Share

ศัตรูบนทางแคบ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-03-28 11:45:06

         เดิมคิดอยากเล่นละครผูกไมตรีกับอู๋ซั่วหยางเพื่อให้จดหมายของบุรุษนิรนามปรากฏ จากนั้นค่อยให้คนสืบหา น่าเสียดายที่นางมิอาจทำได้ เพราะทันทีที่เห็นหน้าอู๋ซั่วหยาง ความสะอิดสะเอียนพลันพุ่งจู่โจมจนเกือบทำเรื่องเสียกิริยาอาเจียนออกมาต่อหน้าผู้คน จำต้องรีบก้มหน้าคล้ายเขินอายเพื่อซุกซ่อนความชิงชังในดวงตา

        

         งานเลี้ยงเริ่มขึ้นหลังเจ้าภาพกล่าวเปิดงาน สุราอาหารชั้นเลิศถูกยกออกมาต้อนรับแขกไม่ขาดสาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะพูดคุยมีเสียงดนตรีคลอเคล้า เหล่านางรำออกมาร่ายรำเพิ่มสีสัน หลิวโหย่งหลินถือจอกสุราเดินเข้าไปทักทายชินอ๋องและขุนนางร่วมราชสำนัก ที่เห็นสนทนานานหน่อยคงเป็นซ่งโหว ทั้งสองไม่รู้พูดคุยอะไรกัน หลังหัวเราะชอบใจก็พากันยกสุราหลายจอก

         เหอลิ่งหย่าพาหลิวหมิงหย่วนไปทักทายบรรดาฮูหยิน หนึ่งในนั้นคือเซี่ยเมี่ยวผิง ภรรยาซ่งโหว มารดาซ่งเทียนเหิง สตรีผู้ซึ่งเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในจวน ไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์ใด ๆ ทว่าครั้งนี้ที่ยอมออกมาเพราะเป็นงานปักปิ่นของหลิวหมิงหย่วน

         ตระกูลซ่งกับตระกูลหลิวเปรียบเสมือนพี่น้อง แน่นอนว่าในสายตาเซี่ยเมี่ยวผิงเห็นหลิวหมิงหย่วนไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ

“ท่านป้าเมี่ยวผิง” หลิวหมิงหย่วนยอบกายคารวะเซี่ยเมี่ยวผิง “ไม่พบกันนาน ท่านป้าสบายดีหรือไม่เจ้าคะ”

         เซี่ยเมี่ยวผิงมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมยิ้มอ่อนโยน “ป้าสบายดี ไม่พบกันนาน หย่วนเอ๋อร์ของป้างดงามขึ้นอีกแล้ว”

         ตั้งแต่บุตรชายเข้าร่วมกองทัพตระกูลหลิวไปรบที่ชายแดน เซี่ยเมี่ยวผิงไม่เคยมาเยือนจวนหลิวโหวอีกเลย ทุกวันเฝ้าสวดมนต์อธิษฐานต่อสวรรค์ให้คุ้มครองบุตรชายเพียงคนเดียว

สามปีสำหรับคนเป็นแม่ช่างเชื่องช้า กว่าจะผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์กังวลมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นับว่าซ่งเทียนเหิงไม่ทำให้มารดาผิดหวัง วางกลอุบายคว้าชัยชนะมาครอบครองได้สำเร็จ เรียกรอยยิ้มที่หายไปเนิ่นนานของเซี่ยเมี่ยวผิงให้กลับคืนมาอีกครั้ง

         “ท่านป้าช่างเข้าใจหยอกล้อหย่วนเอ๋อร์ให้เขินอาย” หลิวหมิงหย่วนแสร้งก้มหน้าเขินอาย หางตาลอบมองไปทางเกาซีเหมิงซึ่งอยู่ไม่ไกล เห็นลี่ลี่ถือถาดสุราอาหารผ่าน จากนั้นหยุดเท้าขยับของบนถาดข้างกายเกาซีเหมิง ดูผิวเผินคล้ายไม่มีอะไร แท้จริงกลับเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง

         ลี่ลี่จากไปได้ไม่นาน เกาซีเหมิงก็หาเรื่องปลีกตัวออกจากวงสนทนา หลิวหมิงหย่วนส่งสายตาให้จื่อหรานลอบตามไป มุมปากกดลึกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่แทบมองไม่เห็น

         ดูเหมือนอาภรณ์ที่หลิวหมิงหย่วนออกแบบจะยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในงาน เพราะไม่ว่าเกาซีเหมิงเดินไปทางใดก็มีแต่เสียงชื่นชม ทำให้เกาซีเหมิงกลายเป็นคนโดดเด่นที่สุดในงานไม่ต่างจากชาติก่อน

         ยิ่งโดดเด่นถึงจะยิ่งสนุก...

         จื่อหรานกลับมาในชั่วยามให้หลัง นางกวักมือเรียกผู้เป็นนายให้แยกตัวออกมาจากกลุ่มฮูหยินที่ล้อมวงสนทนากันอยู่

         “ว่าอย่างไร” หลิวหมิงหย่วนเอ่ยถามหลังมาถึงสถานที่ปลอดคน

         “เป็นไปตามที่คุณหนูคาดการณ์ไว้เจ้าค่ะ ลี่ลี่ถูกคุณหนูเกาซื้อตัวไป ทั้งสองแอบพบกันที่ภูเขาจำลองด้านหลัง จื่อหรานได้ยินคุณหนูเกาถามลี่ลี่ว่าเหตุใดคุณหนูไม่สวมชุดที่ตนเองออกแบบ รวมถึงเรื่องขอทานที่โผล่มาในงานวันนี้ด้วย”

         “สุนัขเลี้ยงไม่เชื่องตัวนั้นตอบว่าอย่างไร”

         “การใช้วาจาเอาตัวรอดไม่มีผู้ใดเก่งเกินลี่ลี่”

         หลิวหมิงหย่วนพยักหน้าเข้าใจ “เกาซีเหมิงโดดเด่นสมปรารถนาแล้ว เรื่องอื่นคงไม่ได้ให้ความสำคัญสักเท่าใด”

         “คุณหนูจะจัดการเลยหรือไม่เจ้าคะ จื่อหรานไปตรวจสอบด้านหลังมาแล้ว ทุกอย่างรอเพียงคุณหนูสั่งการ”

         หลิวหมิงหย่วนมองบรรยากาศรอบงานคราหนึ่ง ส่ายหน้าเป็นเชิงว่ายังไม่ถึงเวลา “รอแต่ละคนเมามายได้ที่อีกสักพัก”

         “คุณหนู” จื่อหรานทำหน้าไม่สบายใจเล็กน้อย กลอกตาครุ่นคิดว่าควรเอ่ยเตือนผู้เป็นนายสักเล็กน้อยดีหรือไม่

         “มีอะไรก็พูดมาเถิด ข้ายินดีรับฟังความคิดเจ้า”

         ได้ยินดังนั้น จื่อหรานจึงไม่ลังเลอีก “ในงานเต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ เรื่องที่คุณหนูกำลังจะทำถือเป็นการไม่ให้เกียรติแขก รวมถึงทำลายชื่อเสียงตนเองด้วย จื่อหรานจึงขอบังอาจให้คุณหนูทบทวนดูอีกที”

         “เรื่องนี้อาจทำให้ท่านพ่อท่านแม่อับอายขายหน้าอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องทำ ยิ่งข้าไร้มารยาทยิ่งเป็นผลดี จะได้ไม่มีใครกล้าแต่งข้าเข้าบ้าน ล้มเลิกความคิดแสวงหาผลประโยชน์จากการเกี่ยวดอง”

         คำพูดประโยคนี้ฟังดูแล้วไม่เจาะจงผู้ใดเป็นพิเศษ แต่สำหรับหลิวหมิงหย่วน นางแจ่มแจ้งว่าต้องการให้ใครรังเกียจเดียดฉันท์ตนที่สุด นางไม่ต้องการเป็นหมาก ไม่ต้องการเป็นคนโง่งม ไม่ต้องการให้คำว่าหน้าตาชื่อเสียงมาเป็นอุปสรรคขัดขวางทางเดินของนางในชาตินี้

         จื่อหรานกระจ่างแจ้งทันใด ที่แท้เป็นแผนเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว ทางหนึ่งเก็บกวาดของสกปรกใกล้ตัว อีกทางดับความคิดคนที่ต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจบารมีของตระกูลหลิว “เช่นนั้นจื่อหรานจะรอสัญญาณจากคุณหนู”

         สองนายบ่าวพากันแยกย้าย ขณะหลิวหมิงหย่วนเดินกลับไปหามารดา เบื้องหน้าพลันมีคนผู้หนึ่งเข้ามาขวาง ร่างระหงถอยหลังหลายก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ยอบกายคำนับตามมารยาท

         “ท่านอ๋อง”

         อู๋ซั่วหยางใช้สายตายากแท้หยั่งถึงประเมินหลิวหมิงหย่วน ไฉนจึงไม่เหมือนที่คนของเขารายงาน คุณหนูนิสัยเสีย ขี้อิจฉาริษยา เย่อหยิ่งเอาแต่ใจ กิริยามารยาทไร้ความเรียบร้อย ตั้งแต่พบกันจวบจนบัดนี้ เขายังไม่เห็นข้อบกพร่องใดในตัวนาง

         นางปกปิดตัวตนเก่ง... หรือแท้จริงไม่ใช่คนเช่นนั้น!

         “คุณหนูรองหลิวมิต้องมากพิธี”

         หลิวหมิงหย่วนกักเก็บความชิงชังไว้ในส่วนลึก ช้อนตาขึ้นมองอู๋ซั่วหยางพร้อมระบายยิ้มบางเบา คนมีจุดประสงค์ ต่อให้คิดหลบเลี่ยง ฝ่ายตรงข้ามก็มีสารพัดวิธีในการเข้าหา “ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

         ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีผู้ใดเปิดปาก เหตุการณ์ในวันนี้ไม่เหมือนอดีต หลิวหมิงหย่วนจึงอยากรู้ว่าอู๋ซั่วหยางจะใช้แผนการอะไรมาหลอกล่อนางให้หลงใหล “งานเลี้ยงไม่สนุกหรือเพคะ ท่านอ๋องถึงได้แยกตัวออกมา” เห็นอู๋ซั่วหยางเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดจา ทั้งยังมองนางด้วยสายตาค้นหา หลิวหมิงหย่วนจึงกระแอมกระไอให้อีกฝ่ายรู้ตัว

         อู๋ซั่วหยางไม่สะทกสะท้านต่อการกระทำอันไร้มารยาทของตน บนแผ่นดินนี้ ไม่ว่าสตรีใดล้วนอยากอยู่ในสายตาเขา อยากให้เขาจ้องมองโดยไม่ละสายตา “รับสุราคารวะจากเหล่าขุนนางมากเกินไป รู้สึกมึนเมาเล็กน้อยจึงออกมาเดินผ่อนคลาย คุณหนูรองหลิวเล่า ไฉนมาอยู่ที่นี่แทนที่จะเป็นงานเลี้ยง”

         เมาสุราแต่ไม่มีกลิ่นสุรา? ช่างเป็นเหตุผลที่... หลิวหมิงหย่วนก้มหน้าปกปิดรอยยิ้มหยัน ดูท่าอู๋ซั่วหยางคงแอบจับตาดูนางเพื่อหาโอกาสใกล้ชิด ครั้นเห็นนางออกจากงานจึงรีบตามออกมา “หม่อมฉันมาตรวจสอบความพร้อมของการแสดงชุดสุดท้ายที่จัดเตรียมไว้ให้บิดา ยามนี้กำลังจะกลับเข้างาน เชิญท่านอ๋องรับลมคลายฤทธิ์สุราตามสบาย ขอตัวเพคะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ส่งท้าย

    เสียงหัวเราะสดใสแว่วดังตามลมมาเป็นระยะ ๆ ในศาลารับลมยามคิมหันต์มาเยือน ปรากฏภาพเด็กน้อยสามคนกำลังนั่งล้อมวงสนทนา คนแรกเป็นเด็กชายวัยเก้าขวบ ยิ่งโตเค้าโครงความหล่อเหลายิ่งเด่นชัด อีกสองคนเป็นเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มวัยห้าขวบ เวลานี้ทั้งสามนั่งดื่มน้ำบ๊วยแช่เย็นอย่างเอร็ดอร่อย “น้ำบ๊วยที่มารดาพี่จื่อเทียนทำอร่อยมาก” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังเช็ดคราบน้ำบ๊วยที่เลอะตามปากเรียบร้อยแล้ว มีคนชื่นชมมารดา เด็กที่ใดจะไม่ภาคภูมิใจ ซ่งจื่อเทียนในฐานะที่เป็นเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวยืดอกขึ้น พูดว่า “ไม่ใช่เพียงน้ำบ๊วยที่อร่อย ท่านแม่ของพี่จื่อเทียนยังทำอาหารอร่อยอีกด้วย เย็นนี้น้องหยุนหรงเตรียมลิ้มรสได้เลย ไม่ง่ายที่พวกเราสามครอบครัวจะมารวมตัวกัน ดังนั้นท่านแม่พี่จื่อเทียนจึงลงมือเข้าครัวด้วยตนเอง” ดวงตาเด็กหญิงเปล่งประกาย ปรบมือชอบใจพลางลูบท้อง “เย็นนี้หยุนหรงจะกินให้พุงแตกทีเดียวเชียว” ซ่งจื่อเทียนยิ้มเอ็นดู ยื่นมือไปเล่นมวยผมที่มัดเป็นจุกคล้ายซาลาเปาสองก้อนบนศีรษะเจิ้งหยุนหรง หยุนหรงหรือเจิ้งหยุนหรง เป็นบุตรสาวของเจิ้งเหวินเสียนกับสุ่ยหนิง เว

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ครอบครัวสมบูรณ์6

    ความสัมพันธ์ของคนในราชวงศ์ลึกลับซับซ้อน เดี๋ยวรักใคร่ เดี๋ยวชิงชัง เดี๋ยวห่วงใย เดี๋ยวหลอกใช้ เดี๋ยวให้อภัย เดี๋ยวทำลายล้าง สรุปแล้วจริงใจหรือเสแสร้ง คงมีเพียงเจ้าตัวที่แจ่มแจ้ง บานประตูถูกผลักเปิดจากภายนอก ซ่งเทียนเหิงจับมือหลิวหมิงหย่วนเดินเข้าไปในห้อง การประดับตกแต่งและข้าวของเครื่องใช้ในห้องนี้เรียกได้ว่าไม่มีอะไรแตกต่างจากชาติก่อนเลย ยกเว้นภาพหญิงงามที่แขวนโดดเด่นอยู่กลางห้อง หลิวหมิงหย่วนยืนอึ้งกับภาพหญิงงามที่ได้เห็น นางคงไม่เป็นเช่นนี้ถ้ามันไม่ใช่ภาพที่อู๋ซั่วหยางเคยวาดให้นางในชาติก่อน เวลานั้นนางกับเขาแอบนัดพบกันที่สวนท้อนอกเมือง หญิงงามยืนอยู่ใต้ต้นท้อ ส่วนบุรุษหล่อเหลาสะบัดปลายพู่กันร่างความงามทั้งหมดลงบนกระดาษ ไฉนภาพนี้จึงมาอยู่ในห้องนอนของอู๋ซั่วหยาง ทั้งที่ชาตินี้ระหว่างนางกับเขาไม่เคยมีช่วงเวลาเหล่านั้น “ข้าพานางมาตามคำขอของเจ้าแล้ว” สุ้มเสียงซ่งเทียนเหิงที่ดังขึ้นดึงหลิวหมิงหย่วนให้หลุดจากภวังค์ความคิด นางหันไปมองเขา เห็นว่าสายตาของเขาหยุดอยู่ที่ที่หนึ่งจึงมองตาม ภาพที่สะท้อนนัยน์ตาคือเตียงหลังหนึ่ง บนนั้นมีบุรุษรูป

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ครอบครัวสมบูรณ์5

    ซ่งเทียนเหิงมองเด็กน้อยในอ้อมแขนหลิวหมิงหย่วนอย่างโง่งม เรื่องหลิวหมิงหย่วนตั้งครรภ์สายเลือดตระกูลซ่งแน่นอนว่าเขาไม่รู้ ในมือหลิวหมิงหย่วนมีตราคำสั่งที่สามารถสั่งการหน่วยลับของเขา นายหญิงให้เก็บเป็นความลับ ย่อมไม่มีใครไม่กลัวตายเอาไปแจ้งผู้เป็นนาย ระหว่างนายหญิงกับผู้เป็นนาย ใครมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายสูงสุด ทุกคนต่างเห็นอยู่ในสายตา “เทียนเอ๋อร์ของแม่มาได้อย่างไร มิใช่เล่นอยู่ที่เรือนท่านปู่กับท่านย่าหรือ” เห็นแก้มกลมป่องขึ้นสีชมพูดอกท้อ หลิวหมิงหย่วนอดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงไป “ท่านย่า มาส่ง ไปแล้ว” ซ่งจื่อเทียนตอบมารดาสั้นง่ายได้ใจความตามประสาเด็กหัดพูด ดวงตากลมโตไร้เดียงสามองบุรุษแปลกหน้า บุรุษแปลกหน้าก็มองเขา ต่างฝ่ายต่างจ้องตากัน คนหนึ่งมึนงง คนหนึ่งสงสัย “ท่านแม่ ใคร” หลิวหมิงหย่วนเห็นสายตาของสองพ่อลูกพลันหลุดขำ เพราะความหมายที่สื่อออกมาช่างเหมือนกัน นั่นคือ เจ้าเป็นใคร! นางย่อตัวปล่อยบุตรชายให้ยืนบนพื้น ยิ้มอธิบายว่า “เทียนเอ๋อร์ คนผู้นี้คือบิดาที่เจ้าเฝ้าถามถึงทุกวัน ท่านพ่อกลับมาหาเทียนเอ๋อร์แล้ว รีบคารวะท่านพ่อเร็ว” เพราะความสูง

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ครอบครัวสมบูรณ์4

    สุ่ยหนิงเข้าใจความคิดหลิวหมิงหย่วน เพราะนางเองก็ไม่ต่างกัน เฝ้ารอให้ชายคนรักกลับมาอย่างปลอดภัย ถึงเจิ้งเหวินเสียนจะเป็นเพียงหมอ ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในค่ายคอยดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าเมื่อใดที่กองทัพแพ้ศึก โอกาสรอดของเขาจะมีสักเท่าไรกันเชียว “แม้ประสบการณ์ในสนามรบของซื่อจื่อจะน้อย ฝีมือและชั้นเชิงด้านกลยุทธ์กลับไม่อ่อนด้อย หลายเดือนมานี้มีแต่ข่าวดีไม่มีข่าวร้าย เจ้าควรวางใจแล้วหันมาดูแลตนเองกับลูก อีกอย่างข้างกายซื่อจื่อก็มีนักรบผู้มากประสบการณ์คอยให้คำชี้แนะ เจ้าคงไม่ได้ลืมบิดาตนเองไปกระมัง” “เพราะมีท่านพ่ออยู่ข้างเขาข้าถึงวางใจ ศึกก่อนหน้านี้ทั้งสองร่วมมือกันจนได้รับชัยชนะ ศึกครั้งนี้ทั้งสองก็ต้องทำได้เช่นกัน ข้ามั่นใจ” ศึกรวมแคว้นไหนเลยจะใช้เวลาเพียงสั้น ๆ วันคืนหมุนเปลี่ยนเวียนผัน นับจากวันนั้นหิมะได้มาเยือนหลิวหมิงหย่วนกับลูกเป็นครั้งที่สี่แล้ว ข่าวการศึกถูกส่งเข้าเมืองหลวงโดยม้าเร็วแปดร้อยหลี่อย่างต่อเนื่อง ยิ่งเข้าใกล้เมืองหลวงแคว้นจิ้งการศึกยิ่งเข้มข้น ถึงขั้นผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ กองทัพภายใต้การนำของซ่งเทียนเหิงกับหลิวโหย่งหลิน

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ครอบครัวสมบูรณ์3

    ซ่งเทียนเหิงพูดเรื่องลูกหลายครั้งหลายหนแล้ว ดูท่าจะอยากเป็นพ่อคนมากจริง ๆ การไปเยือนประตูผีครั้งนี้ทำให้หลิวหมิงหย่วนค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่ง ชีวิตคนเราไม่แน่นอน เมื่อมีโอกาสก็ควรรีบทำในสิ่งที่อยากทำ อย่าได้รั้งรอจนเป็นเหตุให้ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง บางอย่างเมื่อพลาดไปแล้ว จะมีสักกี่คนที่ได้รับโอกาสหนที่สอง หลิวหมิงหย่วนหมุนตัวเข้าหาซ่งเทียนเหิง ยกสองมือขึ้นกุมใบหน้าหล่อเหลา ส่งสายตาเชื้อเชิญอย่างไม่ปกปิด “สงครามเป็นเรื่องยืดเยื้อ สิ้นสุดเมื่อใดไม่มีใครล่วงรู้ แทนที่จะรออย่างไร้จุดหมาย มิสู้ลองดูสักหน ถ้าสวรรค์เมตตา ไม่แน่ท่านอาจประทานตัวแทนความรักให้เราสองคนในคืนนี้ก็เป็นได้” ดวงตาหมาป่าเริ่มเปล่งประกายหื่นกระหาย นานแล้วที่ซ่งเทียนเหิงไม่ได้ใกล้ชิดหลิวหมิงหย่วน ภรรยาเปิดทางให้ขนาดนี้ ผู้ใดจะกล้าชักช้าเสียเวลา จุมพิตเริ่มต้นอย่างร้อนแรงดูดดื่ม สองสามีภรรยาเปรียบเสมือนเปลวไฟที่พร้อมแผดเผากันและกัน ส่งผลให้เลือดลมพลุ่งพล่านยากระงับ หลิวหมิงหย่วนยกตัวขึ้นคร่อมขาซ่งเทียนเหิง สองแขนโอบรัดร่างกำยำ ยื่นทรวงอกอิ่มให้เขาปรนเปรอ ซ่งเทียนเหิงพึงพอใจกับควา

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ครอบครัวสมบูรณ์2

    ซ่งเทียนเหิงก้มหน้าให้หน้าผากแตะหน้าผาก จ้องลึกเข้าไปในดวงตาซุกซนของภรรยา “ข้าเป็นเจ้าหนี้ที่ค่อนข้างหน้าเลือด ไม่มีทางยกหนี้ให้ฮูหยินง่าย ๆ หรอก” ไม่รู้ใต้น้ำมีงูตั้งแต่ยามใด มันถึงเลื้อยสำรวจเรือนร่างคนไม่หยุด หลิวหมิงหย่วนรีบจับงูตัวนั้น ก่อนที่มันจะเหิมเกริมไปมากกว่านี้ “บรรดานักรบไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อยเหมือนท่านทุกคนหรือไม่” “ทุกอย่างบนโลกล้วนมีข้อยกเว้น การใช้แรงที่เต็มไปด้วยความสุข ไม่มีผู้ใดปฏิเสธหรือไม่ต้องการหรอก” เสียงทุ้มนุ่มเริ่มแหบพร่า หลิวหมิงหย่วนคร้านถกเถียงเรื่องพรรค์นี้กับหมาป่าเจ้าเล่ห์ นางเปลี่ยนอิริยาบถเป็นนั่งพิงหลังกับอกแกร่ง ให้แขนของเขาโอบเอวคอดกิ่ว ผิวพรรณขาวเนียนเมื่อมีตำหนิย่อมโดดเด่นสะดุดตา สายตาซ่งเทียนเหิงจับจ้อง ประทับจุมพิตลงไปแผ่วเบา “ทำให้ฮูหยินพบเจอเรื่องเลวร้าย ต้องโทษสามีที่บกพร่องต่อหน้าที่ ดูแลเจ้าได้ไม่ดีพอ” สัมผัสอ่อนโยนน้ำเสียงนุ่มนวลทำหัวใจหลิวหมิงหย่วนอบอุ่น ซ่งเทียนเหิงเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เคยกล่าวโทษหรือตำหนินาง ยินดีให้นางเป็นฝ่ายถูก ส่วนเขาแบกรับความผิดไว้เพียงผู้เดียว “เ

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ขยันหรือเกียจคร้าน2

    ต่อให้หลิวหมิงหย่วนพยายามทำตนเองให้เป็นคนหน้าหนาปานใด สุดท้ายก็มิอาจตอบคำถามนี้ของผู้เป็นตาได้ ทันใดนั้นหางตาพลันเหลือบไปเห็นตัวช่วยซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวา นางหันไปย่นจมูกใส่ท่านตาพร้อมพูดว่า “ท่านตาชอบแกล้งหย่วนเอ๋อร์ หย่วนเอ๋อร์ไม่พูดกับท่านตาแล้ว” กล่าวจบหันไปหาผู้เป็นลุง “หย่วนเอ๋อร์พูด

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   ขยันหรือเกียจคร้าน1

    วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดฮูหยินท่านโหวหลิวโหย่งหลิน หรือก็คือมารดาของหลิวหมิงหย่วน ภายในจวนมีการจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ สำหรับคนในครอบครัว นอกจากญาติพี่น้อง ท่านโหวกับฮูหยินไม่ได้ส่งเทียบเชิญไปให้ผู้ใดเป็นพิเศษ รถม้าจวนซ่งโหวสองคันวิ่งมาหยุดที่หน้าจวนหลิวโหว ซ่งเทียนเหิงลงจากรถม้าเป็นค

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   สุนัขกัดกันเอง 1

    “ท่านอ๋อง คุณชายเกามาขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ” เฉาเฉวียนเดินเข้ามารายงานผู้เป็นนายด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก อู๋ซั่วหยางเงยหน้าขึ้น พับเก็บหนังสือราชการที่ยังอ่านไม่จบไว้ชั่วคราว “เป็นอะไรไป” เขาเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทยามเห็นอีกฝ่ายมีท่าทางเหมือนคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

  • ห้วงแค้นนางร้ายพลิกชะตา   งานแต่งซ่อนกล 4

    ซ่งเทียนเหิงตวัดขาลงจากเตียง ตามไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างกายหลิวหมิงหย่วน เคาะโต๊ะแทนคำพูดว่า ‘เจ้ารินให้ข้าด้วย’ หลิวหมิงหย่วนปรายตา หยิบกาน้ำชามารินใส่ถ้วยพร้อมยื่นส่งให้โดยไม่พูดอะไร รอจนซ่งเทียนเหิงดื่มชาเสร็จเรียบร้อยถึงค่อยเอ่ย “เหตุใดต้องทำเช่นนี้” ซ่งเทียนเหิงวางถ้วยชา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status