LOGINบุรุษที่เจ้าแย่งมาแต่งทำสามีเป็นสวะเช่นนี้ เรื่องบนเตียงก็ยังไม่ได้เรื่อง เจ้าเอาอะไรมารักปักใจกัน ไป๋อันหรานเจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่งมในรัก
View More"เอามาให้ข้า ถ้าข้าไม่รีบตามไปเสี่ยวผิงนางจะเหงานะ เอามาให้ข้าสิ""ตั้งสติ ม่อเหยียน เห้อข้าไม่น่าใจอ่อนพาเจ้ามาเลย""ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ หากไม่มีนาง"เจียวมิ่งมองม่อเหยียนก่อนจะถอนหายใจออกมา สิบเอ็ดเป็นแบบนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าม่อเหยียนรักเจ้าเพราะพลังอีกหรือไม่ เห็นหรือไม่เจ้าสำคัญต่อพวกข้ายิ่งนัก"ข้าช่วยให้นางกลับมาได้ เพราะฉะนั้นตั้งสติได้แล้ว"เจียวมิ่งพูดจบก็เดินออกไป ม่อเหยียนเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะเดินตามไปทันที เจียวมิ่งก้มลงมองกล่องเล็ก ๆ ในมือของเขา สิบเอ็ดข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าจากไปแล้วทิ้งเจ้าตัวภาระทั้งสองคนไว้ให้ข้าหรอก"เจียวมิ่ง""เจ้ารออยู่ข้างนอก เดี๋ยวข้ามา"เจียวมิ่งพูดออกไป มีเพียงต้องขอสิ่งนั้น จึงจะนำร่างนางคืนมาได้ เขาสูดหายใจเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน สระน้ำที่มีบัววิเศษมากมายอยู่"เหมือนข้าจะบอกแล้วว่าอย่าวุ่นวาย"จอมปีศาจพูดออกมาเสียงเรียบ เขามองเจียวมิ่งที่เดินเข้ามาหาเขา "ข้าต้องการดอกบัวที่ฟื้นฟูร่างปีศาจได้""ไม่ให้"เหอะ ไอ้ปีศาจใจแคบ "ข้าจะเอาไปช่วยสิบเอ็ด""นั่นยิ่งไม่ได้"จอมปีศาจพูดออกมา เขายกยิ้มมองเจียงมิ่งที่มีสีหน้ากำ
“สิบเอ็ด ไหน…อธิบายมาเสียที เจ้าสนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริงหรือไม่”เสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันประหนึ่งกำลังจะบีบคอใครสักคนให้ขาดใจ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังคงก้มศีรษะต่ำอย่างนอบน้อม“จริง…เพคะ” น้ำเสียงของนางสั่นแต่หนักแน่น “ข้า…สนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริง”คำตอบได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ทุกองค์ชายในท้องพระโรงทันที“มันเป็นใคร?” องค์ชายอีกองค์หนึ่งลุกพรวดขึ้น ดวงหน้าเชิดขึ้นอย่างขุ่นเคือง“จับมันมาทรมานดีหรือไม่?”“อย่าลืมตัดหัวมันมาเป็นของขวัญให้สิบเอ็ดด้วยล่ะ” อีกองค์ชายหนึ่งยิ้มเหี้ยม ดวงตาเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ผิดเพี้ยน“ถลกหนังของมันออกมาก็ไม่เลว ปล่อยให้มันตายทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวด… ฮ่า ๆ ๆ”เหล่าองค์ชายต่างเหลือบตามองกันด้วยรอยยิ้มอำมหิต พวกเขาไม่ได้โกรธที่นางสนใจมนุษย์ หากแต่โกรธที่มนุษย์ผู้นั้นบังอาจดึงความสนใจขององค์หญิงสิบเอ็ดไปจากพวกเขาราวกับคำพูดเหล่านั้นยังไม่พอ องค์ชายสองก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้ร่างเสี่ยวผิงชาวาบ“จริงสิ… เด็กคนนั้นยังอยู่หรือไม่ เด็กที่ทำให้สิบเอ็ดเจ็บปวดในตอนนั้น หากยังอยู่…จับมันมาด้วย”ภายใต้ความวุ่นวายของเสียงสนับสนุนให้สังหารมนุษย์
กลางดึกภายในกระโจมที่ตั้งอยู่ในท่านทหาร เสี่ยวผิงนอนหลับอยู่ทว่าจิตใจกลับไม่สงบ เงาดำมืดและเสียงสะอื้นยังคงก้องอยู่ในฝัน‘สิบเอ็ด… ดูสิดูคนที่เจ้ารัก’ เสียงแหบพร่าของราชาปีศาจอย่างดังขึ้น“ไม่…พี่ใหญ่อย่าทำเช่นนั้น!” นางกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทาเหมือนถูกกระชากด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม ทำให้หน้าเลอะเลือดฝันและเหงื่อ‘มนุษย์ผู้นี้หรือ… ที่จะแย่งเจ้าไปจากข้า? สิบเอ็ดปีศาจอย่างเราจะรักมนุษย์ได้ยังไง’ภาพม่อเหยียนและป๋อหลินถูกกระบี่สีดำจ้วงแทงกลางอก เส้นเลือดแดงพุ่งกระจาย ความเจ็บปวด ความสิ้นหวังและความสูญเสียประหนึ่งมีมือเย็น ๆ บีบแน่นอยู่บนหัวใจของนาง เสี่ยวผิงทรุดตัวลงบนพื้น แข้งขาอ่อนแรง ก่อนนางจะร้องไห้ออกมาราวกับสตรีเสียสติ‘องค์หญิงข้าบอกท่านแล้วไง หากอยู่เคียงข้างท่านพวกเขาจะต้องตาย’ เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนมือเย็นหนึ่งจะสัมผัสปลายคางของนาง จิ้งจอกขาวสบตานางด้วยดวงตาที่เย็นเฉียบและใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงความน่ากลัว‘การแลกเปลี่ยนของเราจะจบหลังจากเจ้าและข้าตาย’ เสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่เหมือนคำสั่งแห่งชะตากรรมเฮือก!เสี่ยวผิงสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ใจเต้นแรง นางหันมองไปรอบ ๆ
สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานไม้ในห้องนอนของอันหราน กลิ่นชาอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างเรียบง่าย แต่กลับแฝงความประณีต สายตาของนางทอดมองไปยังทหารหนุ่มผู้เข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อจากความตื่นเต้นหรือความกังวลก็ไม่อาจบอกได้ แต่เมื่อเขากล่าวออกมา เสียงเรียบแต่ออกแน่วิตกนั้นก็กระแทกใจนางทันที“ฮูหยิน ปลาติดเบ็ดแล้วขอรับ”อันหรานเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งสงบ ไม่แสดงอาการดีใจหรือตื่นเต้นใด ๆ นางเพียงยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ลิ้มรสชาอุ่นที่ปลอบประโลมจิตใจในขณะที่ความคิดของนางหมุนวนอยู่รอบไป๋เจินเจินและนายโลมผู้นั้นไป๋เจินเจิน เจ้าไม่ระวังตัวเลยสินะ...นางคิดในใจ สีหน้าเรียบเฉยของอันหรานไม่ได้สะท้อนความดีใจหรือพึงพอใจ กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่ด้านใต้ความสงบนี้กลับแฝงด้วยแผนการที่ซับซ้อนไป๋อันหรานให้คนของตนเข้าไปติดตามไป๋เจินเจินเพื่อหวังจับชู้รักของนาง จนได้รู้ความจริงว่าไป๋เจินเจินมีชู้กับนายโลม ส่วนเด็กคนนั้นก็เป็นบุตรสาวของนางโลมที่นางตั้งท้อง ไป๋อันหรานนึกสมเพชแต่ก็อดไม่ได้ที่จะประเมินความกล้าของฝ่ายตรงข้าม ไป๋เจินเจินคง
ยามค่ำคืนภายในโรงเตี๊ยมยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่างและเสียงฝีเท้าผู้คนประปรายจากชั้นล่างเท่านั้น อันหรานเปิดประตูห้องออกมาช้า ๆ ก้าวเท้าพ้นธรณีบานประตูอย่างมั่นคงผิดไปจากก่อนหน้าในมือนางกำขวดเล็ก ๆ สีดำสนิทแน่นราวกับเป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวสตินางได้ตอนนี้แววตาของนางไ
ยามดึกของจวนเจ้าเมืองเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่าง ไอเย็นที่แทรกเข้ามาปะทะผิวทำให้ไป๋อันหรานสะดุ้งเฮือก นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนกหัวใจเต้นแรงราวกับถูกบีบแน่นในความเงียบงันภายในห้องนอน กลิ่นกำยานสงบจิตใจที่มู่หยางมักจุดไว้ก่อนนอนยังคงคลุ้งอยู่จาง ๆ แต่ตัวเขากลับหายไป...ไป๋อั
ภายในห้องพักชั้นสองของโรงเตี๊ยมกลางเมือง แสงตะเกียงน้ำมันวูบไหวตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศทั่วห้องอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแต่ก็แฝงความเงียบสงัดอย่างประหลาด เสียงผู้คนภายนอกเบาบางลงไปจนเกือบไม่ได้ยิน ราวกับทั้งห้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เหลือเพียงลมหายใจแผ่วเบาของสตรีบนเตียงไม้เท่า
ภายในห้องนอนอันเงียบงันของจวนเจ้าเมือง แสงเทียนที่วางเรียงรายอยู่ตามมุมห้องส่องแสงไหวตามแรงลมอ่อน ๆ ที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงกรอบแกรบของเปลวไฟที่เผาไส้เทียนทำให้บรรยากาศยิ่งเงียบเหงาและกดดันมากขึ้นป๋อหลินนั่งกอดเข่าอยู่ในเงามืดตรงมุมห้อง ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มวัยสิบหกขดตัวราวกับต้องการซุกซ่อ





