LOGINเมื่อเหนือฟ้า... โดนคลื่นสมุทรกลืน! เมื่อผู้บริหารสุดเนี้ยบเผลอพลาดคืนหนึ่งกับหนุ่มเซิร์ฟสุดกวน แล้วต้องมาทำงานร่วมกันทุกวัน งานนี้คนที่ถูกคลื่นกลืน อาจไม่ใช่แค่หัวใจ
View Moreบางครั้ง... คนที่ยืนอยู่สูงที่สุด อาจเป็นคนที่โดดเดี่ยวที่สุดเช่นกัน
เหนือฟ้า ยืนกอดอกทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้นผ่านกระจก ใสบานใหญ่ยักษ์ของห้องทำงานชั้นบนสุด เบื้องล่างของเขาคือรีสอร์ตหรูระดับห้าดาวแห่งใหม่ที่กำลัง เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ภาพความวุ่นวายของพนักงานนับร้อยชีวิต ฝ่ายจัดสวนที่กำลังเร่งตกแต่งพื้นที่ริมชายหาด หรือฝ่ายจัดเลี้ยงที่กำลังซ้อมคิวงานต้อนรับอย่างเคร่งเครียด ทั้งหมดอยู่ในสายตาของเขา
ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ... เพราะสำหรับคนอย่างเขาแล้ว ชีวิตไม่อนุญาตให้มีคำว่า "ผิดพลาด"
กริ๊งงงงง!
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดังขึ้น เหนือฟ้าปิดเปลือกตาลง ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสาย
"ครับ"
"คุณเหนือฟ้าคะ แขกกลุ่ม VIP ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งภายในพูลวิลล่าทั้งหมดค่ะ"
"จัดการตามที่เขาต้องการ ให้เรียบร้อย" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท
"แล้วเรื่องงวดงานของผู้รับเหมาก่อสร้างเฟสบี"
"ส่งรายละเอียดที่เหลือเข้าอีเมลผม"
"ค่ะคุณเหนือฟ้า"
สายถูกตัดไป เหนือฟ้าวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะราวกับมันหนักอึ้ง ตลอดยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาถูกหล่อหลอมและสั่งสอนให้เป็น ‘สิ่งสมบูรณ์แบบ’ มาโดยตลอด ต้องเป็นลูกชายที่ไร้ประวัติด่างพร้อย เป็นผู้บริหารที่เก่งกาจเฉียบคม และเป็นทายาทที่เหมาะสมที่สุดของตระกูล
แต่ก็น่าแปลก... ที่ไม่เคยมีใครเคยสอนเขาเลยว่า คนเราจะฝืนอยู่กับความเหนื่อยล้าเจียนตายแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองความว่างเปล่าในห้องทำงาน ก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่างที่ตัวเองไม่เคยทำมานานหลายปี... นั่นคือการก้าวขาออกไปดื่มเพียงลำพัง
เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะหนักเบา ลมทะเลยามค่ำคืนหอบเอาความเย็นและกลิ่นเค็มจาง ๆ มาปะทะใบหน้า เหนือฟ้านั่งอยู่ตรงมุมมืดของเซิร์ฟบาร์ริมหาด ในมือมีแก้ววิสกี้ที่เหลือของเหลวสีอำพันอยู่เพียงครึ่งเดียว อันที่จริงเขาไม่ใช่คนชอบดื่ม หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ ชีวิตของเขาไม่มีเวลามากพอจะละเลียดความสุนทรีย์แบบนี้
แต่หลังจากต้องติดอยู่ในห้องประชุมตั้งแต่เช้าตรู่ วิ่งรอกแก้ปัญหางานก่อสร้าง เดินตรวจห้องพัก รับมือกับแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น และเคลียร์อีเมลอีกกว่าสองร้อยฉบับภายในวันเดียว... คืนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะสวมหน้ากาก ‘ผู้บริหารที่สมบูรณ์แบบ’ อีกต่อไป
เหนือฟ้ายกแก้วขึ้นจิบ ปล่อยให้ความร้อนล่องลอยลงคอ ขณะที่สายตาทอดมองออกไปยังผืนทะเลที่มืดมิดสนิท เบื้องหน้า
มันช่างเงียบ สงบ... และว่างเปล่า ไม่ต่างอะไรจากชีวิตของเขาเลยสักนิด
"นั่งด้วยได้ไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความนุ่มนวลดังขึ้นข้างตัว เหนือฟ้าเบนสายตากลับมามอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตฮาวายสีขาว ปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกรำไรกำลังยืนยิ้มอยู่ ผิวของอีกฝ่ายเป็นสีแทนธรรมชาติจากการบ่มแดด เส้นผมสีดำสนิทหยักศกยุ่งเหยียดน้อย ๆ และดวงตาคมคู่สวยที่เต็มไปด้วยประกายขี้เล่น
เหนือฟ้ากวาดสายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าที ระแวดระวังตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยปากตอบเรียบ ๆ
"ที่นี่..ที่สาธารณะ"
คนฟังหัวเราะเบา ๆ ในลำคอก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้สตูลข้างกันทันที โดยไม่รีรอ "ขอบคุณครับ"
"..." เหนือฟ้าไม่ตอบ ทำเพียงหมุนแก้วเหล้าในมือเล่น
"ผม คลื่น ครับ"
เหนือฟ้าเลิกคิ้วเล็กน้อยหันกลับไปมอง "คลื่น?"
"คลื่นสมุทร" เจ้าของชื่อยิ้มกว้างจนตาปิด "แล้วคุณล่ะ?"
เหนือฟ้าลังเลไปอึดใจหนึ่ง ชั่งใจว่าควรจะบอกชื่อจริงกับคนแปลกหน้าดีไหม แต่สุดท้ายความเหนื่อยล้าก็ทำให้เขาปล่อยเลยตามเลย "เหนือฟ้า"
คลื่นสมุทรกระตุกยิ้ม นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง "ฟ้ากับทะเลงั้นเหรอ?"
"ตลกตรงไหน" น้ำเสียงของคนฟังเริ่มห้วนขึ้น
"ไม่ตลกหรอกครับ" ชายหนุ่มผิวแทนยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นชนอากาศ หลอก ๆ กับแก้วของเหนือฟ้า
"แค่คิดว่า... บางทีโลกก็ชอบเล่นมุกตลกตื้น ๆ แฮะ"
เหนือฟ้าส่ายหน้าเบา ๆ นึกในใจว่า 'ประหลาดคน' แต่ก็น่าแปลกที่เขากลับไม่ลุกหนีไปไหน แถมยังยอมนั่งฟังเสียงทุ้ม ๆ นั้นชวนคุยต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เรื่องกระแสน้ำในคืนนี้ เรื่องนักท่องเที่ยว เรื่องหมาจรจัดหน้าหาดที่ชอบแอบขโมยรองเท้าแตะ ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระไร้สาระอีกมากมาย
และสิ่งที่ทำให้เหนือฟ้าตกใจตัวเองที่สุด คือการที่เขาเผลอหลุดหัวเราะออกมาหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่รู้ตัว
"คุณยิ้มแล้วดูดีมากเลยนะรู้ตัวไหม" คลื่นสมุทรพูดแทรกขึ้นมาดื้อ ๆ ในตอนที่เหนือฟ้ากำลังอมยิ้ม
คนถูกชมชักสีหน้าทันควัน "ใครบอกว่าผมยิ้ม"
"ก็ผมนั่งมองอยู่ เห็นเต็ม ๆ ตา"
"คุณตาฝาด"
"ครับ ๆ ตาฝาดก็ตาฝาด" อีกฝ่ายยิ้มล้อเลียนอย่างยอมจำนน จนเหนือฟ้าต้องสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มแล่นพล่าน หรือเป็นเพราะสายตาแพรวพราวคู่เนื้อกันแน่... ที่กำลังทำให้หัวใจในอกซ้ายของเขาเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ความมึนงงเริ่มเข้าจู่โจมเหนือฟ้าหนักกว่าที่คิด
"คุณเมามากแล้วนะนั่น" คลื่นสมุทรเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
"ผม... ไม่ได้เมา" เหนือฟ้าเถียงเสียงอ้อแอ้
"งั้นเดินไหวไหมครับ?"
"ไหว" เหนือฟ้าพยายามหยัดกายลุกขึ้นเพื่อพิสูจน์ แต่ทันทีที่เท้าแตะพื้น โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ร่างสูงเพรียวเสียหลักล้มคว่ำไปข้างหน้าทันที
หมับ!
ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น มือหนาอันแข็งแกร่งก็ตระกองกอดคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันท่วงที เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือก ดวงตาทั้งสองคู่สบกันในระยะที่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ มันใกล้เสียจนเขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว
ตึกตัก... ตึกตัก... ตึกตัก...
"ไหวจริง ๆ เหรอครับ... คุณเหนือฟ้า" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังอยู่ชิดใบหู
เหนือฟ้ากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก "ไหว..."
"โกหกไม่เนียนเลย"
"ผมไม่ได้โกหก"
คลื่นสมุทรหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สายตาที่มองมาแปรเปลี่ยนเป็นเข้มข้นและลึกซึ้งขึ้น
"งั้นคืนนี้... ผมจะแกล้งๆ เชื่อคุณแล้วกัน"
ลมทะเลพัดผ่านระลอกใหญ่ บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะเงียบสงัดลงไปในพริบตา เหลือเพียงสายตาประสานสายตาที่เกาะเกี่ยวกันไว้ไม่ยอม ปล่อย เหนือฟ้าไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายขยับเข้าหาก่อน ไม่รู้ว่าความกระชั้นชิดนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนไหน รู้เพียงแค่ว่า... ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของพวกเขาค่อย ๆ ลดน้อยลงจนแทบไม่เหลือ
ในวินาทีนั้น สมองของเหนือฟ้าสั่งการให้ปล่อยวางทุกอย่าง... เขาไม่อยากคิดเรื่องงาน ไม่อยากคิดเรื่องครอบครัว ไม่อยากแบกรับความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น คืนนี้เขาอยากเป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่กำลังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายตรงหน้า
"เหนือฟ้า..." คลื่นสมุทรพึมพำเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ครับ..."
ชายหนุ่มผิวแทนยกยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้ายกาจ
"คืนนี้... ไปดูดาวด้วยกันไหม?"
เหนือฟ้ามองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น ราวกับถูกมนต์สะกดก่อนจะพยักหน้าตอบรับโดยไม่ผ่าน กระบวนการคัดกรองของสมองเลยสักนิด
"อืม..."
คลื่นสมุทรยื่นมือใหญ่เรียวยาวออกมาตรงหน้า
"งั้น... ไปกันครับ"
เหนือฟ้ามองมือตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางฝ่ามือของตนลงไปบนความอบอุ่นนั้น... โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า การตัดสินใจในค่ำคืนนี้ จะกลายเป็น 'ความผิดพลาด' ที่หอมหวานและบ้าคลั่งที่สุดในชีวิต
เท้าของคนทั้งคู่ย่ำผ่านผืนทรายนุ่มจนมาหยุดลงที่ศาลาไม้หลัง เล็กซึ่งยื่นออกไปเหนือชายหาด ท้องฟ้าเบื้องบนในคืนนี้ไร้เมฆหมอก บรรดาดวงดาราพากันส่องแสงระยิบระยับนับพันดวงอยู่เหนือศีรษะมันงดงามและกว้างใหญ่เสียจนผู้บริหารหนุ่มที่จมอยู่กับกองเอกสารมาตลอดชีวิตลืมหายใจไปชั่วขณะ
"สวยใช่ไหมครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถาม ทอดสายตามองคนข้าง ๆ ที่กำลังตาเป็นประกาย
"อืม... สวยมาก"
"ผมชอบมานั่งปล่อยใจที่นี่เวลาคิดอะไรไม่ออก"
เหนือฟ้าละสายตาจากดวงดาวหันมามองเสี้ยวหน้าคมของ อีกฝ่าย "แล้วมันช่วยได้ไหม?"
คลื่นสมุทรยักไหล่พลางอมยิ้ม "มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาหรอกครับ... แต่มันช่วยเตือนเราว่า บางเรื่องในชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องรีบแก้คำตอบมันทันทีปล่อยให้มันเป็นไปบ้างก็ได้"
สายลมเย็นพัดผ่านหอบเอาความเงียบงันเข้ามาปกคลุมคนทั้งคู่ ทว่ามันกลับเป็นความเงียบที่อบอุ่นและเบาสบายกว่าบท สนทนาใด ๆ ที่เหนือฟ้าเคยเจอมาตลอดทั้งปี เหนือฟ้าไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งเมื่อไหร่... ที่เขาเริ่มใช้สายตามองผู้ชายคนนี้นานขึ้น เริ่มลอบสังเกตรอยยิ้ม สังเกตแววตาขี้เล่นคู่นั้น และที่น่าประหลาดที่สุดคือ เขารู้สึก ‘ปลอดภัย’ อย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง
"คุณเหนือฟ้า"
"ครับ?"
"คุณควรยิ้มบ่อยกว่านี้นะรู้ตัวไหม"
เหนือฟ้าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "คุณพูดเรื่องนี้รอบที่เท่าไหร่ของคืนแล้วเนี่ย"
"ก็คงต้องพูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะยอมเชื่อผมนั่นแหละ" คลื่นสมุทรหันมาสบตา ดวงตาคู่คมเต็มไปด้วยกระแสความอบอุ่นลึกซึ้ง จนเป็นฝ่ายเหนือฟ้าเองที่ต้องหนีสายตาด้วยความหน้าร้อนผ่าว
คลื่นสมุทรมองใบหน้าด้านข้างของคนฟอร์มจัดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"คืนนี้... คุณดูมีความสุขกว่าตอนแรกที่เจอกันเยอะเลยนะ"
คำพูดเรียบง่ายนั้นทำให้เหนือฟ้าชะงักไปในความมืด... หัวใจดวงโตชาวาบ
ตลอดยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ของเขา ไม่เคยมีใครเอ่ยปากถามว่าเขากำลังมีความสุขหรือเปล่า ทุกคนมองเห็นแต่ความสำเร็จ มองเห็นแต่ภาพลักษณ์ผู้บริหารที่ต้องคอยดูแลรับผิดชอบชีวิตคนอื่น
แต่ในค่ำคืนนี้ กลับมีคนแปลกหน้าคนหนึ่ง... กำลังตั้งใจดูแลและแคร์ ‘ความรู้สึก’ ของเขาจริง ๆ
เพียงแค่นั้น... กำแพงหนาแน่นที่เหนือฟ้าสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมา เนิ่นนานก็ ค่อย ๆ ทลายลง เหนือฟ้าเบนสายตากลับมาสบตาคนตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้หลบตาหนี และที่สำคัญ... เขาเผลอส่งยิ้มให้อีกฝ่ายไปแล้ว รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการฝืนทำตามหน้าที่ แต่เป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นจากความสบายใจอย่างแท้จริง
ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย... ไม่รีบร้อน ไม่กดดัน เหมือนเกลียวคลื่นทะเลที่ค่อย ๆ ละเมียดซัดเข้าหาฝั่งทีละริ้วจนกระทั่งเงาร่างของทั้งสองแทบจะซ้อนทับเป็นร่างเดียวใต้แสงดาว
หลังจากปล่อยให้ความเงียบเยียวยาจิตใจอยู่เนิ่นนาน ทั้งคู่ก็พากันเดินกลับมายังพูลวิลล่าส่วนตัวริมชายหาด แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากภายในห้องลอดผ่านกระจกออกมาตัด กับความมืดมิดของท้องทะเลภายนอก
เหนือฟ้ายืนนิ่งอยู่หน้าประตูวิลล่า หัวใจในเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก เขารู้ดีแก่ใจ... รู้ด้วยตรรกะทั้งหมดที่มีว่า หากเขาก้าวเท้าผ่านประตูบานนี้เข้าไปพร้อมกับผู้ชาย ชื่อคลื่นสมุทร ค่ำคืนนี้และชีวิตหลังจากนี้ของเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิม อีกต่อไป
คลื่นสมุทรไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้เอ่ยปากชักชวนชวนเชื่อ ชายหนุ่มผิวแทนทำเพียงแค่ยืนรออยู่ข้างกายเงียบ ๆ มอบอิสระในการตัดสินใจทั้งหมดให้แก่เขา
และสุดท้าย... เป็นเหนือฟ้าเองที่เอื้อมมือไปผลักบานประตูนั้นให้เปิดออก
เสียงคลื่นซัดสาดข่มขวัญยังคงดังระงมอยู่ภายนอก ทว่าภายในวิลล่ากลับมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน เหนือฟ้าปิดเปลือกตาลงช้า ๆ
ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่แบกรับมาทั้งชีวิต และปล่อยให้ค่ำคืนนี้...คลื่น พัดพาความโดดเดี่ยวของเขาให้ปลิวหายไปกับสายลม
แรงกระแทกของคลื่นในคืนนี้ได้กลืนกินท้องฟ้าและพัดพา ความรู้สึกด้านลบให้เลือนหายไป
เหนือฟ้าพบว่าหลังจากค่ำคืนค้างแรมท่ามกลางมรสุม และคำสารภาพริมหาดผ่านพ้นไป ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอาการประหลาด... อาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดชั่วชีวิต... ใบหน้าคมคายของคลื่นสมุทรก็ลอยเข้ามาเป็นสิ่งแรกยาม นั่งฟังการประชุมบริหารอันเคร่งเครียด... สมองก็เผลอนึกถึงคำพูดกวนประสาทของคลื่นสมุทรยาม ตักอาหารเข้าปากทานมื้อเที่ยง... แววตาอบอุ่นของคนคนนั้นก็ยังคงตามมาหลอกหลอน จนบางครั้งเหนือฟ้าเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองลึก ๆ ว่า ผู้ชายคนนั้นแอบย้ายสำมะโนครัวเข้ามานั่งจับจองพื้นที่ ในหัวสมองของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่"คุณเหนือฟ้าคะ... คุณเหนือฟ้า!""คะ... ครับ!"เหนือฟ้าสะดุ้งหลุดจากภวังค์ขยับตัวเลิกลัก "ดิฉันเอ่ยเรียกชื่อคุณมารอบติดต่อกันแล้วนะคะ" เลขานุการสาวมองมาด้วยสายตาจับผิด"ช่วงนี้ดูคุณเหนือฟ้ามีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ""ไม่มีอะไรครับ..." เหนือฟ้าแสร้งกระแอมไอแก้เขิน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มเอกสารตรงหน้าต่อ ทั้งที่ในความเป็นจริง... ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้แล่นเข้าหัวเลยแม้แต่คำเดียวช่วงบ่ายแก่ ๆ ทางรีสอร์ตมีกิจกรรมพิเศษร่วมกับกลุ่มแขก นั่นคือการปลูกปะ
เหนือฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหากวนใจที่มีว่า 'คลื่นสมุทร'หลังจากเดินทางกลับมาจากเกาะร้างส่วนตัวเมื่อสองวันก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างในรีสอร์ตก็ดำเนินไปตามปกติ ตัวเขายังคงสวมบทบาทท่านประธาน นั่งตรวจตราเอกสาร เข้าประชุมบริหาร และเป็นที่พิงของพนักงานทุกคนเช่นเดิม ทว่าลึก ๆ แล้วกลับมีบางสิ่งบางอย่างภายในใจ ที่เปลี่ยนไปมันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่แม้แต่ตัวเขาเองยังนึกกลัว... ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรส่งรอยยิ้มละมุนตาให้พนักงานคนอื่น.. สายตาของเขาจะคอยจับจ้องมองตาม ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรยืนพูดคุยอย่างสนิทสนมกับแขกสาว สวยๆ... เขาจะคอยสังเกตการณ์อย่างนึกจับผิด และทุกครั้งที่มีใครก็ตามเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้นเกิน กว่าระยะห่างที่ควรจะเป็น... ใจของเขาจะเกิดอาการ...หงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล"คุณเหนือฟ้าคะ..." เสียงของเลขานุการสาวเอ่ยทักพลางเดินนอบน้อมเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารงบประมาณ"คะ... ครับ?" เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบก
"คุณเหนือฟ้าครับ""ครับ""วันพรุ่งนี้... พอจะมีเวลาว่างไหมครับ"เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก ทอดสายตามองผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่จู่ ๆ ก็มายืนกอดอกส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่หน้าห้องทำงาน"ไม่ว่างครับ" เหนือฟ้าตอบเสียงเรียบก่อนทำท่าจะก้มลงทำงานต่อ คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำหน้าตาเฉย ราวกับคาดเดาคำตอบปัดปฏิเสธนี้เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว "โอเคครับ งั้นวันมะรืนล่ะ""..." เหนือฟ้านิ่งไปสามวินาที "ไม่ว่างครับ""งั้นสัปดาห์หน้า""...""ไม่ว่างครับ""งั้นเดือนหน้าเลยเป็นไง"เหนือฟ้าถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่คมตรง ๆ "คุณจะเอาอะไรจากผมกันแน่" คลื่นสมุทรจุดยิ้มกว้างขวางทันทีอย่างผู้ชนะ เหมือนกำลังรอคอยให้เขาเอ่ยประโยคนี้ออกมาอยู่พอดี "ผมจะพาคุณไปเที่ยวพักผ่อนครับ""ไม่ไป""คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าผมจะพาไปที่ไหน""ต่อให้รู้หรือไม่รู้... ผมก็ไม่ไปครับ งานผมเยอะมาก" "เสียใจด้วยนะครับคุณประธาน เพราะรอบนี้ผมจัดแจงจองทุกอย่างเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว" "..." เหนือฟ้าขมวดคิ้ว "คุณไม่มีสิทธิ์มาทึกทักอะไรตามใจชอบแบบนี้นะครับ""มีสิทธิ์สิครับ" คลื่นสมุทรยักไหล่น้อย ๆ แว
เหนือฟ้าลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นอายความหอมละมุนอ่อน ๆ ของกาแฟคั่วบดที่ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง แสงแดดอุ่นจัดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหว มรสุมพายุฤดูร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ท้องฟ้าเบื้องนอกแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นสีฟ้าครามสดใสราวกับไม่เคยมีเรื่องราวร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้นมาก่อนมันช่างผิดแผกแตกต่างจากสิ่งที่คิดอยู่ในใจเวลานี้... ที่ยังคงสับสนวุ่นวาย ไม่ต่างจากมรสุมที่ผ่านมาเลยสักนิดเหนือฟ้าขยับกายลุกขึ้นนั่งเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าบนลาดไหล่บางมีผ้าห่มผืนหนาจัดแจงคลุม ให้อย่างเรียบร้อย และบนโต๊ะกระจกตัวกลางมีแก้วน้ำอุ่นตั้งวางสแตนบายเอาไว้ เคียงข้างกันนั้นมีแผ่นกระดาษโน้ตเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดว่า"ประชุมเช้าเวลา 09.00 น. นะครับคุณประธาน อย่าลืมทานมื้อเช้าด้วยล่ะ — จากคลื่นสมุทร บริการด้วยใจ"เหนือฟ้าจ้องมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษนิ่งนาน ก่อนที่เรียวปากอิ่มจะยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว"แหม... แอบยืนยิ้มหวานอะไรอยู่คนเดียวงั้นเหรอครับ"เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นเคยดังขัดจังหวะขึ้นมาจากทางด้านหลัง ส่งผลให้เหนือฟ้าสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ชายหนุ่มรีบตลบพับแผ่นกระดาษ





