Inicio / รักโบราณ / องค์หญิงสิบเอ็ด / บทที่ 3 สามีแสนดี

Compartir

บทที่ 3 สามีแสนดี

last update Última actualización: 2026-03-07 13:35:45

หลายเดือนมานี้องค์หญิงสิบเอ็ดได้เฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของไป๋อันหรานในฐานะวิญญาณเร่ร่อนอยู่เงียบ ๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนกัดฟันแน่น ไป๋อันหรานที่ถูกมู่หยางผู้เป็นสามีรังแกแทบทุกคราแต่กลับไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ

“สตรีโง่งม” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำด้วยสีหน้าเอือมระอา ขณะมองไป๋อันหรานซึ่งกำลังถือน้ำแกงอุ่น ๆ เดินเข้าไปยังห้องหนังสือของมู่หยาง นางถอนหายใจห้วน ๆ

ครั้งนี้น้ำแกงจะไปอยู่บนพื้น หรือตัวเจ้าอีกล่ะ ไป๋อันหราน

องค์หญิงสิบเอ็ดก้าวตามไปด้วยความอยากรู้ปนความเอือมระอา ภายในห้องหนังสือ เงียบสงบ มีเพียงเสียงกระดาษถูกพลิกเบา ๆ มู่หยางยังคงนั่งอยู่ด้านใน เงาของเขายาวทอดลงบนพื้น

“ข้าได้ยินว่าท่านดื่มสุราจนถึงรุ่งเช้า เลยตั้งใจต้มน้ำแกงมาให้ท่านพี่เจ้าค่ะ” อันหรานพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ยิ้มให้อย่างเคย ก่อนจะวางถ้วยน้ำแกงลงบนโต๊ะอย่างเบามือ

ถ้อยคำของไป๋อันหลานอ่อนโยนจนองค์หญิงถึงกับเบ้ปาก พลางคิดสมเพชอีกฝ่ายในใจว่าไป๋อันหรานเหตุใดไม่จำสักทีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยเห็นค่าของเจ้าเลย

มู่หยางหยุดพลิกกระดาษ เขาเหลือบตามองถ้วยน้ำแกงที่มีไอร้อนลอยบาง ๆ เสี้ยววินาทีนั้น องค์หญิงสิบเอ็ดถึงกับยืนนิ่ง…สายตาของมู่หยางไม่เหมือนเดิม ไม่มีความเย็นชาหรือรำคาญอย่างที่เคย

ชายหนุ่มเอื้อมมือหยิบถ้วยขึ้นมาแล้วยกดื่มโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ภาพนั้นทำให้ทั้งอันหรานและองค์หญิงตกใจจนพูดไม่ออก

“ทะ…ท่านพี่…?” อันหรานเบิกตากว้าง มือที่กำชายกระโปรงสั่นเล็กน้อย

มู่หยางดื่มจนหมด เขาคว่ำถ้วยวางลงอย่างนุ่มนวล ผิดวิสัยคนที่เคยไม่แลใบหน้าอันหรานแม้แต่นิด ชายหนุ่มหันกลับมาใบหน้าที่เคยเรียบเฉยปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือมาจับมือของหญิงสาวกุมไว้

“น้องหญิง ลำบากเจ้าแล้ว”

อันหรานสะดุ้งเล็กน้อยราวกับถูกไฟลวก “นะ…น้องหญิงหรือเจ้าคะ?”

“เจ้าเป็นฮูหยินของข้า เรียกเช่นนี้ย่อมถูกต้อง” น้ำเสียงของเขานุ่มจนองค์หญิงสิบเอ็ดขนลุกซู่ นี่มัน…มู่หยางคนเดิมจริงหรือ?

ยังไม่ทันให้อันหรานจะตั้งตัว มู่หยางก็ใช้แรงเบา ๆ ดึงนางให้มานั่งบนตักเขา มืออุ่นของเขาแตะปลายคางนางยกขึ้นให้เงยหน้ามองเขาโดยตรง ระยะระหว่างใบหน้าแค่คืบเดียว…

หัวใจของอันหรานเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก นางมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง แววตาของเขาในวันนี้อ่อนโยนราวกับเป็นคนละคน

“ข้าฝันไปหรือเจ้าคะ ท่านพี่ถึงได้ดีกับข้าเช่นนี้…”

มู่หยางหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากสัมผัสนางอย่างแผ่วเบา นุ่มนวลจนหัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะ

อันหรานตัวแข็งทื่อ ตาเบิกกว้างขณะที่องค์หญิงสิบเอ็ดซึ่งยืนอยู่ด้านหลังถึงกับตะลึง

เจ้ามู่หยางผู้นี้กินยาผิดไปหรืออย่างไร!?

มู่หยางผละออกเล็กน้อย รอยยิ้มของเขายิ่งลึกขึ้น “เช่นนี้ ยังคิดว่าฝันอยู่หรือไม่?”

ใบหน้าอันหรานแดงราวผลทับทิม นางส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่แล้วเจ้าค่ะ…”

นางยกมือแตะริมฝีปากของตนเบา ๆ ราวกับยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่คือความจริง ดวงตานางเอ่อคลอด้วยความดีใจที่เก็บกลั้นมาหลายปี ส่วนองค์หญิงสิบเอ็ดที่สังเกตทุกท่วงท่าจากด้านข้างถึงกับถอนหายใจหนักรอบหนึ่ง

“ต้องโทษข้าที่งานยุ่ง จึงมิได้ใส่ใจเจ้าเท่าที่ควร” น้ำเสียงของมู่หยางฟังดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่เจ้าค่ะ ไม่เป็นอะไรเลยเจ้าค่ะ”

อันหรานส่ายหน้า ยิ้มนิด ๆ ทั้งที่น้ำตายังเกาะอยู่ที่ขนตา ห้าปีแห่งความทุ่มเทค่ำคืนนี้นางรู้สึกว่ามันไม่เสียเปล่าเลย

มู่หยางมองนางครู่หนึ่ง แววตาฉายความอ่อนลง

“อย่างไรข้าก็ยังผิด เช่นนั้นให้ข้าชดเชยเจ้าดีหรือไม่?”

ไม่รอคำตอบ เขาก็อุ้มอันหรานขึ้นในท่าเจ้าสาว วงแขนมั่นคงจนนางใจสั่นระคนเขิน องค์หญิงสิบเอ็ดมองตามด้วยคิ้วขมวดอย่างสงสัย

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ บุรุษที่เกลียดภรรยาเสียยิ่งกว่างูพิษ ถึงกับอุ้มนางด้วยใบหน้าเช่นนั้น?

น่าสงสัยเหลือเกิน…

องค์หญิงสิบเอ็ดตัดสินใจเดินตามไปเงียบ ๆ ทว่าไม่ทันไรนางก็ได้ยินเสียงสนทนาหยอกล้อของทั้งคู่ลอดออกมาจากเรือนด้านใน เสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ของอันหรานและเสียงทุ้มของมู่หยางที่ขัดกับบุคลิกเดิมของเขาอย่างสิ้นเชิง

“ทะ…ท่านพี่จะทำอะไรเจ้าคะ” อันหรานเอ่ยเสียงสั่น เมื่อมู่หยางวางนางลงบนเตียง

มู่หยางยกยิ้ม “ก็ชดเชยให้เจ้าตามที่บอกน้องหญิง”

เขาโน้มกายลงเหนือร่างนาง องค์หญิงสิบเอ็ดที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงไม่ได้แสดงท่าทีตกใจหรือเขินอายกับภาพตรงหน้าที่เห็น นางเกิดมาตั้งห้าร้อยปีมีนายบำเรอในตำหนักเกือบร้อยคน ย่อมเห็นเรื่องเช่นนี้จนเบื่อ

แต่ก็ขอดูหน่อยก็แล้วกันว่ามู่หยางผู้นี้มีอะไรดี?

องค์หญิงสิบเอ็ดยื่นหน้าไปใกล้กว่าเดิม พร้อมเท้าคางอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดิน แต่ไม่นานใบหน้างามของนางก็เหยเกขึ้นอย่างหงุดหงิด

“เล็กชะมัด”

ถ้อยคำที่พึมพำออกมาเบาพอให้ได้ยินชัด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงสิ่งใด สักพักเสียงหอบแผ่ว กับเสียงอันหรานที่กดกลั้นความขวยเขินดังขึ้นติดต่อกัน องค์หญิงสิบเอ็ดยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“เจ้าโง่…มีแต่ท่าเดียวในสมองหรืออย่างไร” หญิงสาวพึมพำพลางถอนหายใจอย่างผิดหวังเต็มประดา

ทว่าทันใดนั้น....

“อ่าส์...เจินเจิน…”

มู่หยางครางชื่อที่ไม่ใช่อันหรานออกมา ก่อนที่ร่างเขาจะฟุบลงบนอกของหญิงสาวอย่างหมดแรง ราวกับใช้กำลังกายทั้งหมดไปในคราเดียว อันหรานลูบผมชายหนุ่มเบา ๆ รอยยิ้มละมุนแต้มบนใบหน้า

“เสร็จ…เร็วปานนี้? ไหนจะชื่อที่ครางสตรีอื่นออกมาอีก…เฮ้อ”องค์หญิงถึงกับถอนหายใจออกมานางกลอกตาอย่างระอา

บนเตียงมู่หยางขยับมากอดอันหรานแน่นขึ้นเล็กน้อย นางก็กอดตอบด้วยความรักที่มีให้เขาเสมอมา

“ข้ารักท่านนะเจ้าคะ ท่านพี่”

คำพูดแผ่วหวานนั้นทำให้องค์หญิงถึงกับผงะและงงงวยกับสิ่งที่เห็นและได้ยิน

นี่นางยังดีใจอีกหรือ!? หูหนวกหรืออย่างไรกัน…สามีเจ้าครางชื่อหญิงอื่นอยู่นะ!

องค์หญิงกุมขมับด้วยความหงุดหงิด เฮอะ…ถึงข้าจะเคยมีชายรับใช้บนเตียงตั้งร้อย แต่ยังมองออกว่าเจ้ามู่หยางนี่มันไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง! บอกข้าสิอันหราน…เจ้ารักบุรุษพรรค์นี้ลงได้อย่างไร!

สองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนลมวสันต์ไหลผ่านสวนดอกไม้ อันหรานในวันนี้เดินยิ้มละมุนมาตลอดทาง มือหนึ่งลูบท้องของตนเบา ๆ ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยความดีใจที่แทบเก็บไม่อยู่ เมื่อคิดถึงข่าวดีที่ได้รับนางก็รีบตรงไปยังห้องหนังสือทันที

ในที่สุดข้าก็มีลูกของท่านพี่แล้ว!

“ท่านพี่!!” เสียงใสกังวานดังขึ้นก่อนที่นางจะเปิดประตูเข้าไป อันหรานแทบพุ่งเข้าไปกอดสามีโดยไม่ลังเล

องค์หญิงสิบเอ็ดที่ลอยตัวตามมาถึงหน้าประตู มองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ใครจะคิดว่าเจ้ามู่หยางผู้นี้จะมีน้ำยา

“น้องหญิง อะไรทำให้เจ้าดีใจถึงเพียงนี้ ไหนบอกพี่หน่อย” มู่หยางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อถูกกอดกะทันหัน

อันหรานยกหน้าขึ้น ประกายแห่งความสุขล้นอยู่ในดวงตา

“ข้าตั้งครรภ์แล้วเจ้าค่ะ เรากำลังจะมีลูกแล้ว…”

แต่รอยยิ้มของนางกลับดับวูบในทันที เมื่อเห็นสีหน้าของมู่หยางใบหน้าที่เพิ่งสดใสเมื่อครู่ กลับหม่นหมองและแข็งตึง เขาจับมือของนางแน่นขึ้น

“เจ้า…ท้องหรือ” เสียงทุ้มของเขาหนักด้วยความกดดัน “เจ้าไม่ได้กินยาห้ามครรภ์ที่ข้าให้ไปหรือ?”

อันหรานชะงัก “ไม่เจ้าค่ะ…ทำไมหรือเจ้าคะ?”

มู่หยางหลุบตาลง ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดราวกับเรื่องนี้สร้างปัญหาใหญ่หลวงให้เขา สายตานั้นทำเอาองค์หญิงสิบเอ็ดถึงกับขมวดคิ้ว

นี่มันคนหรือซากไม้กันแน่ ภรรยาบอกว่าตั้งครรภ์แทนที่จะดีใจ กลับทำหน้าเหมือนโดนสาปตายคาที่ น่าสังหารให้ตายจริง ๆ

“ท่านพี่…ไม่ดีใจหรือเจ้าคะ?”

อันหรานมองสามีอย่างไม่เข้าใจ คำถามแผ่วเบาเหมือนลมหายใจขาดห้วง แต่คำตอบกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์

“เจ้าเอาเด็กออกเถอะ”

หัวใจอันหรานเหมือนถูกบีบจนช้ำ นางลูบท้องของตนอย่างปกป้องตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา

“ท่านพูดอะไรเจ้าคะ นี่ลูกของท่านนะเจ้าคะ” แววตาของนางสั่นระริก ความหวังที่สร้างมานานหลายปีเริ่มแตกละเอียด

มู่หยางสบตานางด้วยความเย็นชา ก่อนจะแสร้งตีหน้าเศร้า

“ข้าเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ข้ายังไม่พร้อมจะเป็นพ่อ…อันหราน เจ้าเข้าใจข้าได้หรือไม่”

ใบหน้าที่แสร้งแสดงความอ่อนแอนั้น ทำให้องค์หญิงถึงกับกลอกตา เพราะนี่มันคือฝีมือการแสดงชั้นต่ำที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นในรอบห้าร้อยปี!

อันหรานกำมือแน่น “แต่ลูกของเรา…”

มู่หยางขัดขึ้นทันที “หากเจ้าไม่เชื่อฟังก็ออกไปเถอะ”

คำพูดนั้นเหมือนมีคมมีดซ่อนอยู่ เขาหันหลังให้นางทันที ไม่ปรายตามองเลยสักนิด อันหรานหน้าซีดเผือด นางมองแผ่นหลังที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าของสามี แล้วค่อย ๆ เอามือลูบท้องของตนอย่างสั่นไหว

มู่หยางพูดเสียงเรียบ “คืนนี้ข้าจะไปนอนห้องอนุฉะ….”

“ข้าทำ! ข้ายอมทำ!”

อันหรานรีบสวมกอดเอวเขาไว้จากด้านหลัง เสียงสั่นระรัวแต่เด็ดเดี่ยวด้วยความรักที่ทุ่มเทอย่างโง่งมของนาง ไม่เป็นไรลูกจะมีอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ขอแค่มู่หยางยังรักนางอยู่เช่นนี้…นางยอมทำทุกอย่าง

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือไง นั่นลูกของเจ้านะ เหอะข้าหมดคำจะพูดกับมนุษย์เช่นพวกเจ้าจริง ๆ ”

องค์หญิงสิบเอ็ดกัดฟันกรอดด้วยความขุ่นเคือง เส้นเอ็นขมับเต้นตุบตามแรงอารมณ์ นางมองบานประตูที่อันหรานวิ่งออกไปพร้อมน้ำตาด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมู่หยางราวกับจะสับเขาเป็นชิ้น ๆ

มู่หยางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ช้า ๆ ฝ่ามือกดขอบพนักจนข้อนิ้วซีด ดวงตาคู่นั้นลึกซึ้ง เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดหรือเสียใจกับสิ่งที่ตนพูดออกไปเมื่อครู่

องค์หญิงสิบเอ็ดยืนกอดอกพิงเสาใบหน้าบึ้งตึง ยังไม่ทันที่นางจะด่าทออีกฝ่ายอีกครั้ง เสียงหวานนุ่มก็เล็ดลอดออกมาจากหลังฉากผ้าม่าน

“ท่านพี่ทำอย่างนี้จะดีหรือเจ้าคะ”

ไป๋เจินเจินก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง ใบหน้าอ่อนหวานของนางฉายแววเป็นห่วงปนสับสน มู่หยางเพียงเงยหน้าขึ้น ก่อนจะคว้านางเข้ามากอดอย่างถือสิทธิ์ ยามร่างบางเอนซบอยู่ในอ้อมแขน เขายิ้มอย่างคนที่ได้ในสิ่งตนต้องการ

“หากลูกของข้าที่เกิดจากนาง สู้ไม่ต้องเกิดดีกว่า” เสียงเขาเย็นเฉียบ “เจ้าก็เห็นว่านางชั่วร้ายเพียงใด”

เจินเจินชะงัก เงยหน้าขึ้นอย่างลังเล “แต่ว่า…”

มู่หยางยกนิ้วแตะริมฝีปากนางเบา ๆ ดวงตาเขากลับแข็งกระด้าง “ไม่ต้องพูด พี่อดทนทำดีประหนึ่งสามีตัวอย่างมาตลอดก็เพื่อแต่งเจ้า เจ้าอยากให้ความอดทนของพี่เสียเปล่าหรือ…หรือว่าจริง ๆ แล้วเจ้าไม่รักพี่กันแน่”

เจินเจินหน้าแดงจัด รีบหลุบตาแล้วผลักอกเขาออกเล็กน้อยด้วยท่าทีเขินอาย

“ข้า…บอกท่านแล้วไงเจ้าคะ ต้องแต่งข้าเข้าจวนก่อน ข้าถึงจะยอม…”

คำพูดนางเบาจนแทบเป็นกระซิบ มู่หยางหัวเราะเบา ๆ อย่างผู้ชนะ เขายกมือเกลี่ยข้างแก้มของหญิงสาวด้วยท่าทีทะนุถนอมจนขัดกับความโหดเหี้ยมเมื่อครู่

“พี่ถนอมเจ้า เพราะรักเจ้ามาก… เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ…” นางตอบเสียงแผ่ว

“พี่ทำทุกอย่างตามที่ตกลงกับท่านแม่ไว้ครบแล้ว” เขาลูบศีรษะนางราวปลอบเด็ก “สองเดือนเต็ม พี่ฝืนทนอยู่กับนาง ตอนนี้ถึงเวลาที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาแต่งเจ้าเข้ามาในจวน”

คำพูดนั้นทำให้เจินเจินเผยรอยยิ้มบาง ทว่าในดวงตายังมีประกายลังเลแวบผ่านอย่างน่าสงสัย

องค์หญิงสิบเอ็ดยืนมองทั้งคู่ไม่วางตา นิ้วเรียวยาวเคาะต้นแขนเป็นจังหวะช้า ๆ แววตาเย็นจนเหมือนคมมีด นางในตอนนี้เข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว

ไป๋อันหราน…บุรุษผู้นี้คุ้มค่าที่เจ้าจะเสียใจและร้องไห้ให้จริง ๆ หรือ?

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 13 การโกหก

    คำว่า ‘ไม่ใช่นาง’ ที่หลุดออกจากริมฝีปากของม่อเหยียนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทอันหราน ทั้งที่น้ำเสียงนั้นเบาทว่ากลับคมชัดดั่งกระบี่ที่วางพาดคอ หัวใจของนางสะท้านโดยไม่ทันตั้งตัวเขารู้แล้วงั้นหรือ…?รู้ว่านางไม่ใช่ไป๋อันหรานคนนั้นจริง ๆอารมณ์เย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง อันหรานไม่อาจปิดบังความตกใจได้ชั่วขณะ แม้สีหน้าจะพยายามนิ่งแต่ภายในกลับปั่นป่วนยิ่งกว่าสายลมกลางพายุ อ้อมแขนของม่อเหยียนที่อุ้มนางที่เคยอกอุ่นกลับรู้สึกเย็นเหยียบจนยากจะอธิบายจวบจนประตูห้องบรรทมถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบงัน แสงโคมจากภายนอกวูบเข้ามาแตะแสดงให้เห็นภายในห้องที่อบอวลด้วยกลิ่นไม้จันทน์อ่อน ๆ เครื่องเรือนไม้แกะสลักประณีตสีเข้ม สะท้อนแสงไฟสลัวให้บรรยากาศอบอุ่นแต่กดดันร่างสูงก้าวเข้าไปเงียบ ๆ ก่อนจะวางตัวนางลงบนเตียงใหญ่กลางห้องอย่างเบามือจนน่าแปลกใจ มือที่จับนางมั่นคง แต่กลับอ่อนโยนราวกับวางสมบัติล้ำค่าที่กลัวจะแตกสลายชายหนุ่มยืนมองนางที่นั่งอยู่บนเตียง เงาของเขาทอดยาวบนพื้นคล้ายสัตว์ร้ายที่กำลังข่มเหยื่อ แต่สายตากลับแฝงความเจ็บปวดที่เก็บกลั้นมาเนิ่นนาน“เจ้าเป็นใคร”น้ำเสียงแผ่วเบา หากทุ้มต่ำและกดดันจนหัวใจอันหราน

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 12 พี่ชาย

    ภายในโรงเตี๊ยมชื่อดังในเมืองหลวงยามค่ำคืน ไป๋อันหรานนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เนื้อดี นิ้วเรียวขาวซีดลูบไล้แก้วชาอุ่นในมือแต่กลับไม่แม้แต่นึกอยากจะจิบ ลมหายใจของนางหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่กดทับอยู่บนอก ดวงตาคู่สวยบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและเดือดดาลปนเวทนาหญิงสาวกำหมัดแน่นจนหลังมือขึ้นเส้นเลือด คำพูดของต้าลู่ยังดังก้องซ้ำไปมาในหัวของนางราวกับค้อนเหล็กทุบลงมาไม่หยุด ไป๋อันหรานคนเก่าได้ยึดครองร่างนี้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาและตลอดสองเดือนนั้นไป๋อันหรานได้สร้างเรื่องราวไว้มากมายต้าลู่ยืนอยู่ข้างกายอย่างเงียบ ๆ แม้สีหน้าสงบนิ่งตามแบบปีศาจผู้รับใช้ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง นางรู้ดีว่าอารมณ์ขององค์หญิงในเวลานี้ ขุมนรกยังเทียบไม่ติด“สองเดือน…” ไป๋อันหรานเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงแผ่วทว่ากดต่ำจนฟังดูอันตราย “ข้าถูกยึดร่างไปถึงสองเดือนเต็ม ๆ โดยที่ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยงั้นหรือ”นางหลับตาสูดหายใจลึกพยายามประคองสติ แต่เมื่อนึกถึงภาพของทารกน้อยที่ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องเก็บฟื้นที่หนาวเหน็บและเต็มไปด้วยฝุ่นหัวใจของนางก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“แล้ว...” นางเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “ตอนที่นางได้ร่างคืนไป…นา

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 11 สับสน

    จวนตระกูลชุนสองเดือนต่อมาความเงียบในยามค่ำคืนปกคลุมไปทั่วจวนตระกูลชุน ไอเย็นจากลมราตรีพัดผ่านผ้าม่านสีเข้มที่ปลิวไหวเบา ๆ เงียบสงบราวกับทุกอย่างในที่แห่งนี้ดำเนินไปตามปกติ ไม่มีสิ่งผิดแปลก ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีความปั่นป่วนเหมือนในวันคลอดนั้นแต่ภายในห้องพักหลังหนึ่ง…กำลังมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันดวงตาคู่สวยของอันหรานค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยหินพันชั่ง สติที่เคยฟุ้งซ่านและพร่าเลือนของนางเริ่มกลับมาพบว่าตนเองนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอนของชุนมู่หยางเกิดอะไรขึ้น?ข้า…ไม่ใช่พึ่งคลอดบุตรหรือ?เหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่…?ในขณะที่ความสับสนถาโถมเข้ามา ไป๋อันหรานก็เหลือบไปเห็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ใกล้เตียง เขากำลังเป่ายาร้อน ๆ ในชามไม้ใบหนึ่งอย่างตั้งใจ ริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนมู่หยาง?“มา อันหราน…ดื่มยาเถอะ ไม่ร้อนแล้ว”เสียงของมู่หยางนุ่มนวลราวกับเขาเป็นสามีแสนดีที่เฝ้าดูแลภรรยาป่วย กระนั้นความอ่อนโยนนี้กลับทำให้อันหรานรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาแทน ชายหนุ่มตักยาขึ้นมาหนึ่งช้อน ยื่นไปจ่อริมฝีปากของนางเหมือนนางเป็นเด็กเล็กที่ต้องถูกดูแลทว่า

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 10 ไม่เป็นดั่งใจ

    ลานหน้าจวนตระกูลไป๋ในยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วอากาศจนผู้มีชีวิตเหลือน้อยนิดในจวนแทบสำลัก เสียงกรีดร้องโหยหวนที่สะท้อนก้องไปทั่วราตรีสลับกับเสียงกระแทกของร่างเนื้อ และเสียงเนื้อฉีกอันน่าสะอิดสะเอียนศพของคนรับใช้ถูกกองระเกะระกะตามลานทางเดิน เสื้อผ้าของพวกเขาขาดรุ่งริ่ง เลือดไหลเป็นทางราวกับลำธารสายเล็ก เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ยังไม่สิ้นใจดีนักกำลังเอื้อมมือสั่นเทาพยายามจะคลานหนี แต่ก่อนที่เขาจะพ้นพุ่มไม้ไปไม่กี่ก้าว เงาดำของปีศาจรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่ดวงตาสีแดงโลหิตก็ปรากฏขึ้นเหนือร่าง มันเงื้อกรงเล็บลงมาอย่างเฉยชาราวกับกำลังบี้มดตัวเล็ก เสียงกระดูกแตกดังกร๊อบพร้อมกับวิญญาณของเด็กหนุ่มที่ถูกกระชากลงสู่ห้วงนรกปีศาจทั้งห้าตัวที่องค์ชายสามส่งมาในครั้งนี้ล้วนสูงใหญ่เกินมนุษย์ธรรมดาแต่ละตนมีเขา ดวงตาของพวกมันแดงฉานและยังมีความกระหาย พวกมันรู้สึกพอใจที่ได้ลิ้มรสเนื้อสดใหม่หลังจากถูกกักขังมานานนับพันปี ทำให้ลานหน้าจวนตระกูลไป๋ยามนี้ดูราวกับสนามล่าสัตว์ของพวกมันท่ามกลางความสยดสยองนั้น หญิงสาวผู้หนึ่งเดินผ่านกองศพอย่างสง่างามราวผู้ชมภาพวาดที่ไร้ซึ่งความรู้สึก นางสวม

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 9 ไม่ได้เป็นอะไรกัน

    หลายเดือนต่อมาสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านกลีบดอกเหมยสีชมพูซีดให้ลอยละล่องราวหิมะอุ่น ผืนหญ้าในสวนทอดยาวอยู่ใต้แสงแดดอ่อนที่ส่องผ่านเรือนยอดของต้นเหมยเก่าแก่ เป็นบ่ายที่สงบและเงียบพอให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ปลิวไป๋อันหรานที่ตั้งครรภ์สิบเดือนเดินช้า ๆ ตามทางหินในสวน นางสวมชุดผ้าบางสีอ่อนที่รับกับแสงแดด ดวงตาของนางทอดมองเหล่าดอกเหมยที่ร่วงหล่นด้วยแววตาสงบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทว่าความสงบก็ถูกทำลายลงเมื่อจู่ ๆ มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง“ไป๋อันหราน!!”หญิงสาวหันกลับช้า ๆ พบชายชราร่างผอมแคระเดินตรงเข้ามา ใบหน้าเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายฉายความเกรี้ยวกราด อันหรานขมวดคิ้วด้วยความสงสัยตั้งใจจะเอ่ยถามว่าเขาคือผู้ใด ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยคำพูดใดออกไป ใบหน้าของนางก็ถูกฝ่ามือของชายชราตบอย่างแรงเพี๊ยะ!!ฝ่ามือหนักประหนึ่งเหล็กกระแทกเข้าที่แก้มของนางเต็มแรง กลิ่นเลือดคาวบาง ๆ ตีขึ้นในปากทันที ใบหน้าของนางหันไปตามแรงตบแก้มซ้ายชาวูบ ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งสวนก่อนเสียงเหี้ยมเต็มไปด้วยโทสะจากชายชราจะดังขึ้น“ลูกชั่ว!” เขาตะโกน เส้นเลือดบนขมับปูดโปน “ทำให้ตระกูลอับอายขายขี้หน้าถึงเพียงนี้ ยังมีหน้ามาเดิ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 8 ครอบครัว

    ภายในพระตำหนักทรงอักษรเงียบงันจนแม้แต่ลมหายใจยังเหมือนจะดังเกินไป ลมปลายวสันต์พัดผ่านสวนด้านนอกเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบา ๆ ม่านสีทองของตำหนักปลิวไหวด้วยแรงลมอ่อน แต่กลับสะท้อนเงาของอ๋องม่อเหยียนยืนอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นใบหน้าของเขาแม้พยายามสงบนิ่ง แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ กลับเต็มไปด้วยความกังวลจนปิดไม่มิด ราวกับกำลังอุ้มความกลัวหนักประหนึ่งหินก้อนใหญ่ไว้ในอก“เสด็จพี่”เสียงของม่อเหยียนทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความลังเลเล็ก ๆ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยต่อ“ตอนพี่สะใภ้ตั้งครรภ์…นางเคยมีอาการนอนไม่หลับ อาเจียน และเบื่ออาหารหรือไม่?”ฮ่องเต้ยกสายตาขึ้นจากเอกสารในมือ มองน้องชายอย่างจับสังเกต มุมปากของพระองค์ตวัดขึ้นเล็กน้อยราวกับรู้คำตอบก่อนแล้ว“เรื่องของไป๋อันหรานอีกแล้วหรือ?” น้ำเสียงไม่ได้ตำหนิ แต่ปนความเอ็นดูและเหนื่อยใจในเวลาเดียวกันผู้ใดในเมืองหลวงไม่รู้บ้างว่าความรักของม่อเหยียนที่มีต่อไป๋อันหรานลึกซึ้งเพียงใด ในคราแรกที่นางแต่งงานก็คิดว่าเขาคงจะตัดใจได้แล้ว แต่นี่ไม่ตัดใจไม่พอยังถึงขนาดรับสตรีผู้นั้นและลูกเข้ามาดูแลในจวนอีกม่อเหยียนเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่ได้โต้กลับ เพราะม

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status