LOGIN"เอวา ฉันขอโทษที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันได้ไหม" เอวาตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะความเป็นต่างชาติที่มักจะพูดและทำแบบตรงไปตรงมา"ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ ที่ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากคุณเพราะฉันต้องการอิสระ ฉันต้องการหลุดพ้นจากคำว่า เมียเดิมพัน" เอวาบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป เจเดนเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังบอกเขาทันที"ฟังนะเอวา เธอไม่ใช่เมียเดิมพัน ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเอาร่มมากางให้ฉัน เด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีรอยยิ้มสดใส ฉันพยายามตามหาเธอมาตลอด แต่ฉันเจอเธอก็ตอนที่บางอย่างมันอาจจะช้าเกินไป ฉันเป็นคนยื่นขอเสนอบ้า ๆ นั่นกับไมค์เอง ไมค์ปฏิเสธฉันหลายครั้งจนฉันบีบบังคับให้ไมค์ยอม เธอคือเมียที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ไม่ใช่เมียเดิมพันอย่างที่เธอเข้าใจ นี่คือคำสารภาพทั้งหมดจากฉัน" เอวาฟังแล้วแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เจเดนบอก"เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ลูกเลือกจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะเธอลูกจึงอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย" พ่อเจเดนถามขึ้นหลังจากได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดของเจเดน"ครับ นั่นคือเหตุผลทั้งหมด เพราะผมต้องการตามหาเธอและอยู่กับเธอ" ราล์ฟ ไบรอัน ทุกคนไม่เคย
"ลูกแน่ใจใช่ไหมว่าเธอจะอนุญาตให้เราพบ นั่นมันบ้านของเธอเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต" แม่ของเจเดนเอ่ยถาม เพราะที่ฝรั่งเศสกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลนั้นรุนแรงมาก"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ถึงต้องให้พ่อกับแม่มาช่วยนี่ไงครับ" แววตาเจเดนแสดงออกถึงความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดี"รถ SUV ค่อย ๆ ชะลอลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมืองเชียงใหม่ รั้วไม้เตี้ย ๆ สีขาวล้อมรอบพื้นที่รอบบ้านดอกไม้หลากสีเบ่งบานอยู่ริมแนวรั้ว และที่สวนเล็กข้างบ้านนั้น…ร่างของหญิงสาวในชุดธรรมดากำลังก้มปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองลงดิน เส้นผมถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง"เอวา" เจเดนก้าวลงจากรถโดยรีรอ รีบกระโดดข้ามรั้วไม้เข้าไปในพื้นที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านพ่อกับแม่ของเจเดนที่ลงจากรถตามมาต่างเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก“Mon dieu! (พระเจ้า!) เจเดน! ลูกทำอะไรของลูก!”“คุณเห็นไหม! เขาปีนรั้วเข้าไปในบ้านของผู้หญิงคนนั้น” เธอหันไปหาสามี“ที่ฝรั่งเศสแบบนี้เข้าคุกเลยนะ”“หรือถูกยิงด้วยซ้ำ ถ้าเจ้าของบ้านมีปืน” พ่อพูดเสียงนิ่ง ๆ แ
เจเดนยังกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบอก พร้อมกับหมอนใบเล็กที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเอวา ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่พึ่งบุกรุกเข้ามาในห้อง“เจเดน ลุกไปอาบน้ำ แม่งจะอยู่ในสภาพเน่าเฟะแบบนี้รอให้เธอกลับมาหรือไง” ไบรอันเดินเข้าไปใกล้ แต่มือเจเดนกลับกระชับจดหมายนั้นแน่นขึ้น“เธอไม่อยู่แล้ว…” เสียงเขาแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน“เธอไปแล้ว...เธอพาลูกหนีไปจากกูแล้ว”“งั้นมึงก็ลุกขึ้นสิวะ...ลุกขึ้นไปตามเธอกลับมา” เสียงราล์ฟเข้มขึ้น แววตานั้นจริงจัง“กูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”“เธอไม่อยากให้ฉันตามหา”ตอบกลับเสียงแผ่วราวคนหมดแรง มีเพียงน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงจากหางตาของชายผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น“นายอยากเจอคุณเอวาไหมครับ” เจมที่ทนเห็นคนเป็นนายอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยถามคำนี้ขึ้นก่อนเวลาที่เขาคิดไว้“มึงหมายความว่าไงเจม”“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ กินข้าว ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน ผมจะพานายไปเจอคุณเอวาในสภาพไม่นี้ไม่ได้จริง ๆ”“มึงรู้ว่าเอวาอยู่ที่ไหน” ร่างสูงกำยำลุกพรวดพราดขึ้น ออกอาการเซแทบหงายหลัง จนไบรอันต้องรีบพยุงไว้ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มหัวกระแทกพื้น“ครับ ผมสามารถตาม
ไม่มีใครเอะใจ เพราะเคยได้ยินเอวาเล่าถึงว่าแม่ของเธอจากโลกใบนี้ไปแล้ว และในวันนี้...เธอก็ขอใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อบอกลาทุกอย่างเงียบ ๆเจมขับรถไปส่งเธอที่สนามบินตามคำสั่ง เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนี้…เธอจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่เหมือนเจมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นก่อนที่เอวาจะหันหลังเดินจากไป“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเอวานะครับ ของชิ้นนี้ได้โปรดพกมันติดตัวไว้ตลอด ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ของสิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองคุณเอวาให้ปลอดภัย โชคดีนะครับ เดินทางปลอดภัย”“ขอบคุณค่ะพี่เจม” เอวารับมาแล้วคล้องเข้าที่คอ เพราะของที่เจมให้มานั้นคือสร้อยพระองค์เล็กที่ถูกหลอมขึ้นจากทองคำขาว จากนั้นก็เอ่ยลาแล้วเดินหันหลังเข้าไปด้านในสนามบินเจเดนกลับมาถึงบ้านในช่วงดึก หลังจากประชุมยืดเยื้อเกินเวลา เขาถอดเสื้อสูทลวก ๆ มาถือไว้ในมือ ก่อนก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างอ่อนล้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปในความมืด แสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามา ไม่มีร่างบางนอนอยู่บนเตียง ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันเจเดนขมวดคิ้ว เขากวาดตามองไปรอบห้อง รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว เขารีบเดินไปที่ตู้เสื้อ
เธอนั่งพิงหัวเตียง ห่มผ้าคลุมตัวไว้ทั้งที่ไม่หนาวเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปยังนาฬิกาบนผนังครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเวลาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ดีว่ามันยังไม่ถึงตอนนั้น อีกแค่ 20 นาทีก็จะถึงเวลาที่หมอหนุ่มจะกลับเข้ามาแจ้งผลตรวจเลือดหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เธอก็ต้องยอมรับผลนั้นให้ได้ แต่เธอยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงลำพังตัวคนเดียว หรือจะเดินออกไปพร้อมกับลูกในท้อง เพราะฉะนั้นเธอยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ตอนนี้“คุณคะ” เสียงของเธอดังขึ้นเบา ๆ แทรกความเงียบในห้อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอทันที แววตายังคงอ่อนโยน“หืม..หนาวเหรอ หรือว่าปวดหัว มีไข้หรือเปล่า” ฝ่ามือยกขึ้นไปทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทันที“เปล่าค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากรบกวนคุณหน่อยค่ะ”“ว่ามาสิ”“หนูอยากได้ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ที่หนูนอนกอดทุกวัน มันวางอยู่บนเตียงของเรา” เธอรีบตอบ เพราะเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว“ได้ เดี๋ยวฉันกลับไปเอาให้”“ขับรถระวังด้วยนะคะ ไม่ต้องรีบ หนูรอได้ค่ะ” เจเดนโน้มหน้าไปจุ๊บหน้าผากมนหนึ่งครั้ง“ฉันจะรีบกลับมานะ” เอวาพยักหน้าเล
“เอ่อ..เมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ” เธอเอ่ยโกหกเบา ๆ แทบไม่มองหน้าเขา แสงในห้องสลัวเกินกว่าจะเห็นสีหน้าได้ชัด แต่เจเดน เขาแค่ฟังเสียงเธอ เสียงที่สั่นเล็กน้อย...ไม่มั่นใจ...ไม่เหมือนกับเวลาที่เธอพูดความจริง เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ“โอเค ถ้างั้นเธอก็นอนพักเถอะ”“ค่ะ คุณก็ลุกไปนอนที่โซฟาเถอะค่ะ มานั่งหลับอยู่แบบนี้จะปวดหลังเอา” เอวาหันมามองเขานิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนฝ่ามือหนายื่นไปจับมือเล็กแน่น เจ้าของดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องใบหน้าของเธออย่างหนักแน่น สายตาคู่นั้นกำลังบอกอะไรเธอหลายอย่าง“ฉันไม่อยากห่างเธอแม้แต่นาทีเดียว”ตอนเช้าเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาและแอลกอฮอล์ยังอบอวลอยู่ในอากาศ แต่บรรยากาศภายในห้องกลับนิ่งสงบเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ราล์ฟจะก้าวเข้ามาพร้อมพยาบาลหนึ่งคน“ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่หรือเปล่า” เขาทักสั้น ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้เตียง“เปล่าค่ะ” เอวาเอ่ยตอบเบา ๆ เจเดนก็พยักหน้ารับคำทักอย่างเงียบ ๆราล์ฟเริ่มตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว วัดชีพจร ฟังเสียงหัวใจ ตรวจม่านตา ทุกอย่างดูเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งเขาวางเคร







