Masukสวรรค์ส่งให้มาเกิดใหม่พร้อมที่ดินผืนงามไม่พอ ยังส่งว่าที่สามีมาให้ปวดหัวถึงสามคน!
Lihat lebih banyakซวี่หยางรับยาเม็ดนั้นมาโยนเข้าปาก เคี้ยวกลืนอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะแสร้งทำตาโตแล้วอุ้มร่างเล็กของบุตรีขึ้นมาหมุนกลางอากาศ“โอ้โห! ยาของลูกพ่อช่างวิเศษนัก พ่อรู้สึกเหมือนมีพละกำลังเหาะเหินเดินอากาศได้เลยทีเดียว!”ครอบครัวใหญ่หัวเราะประสานเสียงกันอย่างเบิกบาน ภาพความอบอุ่นนี้คือผลลัพธ์ของการเสียสละและฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการยามโหย่ว ตะวันรอนทอแสงสีชาดสาดส่องผืนน้ำทะเลตงไห่ให้แปรเปลี่ยนเป็นสีทองอำพันระยิบระยับงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภายในครอบครัวจบลงด้วยความอิ่มหนำ ซวี่หยางและซีซิงปลีกตัวจากความวุ่นวาย ปล่อยให้ปู่ย่าตายายและท่านลุงรับหน้าที่เล่านิทานกล่อมก้อนแป้งทั้งสองเข้านอน สองสามีภรรยาจับจูงมือกันก้าวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางหินหยก มุ่งหน้าสู่ผาวั้งไห่ สถานที่ซึ่งอดีตเคยเป็นลานประลองความเป็นความตาย ทว่ายามนี้กลายเป็นพยานรักอันเป็นนิรันดร์สายลมเย็นเยือกจากมหาสมุทรพัดมากระทบกาย ทว่ากลับไม่อาจแทรกซึมผ่านไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่กอบกุมมือเล็กไว้แน่น ซวี่หยางถอดเสื้อคลุมกันลมตัวนอกของตนออกคลุมทับลาดไหล่บอบบางของฮูหยินอย่างระแวดระวัง“หนาวหรือไม่อาซิง?” เขากระซิบถาม สอดวงแขนโอบรัดเอวคอดบาง ดึงร่า
กาลเวลาเปรียบดั่งสายวารีแห่งแม่น้ำแยงซีที่รินไหลมิเคยหวนกลับ เจ็ดวสันตฤดูผันผ่านไปอย่างเงียบเชียบและงดงามเหนือเกาะเซียนเผิงไหล รอยแผลเป็นจากไฟสงครามและกลิ่นคาวโลหิตแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ถูกชะล้างด้วยเกลียวคลื่นและสายลมบูรพาจนมลายสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงตำนานที่เล่าขานกันในหมู่ชนราษฎร์ม่านหมอกยามเช้าสีมุกอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดเขาหลิงซาน แสงอรุณรุ่งสีทองอำพันสาดลอดผ่านบานหน้าต่างไม้หอมหวงฮวาหลีที่ฉลุลายเมฆามงคล ภายในห้องนอนอันแสนวิจิตรทว่าเรียบง่าย ซวี่หยางสวมเพียงชุดลำลองเนื้อผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดนั่งซ้อนอยู่เบื้องหลังฮูหยินรักบนตั่งไม้ ฝ่ามือหยาบกร้านที่เคยกรำศึกถือหวีไม้สลักสางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายของซีซิงอย่างเชื่องช้าและทะนุถนอม“สามี ท่านสางผมให้ข้าเช่นนี้มาเจ็ดปีเต็ม ไม่รู้สึกเบื่อหน่ายบ้างหรือเพคะ?”น้ำเสียงกังวานใสเอื้อนเอ่ย ซีซิงในวัยที่งดงามสะพรั่งเอี้ยวใบหน้ากลับมาสบตากับบุรุษ นัยน์ตาทอประกายหยอกเย้า ทว่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความรักที่ลึกล้ำสุดหยั่งซวี่หยางคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มอบให้สตรีผู้นี้เพียงผู้เดียว รอยหยักลึกรอบดวงตาตามกาลเวลาหาได้ลดทอนความหล่อเหลาคมคายของมังกรหนุ่มลงไ
มารดาของซีซิงในชุดลำลองสีอ่อนกำลังนั่งดวลหมากล้อมอยู่กับอดีตไท่ซ่างหวงท่ามกลางร่มเงาของต้นเถาฮวาที่กำลังผลัดดอก รอยยิ้มของอดีตประมุขหอซิงหลัวและอดีตจักรพรรดิช่างเบิกบานและผ่อนคลาย ปราศจากความกังวลใดในบั้นปลายชีวิต“ท่านแพ้ข้าอีกแล้วนะ ตาเฒ่าซวี่!” เสิ่นอวี้หรงวางหมากสีดำลงบนกระดาน หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นบิดาสามีของบุตรสาวทำหน้ามุ่ย“ใครว่าข้าแพ้ ข้าเพียงออมมือให้สตรีต่างหากเล่า!” ซวี่เทียนเถียงข้าง ๆ คู ๆ ก่อนจะหันไปทางลานหญ้ากว้าง “พวกเจ้าดูหลานข้าสิ เติบโตขึ้นทุกวัน ช่างน่าภาคภูมิใจนัก!”ณ ลานหญ้าสีเขียวขจีอวิ๋นเช่อในวัยสี่ขวบสวมชุดหม่ากว้าสีน้ำเงินเข้มกำลังร่ายรำเพลงกระบี่ไม้ไผ่คู่กับซวี่หมิง ผู้เป็นอา ท่วงท่าของเด็กชายแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งของปราณมังกรม่วง ทว่ากลับพลิ้วไหวส่วนซินเยวี่ย ดรุณีน้อยผู้งดงามสวมชุดสีชมพูอ่อนกำลังนั่งอยู่กลางดงดอกไม้กับเหยาหลิง มือเล็กจิ๋วบรรจงเด็ดกลีบไป๋หลานคัดแยกสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว สัญลักษณ์กู่ทองคำบนหน้าผากเปล่งประกายจาง ๆ ดึงดูดผีเสื้อนับร้อยให้มาบินวนรอบกาย“ซินเยวี่ย เจ้าแยกแยะหวงฉีกับกานเฉ่าได้แม่นยำยิ่งนัก”ซีซิงก้าวเดินเข้ามาหาบุตรี ย่อตัวลงล
ลมราตรีแห่งเมืองหลิงโจวพัดหอบเอาความเย็นเยือกจากร่างของราชครูแผ่ซ่านไปทั่วลานประลองกลางมหรสพ ไอเย็นเกาะกุมจนแผ่นกระดานไม้บนเวทีเริ่มปรากฏเกล็ดน้ำแข็งบางเบา ทว่าท่ามกลางความตระหนกของฝูงชน ซีซิงกลับนิ่งสงบ นัยน์ตาทอประกายเฉียบขาด มือเรียวบางดึงเข็มเงินออกจากสาบเสื้อ ปักสกัดจุดชีพจรของชายชราอย่างแม่นยำ“สามี อุ้มลูกถอยออกไปก่อนเพคะ พิษเย็นแทรกกระดูกชนิดนี้รุนแรงนัก หากสูดดมเข้าไปจะทำให้เส้นชีพจรเยือกแข็ง” ซีซิงหันไปสั่งการเสียงเด็ดขาดซวี่หยางมิได้อิดออด ชายหนุ่มกระเตงอวิ๋นเช่อและซินเยวี่ยก้าวถอยร่นไปยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหลัง แผ่ลมปราณขั้วหยางออกเป็นเกราะคุ้มกันบาง ๆ ปกป้องครอบครัวและฝูงชนที่มุงดู นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องฮูหยินรักด้วยความเชื่อมั่นสุดหัวใจซีซิงแบมือออกรับบัวหิมะพันปีจากโฆษกประจำเวทีที่รีบนำมาประเคนให้ด้วยความหวาดกลัว นางใช้พละกำลังจากกู่ทองคำขยี้กลีบบัวหิมะจนแหลกละเอียดเป็นหยาดน้ำค้างสีมุก ก่อนจะกรอกลงสู่ริมฝีปากที่เขียวคล้ำของราชครูเฒ่า พริบตาเดียว ไอความร้อนบริสุทธิ์ก็แผ่ซ่านชะล้างความหนาวเหน็บจนหมดสิ้น ราชครูกระอักลิ่มเลือดสีดำออกมาอีกครา ก่อนที่ใบหน้าเหี่ยวย่นจะเริ่มมี











