ログインเมื่อเหนือฟ้า... โดนคลื่นสมุทรกลืน! เมื่อผู้บริหารสุดเนี้ยบเผลอพลาดคืนหนึ่งกับหนุ่มเซิร์ฟสุดกวน แล้วต้องมาทำงานร่วมกันทุกวัน งานนี้คนที่ถูกคลื่นกลืน อาจไม่ใช่แค่หัวใจ
もっと見るบางครั้ง... คนที่ยืนอยู่สูงที่สุด อาจเป็นคนที่โดดเดี่ยวที่สุดเช่นกัน
เหนือฟ้า ยืนกอดอกทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นผ่านกระจก ใสบานใหญ่ยักษ์ของห้องทำงานชั้นบนสุด เบื้องล่างของเขาคือรีสอร์ตหรูระดับห้าดาวแห่งใหม่ที่กำลัง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ภาพความวุ่นวายของพนักงานนับร้อยชีวิต ฝ่ายจัดสวนที่กำลังเร่งตกแต่งพื้นที่ริมชายหาด หรือฝ่ายจัดเลี้ยงที่กำลังซ้อมคิวงานต้อนรับอย่างเคร่งเครียด ทั้งหมดอยู่ในสายตาของเขา
ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ... เพราะสำหรับคนอย่างเขาแล้ว ชีวิตไม่อนุญาตให้มีคำว่า "ผิดพลาด"
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดังขึ้น เหนือฟ้าปิดเปลือกตาลง ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสาย
"ครับ"
"คุณเหนือฟ้าคะ แขกกลุ่ม VIP ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งภายในพูลวิลล่าทั้งหมดค่ะ"
"จัดการตามที่เขาต้องการ ให้เรียบร้อย" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท
"แล้วเรื่องงวดงานของผู้รับเหมาก่อสร้างเฟสบี"
"ส่งรายละเอียดที่เหลือเข้าอีเมลผม"
"ค่ะคุณเหนือฟ้า"
สายถูกตัดไป เหนือฟ้าวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะราวกับมันหนักอึ้ง ตลอดยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาถูกหล่อหลอมและสั่งสอนให้เป็น ‘สิ่งสมบูรณ์แบบ’ มาโดยตลอด ต้องเป็นลูกชายที่ไร้ประวัติด่างพร้อย เป็นผู้บริหารที่เก่งกาจเฉียบคม และเป็นทายาทที่เหมาะสมที่สุดของตระกูล
แต่ก็น่าแปลก... ที่ไม่เคยมีใครเคยสอนเขาเลยว่า คนเราจะฝืนอยู่กับความเหนื่อยล้าเจียนตายแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองความว่างเปล่าในห้องทำงาน ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยทำมานานหลายปี... นั่นคือการก้าวขาออกไปดื่มเพียงลำพัง
เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะหนักเบา ลมทะเลยามค่ำคืนหอบเอาความเย็นและกลิ่นเค็มจาง ๆ มาปะทะใบหน้า เหนือฟ้านั่งอยู่ตรงมุมมืดของเซิร์ฟบาร์ริมหาด ในมือมีแก้ววิสกี้ที่เหลือของเหลวสีอำพันอยู่เพียงครึ่งเดียว อันที่จริงเขาไม่ใช่คนชอบดื่ม หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ชีวิตของเขาไม่มีเวลามากพอจะละเลียดความสุนทรีย์แบบนี้
แต่หลังจากต้องติดอยู่ในห้องประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ วิ่งรอกแก้ปัญหางานก่อสร้าง เดินตรวจห้องพัก รับมือกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น และเคลียร์อีเมลอีกกว่าสองร้อยฉบับภายในวันเดียว... คืนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะสวมหน้ากาก ‘ผู้บริหารที่สมบูรณ์แบบ’ อีกต่อไป
เหนือฟ้ายกแก้วขึ้นจิบ ปล่อยให้ความร้อนล่องลอยลงคอ ขณะที่สายตาทอดมองออกไปยังผืนทะเลที่มืดมิดสนิท เบื้องหน้า
มันช่างเงียบ สงบ... และว่างเปล่า ไม่ต่างอะไรจากชีวิตของเขาเลยสักนิด
"นั่งด้วยได้ไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความนุ่มนวลดังขึ้นข้างตัว เหนือฟ้าเบนสายตากลับมามอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตฮาวายสีขาว ปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกรำไรกำลังยืนยิ้มอยู่ ผิวของอีกฝ่ายเป็นสีแทนธรรมชาติจากการบ่มแดด เส้นผมสีดำสนิทหยักศกยุ่งเหยียดน้อย ๆ และดวงตาคมคู่สวยที่เต็มไปด้วยประกายขี้เล่น
เหนือฟ้ากวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าที ระแวดระวังตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยปากตอบเรียบ ๆ
"ที่นี่..ที่สาธารณะ"
คนฟังหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลข้างกันทันที โดยไม่รีรอ "ขอบคุณครับ"
"..." เหนือฟ้าไม่ตอบ ทำเพียงหมุนแก้วเหล้าในมือเล่น
"ผม คลื่น ครับ"
เหนือฟ้าเลิกคิ้วเล็กน้อยหันกลับไปมอง "คลื่น?"
"คลื่นสมุทร" เจ้าของชื่อยิ้มกว้างจนตาปิด "แล้วคุณล่ะ?"
เหนือฟ้าลังเลไปอึดใจหนึ่ง ชั่งใจว่าควรจะบอกชื่อจริงกับคนแปลกหน้าดีไหม แต่สุดท้ายความเหนื่อยล้าก็ทำให้เขาปล่อยเลยตามเลย "เหนือฟ้า"
คลื่นสมุทรกระตุกยิ้ม นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฟ้ากับทะเลงั้นเหรอ?"
"ตลกตรงไหน" น้ำเสียงของคนฟังเริ่มห้วนขึ้น
"ไม่ตลกหรอกครับ" ชายหนุ่มผิวแทนยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นชนอากาศ หลอก ๆ กับแก้วของเหนือฟ้า
"แค่คิดว่า... บางทีโลกก็ชอบเล่นมุกตลกตื้น ๆ แฮะ"
เหนือฟ้าส่ายหน้าเบา ๆ นึกในใจว่า 'ประหลาดคน' แต่ก็น่าแปลกที่เขากลับไม่ลุกหนีไปไหน แถมยังยอมนั่งฟังเสียงทุ้ม ๆ นั้นชวนคุยต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เรื่องกระแสน้ำในคืนนี้ เรื่องนักท่องเที่ยว เรื่องหมาจรจัดหน้าหาดที่ชอบแอบขโมยรองเท้าแตะ ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระไร้สาระอีกมากมาย
และสิ่งที่ทำให้เหนือฟ้าตกใจตัวเองที่สุด คือการที่เขาเผลอหลุดหัวเราะออกมาหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่รู้ตัว
"คุณยิ้มแล้วดูดีมากเลยนะรู้ตัวไหม" คลื่นสมุทรพูดแทรกขึ้นมาดื้อ ๆ ในตอนที่เหนือฟ้ากำลังอมยิ้ม
คนถูกชมชักสีหน้าทันควัน "ใครบอกว่าผมยิ้ม"
"ก็ผมนั่งมองอยู่ เห็นเต็ม ๆ ตา"
"คุณตาฝาด"
"ครับ ๆ ตาฝาดก็ตาฝาด" อีกฝ่ายยิ้มล้อเลียนอย่างยอมจำนน จนเหนือฟ้าต้องสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มแล่นพล่าน หรือเป็นเพราะสายตาแพรวพราวคู่เนื้อกันแน่... ที่กำลังทำให้หัวใจในอกซ้ายของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ความมึนงงเริ่มเข้าจู่โจมเหนือฟ้าหนักกว่าที่คิด
"คุณเมามากแล้วนะนั่น" คลื่นสมุทรเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
"ผม... ไม่ได้เมา" เหนือฟ้าเถียงเสียงอ้อแอ้
"งั้นเดินไหวไหมครับ?"
"ไหว" เหนือฟ้าพยายามหยัดกายลุกขึ้นเพื่อพิสูจน์ แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ร่างสูงเพรียวเสียหลักล้มคว่ำไปข้างหน้าทันที
หมับ!
ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น มือหนาอันแข็งแกร่งก็ตระกองกอดคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันท่วงที เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือก ดวงตาทั้งสองคู่สบกันในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ มันใกล้เสียจนเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
"ไหวจริง ๆ เหรอครับ... คุณเหนือฟ้า" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังอยู่ชิดใบหู
เหนือฟ้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก "ไหว..."
"โกหกไม่เนียนเลย"
"ผมไม่ได้โกหก"
คลื่นสมุทรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สายตาที่มองมาแปรเปลี่ยนเป็นเข้มข้นและลึกซึ้งขึ้น
"งั้นคืนนี้... ผมจะแกล้งๆ เชื่อคุณแล้วกัน"
ลมทะเลพัดผ่านระลอกใหญ่ บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะเงียบสงัดลงไปในพริบตา เหลือเพียงสายตาประสานสายตาที่เกาะเกี่ยวกันไว้ไม่ยอม ปล่อย เหนือฟ้าไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายขยับเข้าหาก่อน ไม่รู้ว่าความกระชั้นชิดนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนไหน รู้เพียงแค่ว่า... ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาค่อย ๆ ลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือ
ในวินาทีนั้น สมองของเหนือฟ้าสั่งการให้ปล่อยวางทุกอย่าง... เขาไม่อยากคิดเรื่องงาน ไม่อยากคิดเรื่องครอบครัว ไม่อยากแบกรับความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น คืนนี้เขาอยากเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่กำลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายตรงหน้า
"เหนือฟ้า..." คลื่นสมุทรพึมพำเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ครับ..."
ชายหนุ่มผิวแทนยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจ
"คืนนี้... ไปดูดาวด้วยกันไหม?"
เหนือฟ้ามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ราวกับถูกมนต์สะกดก่อนจะพยักหน้าตอบรับโดยไม่ผ่าน กระบวนการคัดกรองของสมองเลยสักนิด
"อืม..."
คลื่นสมุทรยื่นมือใหญ่เรียวยาวออกมาตรงหน้า
"งั้น... ไปกันครับ"
เหนือฟ้ามองมือตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางฝ่ามือของตนลงไปบนความอบอุ่นนั้น... โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า การตัดสินใจในค่ำคืนนี้ จะกลายเป็น 'ความผิดพลาด' ที่หอมหวานและบ้าคลั่งที่สุดในชีวิต
เท้าของคนทั้งคู่ย่ำผ่านผืนทรายนุ่มจนมาหยุดลงที่ศาลาไม้หลัง เล็กซึ่งยื่นออกไปเหนือชายหาด ท้องฟ้าเบื้องบนในคืนนี้ไร้เมฆหมอก บรรดาดวงดาราพากันส่องแสงระยิบระยับนับพันดวงอยู่เหนือศีรษะมันงดงามและกว้างใหญ่เสียจนผู้บริหารหนุ่มที่จมอยู่กับกองเอกสารมาตลอดชีวิตลืมหายใจไปชั่วขณะ
"สวยใช่ไหมครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถาม ทอดสายตามองคนข้าง ๆ ที่กำลังตาเป็นประกาย
"อืม... สวยมาก"
"ผมชอบมานั่งปล่อยใจที่นี่เวลาคิดอะไรไม่ออก"
เหนือฟ้าละสายตาจากดวงดาวหันมามองเสี้ยวหน้าคมของ อีกฝ่าย "แล้วมันช่วยได้ไหม?"
คลื่นสมุทรยักไหล่พลางอมยิ้ม "มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอกครับ... แต่มันช่วยเตือนเราว่า บางเรื่องในชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องรีบแก้คำตอบมันทันทีปล่อยให้มันเป็นไปบ้างก็ได้"
สายลมเย็นพัดผ่านหอบเอาความเงียบงันเข้ามาปกคลุมคนทั้งคู่ ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่อบอุ่นและเบาสบายกว่าบท สนทนาใด ๆ ที่เหนือฟ้าเคยเจอมาตลอดทั้งปี เหนือฟ้าไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งเมื่อไหร่... ที่เขาเริ่มใช้สายตามองผู้ชายคนนี้นานขึ้น เริ่มลอบสังเกตรอยยิ้ม สังเกตแววตาขี้เล่นคู่นั้น และที่น่าประหลาดที่สุดคือ เขารู้สึก ‘ปลอดภัย’ อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง
"คุณเหนือฟ้า"
"ครับ?"
"คุณควรยิ้มบ่อยกว่านี้นะรู้ตัวไหม"
เหนือฟ้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "คุณพูดเรื่องนี้รอบที่เท่าไหร่ของคืนแล้วเนี่ย"
"ก็คงต้องพูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะยอมเชื่อผมนั่นแหละ" คลื่นสมุทรหันมาสบตา ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยกระแสความอบอุ่นลึกซึ้ง จนเป็นฝ่ายเหนือฟ้าเองที่ต้องหนีสายตาด้วยความหน้าร้อนผ่าว
คลื่นสมุทรมองใบหน้าด้านข้างของคนฟอร์มจัดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"คืนนี้... คุณดูมีความสุขกว่าตอนแรกที่เจอกันเยอะเลยนะ"
คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้เหนือฟ้าชะงักไปในความมืด... หัวใจดวงโตชาวาบ
ตลอดยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ของเขา ไม่เคยมีใครเอ่ยปากถามว่าเขากำลังมีความสุขหรือเปล่า ทุกคนมองเห็นแต่ความสำเร็จ มองเห็นแต่ภาพลักษณ์ผู้บริหารที่ต้องคอยดูแลรับผิดชอบชีวิตคนอื่น
แต่ในค่ำคืนนี้ กลับมีคนแปลกหน้าคนหนึ่ง... กำลังตั้งใจดูแลและแคร์ ‘ความรู้สึก’ ของเขาจริง ๆ
เพียงแค่นั้น... กำแพงหนาแน่นที่เหนือฟ้าสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมา เนิ่นนานก็ ค่อย ๆ ทลายลง เหนือฟ้าเบนสายตากลับมาสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้หลบตาหนี และที่สำคัญ... เขาเผลอส่งยิ้มให้อีกฝ่ายไปแล้ว รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการฝืนทำตามหน้าที่ แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากความสบายใจอย่างแท้จริง
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย... ไม่รีบร้อน ไม่กดดัน เหมือนเกลียวคลื่นทะเลที่ค่อย ๆ ละเมียดซัดเข้าหาฝั่งทีละริ้วจนกระทั่งเงาร่างของทั้งสองแทบจะซ้อนทับเป็นร่างเดียวใต้แสงดาว
หลังจากปล่อยให้ความเงียบเยียวยาจิตใจอยู่เนิ่นนาน ทั้งคู่ก็พากันเดินกลับมายังพูลวิลล่าส่วนตัวริมชายหาด แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากภายในห้องลอดผ่านกระจกออกมาตัด กับความมืดมิดของท้องทะเลภายนอก
เหนือฟ้ายืนนิ่งอยู่หน้าประตูวิลล่า หัวใจในเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก เขารู้ดีแก่ใจ... รู้ด้วยตรรกะทั้งหมดที่มีว่า หากเขาก้าวเท้าผ่านประตูบานนี้เข้าไปพร้อมกับผู้ชาย ชื่อคลื่นสมุทร ค่ำคืนนี้และชีวิตหลังจากนี้ของเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิม อีกต่อไป
คลื่นสมุทรไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้เอ่ยปากชักชวนชวนเชื่อ ชายหนุ่มผิวแทนทำเพียงแค่ยืนรออยู่ข้างกายเงียบ ๆ มอบอิสระในการตัดสินใจทั้งหมดให้แก่เขา
และสุดท้าย... เป็นเหนือฟ้าเองที่เอื้อมมือไปผลักบานประตูนั้นให้เปิดออก
เสียงคลื่นซัดสาดข่มขวัญยังคงดังระงมอยู่ภายนอก ทว่าภายในวิลล่ากลับมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน เหนือฟ้าปิดเปลือกตาลงช้า ๆ
ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่แบกรับมาทั้งชีวิต และปล่อยให้ค่ำคืนนี้...คลื่น พัดพาความโดดเดี่ยวของเขาให้ปลิวหายไปกับสายลม
แรงกระแทกของคลื่นในคืนนี้ได้กลืนกินท้องฟ้าและพัดพา ความรู้สึกด้านลบให้เลือนหายไป
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร