LOGINตอนที่10 ห้องพักอาจารย์ตอนเย็น
"แต่คุณ" พิพิมพ์อ้าปากจะเถียงกลับ ก็ต้องกลืนคำพูดทุกอย่างลงคอ เพราะมีสายตาของพิธาและรินดาจับจ้องอยู่
"ค่ะ อาจารย์"
รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นมุมปาก พิพิมพ์ไม่สามารถโต้กลับเขาได้เลยแม้แต่น้อย จำต้องรับปากและเดินออกไปเงียบ ๆ พร้อมความโกรธที่โดนเขาเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว
"ยัยพิมพ์ แกโอเคไหม" รินดาเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นเพื่อนถอนหายใจเป็นสิบ ๆ ครั้ง
"ฉันโอเค ฉันจัดการได้"
"แกกับอาจารย์ภาคภูมิ ไม่ได้มีเรื่องอะไรกันใช่ไหม" สีหน้ารินดาแสดงออกชัดเจนว่ากังวลและเป็นห่วง
"ถ้าแกหมายถึงเรื่องทะเลาะกัน ไม่มีหรอก" รินดามีคำถามขึ้นในหัวทันทีหลังจากได้ยินคำตอบ
"งั้นคงมีเรื่องอื่นสินะ ฉันไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวแกมากนัก แต่ถ้ามีเรื่องอะไรให้ฉันช่วยแกบอกฉันได้เลยนะ ฉันอยู่ข้างแกเสมอ" รินดาหันไปบอกเพื่อนสีหน้าจริงจัง หลังจากเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ กลิ่นน้ำหอมบนตัวอาจารย์หนุ่มค่อนข้างชัดเจนว่าคือกลิ่นเดียวกับที่เธอได้กลิ่นตั้งแต่เมื่อวาน
"ขอบใจแกมาก ฉันจัดการเรื่องนี้เสร็จฉันจะเล่าทุกอย่างให้แกฟังนะ เข้าห้องเรียนกันเถอะ"
ตอนเย็น
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ อย่าลืมทำรายงานส่งให้ทันตามกำหนดเวลาที่ผมแจ้งไปนะครับ แล้วเจอกันวันศุกร์" อาจารย์ประจำคลาสพูดจบก็เดินออกจากห้องไป นักศึกษาพากันทยอยเดินออกจากห้องตามไปเช่นกัน
"นี่ก็มืดแล้ว เดี๋ยวฉันไปพบอาจารย์ภาคภูมิเป็นเพื่อนแกแล้วกัน"
"ไม่เป็นไรหรอก แกกลับไปก่อนเถอะ แกบ่นว่าหิวไม่ใช่เหรอ กลับไปหาอะไรกินก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน" พิพิมพ์ปฏิเสธทันควัน เพราะเธอรู้ดีว่าที่เขาเรียกพบเธอไม่ใช่เหตุผลเรื่องรายงาน เพราะรายงานทั้งหมดเขาเป็นคนแก้ให้เธอเองกับมือ
"แกแน่ใจนะ"
"ไม่ต้องห่วงฉัน เขาไม่ทำอะไรฉันหรอก" พิพิมพ์ตอบกลับสีหน้าจริงจัง
"โอเค ถ้ามีอะไรรีบโทรมาหาฉันนะ"
"โอเค"
ร่างบางในชุดนักศึกษาเดินไปตามทางเดินที่สว่างจ้าตลอดแนว ไม่มีนักศึกษาคนอื่นเดินสวน ไฟบนตึกเรียนมืดสนิท บ่งบอกว่าการเรียนของวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว มีเพียงอีกตึกที่มีเรียนภาคค่ำยังคงเปิดไฟอยู่ แต่ก็อยู่ห่างออกไป
ขาเรียวยาวบนรองเท้าส้นสูงรีบสาวเท้าไปข้างหน้า ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าห้องที่เธอคุ้นเคย จากนั้นเธอหยิบมือถือขึ้นกดถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก่อนจะเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
กำปั้นเล็กยกขึ้นเคาะประตูหน้าห้อง แต่ไม่พูดอะไร เพียงแค่ยืนรอเงียบ ๆ ถ้าเขาไม่เปิดประตูเธอก็จะกลับทันที เพราะมีหลักฐานแล้วว่ามาพบเขาตามที่เขาบอกแล้ว
แกร็ก!
เสียงประตูปลดล็อกจากด้านใน ไม่มีเสียงของเขาเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เธอยืนชั่งใจอยู่หน้าประตูอยู่นาน ว่าจะเปิดเข้าไปดีหรือไม่
"จะยืนอยู่ตรงนั้นทั้งคืนเลยหรือไง" เสียงเรียบดังออกมาจากด้านใน
ก่อนที่เธอจะทันตัดสินใจ"อีตาบ้านี่"
แอ๊ด…
"นึกว่ารอให้ผมไปอุ้มเข้ามา"
"รายงานหนูมีปัญหาตรงไหนคะ"
"ยืนอยู่ตรงนั้นจะมองเห็นหรือไง"
"ถ้างั้นอาจารย์บอกหัวข้อมาได้เลยค่ะ" หญิงสาวหยิบสมุดโน้ตกับปากกาขึ้นมาเตรียมจดทันที
"ผมบอกว่าเดินมานี่"
"ไม่ค่ะ อาจารย์บอกหัวข้อมาได้เลยค่ะ"
"คุณกำลังท้าทายผมอยู่สินะ"
"เปล่าค่ะ" ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้น ตอบกลับน้ำเสียงหนักแน่น
แกร็ก!
เสียงล็อกประตูดังขึ้น ร่างกำยำลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวตรงเข้ามาหาเธอ
"คุณจะทำอะไรคะ เดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็น ที่นี่ห้องพักอาจารย์นะคะ ถ้าคุณเข้ามาหนูจะเรียกให้คนมาช่วย" เธอหยิบมือถือออกจากกระเป๋าสะพาย ร่างกำยำค่อย ๆ เดินเข้าหาเธอ ร่างบางถอยหลังตามสัญชาตญาณ
"อ้ะ!"
แผ่นหลังชนโซฟาตัวใหญ่ เสียหลักล้มลง มือถือร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น
"กลัวเหรอ เมื่อกี้ยังท้าทายผมอยู่เลย" เสียงทุ้มกดต่ำ ฝ่ามือหนาท้าวพนักโซฟา คร่อมตัวหญิงสาวไว้ทันที
“หลบทำไม ให้เก่งเหมือนเมื่อกี้สิ” ฝ่ามือหนาจับปลายคางให้เธอหันมาสบตา
ใบหน้าคมโน้มเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนปะทะแก้มเนียน ดวงตากลมโตปิดสนิท ริมฝีปากเม้มแน่นจ๊วบ!
ริมฝีปากหยักประกบลงปากบางอย่างไม่ให้ตั้งตัว จากตอนแรกตั้งใจว่าจะแค่ขู่ให้เธอกลัว แต่ริมฝีปากอมชมพูตรงหน้านั้นทำเขาอดใจไม่ไหว พิพิมพ์พยายามเบี่ยงหน้า ขัดขืนไม่ยอมเปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำไปมากกว่านั้น
“ปะ…ปล่อยหนูนะคะ” เสียงสั่นเล็กน้อย
“คิดว่าเข้ามาห้องผมแล้ว…จะกลับออกไปง่าย ๆ เหรอ” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่กดดัน ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ
“แต่คุณบอกให้หนูมาแก้รายงานนี่คะ”
“สาบานว่าคุณไม่รู้ว่าผมเรียกคุณมาทำไม” เธอเงียบไปเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับ
“แต่ที่นี่มหาวิทยาลัยนะคะ” สายตาคมหรี่ลงเล็กน้อย
“งั้นก็แสดงว่าทำที่อื่นได้”
"เอวา ฉันขอโทษที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันได้ไหม" เอวาตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะความเป็นต่างชาติที่มักจะพูดและทำแบบตรงไปตรงมา"ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ ที่ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากคุณเพราะฉันต้องการอิสระ ฉันต้องการหลุดพ้นจากคำว่า เมียเดิมพัน" เอวาบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป เจเดนเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังบอกเขาทันที"ฟังนะเอวา เธอไม่ใช่เมียเดิมพัน ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเอาร่มมากางให้ฉัน เด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีรอยยิ้มสดใส ฉันพยายามตามหาเธอมาตลอด แต่ฉันเจอเธอก็ตอนที่บางอย่างมันอาจจะช้าเกินไป ฉันเป็นคนยื่นขอเสนอบ้า ๆ นั่นกับไมค์เอง ไมค์ปฏิเสธฉันหลายครั้งจนฉันบีบบังคับให้ไมค์ยอม เธอคือเมียที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ไม่ใช่เมียเดิมพันอย่างที่เธอเข้าใจ นี่คือคำสารภาพทั้งหมดจากฉัน" เอวาฟังแล้วแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เจเดนบอก"เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ลูกเลือกจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะเธอลูกจึงอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย" พ่อเจเดนถามขึ้นหลังจากได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดของเจเดน"ครับ นั่นคือเหตุผลทั้งหมด เพราะผมต้องการตามหาเธอและอยู่กับเธอ" ราล์ฟ ไบรอัน ทุกคนไม่เคย
"ลูกแน่ใจใช่ไหมว่าเธอจะอนุญาตให้เราพบ นั่นมันบ้านของเธอเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต" แม่ของเจเดนเอ่ยถาม เพราะที่ฝรั่งเศสกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลนั้นรุนแรงมาก"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ถึงต้องให้พ่อกับแม่มาช่วยนี่ไงครับ" แววตาเจเดนแสดงออกถึงความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดี"รถ SUV ค่อย ๆ ชะลอลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมืองเชียงใหม่ รั้วไม้เตี้ย ๆ สีขาวล้อมรอบพื้นที่รอบบ้านดอกไม้หลากสีเบ่งบานอยู่ริมแนวรั้ว และที่สวนเล็กข้างบ้านนั้น…ร่างของหญิงสาวในชุดธรรมดากำลังก้มปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองลงดิน เส้นผมถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง"เอวา" เจเดนก้าวลงจากรถโดยรีรอ รีบกระโดดข้ามรั้วไม้เข้าไปในพื้นที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านพ่อกับแม่ของเจเดนที่ลงจากรถตามมาต่างเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก“Mon dieu! (พระเจ้า!) เจเดน! ลูกทำอะไรของลูก!”“คุณเห็นไหม! เขาปีนรั้วเข้าไปในบ้านของผู้หญิงคนนั้น” เธอหันไปหาสามี“ที่ฝรั่งเศสแบบนี้เข้าคุกเลยนะ”“หรือถูกยิงด้วยซ้ำ ถ้าเจ้าของบ้านมีปืน” พ่อพูดเสียงนิ่ง ๆ แ
เจเดนยังกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบอก พร้อมกับหมอนใบเล็กที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเอวา ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่พึ่งบุกรุกเข้ามาในห้อง“เจเดน ลุกไปอาบน้ำ แม่งจะอยู่ในสภาพเน่าเฟะแบบนี้รอให้เธอกลับมาหรือไง” ไบรอันเดินเข้าไปใกล้ แต่มือเจเดนกลับกระชับจดหมายนั้นแน่นขึ้น“เธอไม่อยู่แล้ว…” เสียงเขาแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน“เธอไปแล้ว...เธอพาลูกหนีไปจากกูแล้ว”“งั้นมึงก็ลุกขึ้นสิวะ...ลุกขึ้นไปตามเธอกลับมา” เสียงราล์ฟเข้มขึ้น แววตานั้นจริงจัง“กูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”“เธอไม่อยากให้ฉันตามหา”ตอบกลับเสียงแผ่วราวคนหมดแรง มีเพียงน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงจากหางตาของชายผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น“นายอยากเจอคุณเอวาไหมครับ” เจมที่ทนเห็นคนเป็นนายอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยถามคำนี้ขึ้นก่อนเวลาที่เขาคิดไว้“มึงหมายความว่าไงเจม”“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ กินข้าว ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน ผมจะพานายไปเจอคุณเอวาในสภาพไม่นี้ไม่ได้จริง ๆ”“มึงรู้ว่าเอวาอยู่ที่ไหน” ร่างสูงกำยำลุกพรวดพราดขึ้น ออกอาการเซแทบหงายหลัง จนไบรอันต้องรีบพยุงไว้ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มหัวกระแทกพื้น“ครับ ผมสามารถตาม
ไม่มีใครเอะใจ เพราะเคยได้ยินเอวาเล่าถึงว่าแม่ของเธอจากโลกใบนี้ไปแล้ว และในวันนี้...เธอก็ขอใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อบอกลาทุกอย่างเงียบ ๆเจมขับรถไปส่งเธอที่สนามบินตามคำสั่ง เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนี้…เธอจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่เหมือนเจมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นก่อนที่เอวาจะหันหลังเดินจากไป“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเอวานะครับ ของชิ้นนี้ได้โปรดพกมันติดตัวไว้ตลอด ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ของสิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองคุณเอวาให้ปลอดภัย โชคดีนะครับ เดินทางปลอดภัย”“ขอบคุณค่ะพี่เจม” เอวารับมาแล้วคล้องเข้าที่คอ เพราะของที่เจมให้มานั้นคือสร้อยพระองค์เล็กที่ถูกหลอมขึ้นจากทองคำขาว จากนั้นก็เอ่ยลาแล้วเดินหันหลังเข้าไปด้านในสนามบินเจเดนกลับมาถึงบ้านในช่วงดึก หลังจากประชุมยืดเยื้อเกินเวลา เขาถอดเสื้อสูทลวก ๆ มาถือไว้ในมือ ก่อนก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างอ่อนล้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปในความมืด แสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามา ไม่มีร่างบางนอนอยู่บนเตียง ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันเจเดนขมวดคิ้ว เขากวาดตามองไปรอบห้อง รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว เขารีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ
เธอนั่งพิงหัวเตียง ห่มผ้าคลุมตัวไว้ทั้งที่ไม่หนาวเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปยังนาฬิกาบนผนังครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเวลาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ดีว่ามันยังไม่ถึงตอนนั้น อีกแค่ 20 นาทีก็จะถึงเวลาที่หมอหนุ่มจะกลับเข้ามาแจ้งผลตรวจเลือดหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เธอก็ต้องยอมรับผลนั้นให้ได้ แต่เธอยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงลำพังตัวคนเดียว หรือจะเดินออกไปพร้อมกับลูกในท้อง เพราะฉะนั้นเธอยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ตอนนี้“คุณคะ” เสียงของเธอดังขึ้นเบา ๆ แทรกความเงียบในห้อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอทันที แววตายังคงอ่อนโยน“หืม..หนาวเหรอ หรือว่าปวดหัว มีไข้หรือเปล่า” ฝ่ามือยกขึ้นไปทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทันที“เปล่าค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากรบกวนคุณหน่อยค่ะ”“ว่ามาสิ”“หนูอยากได้ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ที่หนูนอนกอดทุกวัน มันวางอยู่บนเตียงของเรา” เธอรีบตอบ เพราะเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว“ได้ เดี๋ยวฉันกลับไปเอาให้”“ขับรถระวังด้วยนะคะ ไม่ต้องรีบ หนูรอได้ค่ะ” เจเดนโน้มหน้าไปจุ๊บหน้าผากมนหนึ่งครั้ง“ฉันจะรีบกลับมานะ” เอวาพยักหน้าเล
“เอ่อ..เมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ” เธอเอ่ยโกหกเบา ๆ แทบไม่มองหน้าเขา แสงในห้องสลัวเกินกว่าจะเห็นสีหน้าได้ชัด แต่เจเดน เขาแค่ฟังเสียงเธอ เสียงที่สั่นเล็กน้อย...ไม่มั่นใจ...ไม่เหมือนกับเวลาที่เธอพูดความจริง เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ“โอเค ถ้างั้นเธอก็นอนพักเถอะ”“ค่ะ คุณก็ลุกไปนอนที่โซฟาเถอะค่ะ มานั่งหลับอยู่แบบนี้จะปวดหลังเอา” เอวาหันมามองเขานิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนฝ่ามือหนายื่นไปจับมือเล็กแน่น เจ้าของดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องใบหน้าของเธออย่างหนักแน่น สายตาคู่นั้นกำลังบอกอะไรเธอหลายอย่าง“ฉันไม่อยากห่างเธอแม้แต่นาทีเดียว”ตอนเช้าเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาและแอลกอฮอล์ยังอบอวลอยู่ในอากาศ แต่บรรยากาศภายในห้องกลับนิ่งสงบเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ราล์ฟจะก้าวเข้ามาพร้อมพยาบาลหนึ่งคน“ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่หรือเปล่า” เขาทักสั้น ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้เตียง“เปล่าค่ะ” เอวาเอ่ยตอบเบา ๆ เจเดนก็พยักหน้ารับคำทักอย่างเงียบ ๆราล์ฟเริ่มตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว วัดชีพจร ฟังเสียงหัวใจ ตรวจม่านตา ทุกอย่างดูเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งเขาวางเคร







