Share

มันก็ไม่แน่

last update Tanggal publikasi: 2026-10-21 00:28:17

ระหว่างที่ร่างบางกำลังป้อนข้าวลูกชายอยู่นั้น สายตาของเธอสบเข้ากับแผ่นหลังของธนกรที่เดินควงแขนมากับผู้หญิงคนหนึ่ง การแต่งตัวของเธอคนนั้นช่างแตกต่างจากภาวศาโดยสิ้นเชิง เธอถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่สาวในสเปคของเขา

“แม่ครับ ซันปวดฉี่”

“แม่บอกแล้ว ว่าอย่ากินน้ำเยอะเกินไป” แม้ปากจะพร่ำบ่นลูกชาย แต่สองมือคว้าลูกชายขึ้นอุ้มด้วยความทุลักทุเล

“ก็ซันยืนยิ้มตั้งนาน” ตอบกลับพร้อมกับเอาหัวซบไหล่มารดาเพื่อออดอ้อน

“อีกไม่เกินสามเดือนแม่คงอุ้มหนูไม่ไหวแล้ว”

“ทำไมเหยอ”

“เพราะน้องซันกินเยอะ! เห็นไหมพุงป่องเลย”

“ซันไม่อ้วงนะ”

สองแม่ลูกเดินไปพลางพูดคุยไปพลาง โดยไม่รู้ตัวว่าถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่

ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเข้าหากัน ตอนบังเอิญมาได้ยินบทสนทนาระหว่างภาวศากับเด็กน้อยที่หญิงสาวกำลังอุ้มอยู่ ธนกรลืมมือถือไว้บนรถจึงได้กลับออกมาแต่ระหว่างทางดันมองเห็นแผ่นหลังแสนคุ้นตาเข้าเสียก่อน ครั้นรู้ตัวอีกทีเขาได้เดินตามหลังมาห่าง ๆ ทำให้ได้ยินทั้งคู่พูดคุยกันชัดแจ๋ว

‘นี่เธอแอบไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่’ เขาตั้งคำถามเอาไว้ในใจพร้อมกับหยุดฝีเท้าที่กำลังเดินตามด้วยความรู้สึกสับสน ที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด

สี่ปีแล้วที่ร้างรากันไป สี่ปีที่ไม่ได้รู้เรื่องราวของเธอ จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อนได้พบกันก็ตอนที่เขาไปดูบ้านตามคำสั่งของมารดาที่วาดฝันอยากให้เขามีครอบครัวเต็มแก่

‘เห็นทีคงต้องให้วรเกียรติไปสืบเรื่องนี้ดูสักหน่อย’

ไม่ใช่เพราะยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์หรืออยากกลับไปคบกับภาวศา เขาก็แค่อยากรู้ว่าพ่อของเด็กคนนั้นเป็นใครต่างหาก แค่หวังว่าคงไม่ใช่ ไอ้พนัส เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นชีวิตของเธอคงไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ เขาได้ยินข่าวมาจากคุณหญิงจิรนุชว่ามารดาของฝ่ายนั้นกำลังเลือกลูกสะใภ้จากแวดวงธุรกิจด้วยกันเอง

พอคิดเองเออเองเสร็จสรรพถึงได้กลับไปเอาโทรศัพท์ตามที่เคยตั้งใจไว้

“เป็นอะไรของมึง” จิรกิตที่นัดเพื่อนสนิททั้งสองคนมาทานข้าว ที่ร้านอาหารหรูร้องทัก หลังจากมองเห็นหน้าตาเคร่งขรึมของธนกร นี่ไม่ใช่เวลางานเสียหน่อยทำไมมันถึงได้ทำหน้าแบบนั้น หรือว่าปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแต่ไม่กล้าไป? แต่คนหน้าด้านอย่างมันน่ะเหรอจะแสดงอาการแบบนี้ออกมา

“เปล่านี่ กูแค่คิดอะไรไปเรื่อย”

“กูอุตส่าห์ชวนมากินข้าวด้วยกันทั้งที ทำไมหน้าบูดจังวะ”

“สงสัยอาการชอบเสือกเรื่องชาวบ้านกำเริบล่ะมั้ง” คณเดชแสดงความเห็น นอกจากเรื่องงานก็เรื่องชาวบ้านนี่แหละ ที่เพื่อนตัวดีจะเก็บอาการไม่ค่อยอยู่

“ไม่ใช่เรื่องชาวบ้านสักหน่อย” ธนกรแอบถอนหายใจออกมา

“พี่กร เดี๋ยวน้ำหวานป้อนเองนะคะ” ภรภัสสรพูดเอาใจ หวังให้ชายหนุ่มอารมณ์ดี เผื่อเขาจะเปย์เธอเพิ่ม

“ผมไม่หิว คุณกลับไปก่อนเถอะ”

“แต่ว่า”

“อ้อ กลับไปแล้วคงไม่มีครั้งหน้าให้ได้พบกันอีก ของที่ผมเคยซื้อให้ผมไม่เอาคืนหรอก เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียเวลามาพูดประจบ”

“นี่คุณไล่น้ำหวานแบบนี้เลยเหรอคะ!” หญิงสาวลุกขึ้นโวยวาย โชคดีที่ร้านอาหารที่จิรกิตจองไว้เป็นห้องส่วนตัว ไม่เช่นนั้นพวกเขาคง ไม่กล้าบากหน้าออกไปพบใครแน่

ร่างสูงไม่ได้ตอบกลับ เขาเพียงใช้สายตาเรียบนิ่งมองผู้หญิงตรงหน้าเป็นการเตือนนัย ๆ ว่าไม่ควรพูดอะไรออกมาอีก หากเขาหมดความอดทนเมื่อไรเป็นเธอเองที่จะลำบาก

สุดท้ายภรภัสสรเดินกระทืบเท้าเดินออกไป ทิ้งให้สามหนุ่มอยู่ด้วยกัน

“เม็นมารึไง กูอุตส่าห์หาเด็กมาให้”

“ทีหลังไม่ต้อง”

“ได้ยินไหมไอ้กิต ไอ้กรมันไม่สนสาวแล้ว”

“ก็นึกว่าเป็นอะไร ที่แท้ก็จะกลับไปกินของเก่านี่เอง” พูดขณะจ้องตากับคณเดชอย่างรู้กัน

“วันนี้กูเห็นพราว”

“แล้วยังไง”

“เขา...มีลูกแล้ว” ท้ายประโยคเอ่ยเสียงแผ่วซะจนคนฟังต้องเงี่ยหูฟังใกล้ ๆ

“พึมพำอะไรของมึง”

“กูรู้ตั้งนานแล้ว” จิรกิตพูดด้วยท่าทางสบายใจไม่ได้ตกใจเลยสักนิด เขารู้มาจากลูกพี่ลูกน้องอย่างพนัสรวมถึงเรื่องที่มันชอบคุณพราวด้วย

“เมื่อกี้มึงว่าไงนะ”

“เรื่องที่คุณพราวมีลูก กูรู้นานแล้ว” จิรกิตตอบแบบชัดถ้อยชัดคำ

“ทำไมถึงไม่บอกกู”

“บอกมึง? กูไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องบอก มึงไม่ได้เป็นพ่อของเด็กคนนั้นสักหน่อย”

“มันก็ไม่แน่ไม่ใช่เหรอวะ” ธนกรเหมือนพูดกับตัวเองซะมากกว่า เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นเหมือนเธออยากจะบอกอะไรเขา แต่ถูกเขาปรามเอาไว้ซะก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ห้วงรักหวนคืน   รางวัลที่อยากได้

    เมื่อวันจัดกิจกรรมที่โรงเรียนมาถึง ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ใส่เสื้อลายลูกหมูสีชมพูหวานแหววมาพร้อมลูกชาย ทำให้ถูกสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่พวกเขาเป็นตาเดียวคนที่ดี๊ด๊าที่สุดไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลูกชายของเธอ ที่วันนี้เดินยิ้มออกมาตั้งแต่หน้าประตูห้องนอนจนกระทั่งเดินทางมาถึงโรงเรียน พร้อมเดินจูงมือพ่อแม่มาด้วยกันอย่างพร้อมหน้ากิจกรรมสุดท้ายเริ่มต้นขึ้นในช่วงสิบเอ็ดโมง กิจจกรรมนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากการแข่งวิ่งของคู่พ่อลูกโดยที่ขาข้างหนึ่งจะต้องถูกมัดไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างทั้งคู่“น้องซัน พร้อมมั้ยลูก” ธนกรถาม ตอนเห็นแก้มทั้งสองข้างของลูกชายเริ่มแดงเพราะอากาศร้อน“พร้อมครับ”“น้องซัน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนตัวเองนะลูก” ภาวศาบอก หลังจากเช็ดเหงื่อที่ใบหน้าให้ลูกชาย“ลูกผู้ชายไม่เหนื่อยหรอกครับ อีกอย่างไททันกับพ่อยังลงแข่งเลย แล้วซันจะยอมแพ้ได้ยังไง”“ถ้าพร้อมแล้วคุณพ่อกับลูกเชิญมาตรงนี้ได้เลยนะคะ” เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนดังขึ้น ทำให้บทสนทนาก่อนหน้า ต้องจบลงร่างกายกำยำอุ้มลูกชายไปยังสนามฟุตบอลขนาดย่อม ที่ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ในการแข่งขันภาวศาเดินตามมาให้กำลังใจตรงขอบสน

  • ห้วงรักหวนคืน   หวนคิดถึง

    ธนกรมองดูหญิงสาวที่กำลังใช้ นิ้วโป้งกดไปที่บาดแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล แต่ยังไม่มีที่ท่าว่าคนตรงหน้าจะไปทำแผลสักทีเขาถึงได้เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง.” ที่นี่มีอุปกรณ์ทำแผลไหม”“มีค่ะ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นตรงลิ้นชักข้างทีวี”“รอผมแป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมมา”เมื่อหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลมาแล้ว ธนกรรีบให้แม่ของลูกนั่งลงตรงเก้าอี้ ส่วนเขาคุกเข่าอยู่ที่พื้น แล้วจากนั้นจึงเริ่มทำแผลให้ด้วยความทนุถนอม เพื่อไม่ให้เธอเจ็บมากไปกว่านี้ภาพตรงหน้ามันทำให้เธอหวนคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ตอนที่เขาเคยทำแผลให้เธอ ท่าทางดูเอาใจใส่ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนเท่าใดนัก จึงเผลอทำให้คิดถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้“เสร็จแล้ว ผมนึกว่าคุณจะเลิกซุ่มซ่ามแล้วซะอีก” เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ จนเจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มออกมาตอนไหน“ฉันไม่ได้ซุ่มซ่ามสักหน่อย แค่เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก็เท่านั้น ลูกล่ะคะ”“นั่งอ่านการ์ตูนในห้องนั่งเล่น”สิ้นคำตอบของเขา ร่างบางรีบเดินไปหาลูกชายที่ห้องนั่งเล่นทันที เธอยอมรับว่าสิ่งที่เขาทำเมื่อกี้มันทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ควรกลับไปรู้สึกกั

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่รู้ว่าควรถามไหม

    “ฉันขอเวลาหน่อยนะคะ”“ได้สิ” ร่างสูงยกยิ้มน้อย ๆ ตราบใดที่เธอไม่ได้ปฏิเสธ เขาก็ยังมีความหวังธนกรพอจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ ภาวศาเลี้ยงลูกมาด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่น้องซันเกิดคงรู้สึกไม่ค่อยยินดีนัก หากจะต้องถูกแบ่งปันความรักไป...ทุกอย่างต้องใช้เวลาเมื่ออรจิรารู้ข่าวว่าเพื่อนสนิทยอมให้พ่อของลูกมาทำหน้าที่พ่อแถมความสัมพันธ์ระหว่างน้องซันกับคนเป็นพ่อดูเหมือนจะเข้ากันได้ดีจนทำให้เพื่อนของเธอถึงกับรู้สึกน้อยใจ เพราะกลัวว่าน้องซันจะรักพ่อมากกว่าตัวเองทำให้อรจิราร้อนใจจนต้องนัดเพื่อนออกมาเจอเป็นการด่วน แม้ว่าตารางงานของตัวเองจะยุ่งเหยิงมากก็ตาม“แล้วแกจะเอาไงต่อ”“ฉันว่าจะรอดูไปก่อน ว่าเขาจะทำหน้าที่พ่อได้ดีเหมือนที่เคยพูดเอาไว้รึเปล่า”“ถ้าเขาทำได้ล่ะ”ภาวศาหยุดคิดเพียงแป๊บเดียวแล้วตอบคำถามของเพื่อนสนิท เรื่องนี้เธอคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่วันที่ตัดสินใจให้โอกาสเขา มาทำหน้าที่พ่อ“ฉันกับเขาคงต้องคุยกันเรื่องแบ่งเวลาดูแลน้องซัน”อรจิราพยักหน้าเห็นด้วย เพราะน้องซันก็โตขึ้นทุกวัน และตอนนี้ก็ถึงวัยเข้าเรียนแล้วด้วย หากได้พ่อของลูกมาช่วยแบ่งเบาในส่วนนี้เพื่อนของเธอก็ถือว่าได้ประโยชน์เช่นกัน“ถ้าสมมติว

  • ห้วงรักหวนคืน   หวังได้ใช่ไหม

    เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ภาวศาที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารเย็นต้องหยุดชะงักลงชั่วครู่ ก่อนเดินไปส่องตาแมวตรงหน้าประตูพอเห็นว่าเป็นใคร หญิงสาวทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วเปิดประตูให้คนที่ยืนอยู่ด้านนอกเข้ามา สองสัปดาห์มานี้คุณกรมาหาน้องซันเวลานี้อยู่เรื่อยทำให้อาหารมื้อเย็นกลายเป็นมื้ออาหารระหว่างพ่อแม่ลูกไปโดยปริยาย หากจะเอ่ยปากไล่ไม่ให้เขามาหาในเวลานี้ก็ไม่สามารถทำได้อีก เพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกชายมันทำให้คนเป็นแม่อย่างเธอพลอยมีความสุขตามไปด้วยวันไหนที่ธนกรงานยุ่งจนไม่สามารถมากินข้าวเย็นกับน้องซันได้ อาหารมื้อนั้นจะเต็มไปด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ของเด็กน้อยวัยเกือบจะสี่ขวบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า“ผมขอรบกวนอีกสักมื้อนะ” ร่างสูงพูดแบบนี้ทุกครั้งที่มาที่นี่“…”“พ่อครับ ไปเล่นต่อสู้กันเถอะ ซันจัดทัพรอแล้วนะ”ทันทีที่ได้ยินเสียงของบิดา ร่างอ้วนป้อมของเด็กชายทิวากรรีบวิ่งปรี่เข้ามา ก่อนจะจูงมือของคนเป็นพ่อไปยังห้องนั่งเล่นเหมือนทุกครั้งตั้งแต่เด็กน้อยมีพ่อก็ไม่เหงาอีกต่อไป เขามีทั้งเพื่อนเล่นและคนคอยพูดคุยด้วย ไม่เหมือนตอนอยู่กับแม่พราวแค่สองคนของเล่นไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธ์ถูกแบ่

  • ห้วงรักหวนคืน   ไม่ยอมแน่

    ด้วยความเป็นห่วงลูกชายซึ่งบ้างานจนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ยอมกลับมาบ้านให้พ่อกับแม่เห็นหน้าค่าตาแรมปี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเธอจึงได้ไปหาลูกชายที่เพนต์เฮาส์ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาพอเปิดตู้เสื้อผ้าดูก็เห็นว่าโล่งผิดปกติจนคิดว่าลูกชายหนีไป ที่ไหนสักที่จึงได้คะยั้นคะยอถามเลขาของเจ้าตัว สุดท้าย วรเกียรติเผลอหลุดปากพูดเรื่องเด็กชายทิวากรออกมามิหนำซ้ำก่อนที่ตนจะกลับได้เปิดประตูห้องนอนเล็กดูยิ่งทำให้แน่ใจว่าลูกชายตัวดีแอบไปมีลูกโดยไม่ได้บอก ถึงได้รู้ว่าตัวเองกลายเป็นย่าคนแล้ว“กี่ขวบแล้วล่ะ”“กี่ขวบอะไรครับ” เขาแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้“หลานฉันกี่ขวบแล้ว” เจ้าสัวสมศักดิ์ถาม ไม่วายตบไหล่ลูกชายด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัว“คุณทำอะไรเนี่ย ตากร เจ็บมากไหม” คุณหญิงจิรนุชหันไปว่าสามีตัวเองเสียงฉุนต่างกับน้ำเสียงที่ถามบุตรชายลิบลับ แล้วจะไม่ให้เขาหมั่นไส้ได้ยังไง!ธนกรตีเนียนซบไหล่มารดาพร้อมกับส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้พ่อตัวเอง แล้วตอบคำถามก่อนหน้า“สามขวบกว่าแล้วครับ”“เห็นว่าชื่อทิวากร ชื่อเล่นซัน ใช่ไหม”“นี่พ่อกับแม่รู้ไปถึงชื่อเล่นลูกผมเลยเหรอครับ”“ก็แหงอยู่แล้วสิ คนอย่างแม่แกมีเหรออยากรู้อะไรแล้ว จะไม่รู้”“ค

  • ห้วงรักหวนคืน   รู้อยู่แล้ว

    “แต่คุยกับแม่สนุกกว่า” ตอบเอาใจผู้เป็นแม่“ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะคะ ระหว่างนี้ก็พูดคุยกันให้พอ ถ้าแม่กลับมาหนูต้องกลับบ้านกับแม่เข้าใจไหม” ท้ายประโยคบอกลูกชาย“ครับ”พอเห็นใบหน้าหงอยลงของลูกชาย ธนกรเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าภาวศาต้องเป็นแม่ที่ดุขนาดไหนเชียว ลูกชายของเขาถึงได้เชื่อฟังแบบไม่อิดออดแบบนี้เลยลองเทียบเคียงถามดู“ปกติแม่พราวดุมากไหมครับ”เด็กชายทิวากรส่ายหน้าปฏิเสธ“แม่พราวใจดี”“แล้วทำไมน้องซันถึงเชื่อฟังแม่ขนาดนี้ล่ะครับ” ปกติเด็กคนอื่นจะไม่ค่อยเชื่อฟังคำพูดของคนเป็นพ่อแม่สักเท่าไรนัก โดยเฉพาะเด็กผู้ชายแล้วด้วย ความซุกซนยิ่งมากกว่าเด็กผู้หญิงเป็นเท่าตัว“ซันไม่อยากให้แม่เหนื่อย” เด็กน้อยตอบเสียงเบา ทำให้คนตัวโตถึงกับชะงักไปชั่วครู่“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเชื่อฟังแม่พราวนะครับ อย่าดื้อเข้าใจมั้ย เดี๋ยวพ่อจะมาหาบ่อย ๆ”“ซันจะไม่ดื้อครับ”“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” พอเห็นลูกชายทำหน้าไม่สู้ดี เขาจึงถามด้วยความสงสัย“ซันจะได้เจอพ่ออีกไหม แม่บอกว่าพ่อยุ่ง ที่ผ่านมาซัน ก็เลยไม่มีพ่อ”“นับตั้งแต่วันนี้ไปน้องซันจะมีพ่อกับแม่ทุกวันเลย พ่อจะมาหาน้องซันทุกวัน” คำถามของลูกชายทำให้คนตัวโตรู้สึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status