共有

บทที่ 3 สามีแสนดี

last update 公開日: 2026-03-07 13:35:45

หลายเดือนมานี้องค์หญิงสิบเอ็ดได้เฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของไป๋อันหรานในฐานะวิญญาณเร่ร่อนอยู่เงียบ ๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนกัดฟันแน่น ไป๋อันหรานที่ถูกมู่หยางผู้เป็นสามีรังแกแทบทุกคราแต่กลับไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ

“สตรีโง่งม” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำด้วยสีหน้าเอือมระอา ขณะมองไป๋อันหรานซึ่งกำลังถือน้ำแกงอุ่น ๆ เดินเข้าไปยังห้องหนังสือของมู่หยาง นางถอนหายใจห้วน ๆ

ครั้งนี้น้ำแกงจะไปอยู่บนพื้น หรือตัวเจ้าอีกล่ะ ไป๋อันหราน

องค์หญิงสิบเอ็ดก้าวตามไปด้วยความอยากรู้ปนความเอือมระอา ภายในห้องหนังสือ เงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษถูกพลิกเบา ๆ มู่หยางยังคงนั่งอยู่ด้านใน เงาของเขายาวทอดลงบนพื้น

“ข้าได้ยินว่าท่านดื่มสุราจนถึงรุ่งเช้า เลยตั้งใจต้มน้ำแกงมาให้ท่านพี่เจ้าค่ะ” อันหรานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ยิ้มให้อย่างเคย ก่อนจะวางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

ถ้อยคำของไป๋อันหลานอ่อนโยนจนองค์หญิงถึงกับเบ้ปาก พลางคิดสมเพชอีกฝ่ายในใจว่าไป๋อันหรานเหตุใดไม่จำสักทีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยเห็นค่าของเจ้าเลย

มู่หยางหยุดพลิกกระดาษ เขาเหลือบตามองถ้วยน้ำแกงที่มีไอร้อนลอยบาง ๆ เสี้ยววินาทีนั้น องค์หญิงสิบเอ็ดถึงกับยืนนิ่ง…สายตาของมู่หยางไม่เหมือนเดิม ไม่มีความเย็นชาหรือรำคาญอย่างที่เคย

ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบถ้วยขึ้นมาแล้วยกดื่มโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ภาพนั้นทำให้ทั้งอันหรานและองค์หญิงตกใจจนพูดไม่ออก

“ทะ…ท่านพี่…?” อันหรานเบิกตากว้าง มือที่กำชายกระโปรงสั่นเล็กน้อย

มู่หยางดื่มจนหมด เขาคว่ำถ้วยวางลงอย่างนุ่มนวล ผิดวิสัยคนที่เคยไม่แลใบหน้าอันหรานแม้แต่นิด ชายหนุ่มหันกลับมาใบหน้าที่เคยเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาจับมือของหญิงสาวกุมไว้

“น้องหญิง ลำบากเจ้าแล้ว”

อันหรานสะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกไฟลวก “นะ…น้องหญิงหรือเจ้าคะ?”

“เจ้าเป็นฮูหยินของข้า เรียกเช่นนี้ย่อมถูกต้อง” น้ำเสียงของเขานุ่มจนองค์หญิงสิบเอ็ดขนลุกซู่ นี่มัน…มู่หยางคนเดิมจริงหรือ?

ยังไม่ทันให้อันหรานจะตั้งตัว มู่หยางก็ใช้แรงเบา ๆ ดึงนางให้มานั่งบนตักเขา มืออุ่นของเขาแตะปลายคางนางยกขึ้นให้เงยหน้ามองเขาโดยตรง ระยะระหว่างใบหน้าแค่คืบเดียว…

หัวใจของอันหรานเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง แววตาของเขาในวันนี้อ่อนโยนราวกับเป็นคนละคน

“ข้าฝันไปหรือเจ้าคะ ท่านพี่ถึงได้ดีกับข้าเช่นนี้…”

มู่หยางหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากสัมผัสนางอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะ

อันหรานตัวแข็งทื่อ ตาเบิกกว้างขณะที่องค์หญิงสิบเอ็ดซึ่งยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตะลึง

เจ้ามู่หยางผู้นี้กินยาผิดไปหรืออย่างไร!?

มู่หยางผละออกเล็กน้อย รอยยิ้มของเขายิ่งลึกขึ้น “เช่นนี้ ยังคิดว่าฝันอยู่หรือไม่?”

ใบหน้าอันหรานแดงราวผลทับทิม นางส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่แล้วเจ้าค่ะ…”

นางยกมือแตะริมฝีปากของตนเบา ๆ ราวกับยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่คือความจริง ดวงตานางเอ่อคลอด้วยความดีใจที่เก็บกลั้นมาหลายปี ส่วนองค์หญิงสิบเอ็ดที่สังเกตทุกท่วงท่าจากด้านข้างถึงกับถอนหายใจหนักรอบหนึ่ง

“ต้องโทษข้าที่งานยุ่ง จึงมิได้ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควร” น้ำเสียงของมู่หยางฟังดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เจ้าค่ะ ไม่เป็นอะไรเลยเจ้าค่ะ”

อันหรานส่ายหน้า ยิ้มนิด ๆ ทั้งที่น้ำตายังเกาะอยู่ที่ขนตา ห้าปีแห่งความทุ่มเทค่ำคืนนี้นางรู้สึกว่ามันไม่เสียเปล่าเลย

มู่หยางมองนางครู่หนึ่ง แววตาฉายความอ่อนลง

“อย่างไรข้าก็ยังผิด เช่นนั้นให้ข้าชดเชยเจ้าดีหรือไม่?”

ไม่รอคำตอบ เขาก็อุ้มอันหรานขึ้นในท่าเจ้าสาว วงแขนมั่นคงจนนางใจสั่นระคนเขิน องค์หญิงสิบเอ็ดมองตามด้วยคิ้วขมวดอย่างสงสัย

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ บุรุษที่เกลียดภรรยาเสียยิ่งกว่างูพิษ ถึงกับอุ้มนางด้วยใบหน้าเช่นนั้น?

น่าสงสัยเหลือเกิน…

องค์หญิงสิบเอ็ดตัดสินใจเดินตามไปเงียบ ๆ ทว่าไม่ทันไรนางก็ได้ยินเสียงสนทนาหยอกล้อของทั้งคู่ลอดออกมาจากเรือนด้านใน เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ของอันหรานและเสียงทุ้มของมู่หยางที่ขัดกับบุคลิกเดิมของเขาอย่างสิ้นเชิง

“ทะ…ท่านพี่จะทำอะไรเจ้าคะ” อันหรานเอ่ยเสียงสั่น เมื่อมู่หยางวางนางลงบนเตียง

มู่หยางยกยิ้ม “ก็ชดเชยให้เจ้าตามที่บอกน้องหญิง”

เขาโน้มกายลงเหนือร่างนาง องค์หญิงสิบเอ็ดที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือเขินอายกับภาพตรงหน้าที่เห็น นางเกิดมาตั้งห้าร้อยปีมีนายบำเรอในตำหนักเกือบร้อยคน ย่อมเห็นเรื่องเช่นนี้จนเบื่อ

แต่ก็ขอดูหน่อยก็แล้วกันว่ามู่หยางผู้นี้มีอะไรดี?

องค์หญิงสิบเอ็ดยื่นหน้าไปใกล้กว่าเดิม พร้อมเท้าคางอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน แต่ไม่นานใบหน้างามของนางก็เหยเกขึ้นอย่างหงุดหงิด

“เล็กชะมัด”

ถ้อยคำที่พึมพำออกมาเบาพอให้ได้ยินชัด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงสิ่งใด สักพักเสียงหอบแผ่ว กับเสียงอันหรานที่กดกลั้นความขวยเขินดังขึ้นติดต่อกัน องค์หญิงสิบเอ็ดยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“เจ้าโง่…มีแต่ท่าเดียวในสมองหรืออย่างไร” หญิงสาวพึมพำพลางถอนหายใจอย่างผิดหวังเต็มประดา

ทว่าทันใดนั้น....

“อ่าส์...เจินเจิน…”

มู่หยางครางชื่อที่ไม่ใช่อันหรานออกมา ก่อนที่ร่างเขาจะฟุบลงบนอกของหญิงสาวอย่างหมดแรง ราวกับใช้กำลังกายทั้งหมดไปในคราเดียว อันหรานลูบผมชายหนุ่มเบา ๆ รอยยิ้มละมุนแต้มบนใบหน้า

“เสร็จ…เร็วปานนี้? ไหนจะชื่อที่ครางสตรีอื่นออกมาอีก…เฮ้อ”องค์หญิงถึงกับถอนหายใจออกมานางกลอกตาอย่างระอา

บนเตียงมู่หยางขยับมากอดอันหรานแน่นขึ้นเล็กน้อย นางก็กอดตอบด้วยความรักที่มีให้เขาเสมอมา

“ข้ารักท่านนะเจ้าคะ ท่านพี่”

คำพูดแผ่วหวานนั้นทำให้องค์หญิงถึงกับผงะและงงงวยกับสิ่งที่เห็นและได้ยิน

นี่นางยังดีใจอีกหรือ!? หูหนวกหรืออย่างไรกัน…สามีเจ้าครางชื่อหญิงอื่นอยู่นะ!

องค์หญิงกุมขมับด้วยความหงุดหงิด เฮอะ…ถึงข้าจะเคยมีชายรับใช้บนเตียงตั้งร้อย แต่ยังมองออกว่าเจ้ามู่หยางนี่มันไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง! บอกข้าสิอันหราน…เจ้ารักบุรุษพรรค์นี้ลงได้อย่างไร!

สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนลมวสันต์ไหลผ่านสวนดอกไม้ อันหรานในวันนี้เดินยิ้มละมุนมาตลอดทาง มือหนึ่งลูบท้องของตนเบา ๆ ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความดีใจที่แทบเก็บไม่อยู่ เมื่อคิดถึงข่าวดีที่ได้รับนางก็รีบตรงไปยังห้องหนังสือทันที

ในที่สุดข้าก็มีลูกของท่านพี่แล้ว!

“ท่านพี่!!” เสียงใสกังวานดังขึ้นก่อนที่นางจะเปิดประตูเข้าไป อันหรานแทบพุ่งเข้าไปกอดสามีโดยไม่ลังเล

องค์หญิงสิบเอ็ดที่ลอยตัวตามมาถึงหน้าประตู มองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ใครจะคิดว่าเจ้ามู่หยางผู้นี้จะมีน้ำยา

“น้องหญิง อะไรทำให้เจ้าดีใจถึงเพียงนี้ ไหนบอกพี่หน่อย” มู่หยางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อถูกกอดกะทันหัน

อันหรานยกหน้าขึ้น ประกายแห่งความสุขล้นอยู่ในดวงตา

“ข้าตั้งครรภ์แล้วเจ้าค่ะ เรากำลังจะมีลูกแล้ว…”

แต่รอยยิ้มของนางกลับดับวูบในทันที เมื่อเห็นสีหน้าของมู่หยางใบหน้าที่เพิ่งสดใสเมื่อครู่ กลับหม่นหมองและแข็งตึง เขาจับมือของนางแน่นขึ้น

“เจ้า…ท้องหรือ” เสียงทุ้มของเขาหนักด้วยความกดดัน “เจ้าไม่ได้กินยาห้ามครรภ์ที่ข้าให้ไปหรือ?”

อันหรานชะงัก “ไม่เจ้าค่ะ…ทำไมหรือเจ้าคะ?”

มู่หยางหลุบตาลง ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดราวกับเรื่องนี้สร้างปัญหาใหญ่หลวงให้เขา สายตานั้นทำเอาองค์หญิงสิบเอ็ดถึงกับขมวดคิ้ว

นี่มันคนหรือซากไม้กันแน่ ภรรยาบอกว่าตั้งครรภ์แทนที่จะดีใจ กลับทำหน้าเหมือนโดนสาปตายคาที่ น่าสังหารให้ตายจริง ๆ

“ท่านพี่…ไม่ดีใจหรือเจ้าคะ?”

อันหรานมองสามีอย่างไม่เข้าใจ คำถามแผ่วเบาเหมือนลมหายใจขาดห้วง แต่คำตอบกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์

“เจ้าเอาเด็กออกเถอะ”

หัวใจอันหรานเหมือนถูกบีบจนช้ำ นางลูบท้องของตนอย่างปกป้องตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา

“ท่านพูดอะไรเจ้าคะ นี่ลูกของท่านนะเจ้าคะ” แววตาของนางสั่นระริก ความหวังที่สร้างมานานหลายปีเริ่มแตกละเอียด

มู่หยางสบตานางด้วยความเย็นชา ก่อนจะแสร้งตีหน้าเศร้า

“ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ข้ายังไม่พร้อมจะเป็นพ่อ…อันหราน เจ้าเข้าใจข้าได้หรือไม่”

ใบหน้าที่แสร้งแสดงความอ่อนแอนั้น ทำให้องค์หญิงถึงกับกลอกตา เพราะนี่มันคือฝีมือการแสดงชั้นต่ำที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นในรอบห้าร้อยปี!

อันหรานกำมือแน่น “แต่ลูกของเรา…”

มู่หยางขัดขึ้นทันที “หากเจ้าไม่เชื่อฟังก็ออกไปเถอะ”

คำพูดนั้นเหมือนมีคมมีดซ่อนอยู่ เขาหันหลังให้นางทันที ไม่ปรายตามองเลยสักนิด อันหรานหน้าซีดเผือด นางมองแผ่นหลังที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าของสามี แล้วค่อย ๆ เอามือลูบท้องของตนอย่างสั่นไหว

มู่หยางพูดเสียงเรียบ “คืนนี้ข้าจะไปนอนห้องอนุฉะ….”

“ข้าทำ! ข้ายอมทำ!”

อันหรานรีบสวมกอดเอวเขาไว้จากด้านหลัง เสียงสั่นระรัวแต่เด็ดเดี่ยวด้วยความรักที่ทุ่มเทอย่างโง่งมของนาง ไม่เป็นไรลูกจะมีอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ขอแค่มู่หยางยังรักนางอยู่เช่นนี้…นางยอมทำทุกอย่าง

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง นั่นลูกของเจ้านะ เหอะข้าหมดคำจะพูดกับมนุษย์เช่นพวกเจ้าจริง ๆ ”

องค์หญิงสิบเอ็ดกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคือง เส้นเอ็นขมับเต้นตุบตามแรงอารมณ์ นางมองบานประตูที่อันหรานวิ่งออกไปพร้อมน้ำตาด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมู่หยางราวกับจะสับเขาเป็นชิ้น ๆ

มู่หยางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ช้า ๆ ฝ่ามือกดขอบพนักจนข้อนิ้วซีด ดวงตาคู่นั้นลึกซึ้ง เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดหรือเสียใจกับสิ่งที่ตนพูดออกไปเมื่อครู่

องค์หญิงสิบเอ็ดยืนกอดอกพิงเสาใบหน้าบึ้งตึง ยังไม่ทันที่นางจะด่าทออีกฝ่ายอีกครั้ง เสียงหวานนุ่มก็เล็ดลอดออกมาจากหลังฉากผ้าม่าน

“ท่านพี่ทำอย่างนี้จะดีหรือเจ้าคะ”

ไป๋เจินเจินก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าอ่อนหวานของนางฉายแววเป็นห่วงปนสับสน มู่หยางเพียงเงยหน้าขึ้น ก่อนจะคว้านางเข้ามากอดอย่างถือสิทธิ์ ยามร่างบางเอนซบอยู่ในอ้อมแขน เขายิ้มอย่างคนที่ได้ในสิ่งตนต้องการ

“หากลูกของข้าที่เกิดจากนาง สู้ไม่ต้องเกิดดีกว่า” เสียงเขาเย็นเฉียบ “เจ้าก็เห็นว่านางชั่วร้ายเพียงใด”

เจินเจินชะงัก เงยหน้าขึ้นอย่างลังเล “แต่ว่า…”

มู่หยางยกนิ้วแตะริมฝีปากนางเบา ๆ ดวงตาเขากลับแข็งกระด้าง “ไม่ต้องพูด พี่อดทนทำดีประหนึ่งสามีตัวอย่างมาตลอดก็เพื่อแต่งเจ้า เจ้าอยากให้ความอดทนของพี่เสียเปล่าหรือ…หรือว่าจริง ๆ แล้วเจ้าไม่รักพี่กันแน่”

เจินเจินหน้าแดงจัด รีบหลุบตาแล้วผลักอกเขาออกเล็กน้อยด้วยท่าทีเขินอาย

“ข้า…บอกท่านแล้วไงเจ้าคะ ต้องแต่งข้าเข้าจวนก่อน ข้าถึงจะยอม…”

คำพูดนางเบาจนแทบเป็นกระซิบ มู่หยางหัวเราะเบา ๆ อย่างผู้ชนะ เขายกมือเกลี่ยข้างแก้มของหญิงสาวด้วยท่าทีทะนุถนอมจนขัดกับความโหดเหี้ยมเมื่อครู่

“พี่ถนอมเจ้า เพราะรักเจ้ามาก… เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ…” นางตอบเสียงแผ่ว

“พี่ทำทุกอย่างตามที่ตกลงกับท่านแม่ไว้ครบแล้ว” เขาลูบศีรษะนางราวปลอบเด็ก “สองเดือนเต็ม พี่ฝืนทนอยู่กับนาง ตอนนี้ถึงเวลาที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาแต่งเจ้าเข้ามาในจวน”

คำพูดนั้นทำให้เจินเจินเผยรอยยิ้มบาง ทว่าในดวงตายังมีประกายลังเลแวบผ่านอย่างน่าสงสัย

องค์หญิงสิบเอ็ดยืนมองทั้งคู่ไม่วางตา นิ้วเรียวยาวเคาะต้นแขนเป็นจังหวะช้า ๆ แววตาเย็นจนเหมือนคมมีด นางในตอนนี้เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว

ไป๋อันหราน…บุรุษผู้นี้คุ้มค่าที่เจ้าจะเสียใจและร้องไห้ให้จริง ๆ หรือ?

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 29 ขอบคุณ END

    "เอามาให้ข้า ถ้าข้าไม่รีบตามไปเสี่ยวผิงนางจะเหงานะ เอามาให้ข้าสิ""ตั้งสติ ม่อเหยียน เห้อข้าไม่น่าใจอ่อนพาเจ้ามาเลย""ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ หากไม่มีนาง"เจียวมิ่งมองม่อเหยียนก่อนจะถอนหายใจออกมา สิบเอ็ดเป็นแบบนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าม่อเหยียนรักเจ้าเพราะพลังอีกหรือไม่ เห็นหรือไม่เจ้าสำคัญต่อพวกข้ายิ่งนัก"ข้าช่วยให้นางกลับมาได้ เพราะฉะนั้นตั้งสติได้แล้ว"เจียวมิ่งพูดจบก็เดินออกไป ม่อเหยียนเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะเดินตามไปทันที เจียวมิ่งก้มลงมองกล่องเล็ก ๆ ในมือของเขา สิบเอ็ดข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าจากไปแล้วทิ้งเจ้าตัวภาระทั้งสองคนไว้ให้ข้าหรอก"เจียวมิ่ง""เจ้ารออยู่ข้างนอก เดี๋ยวข้ามา"เจียวมิ่งพูดออกไป มีเพียงต้องขอสิ่งนั้น จึงจะนำร่างนางคืนมาได้ เขาสูดหายใจเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน สระน้ำที่มีบัววิเศษมากมายอยู่"เหมือนข้าจะบอกแล้วว่าอย่าวุ่นวาย"จอมปีศาจพูดออกมาเสียงเรียบ เขามองเจียวมิ่งที่เดินเข้ามาหาเขา "ข้าต้องการดอกบัวที่ฟื้นฟูร่างปีศาจได้""ไม่ให้"เหอะ ไอ้ปีศาจใจแคบ "ข้าจะเอาไปช่วยสิบเอ็ด""นั่นยิ่งไม่ได้"จอมปีศาจพูดออกมา เขายกยิ้มมองเจียงมิ่งที่มีสีหน้ากำ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 28 เสียสละเพื่อปกป้อง

    “สิบเอ็ด ไหน…อธิบายมาเสียที เจ้าสนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริงหรือไม่”เสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันประหนึ่งกำลังจะบีบคอใครสักคนให้ขาดใจ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังคงก้มศีรษะต่ำอย่างนอบน้อม“จริง…เพคะ” น้ำเสียงของนางสั่นแต่หนักแน่น “ข้า…สนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริง”คำตอบได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ทุกองค์ชายในท้องพระโรงทันที“มันเป็นใคร?” องค์ชายอีกองค์หนึ่งลุกพรวดขึ้น ดวงหน้าเชิดขึ้นอย่างขุ่นเคือง“จับมันมาทรมานดีหรือไม่?”“อย่าลืมตัดหัวมันมาเป็นของขวัญให้สิบเอ็ดด้วยล่ะ” อีกองค์ชายหนึ่งยิ้มเหี้ยม ดวงตาเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ผิดเพี้ยน“ถลกหนังของมันออกมาก็ไม่เลว ปล่อยให้มันตายทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวด… ฮ่า ๆ ๆ”เหล่าองค์ชายต่างเหลือบตามองกันด้วยรอยยิ้มอำมหิต พวกเขาไม่ได้โกรธที่นางสนใจมนุษย์ หากแต่โกรธที่มนุษย์ผู้นั้นบังอาจดึงความสนใจขององค์หญิงสิบเอ็ดไปจากพวกเขาราวกับคำพูดเหล่านั้นยังไม่พอ องค์ชายสองก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้ร่างเสี่ยวผิงชาวาบ“จริงสิ… เด็กคนนั้นยังอยู่หรือไม่ เด็กที่ทำให้สิบเอ็ดเจ็บปวดในตอนนั้น หากยังอยู่…จับมันมาด้วย”ภายใต้ความวุ่นวายของเสียงสนับสนุนให้สังหารมนุษย์

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 27 กลับแดนปีศาจ

    กลางดึกภายในกระโจมที่ตั้งอยู่ในท่านทหาร เสี่ยวผิงนอนหลับอยู่ทว่าจิตใจกลับไม่สงบ เงาดำมืดและเสียงสะอื้นยังคงก้องอยู่ในฝัน‘สิบเอ็ด… ดูสิดูคนที่เจ้ารัก’ เสียงแหบพร่าของราชาปีศาจอย่างดังขึ้น“ไม่…พี่ใหญ่อย่าทำเช่นนั้น!” นางกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทาเหมือนถูกกระชากด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม ทำให้หน้าเลอะเลือดฝันและเหงื่อ‘มนุษย์ผู้นี้หรือ… ที่จะแย่งเจ้าไปจากข้า? สิบเอ็ดปีศาจอย่างเราจะรักมนุษย์ได้ยังไง’ภาพม่อเหยียนและป๋อหลินถูกกระบี่สีดำจ้วงแทงกลางอก เส้นเลือดแดงพุ่งกระจาย ความเจ็บปวด ความสิ้นหวังและความสูญเสียประหนึ่งมีมือเย็น ๆ บีบแน่นอยู่บนหัวใจของนาง เสี่ยวผิงทรุดตัวลงบนพื้น แข้งขาอ่อนแรง ก่อนนางจะร้องไห้ออกมาราวกับสตรีเสียสติ‘องค์หญิงข้าบอกท่านแล้วไง หากอยู่เคียงข้างท่านพวกเขาจะต้องตาย’ เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนมือเย็นหนึ่งจะสัมผัสปลายคางของนาง จิ้งจอกขาวสบตานางด้วยดวงตาที่เย็นเฉียบและใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงความน่ากลัว‘การแลกเปลี่ยนของเราจะจบหลังจากเจ้าและข้าตาย’ เสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่เหมือนคำสั่งแห่งชะตากรรมเฮือก!เสี่ยวผิงสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ใจเต้นแรง นางหันมองไปรอบ ๆ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 26 การแก้แค้นของอันหราน

    สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานไม้ในห้องนอนของอันหราน กลิ่นชาอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างเรียบง่าย แต่กลับแฝงความประณีต สายตาของนางทอดมองไปยังทหารหนุ่มผู้เข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อจากความตื่นเต้นหรือความกังวลก็ไม่อาจบอกได้ แต่เมื่อเขากล่าวออกมา เสียงเรียบแต่ออกแน่วิตกนั้นก็กระแทกใจนางทันที“ฮูหยิน ปลาติดเบ็ดแล้วขอรับ”อันหรานเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งสงบ ไม่แสดงอาการดีใจหรือตื่นเต้นใด ๆ นางเพียงยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ลิ้มรสชาอุ่นที่ปลอบประโลมจิตใจในขณะที่ความคิดของนางหมุนวนอยู่รอบไป๋เจินเจินและนายโลมผู้นั้นไป๋เจินเจิน เจ้าไม่ระวังตัวเลยสินะ...นางคิดในใจ สีหน้าเรียบเฉยของอันหรานไม่ได้สะท้อนความดีใจหรือพึงพอใจ กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่ด้านใต้ความสงบนี้กลับแฝงด้วยแผนการที่ซับซ้อนไป๋อันหรานให้คนของตนเข้าไปติดตามไป๋เจินเจินเพื่อหวังจับชู้รักของนาง จนได้รู้ความจริงว่าไป๋เจินเจินมีชู้กับนายโลม ส่วนเด็กคนนั้นก็เป็นบุตรสาวของนางโลมที่นางตั้งท้อง ไป๋อันหรานนึกสมเพชแต่ก็อดไม่ได้ที่จะประเมินความกล้าของฝ่ายตรงข้าม ไป๋เจินเจินคง

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 25 เมียข้า

    ยามค่ำคืนภายในโรงเตี๊ยมยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่างและเสียงฝีเท้าผู้คนประปรายจากชั้นล่างเท่านั้น อันหรานเปิดประตูห้องออกมาช้า ๆ ก้าวเท้าพ้นธรณีบานประตูอย่างมั่นคงผิดไปจากก่อนหน้าในมือนางกำขวดเล็ก ๆ สีดำสนิทแน่นราวกับเป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวสตินางได้ตอนนี้แววตาของนางไม่เหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว ไม่ใช่ความสิ้นหวัง ไม่ใช่ความสับสน แต่เป็นความสงบนิ่งอันอันตรายเหมือนบ่อน้ำที่ดูเรียบสงบ แต่ซ่อนความลึกจนไม่อาจหยั่งถึงม่อเหยียนและป๋อหลินที่ยืนรออยู่กลางโถงต่างหันมามองทันทีที่เห็นนาง ม่อเหยียนก้าวมาหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาแสดงถึงความห่วง“เจ้าจะไปแล้วหรือ?” เขาถามเสียงทุ้มต่ำ สายตาจับจ้องนางไม่วางตาอันหรานยกยิ้มให้เขาและป๋อหลิน รอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่เจือความเศร้าอีกแล้ว แต่กลับเหมือนคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างเด็ดขาดจนไม่อาจห้ามได้นางเดินเข้าไปหาป๋อหลินช้า ๆ แล้วโอบกอดเด็กหนุ่มแน่นเสียจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง“นี่…ท่าน?” ป๋อหลินอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เคยได้รับสัมผัสเช่นนี้จากนางมาก่อนอันหรานซบหน้าที่ไหล่ของเด็กหนุ่มลมหายใจสั่นน้อย ๆ แต่กลับเปี่ยมด้วยความหนักแน่นกว่า

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 24 รักมากเท่าไหร่ยิ่งแค้นมากเท่านั้น

    ยามดึกของจวนเจ้าเมืองเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่าง ไอเย็นที่แทรกเข้ามาปะทะผิวทำให้ไป๋อันหรานสะดุ้งเฮือก นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนกหัวใจเต้นแรงราวกับถูกบีบแน่นในความเงียบงันภายในห้องนอน กลิ่นกำยานสงบจิตใจที่มู่หยางมักจุดไว้ก่อนนอนยังคงคลุ้งอยู่จาง ๆ แต่ตัวเขากลับหายไป...ไป๋อันหรานพลิกกายหันไปด้านซ้าย ด้านที่เขามักนอนอยู่แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและผ้าห่มที่เย็นเฉียบ“ท่านพี่…” เสียงเรียกเบาราวลมหายใจ แต่ไม่มีผู้ใดตอบความกังวลพุ่งขึ้นราวกับคลื่นทะเลโถมเข้ากระแทกยอดเขา นางกัดริมฝีปากที่เริ่มซีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นนัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่จริง…เขาบอกว่าจะมีข้าเพียงผู้เดียวแล้วมิใช่หรือ…ความคิดนั้นหมุนวนในหัวราวกับมีเสียงหนึ่งกำลังย้ำซ้ำไปมา ไป๋อันหรานรีบดึงเสื้อคลุมบาง ๆ มาสวมแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าที่สั่นเล็กน้อย บ่าวรับใช้หลายคนยังคงตื่นอยู่แต่เมื่อเห็นนางก็ทำเพียงหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าทัก นางไม่สนใจทุกสายตา ไม่สนใจเสียงกระซิบใด ๆตอนนี้ในใจของนางมีเพียงความรู้สึกเดียวหวาดกลัว...หญิงสาวเดินตรงไปยังเรือนเล็กทางด้านตะวันตกที่พักของไป๋เจินเจ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 7 แก้แค้นให้เจ้าก้อนแป้ง

    ความเงียบสงบยามค่ำคืนโรยตัวปกคลุมเรือนพักอย่างอ่อนละมุน แสงตะเกียงน้ำมันตรงหัวเตียงส่องสว่างไหวระริกไปตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง นอกจากเสียงลมหายใจของอันหรานแล้ว เรือนทั้งหลังแทบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว‘ข้าจะดูแลทั้งเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต แค่เจ้าไม่หนีข้าไปอีกก็พอ’เสียงกระซิบแผ่วเบาของม่อเหยียนด

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 6 สวมร่าง

    “องค์หญิงได้เวลาแล้ว”เสียงของหญิงชราดังแผ่วเบา เสียงนั้นคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากจิตใจขององค์หญิงสิบเอ็ดให้จมลงสู่ความว่างเปล่า ความรู้สึกหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปทั่วร่าง ยิ่งพยายามขยับ ก็ยิ่งเหมือนร่างไม่ใช่ของตัวเองทำไมหนาวเช่นนี้…ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาด

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 5 ความรักของอันหราน

    ลมอ่อนจากหน้าต่างกระทบกับผ้าม่านสีงาช้างพลิ้วไหวเบาบาง ในห้องนอนกว้างของจวนอ๋องม่อเหยียนมีกลิ่นสมุนไพรอบอวลเจือกลิ่นยาจีนร้อน ๆ ที่ยังคงลอยกรุ่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของจวนฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ศีรษะเอนพาดแขนที่วางทับขอบเตียง คนที่ดูเย็นชาและเฉยเมยต่อผู้คนทั้งแคว้น กลับมีส

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 4 ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย

    “ข้าจะแต่งเจินเจินเป็นอนุขอรับ”“อันหรานเองก็ดีกับเจ้ามาก มู่หยางเจ้าคิดให้ดีอีกครั้งเถิด”“ท่านแม่ให้ข้าทำดีกับนาง ข้าก็ทำแล้วตอนนี้ถึงคราวที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้แล้วขอรับ”“ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะเห็นความดีของนางบ้าง…เอาเถิด ในเมื่อเจ้ามันตาบอด ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”“ขอรับ”“เจ้าจงแจ้งแ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status