LOGIN
ณ หอพักรวมแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยชื่อดัง หญิงสาวหน้าตาดี นามว่า มินตรา ลักขณาวิเศษ เธอมีชื่อเล่นมิน หญิงสาวเข้ามาทำงานเป็นนักร้องกลางคืน และเรียนภาคพิเศษในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์
มินตราเลือกหอพักที่ราคาถูก จ่ายเพียงแค่เดือนละ 3000 บาทในเมืองกรุงก็ถือว่าถูกแสนถูกแล้ว มาอยู่หอพักที่นี่ โดยมีน้าสาวขับรถขนของมาส่ง ในวัยเด็กมินตรามีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักร้องอาชีพ จึงให้น้าสาวพาเดินสายประกวด แต่ก็ได้เพียงแค่รางวัลชมเชย และเงินรางวัลเล็กน้อย ๆ
“หนูอยู่คนเดียวได้แน่นะมินตรา”
“ได้สิคะ หนูโตแล้วนะคะ น้าอร”
“เดี๋ยวน้าจะแวะมาหามินตรา บ่อย ๆ ละกัน อยู่ที่นี่ต้องทําตัวดี ๆ อย่าเถลไถล อย่าเชื่อใจใคร อย่ามีมนุษยสัมพันธ์ดีเกินไป ถ้ามีใครมาทําตัวแปลกๆ กับเราหรือพยายามยุ่งกับเราจนเกินไป ให้ถอยห่างเขาเอาไว้ น้าต้องเข้าเวรต่อแล้ว น้าไปก่อนะ”
มินตราอยู่กับน้าสาวเพียงสองคน แม่เธอเป็นมะเร็งเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุได้แปดขวบ ก่อนหน้านั้นแม่เธอก็เลิกกับสามีตั้งแต่เธอยังแบเบาะ เธอไม่เคยเห็นหน้าตาบิดาเลยสักครั้ง พอแม่เสียชีวิตก็มาอยู่กับน้าและยาย เมื่อสองปีที่ผ่านมาคุณยายเธอก็เสียชีวิตไป จึงทำให้ทั้งบ้านเหลือเพียงแค่ เธอกับน้าสาวเท่านั้น
เจ้าของใบหน้าแสนหวานออกไปทางหมวยนิด ๆ เพราะเธอเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น มินตราเธอมีเสียงที่ไพเราะ บวกกับหน้าตาผิวพรรณที่ขาวเนียน พวงแก้มแดงอิ่ม ร่างอวบอั๋นกำลังดี หญิงสาวถอนหายใจออกมา เมื่อทำความสะอาดห้องเสร็จแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ก็จัดได้เป็นระเบียบเรียบร้อย
ทว่าจังหวะที่หันหลังกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดที่กำลังจะเอาไปคืนเจ้าของหอพัก เธอกลับหันหลังไปชนกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่พอดี หญิงสาวตกใจแทบจะหวีดร้อง เมื่อกายเล็กอ้อนแอ้นปะทะกายหนากำยำที่มายืนซ้อนข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“........” ริมฝีปากบากเกือบจะหลุดกรี๊ดออกมา แต่กลั้นไว้ทันจึงเม้มปากไว้แน่น เธอไม่รู้จักผู้ชายตรงหน้า แต่เดาว่าการแต่งกายชุดนักศึกษา ก็คงเป็นคนเช่าห้องใกล้ ๆ กับเธอ
ก่อนที่สองตาอันหวาดหวั่นของหญิงสาวจะเบิกโตในเวลาต่อมา เมื่อหันมาสบตาคนข้างหน้า
“เออ!.. ขอโทษครับ คุณอยู่ห้องนี้เหรอครับ”
“อะ คะ ฉันพักห้องนี้”
“เอ..แต่ว่าผมจองห้องนี้ไว้แล้วนะครับ
“ฉันเพิ่งทำความสะอาดเสร็จ แล้วฉันก็จ่ายเงินค่าเช่าพร้อมเงินมัดจำไปแล้วนะคะ”
“อืมห์ งั้นเดี๋ยวผมไปถามเจ้าของหอก่อนนะครับ คุณรอตรงนี้แหละ”
“ฉันก็ต้องไปหาเจ้าของหอเหมือนกัน จะเอาอุปกรณ์พวกนี้ไปคืน” เธอยื่นม๊อบถูพื้นพร้อมถังปั่นให้เขาดู
เมื่อทั้งสองไปถามเจ้าของหอพัก ก็ได้ความว่า ทั้งคู่จองห้องพักสลับกัน ซึ่งจริง ๆ ไล่ไปไล่มาแล้วก็เป็นความผิดพลาดของเจ้าของหอพักนั่นแหละ เขาจึงให้ตกลงกันเองว่าจะเอายังไงแล้วค่อยมาบอก เพราะราคาห้องก็เท่ากัน เพียงแค่ย้ายของสลับห้องกันก็จบ แต่เรื่องที่ไม่จบก็คือ มินตราไม่ยอมนั่นเอง
“สรุปคุณจะคืนห้องนั้นให้ผมหรือเปล่า”
“ไม่ คุณก็เอาห้องฉันไปสิ ห้องคุณฉันทำความสะอาดไว้หมดแล้ว”
“แต่ผมชอบห้องนั้น”
“ฉันไม่ให้ ฉันเองทำความสะอาดแทบตาย คนเก่าทำสกปรกไว้มาก แล้วอีกอย่างฉันเหนื่อยฉันอยากนอนพัก”
“นอนตั้งแต่หัววันเนี่ยเหรอครับ”
“ก็เรื่องของฉัน” มินตราปิดประตูดังปัง ใส่หน้าเด็กหนุ่มที่เดาว่าเขาน่าจะอยู่ปีหนึ่งและอายุก็น่าจะน้อยกว่าเธอหลายปี มินตรานั้นเธอเรียนภาคพิเศษ ป.โท อายุก็มากกว่านายหน้าอ่อนคนนั้นอยู่แล้ว และเธอก็ต้องนอนกลางวันเพราะเธอรับงานร้องเพลงที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง
“เย็นนี้บอกไอ้วิชญ์มาทำงานด้วยนะ ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก” อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจกะทันหันที่ตอนแรกจะไล่ออก มินตรานึกในใจ อารมณ์ไหนกันแน่ เดี๋ยวให้ออก เดี๋ยวให้มาทำงานอันที่จริง เขาอยากให้สรวิชญ์อยู่ในสายตาเสียมากกว่า เพื่อว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้ให้ลูกน้องจัดการเสียเลย เพราะตอนนี้เขาอยากกำจัดให้สรวิชญ์ออกไปเสียพ้นทางมากกว่า แต่ถ้าไล่ออกก็กลัวมินตราแอบไปหาเด็กหนุ่มอีก “ค่ะท่าน แต่ไม่รู้เขาจะมาทำงานไหวหรือเปล่านะคะ” “เป็นห่วงขึ้นขนาดนั้นเชียวรึ” “ปะ เปล่าค่ะ คือมินแค่เดาไว้เฉย ๆ” “อืม” จริง ๆ ท่านวิษณุก็รู้เพียงแค่ว่าทั้งสองคบกัน แต่ไม่รู้ว่าถึงขั้นอยู่ด้วยกันแล้ว เพราะรู้มาว่าสองคนนี้พักอยู่หอที่เดียวกัน “อย่าลืมไปเคลียร์ให้จบนะ เพราะฉันทำตามสัญญาแล้ว” “ค่ะ” วันนี้วิษณุโทรไปบอกค่ายเพลงแล้วว่ามินตราตกลงจะไปเป็นนักร้องที่ค่าย สยามวอยซ์โปรดักชั่น ตกเย็นสรวิชญ์กลับมาถึงหน้ามหาวิทยาลัยก็โทรหามินตรา เธอก็รีบกลับจากห้องของวิษณุเจ้านายเมื่อสักชั่วโมงก่อนหน้าที่สรวิชญ์จะถึง “คิดถึงพี่จังเลยครับ..” เด็กหนุ่มเอื้อมมาหอมแก้มหญิงสา
วันนี้นักศึกษาทั้งหมด ได้ออกจากหมู่บ้าน ‘ดงอีซ่อม’ แล้ว เนื่องจากชาวบ้านช่วยกันเปิดทางให้รถบัสเข้าไปรับนักศึกษายังปากทางเข้าหมู่บ้านได้สำเร็จ “ลาก่อนนะครับพ่อผู้ใหญ่” เจษฎาหรือว่า พี่เจตน์ ประธานคณะกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่บ้านดงอีซ่อม และชาวบ้านที่มาช่วยเหลือในการเคลียร์ทางให้รถบัสเข้ามาได้ รวมไปถึงบรรดาครูและ ผ.อ. รวมไปถึงนักเรียนก็ออกมาส่งนักศึกษาทั้งหมด เพราะเขาอยู่ที่นี่มาถึงหกวันเต็ม วันนี้เป็นวันที่เจ็ดเขาถึงได้กลับ “พี่ไปก่อนนะครับน้องกือทู” สรวิชญ์เอ่ยกับเด็กชายหัวเกรียนที่เตะฟุตบอลด้วยทุกวันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา “สวัสดีครับพี่วิชญ์ พี่นาริ ขอให้พี่ทั้งสองรักกันนาน ๆ นะครับ” กือทูอวยพร จนแม่ต้องเข้ามาตาม “อยู่ที่นี่ตั้งใจเรียนให้ดีนะกือทู” นริสาบอกเด็กชายและก็อำลาเด็กชายคนอื่น ๆ พวกนักศึกษาขึ้นรถบัสเสร็จก็ที่รถจะออกไป ก็โบกมือให้พวกเด็ก ๆ เป็นครั้งสุดท้าย “เฮ่อ!..ได้กลับบ้านกันสักที ป่านนี้แม่บ่นตายแล้ว” สหพลบ่นกับเพื่อนที่นั่งมาด้วยกัน “แม่แกไม่ดุขนาดนั้นหรอกมั้งกอล์ฟ แม่ฉันเนี่ยสิ อยู่ ๆ ได้ลูกสะใภ้กลับบ้านจะบ
“หน้าอกหนูสวยมาก..ฉันชอบจัง” พูดจบท่านวิษณุก็ครอบครองทรวงอกนุ่มหยุ่นด้วยริมฝีปากของเขา ดูดเม้มไล้เลียขณะที่อีกข้างก็ใช้มือฟอนเฟ้นไม่ให้น้อยหน้า หน้าอกของมินตราใหญ่เกินตัวของหญิงสาวก็จริง แต่มันก็ได้รูปสวย ไม่หย่อนคล้อยหรือย้วยยานเลยสักนิด แถมยังนุ่มเด้งสู้มือของเขาเป็นที่สุดอืมห์...เขาชอบมันเหลือเกินท่านวิษณุ ผละห่างออกจากหน้าอกหน้าใจล้นหลามของมินตราเมื่อเขาฟัดมันจนเริ่มซ้ำ ชายหนุ่มรูดกระโปรงของเธอออกแล้วถีบมันไปไกลจากเตียงแล้ว ทำเช่นเดียวกันกับชั้นในชิ้นสุดท้ายของหญิงสาวชายสูงวัยเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟก่อนจะยันตัวเองขึ้นมาเหนือร่างของ เปลือยเปล่าของมินตรา กวาดไร้สายตาชมความงามของสตรีสาวที่เขาหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น แล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างชอบอกชอบใจ“มินตราหนูหุ่นดีมาก!” ชายสูงวัยอยากจะเขมือบเธอเสียเดี๋ยวนี้เลยด้วย“ฉันจะทำให้หนูมีความสุข..มินตรา” ชายสูงวัยเอื้อมมือไปหยิบซองถุงยางอนามัยในลิ้นชัก ตรงหัวเตียงขึ้นมาฉีกแล้วสวมมันให้ตัวเองอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้ายามที่นิ้วของเขาแตะลงบนจุดกระสันของมินตราจนอีกฝ่ายต้องดิ้นเร่า“อ๊ะ...อ๊า อื้อ ท่านขา” มินตราปล่อยเสียงครางออก
“ถ้าท่านสัญญาตามนั้นจริง รอวันพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอคะ!”“ไม่ได้ เธอก็เห็นสัญญาแล้วนี่นา รับรองฉันพูดจริง” เขาใช้มือข้างหนึ่งรั้งแขนเธอเขามาประชิดตัว ทรวงอกใหญ่โตของมินตราเบียดแนบชิดกับแผ่นอกของเขาวินาทีนั้นเองที่หญิงสาวรู้ว่ากระดุมเม็ดบนของเธอมันหลุดออกจากรังดุม มือเล็กยกขึ้นมาหมายจะตะครุบอกเสื้อเพื่อปิดบังเรือนร่างอวบอั๋นของตัวเอง แต่ช้ากว่าชายสูงวัยที่ก้มหน้าลงแล้วลากปลายลิ้นผ่านร่องอกลึกจากการเบียดชิดของสองเต้าใหญ่โต“อ๊ะ....ท่านขา อื้อ!” มินตราหลุดครางออกมา มือที่ยกขึ้นเมื่อครู่ตกลงข้างตัวเมื่อเธอ เสียวสะท้านจนไร้เรี่ยวแรงท่านวิษณุเงยหน้าขึ้นมาจูบปากหวานๆ ที่เขายังชิมไม่อิ่มอีกครั้ง มือใหญ่สาละวนกับการปลดกระดุมที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว และทำเช่นเดียวกันกับบราลูกไม้เกะกะมือ เขากอบกุมทรวงอกที่ล้นมือเอาไว้ บีบขยำแผ่วเบาแล้ว กดนิ้วหัวแม่มือลงบนปลายถันที่หดเกร็งมินตราสะดุ้งน้อยๆ เมื่อชายสูงวัยดันเธอแนบโซฟา แต่หญิงสาวก็ไม่มีเวลาเรียกสติของตัวเองกลับมาเมื่อเขาก้มลงกลืนกินหน้าอกข้างหนึ่งของเธอหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองขนลุกชันไปทั้งตัวเมื่อเขาได้ลิ้นร้อนไปรอบฐานอก ก่อนจะวกกลับมาสะกิดยอดอกที
หลังจากกิจกรรมออกค่ายอาสาจบลง นักศึกษาที่ไปก็ยังเดินทางออกมาไม่ได้ เพราะรถบัสที่จะเข้าไปรับนักศึกษา ตอนนี้เข้าไปในหมู่บ้านไม่ได้ เนื่องจากฝนตกหนักมาก ดินโคลนที่ทรุดตัวมาจากภูเขาถล่มลงมาปิดทางสัญจรไปหมดสรวิชญ์มีความกังวลเหมือนกันว่า ตอนนี้ผ่านไปห้าวันแล้ว และก็ส่งข่าวบอกกับมินตราไม่ได้เลย เพราะในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์“นั่งคิดอะไรอยู่วิชญ์” นาริเดินมานั่งใกล้ ตรงบริเวณที่มีสายน้ำตกไหลผ่านเป็นสาย ผ่านตัวหมู่บ้าน“เปล่าหรอก คือวิชญ์กังวลใจหน่ะ ลางานมาแค่สามวัน กลับไปเจ้านายไล่ออกแน่เลย”“วิชญ์ถ้าเขาไม่จ้าง มาทำงานกับพ่อนาริมั้ย ช่วงปิดเทอมก็ได้”“พ่อนาริจะมีงานอะไรให้วิชญ์ทำเหรอ”“ก็มีหลายอย่าง วิชญ์ถนัดอะไรล่ะ จะไปทำงานเอกสารก็ได้นะ เดี๋ยวนาริคุยกับพ่อให้”“อย่าเพิ่งเลยนาริ เผื่อว่าถ้าวิชญ์ยังได้ทำงานที่เดิมอยู่ก็ไม่เป็นไร วิชญ์เกรงใจ” ชายหนุ่มที่กังวลว่าถ้าใกล้ชิดนาริมากกว่านี้เขาจะทำตัวไม่ถูก ตอนนี้เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไงต่อไป จะกลับไปคบมินตราแล้วจะเอาอย่างไรกับนาริดี ตอนนี้ในหัวกลุ้มใจไปหมด “วิชญ์ / นาริ มานั่งกันตรงนี้เอง” สหพล และเบญจพร ทั้งคู่เดินเ
“อ้า.....” นาริครางออกมาพร้อมแหงนหน้าขึ้นฟ้า เมื่อลิ้นหนาออกมาปาดกลีบดอกกุหลาบตรงหน้า ปากหยักเม้มบีบปุ่มเนื้อที่ถูกเปิดทางด้วยปลายลิ้น เสียงลมหายใจของนาริดังแข่งกับเสียงลมที่พัดอยู่บริเวณโดยรอบตัวบ้าน เสียงจั๊กจั่นตามธรรมชาติดังระงมเมื่อเริ่มดึกเข้าไปทุกที“วิชญ์!...ได้โปรดเถอะ...” นาริร้องออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่า พร้อมกับย่อเข่าลงเมื่อสรวิชญ์ยอมผละใบหน้าออกจากความสวยงามตรงหน้าที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว สรวิชญ์ปลดปล่อยตัวตนออกมาต่อสายตาของนาริที่มองความแข็งแรงนั้นด้วยดวงตาที่บ่งบอกว่าเธอหาทางออกจากหลุมสวาทนี้ไม่ได้แล้วสรวิชญ์ที่เป็นฝ่ายยืนขยับเข้าใกล้ร่างบางที่ยืดตัวขึ้นพร้อมเปิดปากเล็กเพื่อรับความแข็งแรงนั้นเข้าหาความอุ่นในโพรงปากเล็ก“อื้มมมม.....” สรวิชญ์ครางออกมา เมื่อปากเล็กที่เปิดกว้างค่อยๆกลืนความ แข็งแรงที่ร้อนผ่าวไปทีละนิด กรามหนาขบกันแน่นเมื่อนาริเริ่มขยับศีรษะให้ท่อนแก่นกายรูดเข้ารูดออกในโพรงปากที่เล็กที่แสนจะคับแคบ มือใหญ่กอบกุมที่แก้ม ทั้งสองข้างที่ดูดรัดตัวตนเขาจนเขาแทบจะปลดปล่อยออกมา เมื่อแก้มนั้นตอบ อย่างเห็นได้ชัด สรวิชญ์ปล่อยให้นาริทำต่อได้ไม่นาน เขาต้องเอาตัวตนของต







