กลับมาแก้ใขรักที่ผิดพลาด

กลับมาแก้ใขรักที่ผิดพลาด

last updateLast Updated : 2026-10-22
By:  พิมพ์ใจUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
16Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชาติก่อนถูกสามีทรยศและทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยว ชาตินี้ธารินย้อนเวลากลับมาพร้อมความตั้งใจเดียว… ทวงคืนชีวิตและปกป้องลูกชาย จากภรรยาที่ยอมอยู่ใต้เงา สู่เจ้าของแบรนด์นิทานภาพที่กำลังเปล่งประกาย เขาไม่ได้กลับมาเพื่อแก้แค้น แต่กลับมาเพื่อทำให้คนเห็นแก่ตัวรู้ว่า “วันที่คุณคิดว่าผมไปไหนไม่รอด… คือวันที่ผมไม่จำเป็นต้องมีคุณอีกต่อไป” “เมื่อก่อนผมอาจเป็นภรรยาของคุณ… แต่ตอนนี้ ผมเป็นแค่คนที่คุณเคยรู้จัก” ในชีวิตแรก ‘ธาริน’ ยอมสละทุกอย่าง ทั้งความฝันและตัวตน เพื่อทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและดูแลครอบครัว แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นความเย็นชา การนอกใจ และคำสั่งขับไล่ให้ออกไปจากบ้าน สุดท้าย… เขาต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวใต้แสงไฟหน้ารถในค่ำคืนที่พรากทุกสิ่งไป ทว่าปาฏิหาริย์กลับพาเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ข้างเปลของ ‘น้องอุ่น’ ลูกชายวัยแปดเดือน ในจุดเริ่มต้นที่รอยร้าวเพิ่งก่อตัว คราวนี้ธารินจะไม่ฟูมฟาย ไม่ตามหึงหวง และไม่ร้องขอเศษเสี้ยวความรักจากใครอีก จนกระทั่งวันที่อีกฝ่ายคิดจะเอ่ยปากไล่เขาเหมือนในอดีต… ธารินเพียงแค่วางใบหย่าลงบนโต๊ะด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มลูกเดินจากไปอย่างสง่างาม

View More

Chapter 1

บทที่ 1: ลืมตาข้างเปลเด็ก

บทที่ 1: ลืมตาข้างเปลเด็ก

เสียงเบรกเสียดถนนแหลมยาวกรีดลึกในโสตประสาท

แสงไฟหน้ารถสว่างวาบตัดผ่านม่านฝนจนตาพร่าพราย ตามด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกกระชากทุกลมหายใจ ร่างกายลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะตกลงมากระทบพื้นถนนแข็งกระด้าง ความเย็นเยียบของน้ำฝนไหลซึมปนเปื้อนคราบเลือดอุ่นที่อาบแก้ม กลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งเต็มลำคอ

ในวินาทีที่ลมหายใจรวยรินและขอบตากำลังพร่ามัว สิ่งเดียวที่แล่นเข้ามาในความคิดจนเจ็บร้าวไปทั้งอกไม่ใช่ความเกลียดชังคนใจร้ายที่เพิ่งปิดประตูบ้านใส่หน้า... แต่เป็นใบหน้ากลมป้อมของลูกชายตัวน้อยที่เขาจำต้องทิ้งไว้ข้างหลัง

อุ่น... พ่อขอโทษ...

แล้วทุกสิ่งก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิด

“เฮือก!”

ธารินสะดุ้งสุดตัว ร่างกายดีดผวาขึ้นมานั่งบนฟูกหนา สองมือยกขึ้นตะเกียกตะกายคว้าอากาศอย่างตื่นตระหนก เขากอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ทรวงอกกระเพื่อมไหวรุนแรง เหงื่อเย็นไหลซึมเปียกชุ่มแนวสันหลังจนเสื้อยืดแนบติดเนื้อ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนเกิดเสียงอื้ออึงในรูหู

ธารินยกฝ่ามืออันสั่นเทาขึ้นลูบหน้าอกและลำคอของตัวเอง สัมผัสได้เพียงเนื้อผ้าฝ้ายนุ่มแห้งสนิท ไม่มีบาดแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีเลือดเหนียวเหนอะหนะ หรือแม้กระทั่งความเจ็บปวดกระดูกแตกละเอียดที่เคยทรมานเจียนตาย

เขาค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบตัวท่ามกลางความมืดสลัว

แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบผ้าม่านสีครีมผืนคุ้นตา ชั้นวางหนังสือไม้โอ๊ก โต๊ะทำงานตัวเดิมที่เคยวางสมุดสเก็ตช์ภาพ และสิ่งที่ตั้งอยู่ข้างเตียงนอนคือเปลเด็กสีขาวบุผ้ากันกระแทกลายนวมนุ่ม

กลิ่นแป้งเด็กเจือกลิ่นน้ำนมอุ่นลอยแตะจมูก เจือจางกลิ่นคาวเลือดและความหนาวเหน็บของสายฝนจนหมดสิ้น

เสียงขยับตัวแผ่วเบาดังมาจากในเปล

ธารินแทบไม่เชื่อสายตา เขาก้าวลงจากเตียงช้าๆ ทว่าขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรงจนเข่าทรุดลงกับพื้นพรม ชายหนุ่มไม่สนใจความเจ็บปวดตรงหัวเข่า เขาใช้สองมือเกาะขอบเตียง ค่อยๆ พยุงตัวเองคลานเข้าไปใกล้เปลเด็กทีละคืบ ลมหายใจสะดุดขาดเป็นห้วงๆ

ในเปลหลังเล็กนั้น... ร่างกลมป้อมของเด็กทารกกำลังนอนหลับตาพริ้ม สองแก้มยุ้ยเปล่งปลั่งสีชมพูระเรื่อ สองมือน้อยกำหลวมๆ วางแนบอยู่ข้างศีรษะ ขยับลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แผ่วเบาแต่เปี่ยมไปด้วยชีวิต

“อุ่น...”

เสียงที่หลุดรอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากสั่นสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์

ธารินค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้น เอื้อมผ่านลูกกรงไม้เข้าไปสัมผัสพวงแก้มนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบาที่สุด ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงไออุ่นละมุน ผิวเนียนละเอียดที่ยังมีชีวิตอยู่จริง ไม่ใช่ภาพหลอนในห้วงสุดท้ายก่อนสิ้นลม

ความรู้สึกตื้นตันโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้เอ่อล้นทะลัก ร่วงเผาะลงบนเบาะนอน ธารินซบหน้าผากลงกับขอบฟูกข้างร่างเล็ก ร่ำไห้ออกมาโดยไร้เสียงสะอื้น เขากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เพราะกลัวว่าเสียงร้องจะทำให้ลูกตื่นตกใจ

ในชีวิตก่อน วันที่เขาถูกไล่ออกจากบ้าน กวินไม่แม้แต่จะอนุญาตให้เขาอุ้มลูกเป็นครั้งสุดท้าย เสียงร้องไห้จ้าของน้องอุ่นที่ดังลอดบานประตูไม้ออกมาในคืนฝนตกคือบาดแผลที่กรีดลึกในใจเขาจนถึงวินาทีที่ถูกรถชน

ธารินสอดนิ้วชี้เข้าไปในอุ้งมือเล็ก เจ้าตัวน้อยขยับนิ้วป้อมๆ เข้ามากำนิ้วของพ่อไว้แน่นตามสัญชาตญาณ ไออุ่นจากมือน้อยส่งผ่านเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ เติมเต็มความว่างเปล่าที่เคยพังทลาย

“คราวนี้... พ่อจะไม่ทิ้งหนูอีกแล้ว” ธารินกระซิบถ้อยคำสัญญากับหลังมือน้อย น้ำเสียงแปรเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความหนักแน่นเด็ดเดี่ยว “ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร พ่อจะพาหนูไปด้วย”

ธารินสูดลมหายใจเข้าลึก ยกหลังมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าจนแห้งสนิท แววตาที่เคยหวาดหวั่นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น

เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง เดินตรงไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียง หน้าจอสว่างวาบแสดงตัวเลขวันที่ เวลา และปีศักราช

ธารินย้อนเวลากลับมาจริงๆ ... ย้อนกลับมาในช่วงที่น้องอุ่นเพิ่งมีอายุได้แปดเดือน

ช่วงเวลานี้คือจุดเริ่มต้นของจุดจบ กวินเริ่มกลับบ้านดึก อ้างว่ามีนัดคุยงานกับลูกค้ารายใหญ่ ข้อความจากบุคคลปริศนาเริ่มส่งเข้ามา และกลิ่นน้ำหอมที่ไม่คุ้นเคยเริ่มติดมาตามรอยพับปกเสื้อสูท ในอดีต ธารินเฝ้ารออยู่ที่โซฟาหน้าบ้านจนดึกดื่น โทรตามด้วยความกระวนกระวาย พออีกฝ่ายกลับมาก็ร้องไห้ซักไซ้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสายตารำคาญใจและคำด่าทอว่าเขาทำตัวงี่เง่า ไร้เหตุผล และไม่เข้าใจหน้าที่การงานของสามี

ยิ่งเขาวิ่งตาม กวินยิ่งถอยห่าง

ยิ่งเขาร้องขอความรัก อีกฝ่ายยิ่งมองว่าเขาไร้ค่า เป็นเพียงคนที่ต้องพึ่งพาเงินทองและชายคาบ้านหลังนี้ไปตลอดชีวิต

ครืด...

เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่คุ้นเคยแล่นเข้ามาจอดที่โรงรถด้านล่าง ตามด้วยเสียงปิดประตูดังแผ่วเบา บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านกลับมาถึงแล้ว

ธารินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เขาเดินกลับไปตรวจดูความเรียบร้อย ดึงผ้าห่มผืนเล็กขึ้นคลุมถึงหน้าอกของน้องอุ่นอย่างเบามือ จากนั้นจึงเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานมุมห้อง ไม่มีการรีบร้อนวิ่งลงไปเปิดประตูบ้าน ไม่มีการจัดเตรียมน้ำดื่มเย็นๆ หรืออุ่นอาหารรอไว้เหมือนทุกครั้ง

เสียงฝีเท้าก้าวขึ้นบันไดอย่างไม่เร่งร้อน ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกช้าๆ

กวินก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่าในชุดสูททำงานที่เริ่มยับย่น เนกไทถูกปลดออกจนคอเสื้อแบะกว้าง เผยให้เห็นรอยแดงจางๆ ตรงแนวไหปลาร้า ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดพร้อมตั้งรับการปะทะ กลิ่นวิสกี้ผสมกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้สังเคราะห์โชยเข้ามาแตะจมูกทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู

กวินชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นธารินนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน ไม่ได้ยืนรอด้วยน้ำตานองหน้าเหมือนเมื่อวาน

“ยังไม่นอนอีกเหรอ” กวินเอ่ยถาม น้ำเสียงติดจะห้วนสั้น คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างระแวง “บอกแล้วไงว่าวันนี้มีเลี้ยงรับรองลูกค้า ไม่ต้องนั่งรอให้เสียเวลา”

ธารินเงยหน้าขึ้นสบตาสามีตรงๆ แววตาคู่นั้นราบเรียบ เยือกเย็น ไร้ซึ่งประกายความน้อยใจ ไร้ร่องรอยความโกรธแค้น และไร้สิ้นความรักที่เคยท่วมท้นจนแทบทะลัก

ความว่างเปล่าในดวงตาของธารินทำให้กวินรู้สึกวูบโหวงในอกอย่างประหลาด

“ครับ” ธารินตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่ามีเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นกั้นขวางไว้อย่างชัดเจน “เหนื่อยก็ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะครับ”

ไม่มีคำถามว่าไปดื่มที่ไหนมา

ไม่มีการขยับตัวเข้าไปช่วยถอดเสื้อสูท

ไม่มีการเอื้อมมือไปแตะต้องตัวเพื่อพิสูจน์กลิ่นน้ำหอม

กวินยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง มือที่กำลังปลดกระดุมข้อมือชะงักงัน เขามองตามร่างโปร่งที่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านหน้าเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ธารินเดินตรงไปที่เปลนอนของลูก ก้มลงสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง ก่อนจะดึงมุ้งครอบลงอย่างเบามือ

“ธาริน” กวินเรียกเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย รู้สึกหงุดหงิดกับความผิดปกติที่ตนเองควบคุมไม่ได้

“ครับ?” ธารินหันกลับมาเพียงครึ่งเสี้ยวหน้า

“นาย... ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันเหรอ”

คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากของกวินด้วยความเคยชิน ความเคยชินที่ว่าเขาต้องเป็นฝ่ายถูกง้อ ถูกซักไซ้ และเป็นผู้คุมเกมในบ้านหลังนี้ เมื่ออีกฝ่ายไม่เล่นตามบทเดิม ความนิ่งเฉยจึงกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายอำนาจของเขา

ธารินระบายรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปาก รอยยิ้มที่สุภาพ... แต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น

“ไม่มีครับ ดึกมากแล้ว รีบนอนเถอะ เดี๋ยวลูกจะตื่น”

พูดจบ ธารินก็หันหลังกลับ ก้าวขึ้นเตียงนอนฝั่งของตัวเอง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายแล้วพลิกตัวตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาเปลลูก จากนั้นจึงหลับตาลงอย่างสงบ ปิดกั้นบทสนทนาและตัดขาดอีกฝ่ายออกจากโลกของเขาอย่างสมบูรณ์

กวินกำเนกไทในมือแน่น ยืนมองแผ่นหลังที่นิ่งสนิทของภรรยาด้วยความรู้สึกอึดอัดที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกในอก ความเงียบสงบในห้องนอนเวลานี้กลับให้ความรู้สึกกดดันและเย็นเยียบยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องตัดพ้อครั้งไหนๆ

ใต้ผ้าห่มผืนหนา ธารินลืมตาขึ้นมองความมืด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะโครงไม้ของเปลเด็กอย่างเงียบเชียบ

ความโง่เขลาและความเจ็บปวดในอดีตจบสิ้นลงแล้ว นับจากวินาทีนี้ ทุกก้าวเดิน ทุกการตัดสินใจ จะมีไว้เพื่อทวงคืนชีวิตของตัวเอง และปกป้องดวงใจดวงนี้เท่านั้น

เขาจะไม่ยอมเป็นคนที่ถูกทิ้งให้ออกไปตายข้างถนนอีกต่อไป

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
16 Chapters
บทที่ 1: ลืมตาข้างเปลเด็ก
บทที่ 1: ลืมตาข้างเปลเด็กเสียงเบรกเสียดถนนแหลมยาวกรีดลึกในโสตประสาทแสงไฟหน้ารถสว่างวาบตัดผ่านม่านฝนจนตาพร่าพราย ตามด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่ฉีกกระชากทุกลมหายใจ ร่างกายลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะตกลงมากระทบพื้นถนนแข็งกระด้าง ความเย็นเยียบของน้ำฝนไหลซึมปนเปื้อนคราบเลือดอุ่นที่อาบแก้ม กลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งเต็มลำคอในวินาทีที่ลมหายใจรวยรินและขอบตากำลังพร่ามัว สิ่งเดียวที่แล่นเข้ามาในความคิดจนเจ็บร้าวไปทั้งอกไม่ใช่ความเกลียดชังคนใจร้ายที่เพิ่งปิดประตูบ้านใส่หน้า... แต่เป็นใบหน้ากลมป้อมของลูกชายตัวน้อยที่เขาจำต้องทิ้งไว้ข้างหลังอุ่น... พ่อขอโทษ...แล้วทุกสิ่งก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิด“เฮือก!”ธารินสะดุ้งสุดตัว ร่างกายดีดผวาขึ้นมานั่งบนฟูกหนา สองมือยกขึ้นตะเกียกตะกายคว้าอากาศอย่างตื่นตระหนก เขากอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ทรวงอกกระเพื่อมไหวรุนแรง เหงื่อเย็นไหลซึมเปียกชุ่มแนวสันหลังจนเสื้อยืดแนบติดเนื้อ หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนเกิดเสียงอื้ออึงในรูหูธารินยกฝ่ามืออันสั่นเทาขึ้นลูบหน้าอกและลำคอของตัวเอง สัมผัสได้เพียงเนื้อผ้าฝ้ายนุ่มแห้งสนิท ไม่มีบาดแผลเหวอะหวะ ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีเลือดเหนียวเห
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 2: ความเงียบที่เริ่มเปลี่ยนไป
บทที่ 2: ความเงียบที่เริ่มเปลี่ยนไปแสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนธารินตื่นตั้งแต่ฟ้ายื่นประกายสีเทาเงิน เขาลุกขึ้นมานั่งมองลูกน้อยในเปล จัดการเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ และชงนมผงอุ่นให้เจ้าตัวเล็กดื่มจนอิ่มสบายท้อง ร่างกลมป้อมในชุดหมีสีฟ้าอ่อนนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเบาะนวม ส่งเสียงอ้อแอ้พลางคว้าของเล่นยางกัดรูปดาวเข้าปากอย่างเพลิดเพลิน สองแก้มยุ้ยขยับขึ้นลงตามแรงเคี้ยวธารินนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเบาะ รอยยิ้มบางเบาจุดขึ้นบนมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มาจากความสบายใจอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเสแสร้งแกล้งทำเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวลงมาจากบันไดไม้ กวินเดินเข้ามาในโถงนั่งเล่น ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตทำงานสีขาวเรียบกริบทับกางเกงสแล็กสีเข้ม ใบหน้าคมคายฉายแววอิดโรย ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้าง เขายกมือกดขมับตัวเองเบาๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกอย่างเคยชินในอดีต เช้าวันหลังงานเลี้ยงสังสรรค์เช่นนี้ บนโต๊ะอาหารจะมีแก้วน้ำผึ้งผสมมะนาวอุ่นจัดวางรออยู่เสมอ พร้อมข้าวต้มหมูสับร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ธารินจะคอยเดินตามประคอง ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าปวดหัวตรงไหน อยากได้ยาแก้แ
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 3: ปลุกชีพสมุดสเก็ตช์
บทที่ 3: ปลุกชีพสมุดสเก็ตช์เช้าวันถัดมา เสียงประตูรั้วอัลลอยหน้าบ้านปิดกระแทกลงเร็วกว่าทุกวันกวินก้าวขึ้นรถแล้วขับออกไปตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าโดยไม่เอ่ยคำลา ชายหนุ่มคงตั้งใจใช้ความเงียบงันลงโทษคนที่กล้าเมินเฉยใส่เขาเมื่อคืน ทว่าสำหรับธาริน เสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ แล่นไกลออกไปจนลับสายตากลับมอบความปลอดโปร่งและคืนความสงบสุขที่แท้จริงให้แก่บ้านหลังนี้ธารินอุ้มน้องอุ่นลงมาอาบน้ำในอ่างใบเล็กตรงโถงชั้นล่าง เจ้าตัวป้อมตีน้ำกระจายส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก สองแก้มยุ้ยสั่นไหวตามแรงขยับตัว ธารินใช้ฟองน้ำนุ่มลูบไล้สบู่อ่อนใส ล้างคราบเหงื่อไคลตามข้อพับแขนขาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะยกเจ้าตัวเล็กขึ้นมาห่อด้วยผ้าขนหนูผืนหนา ทาแป้งข้าวโพดออร์แกนิกกลิ่นละมุนบางเบา แล้วสวมชุดหมีผ้าฝ้ายสีครีมตัวโปรดให้ลูกชาย“วันนี้พ่อจะทำงานนะคนเก่ง”ธารินก้มลงหอมแก้มกลมฟอดใหญ่ น้องอุ่นส่งเสียงอ้อแอ้พลางเอามือน้อยแปะเข้าที่แก้มพ่อเหมือนจะตอบรับ ดวงตากลมแป๋วเป็นประกายใสซื่อไร้เดียงสาร่างโปร่งอุ้มลูกขึ้นไปยังห้องทำงานเล็กชั้นบน ห้องนี้เคยเป็นมุมสเก็ตช์ภาพส่วนตัวสมัยเขายังเรียนมหาวิทยาลัย แต่หลังจากแต่งงานและย้ายเข้ามาอยู่ร่วมกับ
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 4: ที่ปรึกษาหลังม่าน
บทที่ 4: ที่ปรึกษาหลังม่านช่วงสายของวันทำงาน ลมพัดเอื่อยผ่านระเบียงหน้าต่าง กลิ่นแดดอ่อนเจือความชื้นของต้นไม้รอบบ้านช่วยให้บรรยากาศปลอดโปร่ง กวินก้าวออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมตารางนัดหมายที่อ้างว่าแน่นขนัดตลอดทั้งวันธารินมองรถเก๋งคันหรูของสามีแล่นพ้นรั้วบ้านไปด้วยแววตาราบเรียบ เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครวนกลับมา ร่างโปร่งก็เริ่มจัดเตรียมสัมภาระลงกระเป๋าผ้าใบใหญ่ เขาวางขวดน้ำร้อน นมผง กระปุกกล้วยบด ผ้าอ้อมสำรองสองผืน และสมุดบันทึกเล่มหนาลงในช่องอย่างเป็นระเบียบ จากนั้นจึงอุ้มน้องอุ่นที่สวมชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมานั่งลงบนรถเข็นเด็กคันกะทัดรัด“วันนี้ออกไปข้างนอกกับพ่อนะครับ”น้องอุ่นส่งเสียงอ้อแอ้ สองมือเล็กโบกไปมาจับโครงรถเข็น ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น ธารินก้มลงจัดหมวกปีกนิ่มคลุมศีรษะให้ลูกชาย ก่อนจะเรียกรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันเพื่อมุ่งหน้าไปยังใจกลางย่านธุรกิจจุดหมายปลายทางไม่ใช่ห้างสรรพสินค้าหรือร้านหนังสือ แต่เป็นอาคารสำนักงานขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในซอยเงียบสงบธารินเข็นรถเข้ามาในลิฟต์ กดขึ้นไปยังชั้นแปด บานประตูกระจกใสสกรีนตัวอักษรสีทองเรียบหรูระบุชื่
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 5: เพื่อนแท้และก้าวแรกสู่อิสรภาพ
บทที่ 5: เพื่อนแท้และก้าวแรกสู่อิสรภาพคาเฟ่เรือนกระจกขนาดย่อมในซอยเงียบสงบย่านอารีย์ แสงแดดยามสายทอดผ่านเงาไม้ใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดผสมกลิ่นเนยสดจากครัวอบขนมช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย ธารินเข็นรถเข็นเด็กเข้ามาจอดชิดมุมด้านใน ปลดสายรัดนิรภัยออกแล้วประคองอุ้มน้องอุ่นขึ้นมานั่งบนตักเจ้าตัวป้อมในชุดเอี๊ยมผ้าฝ้ายสีเขียวมะกอกสวมหมวกแก๊ปใบจิ๋วหันมองรอบร้านด้วยความตื่นตาตื่นใจ สองมือน้อยกำของเล่นยางกัดซิลิโคนรูปกระต่ายไว้แน่น ส่งเสียงอ้อแอ้ทักทายทุกอย่างที่เคลื่อนไหวรอบตัว“นั่งรอแป๊บเดียวนะครับ น้ารวิกำลังมาแล้ว”ธารินก้มลงหอมแก้มยุ้ยที่มีกลิ่นแป้งเด็กฟุ้งกระจาย น้องอุ่นเอียงคอซบเข้ากับอกพ่อ ขยับปากเคี้ยวยางกัดอย่างเพลิดเพลิน สองขาป้อมแกว่งไปมาในอากาศกระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก็อตตัวโคร่งทับเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ฟอกและรองเท้าผ้าใบ สวมแว่นตากรอบกลมสะพายกระเป๋าเป้ใบโต เดินกวาดสายตามองไปทั่วร้าน พอเห็นธาริน รวิก็รีบสาวเท้าเข้ามาหาทันที ใบหน้าสดใสฉายประกายความดีใจอย่างปิดไม่มิด“ธาริน! รอนานไหม โทษที รถติดตรงสี่แยกนิดหน่อย”ร
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 6: หนังสือนิทาน ‘บ้านที่มีแสงไฟ’
บทที่ 6: หนังสือนิทาน ‘บ้านที่มีแสงไฟ’แดดยามบ่ายส่องกระทบกระจกใสของอาคารสำนักพิมพ์ขนาดกะทัดรัดย่านลาดพร้าว บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษพิมพ์ใหม่ กลิ่นหมึก และชั้นหนังสือเด็กหลากสีสันเรียงรายเป็นระเบียบ เสียงเพลงบรรเลงเปียโนแผ่วเบาคลอไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษจากมุมรับรองธารินประคองรถเข็นเด็กเข้ามาในห้องประชุมเล็ก ปลดล็อกสายรัดนิรภัยแล้วอุ้มน้องอุ่นขึ้นมานั่งบนตัก เจ้าตัวป้อมสวมชุดเอี๊ยมผ้ายีนส์นิ่มทับเสื้อแขนสั้นสีครีม สองมือเล็กกอดตุ๊กตาผ้ากระต่ายตัวโปรดไว้แน่น ดวงตากลมแป๋วกวาดมองภาพการ์ตูนและภาพวาดประกอบบนผนังห้องอย่างตื่นตาตื่นใจ ปากเล็กขยับส่งเสียงงึมงำในลำคออย่างอารมณ์ดี“อุ่นครับ อย่าซนนะ นั่งคุยงานกับพ่อแป๊บเดียว”ธารินกระซิบพลางลูบหลังลูกเบามือ กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนช่วยให้ความกังวลใจในอกคลายลงประตูห้องประชุมเปิดออก หญิงสาววัยสามสิบห้าปีในชุดเดรสผ้าฝ้ายเรียบหรูสวมแว่นตากรอบบางเดินก้าวเข้ามา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเป็นมิตร เธอคือลลิตา บรรณาธิการบริหารฝ่ายหนังสือเด็ก ผู้คร่ำหวอดในวงการสิ่งพิมพ์มานานนับสิบปี“สวัสดีค่ะคุณธาริน ยินดีที่ได้เจอตัวจริงนะคะ” ลลิตายกมือไหว้ทักทาย สา
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 7: กลิ่นแป้งเด็กกับงานศิลปะ
บทที่ 7: กลิ่นแป้งเด็กกับงานศิลปะเสียงหัวเราะใสแจ๋วดังสะท้อนก้องทั่วห้องนั่งเล่นชั้นล่างผืนพรมหนานุ่มปูทับด้วยแผ่นยางกันกระแทกลายตารางสีครีมกลายเป็นอาณาจักรขนาดย่อมของเจ้าตัวกลมป้อม น้องอุ่นในวัยแปดเดือนเศษเริ่มคืบคลานได้อย่างคล่องแคล่ว ขาสั้นป้อมทั้งสองข้างถีบยันพื้นอย่างกระฉับกระเฉง พาร่างกลมดิกในชุดบอดี้สูทผ้าฝ้ายสีเหลืองมัสตาร์ดคืบไปข้างหน้าเพื่อคว้าลูกบอลผ้ากระดิ่งสีสดใส เมื่อคว้าได้ก็จับยัดเข้าปากพลางส่งเสียงอ้อแอ้ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากจนแก้มยุ้ยสั่นไหวธารินนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรมข้างลูกชาย บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยมีกระดานวาดรูปดิจิทัลและสมุดร่างแบบวางขนาบข้าง มือเรียวตวัดปากกาสไตลัสลงบนหน้าจออย่างแม่นยำ เส้นสายลวดลายกราฟิกรูปสัตว์ป่าน้อยใหญ่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เขากำลังเก็บรายละเอียดงานออกแบบลายผ้าห่มเด็กให้แก่แบรนด์ออร์แกนิกตามที่รวิส่งมอบงานมาให้กลิ่นแป้งข้าวโพดผสมกลิ่นน้ำนมอุ่นลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทุกครั้งที่น้องอุ่นคลานเตาะแตะเข้ามาเกาะท่อนขา ธารินจะวางปากกาลงทันทีเพื่อก้มลงหอมกระหม่อมบาง หรือใช้นิ้วเขี่ยพุงกะทิกลมๆ จนเจ้าตัวเล็กบิดตัวหัวเราะคิกคัก“อุ่นครับ อย่าเพิ่งกั
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 8: หลักฐานในเงามืด
บทที่ 8: หลักฐานในเงามืดแสงแดดอ่อนยามบ่ายส่องกระทบโต๊ะไม้ในห้องทำงานชั้นบนเสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ธารินนั่งตรวจไฟล์งานออกแบบลายผ้าเซตใหม่ที่เพิ่งวาดเสร็จ บนเบาะนวมข้างโต๊ะ น้องอุ่นในชุดเอี๊ยมสีเขียวมะนาวกำลังนอนคว่ำ ชันคอขึ้นสูงพลางใช้สองแขนป้อมดันพื้นเพื่อคว้าตุ๊กตายางกัดรูปยีราฟ เจ้าตัวเล็กส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อคว้าของเล่นเข้าปากได้สำเร็จเสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือสั่นเตือน รวิส่งลิงก์ข่าวสังคมออนไลน์พร้อมข้อความสั้นๆ เข้ามา‘ธาริน แกเห็นภาพงานเปิดตัวโครงการอสังหาฯ เมื่อคืนหรือยัง’ธารินกดเปิดลิงก์ทันทีหน้าจอแสดงภาพถ่ายจากงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ใจกลางภาพคือกวินในชุดสูททักซิโด้สีดำสั่งตัดประณีต ยืนถือแก้วแชมเปญเคียงข้างชายหนุ่มร่างโปร่งใบหน้าหวานสะสวยในชุดสูทสีขาวงาช้างธีร์ยืนเอียงตัวเข้าหากวิน รอยยิ้มหวานหยด ดวงตาเป็นประกาย มือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะแขนเสื้อสูทของกวินอย่างสนิทสนม บนข้อมือของธีร์สวมนาฬิกาหรูสายทองคำขาวรุ่นลิมิเต็ด เรือนที่กวินเพิ่งรูดบัตรเครดิตซื้อไปเมื่อต้นเดือนคำบรรยายใต้ภาพระบุชัดเจน: ‘คุณกวิน วรโ
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 9: นิทานในร้านหนังสือ
บทที่ 9: นิทานในร้านหนังสือกลิ่นกาแฟคั่วบดผสมกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยกรุ่นในร้านหนังสือขนาดใหญ่ใจกลางย่านการค้าช่วงบ่ายวันธรรมดา ผู้คนบางตา แสงแดดนวลส่องผ่านผนังกระจกสูงบานใหญ่ สะท้อนลงบนพื้นไม้สีอ่อนและชั้นหนังสือไม้มะฮอกกานีที่ทอดยาวเป็นระเบียบ เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาคลอไปกับเสียงฝีเท้าก้าวเดินช้าๆ ของลูกค้าประปรายชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีชาร์โคลสั่งตัดพอดีตัว ไร้เนกไท ปลดกระดุมคอเสื้อออกหนึ่งเม็ดเผยให้เห็นแนวลำคอระหง ก้าวเดินสำรวจโซนหนังสือหมวดศิลปะและการออกแบบอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าคมคาย ผิวขาวจัด และดวงตาเรียวรีหลังกรอบสายตาสะท้อนแววเฉียบคมสุขุมศรัณย์ วัฒนศิริวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจสื่อและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก กำลังใช้เวลาช่วงพักหลังการประชุมบอร์ดบริหารเพื่อสำรวจแนวโน้มของตลาดสิ่งพิมพ์ด้วยตัวเองโครงการใหญ่ประจำปีของบริษัทเขากำลังมองหานักออกแบบหลักที่จะมาร่วมพัฒนาคอลเลกชัน ‘Home & Warmth’ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างหนังสือนิทานเสริมสร้างสายใยครอบครัว ผลิตภัณฑ์ของใช้เด็ก และการตกแต่งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กปฐมวัย ผลงานที่ส่งเข้ามาประกวดจากสตูดิโอชื่อดังหลายสิ
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
บทที่ 10: หุ้นส่วนทางธุรกิจ
บทที่ 10: หุ้นส่วนทางธุรกิจอาคารกระจกทรงสูงระฟ้าใจกลางย่านสาทรสะท้อนประกายแดดยามบ่าย ลมเย็นจากระบบปรับอากาศส่วนกลางพัดผ่านโถงต้อนรับปูหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ผู้คนในชุดทำงานภูมิฐานก้าวเดินขวักไขว่ด้วยจังหวะเร่งรีบตามวิถีคนเมืองธารินเข็นรถเข็นเด็กคันกะทัดรัดก้าวผ่านประตูกระจกอัตโนมัติเข้ามา วันนี้เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอจีนผ้าลินินสีครีมสะอาดตาคู่กับกางเกงสแล็กสีดำทรงกระบอกเล็ก บุคลิกภายนอกดูปลอดโปร่ง เรียบร้อย และแฝงความมั่นใจ ส่วนน้องอุ่นที่นั่งอยู่บนรถเข็นสวมชุดหมีผ้ายืดสีเขียวใบตองอ่อน สองมือเล็กกอดตุ๊กตายางกัดรูปช้างน้อยไว้แน่น ดวงตากลมโตแป๋วแหววกวาดมองความสูงใหญ่ของอาคารอย่างตื่นตาตื่นใจธารินแตะบัตรผู้มาติดต่อตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสามสิบห้า สำนักงานใหญ่ของบริษัท วัฒนศิริวัฒน์ มีเดีย แอนด์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัดเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มร่างสันทัดสวมแว่นตากรอบเงินในชุดสูทสีกรมท่าที่ยืนรออยู่หน้าแผนกต้อนรับก็ก้าวเข้ามารับหน้าทันที“คุณธารินใช่ไหมครับ ผมเมธัส เป็นเลขาฯ ของคุณศรัณย์ครับ” เมธัสยกมือไหว้ทักทายด้วยรอยยิ้มสุภาพ สายตาเหลือบมองเด็กน้อยในรถเข็นแว
last updateLast Updated : 2026-10-19
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status