Share

บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (3/4)

last update publish date: 2026-10-29 08:00:34

“ของพวกนั้นเขาให้คนไทยทำ ไม่คิดหน่อยว่าฉันเข้าไปแล้วจะโดนอะไรบ้าง!!”

“ถ้าแค่นั้นยังอดทนไม่

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (4/4)

    “ไอ้เปี๊ยกมันขี้น้อยใจ ช่วยใจเย็นกับมันแทนฉันหน่อยก็แล้วกัน”“ผมพยายามทำอยู่ตลอดเลยครับ”“ฮ่า...ฮ่า เป็นเรื่องที่ถึงกับต้องพยายามเลยเหรอ แคก!”“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ฮ่า ๆ”“เอาเป็นว่าหลังจากอั๊วลงดินไปแล้ว ฝากบอกไอ้เปี๊ยกมันหน่อยก็แล้วกัน ว่าป๊ารักมันอยู่ตลอดนั่นแหละ”เป่าหลงกล่าวอย่างปล่อยวาง หากมีเจ้าน้ำอยู่ด้วยกับไอ้ลูกชายติดเล่น เขาคงตายตาหลับ ทว่าในขณะที่คุณป๊ากำลังเตรียมจะลุกไปปิดหน้าต่างส่งคุณหมอกลับห้อง นายแพทย์กลับเดินตรงไปยังหน้าประตูด้วยตัวเองก่อน“ผมว่าคงไม่ต้องพูดแล้วล่ะครับ”สิ่งที่อาน้ำกล่าวทำเอาเป่าหลงสับสนงงงวยก่อนทุกอย่างจะกระจ่างชัดเมื่อหลังบานประตูกลับมีลูกชายยืนอยู่ และมันคงยืนฟังบทสนทนาระหว่างตัวเขาและอาน้ำมาตลอด“อะไร พอฉันมายืนต่อหน้าแล้วพูดไม่ออกเลยเหรอ...โอ๊ย!”“พูดจาดี ๆ สิปลื้ม”น้ำหยิกแขนเจ้าเด็กดื้อให้หลาบจำ เขาเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ ว่าให้ประพฤติตัวดีจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง แต่กลับพูดจาวางท่ากับพ่อที่พึ่งเปิดใจเป็นครั้งแรกน่ะหรือปลื้มเองก็ไม่

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (3/4)

    “ของพวกนั้นเขาให้คนไทยทำ ไม่คิดหน่อยว่าฉันเข้าไปแล้วจะโดนอะไรบ้าง!!”“ถ้าแค่นั้นยังอดทนไม่ได้แล้วลื้อจะไปทำมาหากินอะไรได้!!”“ป๊าบอกให้ทนอยู่ได้! แล้วมันมีอะไรเปลี่ยนไปไหม! จะอีกสิบปี ยี่สิบปียังไงพวกเราก็ยังเป็นพลเมืองชั้นสองอยู่วันยังค่ำ!!”พวกเราทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะเราไม่อาจยอมรับลูกชายที่จะโตไปอยู่หน้าเตาไฟ แม้ตัวเองกำลังหาเงินจากอาชีพนั้นอยู่ก็ตาม จนกระทั่งการถกเถียงเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด“ป๊าหวงร้านขนาดไม่ยอมให้ลูกชายตัวเองรับช่วงต่อเลยเหรอ!?”“ก็เออสิวะ! จำไว้เลยนะถ้าอั๊วยังไม่ตาย ร้านนี้ก็ยังเป็นของอั๊ว!!!”เราไม่เคยคิดว่าผลจากการมีปากเสียงในครั้งนั้นจะเป็นสาเหตุให้วันต่อมาลูกชายเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปสมัครโรงเรียนเตรียมทหาร ก่อนจะกลับมาพร้อมกับความผิดหวังที่สอบข้อเขียนไม่ผ่าน แต่เขาที่ใช้ลูกชายตัวเองในฐานะลูกจ้างคนหนึ่งจะคอยเพิ่มเงินรายวันให้มันเก็บหอมรอมริบไปสมัครสอบจนประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน แม้ว่ามันจะเสี่ยงตายจนเขาเกือบออกปากห้ามหลายต่อหลายครั้งก็ตามไม่ว่าจะเป็นการไป

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (2/4)

    เป่าหลงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยก เอนหลังพิงเบาะเก่าเก็บเปื่อยยุ่ยที่เขามักใช้เวลาส่วนใหญ่กับมัน สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูกลุ่มเมฆ เคลื่อนผ่านพระจันทร์ยามราตรีออกไปอย่างเชื่องช้า ช่วงเวลาหลังรับรู้ชะตากรรมในอนาคตผนวกกับความเงียบในตอนนี้ทำให้เขามีเวลาทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต และในห้วงความคิดนั้นก็เต็มไปด้วยภาพของลูกชายคนเดียวของเขา ‘ปลื้มปีติ วิภา’เราเกิดมาบนเรือท่ามกลางคลื่นโหมกระหน่ำกับมารดาเพียงคนเดียว เพียงแต่เมื่อขึ้นฝั่งมาไทยท่านกลับเสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย ดังนั้นเราจึงยังไม่มีชื่อเรียกจนกระทั่งได้มาเป็นเด็กทำความสะอาดในวัดจีน จนได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง“汝对底块来? 号乜名?” เอ็งมาจากไหน ชื่ออะไรหรือ?เธอเป็นลูกสาวลูกครึ่งไทยจีนของหนึ่งในนักแสดงในโรงงิ้วซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดนัก เมื่อมีโอกาสเราจะได้คุยกันเป็นครั้งคราวเวลาเธอมาทำบุญกับครอบครัว แล้วเป็นเธอคนนี้ที่มอบความหมายให้กับตัวเขา“唉... 呣号真名呣? 阿𡅏付我来号会呣?” อือ...ไม่มีชื่อจริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นให้ฉันตั้งให้ได้ไหม?

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (1/4)

    เสียงปิดประตูดัง ‘ปึง!’ กระแทกกับขอบวงกบดังลั่นสะเทือนไปทั้งบ้านทำความเงียบที่เคยปกคลุมอยู่พลันถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ปลื้มทรุดตัวเอนพิงกำแพงอย่างหมดแรงหัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ภายในด้วยความโกรธโมโหซึ่งพุ่งเป้ามาที่ตนเองโดยมีมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเตือนสติเพื่อไม่ให้กลายเป็นบ้าไปเสียก่อน ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่าง แล้วเลื่อนกระจกออกอย่างแรงจนสุดขอบ ก่อนจะยืนหอบหายใจอย่างหนัก สอดส่องสายตาออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก แต่ภาพที่กำลังฉายอยู่ในม่านตายังคงเป็นภาพของบิดาในสภาพร่อแร่อ่อนแรงเต็มทียิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดและรู้สึกผิด ทุกอาการที่เคยเห็น อาการไอ เสียงที่แหบแห้ง วิธีการทานอาหารที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่ใบหน้าที่หมองซีด ทั้งหมดนั้นคือสัญญาณที่ตัวเองมองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจเพราะตีความจากชีวิตอันปกติสุขที่ผ่านมาเองว่ามันคงไม่เป็นไร ถึงกระนั้นความทรงจำมากมายกลับไหลเข้ามาในมโนคติ ภาพของบิดาที่ยืนอยู่หน้าเตา เสียงไอโขลกที่ดังขึ้นเป็นระยะที่อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่พ่อครัว เสียงไอที่แห้งผากและรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลื้มเคยคิดเสมอว่ามันเป็นเพียงเพราะไอควันจากไฟเตา ห

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (4/4)

    เมื่อจัดการเรื่องยาและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เสร็จสรรพพวกเขาจึงได้กลับบ้าน กระนั้นความหวังของน้ำคล้ายจะเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพราะตั้งแต่พวกเราขึ้นรถสามล้อพ่อลูกไม่ยอมพูดคุยกันเลยสักนิด อย่าว่าแต่ทั้งสองคนเลย ตัวเราเองก็ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใดเช่นกันน้ำรู้อยู่แก่ใจมาตลอดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณป๊าและปลื้มไม่ได้แน่นแฟ้นมากมายนัก ประกอบกับคุณป๊าเป็นคนที่ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกออกมาตรง ๆ รวมไปถึงสิ่งที่กำลังเผชิญ เพราะโกหกประวัติแม้กระทั่งหมอทั้งที่โรงพยาบาลและตัวเขามาได้อย่างแนบเนียน แสดงว่าเจ้าตัวจงใจปกปิดความเจ็บอย่างชัดเจน ซึ่งเขาเห็นมาเยอะสมัยทำงานโรงพยาบาลแรก ๆมีหลายเหตุผลให้ผู้สูงอายุไม่ชอบบอกว่าตนเองเจ็บป่วย โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องของจิตใจและทัศนคติมากกว่าเรื่องของอาการทางกาย เช่น กลัวเสียความเป็นอิสระ กลัวถูกมองว่าอ่อนแอ กลัวการรักษาและค่าใช้จ่าย คิดว่าอาการป่วยเป็นเรื่องปกติของคนแก่ รวมไปถึงไม่ต้องการเป็นภาระแก่ลูกหลาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดจากประสบการณ์ทำงานตลอดหลายสิบปี และคุณป๊าเองก็คงคิดเช่นนั้นเมื่อถึงบ้านปลื้มที่ไม่เคยแสดงนิสัยเสีย เมื่อไขป

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๙ เฉยเมย (3/4)

    แม้กลับมายังปัจจุบันน้ำยังคงกังวลจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ รอคณะแพทย์พยาบาลตรวจวินิจฉัยตามระเบียบในยามที่ตนเองร้อนรนนั้นช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน ดูจากอาการโดยส่วนตัวแล้วมันมีอยู่ไม่กี่โรคหรอกที่เข้าข่าย หากเป็นคนอื่นไกลหรือคนไข้ปกติเราคงฝืนทำใจเย็นได้อย่างที่ผ่านมาเพราะก็มีหลายครั้งที่ทหารญี่ปุ่นกลับมารักษาในสภาพใกล้หมดลมหายใจ แต่กับคุณป๊าเป่าหลงที่เรานับถือเราไม่สามารถกักเก็บอารมณ์ไว้ได้เลยจริง ๆมือทั้งสองข้างประสานกันแน่นอยู่บนตักจนขาวซีด พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังว้าวุ่น แต่หัวใจกลับเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง สายตาจับจ้องไปที่ประตูไม้สีขาวบานใหญ่ที่ปิดสนิท ราวกับพยายามที่จะมองทะลุเข้าไปข้างในเพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับป๊าบ้าง แต่ก็ทำได้เพียงแค่รอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย ขนาดเราไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แล้วปลื้มจะรู้สึกอย่างไรหากต้องมาทราบความจริง“พี่ครับ! ป๊าเป็นยังไงบ้าง!”“ปลื้ม!”น้ำลุกขึ้นยืนทันควันเข้าไปกุมมือทั้งสองของคนเด็กกว่าที่เย็นเฉียบไม่ต่างกัน ไหนจะเหงื่อไคลตามตัว นี่อีกฝ่ายคงวิ่งขึ้นอาคารมาเลยสินะถึงได้ดูเหนื่อยหอบปานนี้“คุณป๊าเขากำลังอยู่ในห้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status