชา“ยะ อย่ามองเราด้วยสายตาเช่นนี้เลย เซิงเกอ...”เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างมิอาจกลั้น พลางหวนคิดอีกคราว่าหากในวันนั้น เขาตอบรับคำขอของมู่เซิงเกอหากมิใช่เพียงให้นางเป็นอนุ แต่ตอบตกลงที่จะตบแต่งนางเป็นภรรยาเอกทันที ระหว่างพวกเขาจะแตกต่างไปจากยามนี้หรือไม่?ฉีมู่กัดฟันแน่น น้ำตาไหลทะลักลงมาดั่งสายธาร ท่ามกลางความเจ็บปวดอันแสนสาหัส ในท้ายที่สุดเขาก็หลับตาลงเสิ่นอวิ๋นอี้มองภาพนั้นด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ฉีมู่สิ้นชีพแล้ว ทหารของเขาล้วนยอมจำนน แม้กระทั่งองครักษ์ข้างกายของเขาก็ยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือ ไม่มีเจตนาที่จะดิ้นรนขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเขาชนะแล้ว มู่เซิงเกอจะไม่มีวันถูกผู้ใดแย่งชิงไปอีกเสิ่นอวิ๋นอี้เหลือบมองเขาคราหนึ่ง ยกทวนยาวของตนขึ้น “กบฏถ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 23

    ในวันเดียวกันนั้น ฉีมู่กำลังเขียนแผนการของตนเองอยู่“เสด็จพ่อจะต้องเรียกตัวเสิ่นอวิ๋กลับเมืองหลวงเพื่ออารักขาคุ้มกันภัยเป็นแน่ ขอเพียงแค่สังหารมันเสีย เช่นนั้นก็ไม่มีผู้ใดขัดขวางเราได้แล้ว” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในแววตายังคงเปี่ยมด้วยความยึดมั่นดึงดันองครักษ์ที่ติดตามเขาเอ่ยขึ้นด้วยความลำบากใจ “แม่ทัพเสิ่นประจำการอยู่ชายแดนมาโดยตลอด ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเขาก็จะสามารถเร่งมาถึงเมืองหลวง ถึงเวลานั้นทหารฝีมือดีในมือเขามีร่วมแสนนาย...พวกเราก็ยากที่จะรบชนะพ่ะย่ะค่ะ”“ชนะมิได้ก็ต้องชนะให้เราให้ได้!” ฉีมู่ตบโต๊ะอย่างแรงคราหนึ่งองครักษ์ตกใจเสียจนรีบคุกเข่าลง “พ่ะย่ะค่ะ! แต่ผู้น้อยมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ...องค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงเตรียมที่จะมอบบัลลังก์ให้แก่ท่านตั้งนานแล้ว เพียงรอเวลาไม่กี่ปี รอจนฮ่องเต้เสด็จสวรรคตตามอายุขัย ท่านก็สามารถขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้อย่างถูกต้องชอบธรรมได้แล้ว เหตุใดตอนนี้จึงต้องเสี่ยงถึงปานนี้...”ไม่ผิด ในสายตาของผู้ใดก็ตาม ฉีมู่ล้วนขาดความสุขุมรอบคอบ เขาดำรงตำแหน่งรัชทายาทมาตั้งนานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วบัลลังก์ก็ต้องเป็นของเขา ไม่จำเป็นต้องแย่งชิงเลยแม้แ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 22

    ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมาย พลันได้ยินเสียงของผู้อื่นดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ ท่านแม่ทัพ แม่ทัพเสิ่น!”เสิ่นอวิ๋นอี้ได้สติกลับมาโดยพลัน เขายังคงอยู่ภายในค่ายทหาร“ขออภัย เมื่อครู่มีเรื่องให้คิดเล็กน้อย พวกเรามาต่อกันเถอะ” เขาหยิบทวนยาวของตนเองขึ้นมาเหล่าทหารพากันยิ้มร่า “หาได้ยากที่แม่ทัพเสิ่นจะใจลอยเช่นนี้ กำลังคิดถึงเรื่องของพี่สะใภ้อยู่กระมัง? ได้ยินมาว่าวันนี้รัชทายาทองค์ปัจจุบันคล้ายจะไปหาพี่สะใภ้แล้ว คงมิใช่ว่าคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นหรอกกระมัง?”“นั่นเป็นถึงองค์รัชทายาทเชียวนะ จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!”“ทว่าพี่สะใภ้ดีขนาดนั้น หากมิใช่เรื่องราวเช่นนี้ องค์รัชทายาทจะเสด็จไปที่นั่นด้วยเหตุใดเล่า? ถ้าหากมีราชกิจก็บอกกับท่านแม่ทัพตรงๆ เสียก็สิ้นเรื่องแล้ว”พวกเขาคาดเดาไปต่างๆ นานา เสิ่นอวิ๋นอี้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว เหตุใดพวกเขาจึงกล้าล้อเล่นเรื่องขององค์รัชทายาทเช่นนี้? นี่เป็นความผิดฐานลบหลู่เบื้องสูง หากถูกผู้อื่นล่วงรู้เข้า ในกรณีที่ร้ายแรงย่อมต้องโทษบั่นศีรษะเขาเพิ่งจะอ้าปาก ก็พลันได้ยินคำพูดที่อบอุ่นของพวกเขา“ทว่าหากองค์รัชทายาทคิดจะแย่งชิงคนรักของผู้อื่นจร

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 21

    ช่างเป็นคำมั่นสัญญาที่ไพเราะจับใจเหลือเกิน พระชายารัชทายาท หรือแม้กระทั่งฮองเฮา อันเป็นฐานะที่ผู้คนมากมายต่างอ้อนวอนขอแทบตายก็ไม่ได้มา ฉีมู่กลับสัญญาว่าจะมอบให้มู่เซิงเกอหากเป็นเมื่อก่อน นางย่อมปรีดาเป็นล้นพ้นเป็นแน่ แท้จริงแล้วนางเคยรักเขาจนลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ยามนี้เขาบอกว่าจะตบแต่งนาง มีหรือนางจะไม่ตื่นเต้นอารมณ์พลุ่งพล่าน?ทว่ายามนี้ นอกจากความอนาถใจอันหาที่สุดมิได้และความเฉยชาแล้ว มู่เซิงเกอกลับไร้ซึ่งความรู้สึกอื่นใดนางหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ตนเองพกติดกายมาโดยตลอดขึ้นมากำแน่นไว้ในอุ้งมือ “องค์รัชทายาท ท่านยังจำได้หรือไม่เพคะ ก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านเอาเลือดจากขั้วหัวใจของหม่อมฉัน หม่อมฉันเคยบอกว่าหม่อมฉันมีความปรารถนาประการหนึ่ง และตอนนั้นท่านได้ประทับตราให้หม่อมฉันแล้ว”ฉีมู่พยักหน้า ยอมรับว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมู่เซิงเกอคลี่ผ้าเช็ดหน้าออก ลายลักษณ์อักษรบนนั้นล้วนจารึกด้วยหยาดเลือดและน้ำตาในทุกตัวอักษร“นี่คือสิ่งที่หม่อมฉันปรารถนา องค์รัชทายาท โปรดรักษาคำมั่นสัญญาด้วยเพคะ”ฉีมู่ตะลึงงันไปแวบหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขาร้อนรนใจเพราะเป็นห่วงมู่จืออวี่ จึงได้ประทับตราลงไปส่งเดช คิด

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 20

    “เสิ่นอวิ๋นอี้อยู่ไหน!” เขาตวาดลั่นเสิ่นอวิ๋นอี้เก็บงำสีหน้า ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเพียงลำพัง“องค์รัชทายาทมีเรื่องใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เขาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม“เราขอถามเจ้าว่า มู่เซิงเกอแต่งให้เจ้าแล้วใช่หรือไม่? เราต้องการให้พวกเจ้าหย่าขาดจากกันเดี๋ยวนี้!”ฉีมู่ลงจากหลังม้า ประสานสายตากับเสิ่นอวิ๋นอี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับหาได้มีท่าทีล่าถอยเลยแม้แต่น้อย“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่อาจยินยอมได้ กระหม่อมกับเซิงเกอมีสายสัมพันธ์รักลึกซึ้งต่อกัน องค์รัชทายาทมีพระบัญชาเพียงประโยคเดียวก็คิดจะพรากพวกเราออกจากกัน เห็นเป็นเรื่องล้อเล่นเกินไปหน่อยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” เสิ่นอวิ๋นอี้หน้าตาถมึงทึง เขามิได้ลดตัวนอบน้อมประจบประแจง ทั้งมิได้ก้มศีรษะของตนลง ทว่ากลับจับจ้องไปยังฉีมู่ตาเขม็งอยู่เช่นนั้น“เราคือองค์รัชทายาท วันหน้าคือฮ่องเต้ เราเพียงสั่งให้เจ้าแยกทางกับมู่เซิงเกอเท่านั้น แม่ทัพเสิ่น ในเมื่อเจ้าเป็นแม่ทัพ เหตุใดจึงไม่ฟังคำสั่งของเรา? หรือว่าเจ้าคิดจะก่อกบฏ?” นอกจากเสด็จพ่อแล้ว เมื่อทุกคนพบเจอองค์รัชทายาทล้วนต้องนอบน้อมยำเกรง มีผู้ใดกล้าล่วงเกินบ้าง? ทว่าเสิ่นอวิ๋นอี้ตรึงกำลังพิทักษ์ด่านชายแดนมาเ

  • หิมะสุดท้ายแห่งฉางอัน   บทที่ 19

    มีหรือที่จะไม่รู้ ในเมื่อพระชายารัชทายาทองค์ปัจจุบันคือหญิงของนาง และก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน นางลอบพบปะกับองค์รัชทายาทอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บุรุษผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือว่าสง่างามหมดจดดั่งสายลมและดวงจันทร์หลังพิรุณโปรยผู้นั้น ทุกคราที่พบหน้านางล้วนกดร่างนางไว้ใต้เรือนกาย ตักตวงเรียกร้องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่ารักนางลึกซึ้งเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจก็มิปานทว่าหลังเสร็จสิ้นกามกิจในทุกครา เขาก็จะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและทำร้ายจิตใจกันอย่างถึงที่สุด เขาปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใจนางผิดและทำร้ายนางตามอำเภอใจ เขาต้องการให้นางไม่อาจเปิดเผยตัวตนได้ตลอดชีวิต กลายเป็นเพียงของเล่นบำเรออารมณ์ของเขาเท่านั้นก็เพราะต้องการหลบหนีไปให้พ้นจากเขา มู่เซิงเกอจึงได้แต่งงานมายังพื้นที่แถบชายแดนแห่งนี้ ทว่านางคาดไม่ถึงว่าฉีมู่จะยังคงตามหาจนมาถึงที่นี่อยู่ดีนางกำนิ้วมือของตนเองแน่น ต่อให้มิได้รักใคร่หลงใหลในตัวคนผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว แต่การต้องเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้อีกคนฟัง นางก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดลึกๆ ในใจอยู่ดี เพราะนั่นคือเรื่องราวที่นางรู้สึกอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต“ข้ารู้ว่าเขามาเพื่อตามหาข้า ผู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status