Home / รักโบราณ / องค์หญิงสิบเอ็ด / บทที่ 4 ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย

Share

บทที่ 4 ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย

last update publish date: 2026-03-07 13:36:27

“ข้าจะแต่งเจินเจินเป็นอนุขอรับ”

“อันหรานเองก็ดีกับเจ้ามาก มู่หยางเจ้าคิดให้ดีอีกครั้งเถิด”

“ท่านแม่ให้ข้าทำดีกับนาง ข้าก็ทำแล้วตอนนี้ถึงคราวที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้แล้วขอรับ”

“ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะเห็นความดีของนางบ้าง…เอาเถิด ในเมื่อเจ้ามันตาบอด ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”

“ขอรับ”

“เจ้าจงแจ้งแก่อันหรานด้วย อย่างไรนางก็เป็นฮูหยินของเจ้า ไป๋เจินเจินเป็นอนุต้องมาคารวะน้ำชานาง”

บทสนทนาระหว่างมู่หยางและชุนฮูหยินยังคงสะท้อนอยู่ในความคิดของเขา คำของมารดาทั้งตำหนิทั้งผิดหวังวนเวียนรอบหู แต่เขาไม่คิดหนักใจแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่รบกวนจิตใจมีเพียงอย่างเดียว ไป๋อันหรานสตรีเจ้าเล่ห์ผู้นั้นจะรังแกเจินเจินผู้อ่อนโยนของเขาหรือไม่

“ท่านพี่…”

เสียงแผ่วบางดังขึ้นจากหน้าประตู มู่หยางเงยหน้าไปเห็นอันหรานปรากฏตัวขึ้นในชุดบางสีจางเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้างดงามซีดเผือดจนสีเลือดแทบไม่เหลืออยู่ ร่างกายสั่นน้อย ๆ ประหนึ่งเพิ่งฟื้นจากความเจ็บปวด นางพยายามรักษาท่าทางให้ปกติ แม้ภายในจะปวดร้าวจากยาขับเลือดที่เพิ่งดื่มเมื่อครู่

มู่หยางมองสภาพนั้นเพียงชั่วครู่ ไม่มีความสงสารผุดขึ้นมาในสายตาแม้แต่น้อย

“เจ้ามาแล้วหรือ นั่งลงสิ”

อันหรานทรุดตัวลงบนเก้าอี้ตามคำสั่ง ความอ่อนแรงทำให้ปลายนิ้วนางกำชายกระโปรงแน่นเพื่อไม่ให้มือสั่น นางพยายามยิ้มอ่อนให้สามีของตน

“ท่านพี่มีเรื่องใดหรือเจ้าคะ”

มู่หยางมองนางนิ่ง ดวงตาเย็นเฉียบ “เรื่องเด็ก…เจ้าจัดการแล้วใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ ข้าดื่มยาแล้ว” มือของอันหรานบนตักกำเสื้อแน่น จิกจนปลายเล็บสั่น

“เช่นนั้นก็ดี”

มู่หยางพูดด้วยน้ำเสียงสบายใจราวกับเรื่องนั้นเป็นเพียงเรื่องง่าย ๆ ที่เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากนัก ทว่าท่าทีเช่นนั้นกลับทำให้อันหรานเหมือนถูกมีดกรีดกลางอก

“ที่เรียกเจ้ามา… ข้าเพียงอยากให้เจ้ารับรู้ว่าข้าจะแต่งเจินเจินเป็นอนุ ให้เจ้าก็เตรียมรับน้ำชาจากนาง”

คำประกาศนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนในชั่ววูบ อันหรานเงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าซีดเปลี่ยนเป็นไร้สีเลือดไปโดยสิ้นเชิง

“ท่านพูดอะไรนะ… นางเป็นน้องสาวของข้า จะให้ข้ามีสามีคนเดียวกับนางอย่างนั้นหรือ!” เสียงของนางสั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเจ็บปวดแต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือสายตาเย็นเยียบของชายที่เรียกว่าสามี

“เจ้าจะโวยวายไปทำไม? ไม่ใช่เจ้าพูดเองหรือว่าข้าจะแต่งใครมาก็ได้ ขอแค่ข้าอยู่กับเจ้า”

อันหรานเม้มปากจนซีด ขอเพียงได้อยู่ใกล้เขา…ครั้งนั้นนางพูดด้วยหัวใจจริง แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกนำมาฟาดใส่นางเช่นนี้

"แต่นางเป็นน้องสาวข้า แม้จะต่างมารดาแต่ข้ากับนางก็มีบิดาคนเดียวกัน"

มู่หยางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ แขนไขว้ อารมณ์เย็นชาและดูถูกแผ่กระจายทั่วห้อง

"อันหราน เจ้าอย่าลืมสิ หากไม่ใช่เพราะเจ้าวางยาปลุกกำหนัดใช้ร่างกายต่ำ ๆ ของเจ้ายั่วยวนข้า มีหรือเจ้าจะได้แต่งเป็นฮูหยินข้า!"

ความเงียบโรยตัวลงเหมือนหิมะโปรยหนัก อันหรานรู้สึกราวกับถูกคำพูดนั้นตบซ้ำไม่หยุดนางกัดริมฝีปากจนเลือดซึม แต่ดวงตากลับไหวระริกอย่างเจ็บลึก

“เจ้ารู้แก่ใจอยู่แล้วคนที่ข้ารัก…มีเพียงน้องสาวของเจ้าเท่านั้น!”

ดวงหน้าของอันหรานซีดลงยิ่งกว่าเดิม มือทั้งสองกำผ้ากระโปรงแน่นเหมือนจะฉีกขาด หัวใจของนางเหมือนถูกขยี้เป็นเถ้าถ่านในชั่ววินาที

ส่วนมู่หยางเมื่อเขาได้รับในสิ่งที่ต้องการแล้วตัวเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแสดงเป็นสามีที่ดีกับนางอีกต่อไป

“ละ…แล้วที่ผ่านมาคืออะไร”

เสียงอันหรานสั่นพร่าเหมือนลมหายใจที่กำลังขาดตอน นางมองสามีผ่านม่านน้ำตา สองมือกำเสื้อแน่นจนข้อนิ้วซีด

“ท่านรักข้าไม่ใช่หรือ”

“รักหรือ? มีผู้ใดจะรักสตรีแบบเจ้าลง”

มู่หยางหัวเราะเบา ๆ เสียงเย็นเยียบไร้ความลังเล ทว่าคำตอบนั้นเหมือนคมดาบกรีดลงกลางอก อันหรานสะอึกน้ำตาไหลรินไม่อาจกลั้นไว้ได้

“ข้าขอเตือน…หากเจ้าคิดรังแกเจินเจินแม้เพียงปลายเล็บ ข้าจะทำให้เจ้าชดใช้เป็นสิบเท่า”

อันหรานกัดริมฝีปากจนเลือดซึมมองสามีของนางผ่านม่านน้ำตา ห้าปี…ห้าปีเต็มที่นางทุ่มเททุกอย่างเพียงเพื่อเขาผู้เป็นสามี

ไม่ว่าต้องทำสิ่งชั่วร้ายเพียงใด ขอเพียงช่วยเขาได้นางยอม

ไม่ว่าถูกดูถูกเหยียดหยามมากเท่าไรนางอดทน

ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวร้าย เป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการนางยังเลือกอยู่ข้างเขา

นี่นางอดทนเพื่ออะไรกัน? นี่หรือผลตอบแทนที่เฝ้ามอบความรักและเทิดทูนให้เขา?

“ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย…” นางหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาไหล “เช่นนั้น…เรื่องลูกเล่า”

สายตาของมู่หยางเย็นเฉียบ ราวกับเอ่ยเรื่องไร้ค่า “ผู้หญิงเดียวที่ข้าจะมีบุตรด้วย…คือเจินเจิน ส่วนบุตรของเจ้าข้าไม่ต้องการ”

อันหรานนิ่งงัน เหมือนโลกหยุดหมุน สองเดือนที่ผ่านมาการแสดงความอ่อนโยน การยิ้ม การกุมมือทั้งหมดเป็นเพียงกาเสแสร้งให้นางตายใจเท่านั้น

ลูกของนางสำหรับเขาเป็นเพียง ความผิดพลาดที่เขาไม่เคยต้องการแม้แต่น้อย ริมฝีปากหญิงสาวสั่นพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีคำไหนออกมา สุดท้ายอันหรานลุกขึ้นอย่างช้า ๆ ทว่าสายตาเหม่อลอยราวกับคนไร้วิญญาณ นางเดินออกจากห้องหนังสือเหมือนร่างกายไร้น้ำหนัก

องค์หญิงสิบเอ็ดที่ติดตามยืนกอดอกดูสถานการณ์อยู่ตั้งแต่แรกก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ร่างบางเดินตามอันหรานเงียบ ๆ พลางคิดเพียงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงเจ้าเลือกเองทั้งนั้นไป๋อันหราน

ไป๋อันหรานเดินโซซัดโซเซในลานเรือน เหมือนคนจมอยู่ในหมอกหนา หูอื้อจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ทว่ากลับมีเสียงหนึ่งที่นางคุ้นเคยดังขึ้น

“อันหราน!”

เสียงเรียกที่คุ้นเลยทำให้อันหรานที่แทบไม่มีแรงเดิน เงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ภาพตรงหน้าจะเลือนรางจากน้ำตา แต่ยังเห็นบุรุษชุดดำผู้มีใบหน้าอ่อนโยนและสายตาเป็นห่วงเจือโทสะ

อ๋องม่อเหยียน พี่ชายที่ครั้งหนึ่งเคยแสนดีกับข้า..

ไม่สิคนที่อยู่ชายแดนจะมาที่นี่ได้อย่างไร หรือว่านี่คือนิมิตจากความอ่อนล้า?

“อันหราน…เหตุใดเจ้าจึงแต่งงานโดยไม่รอข้า” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเกินบรรยาย

อันหรานมองชายที่เดินเข้ามาหานาง ในตอนนี้นางมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว ก่อนจะรู้สึกเหมือนขาไม่มีแรงนางเซจนยืนไม่อยู่

“อันหราน!!!”

ร่างของนางค่อย ๆ ทรุดลง ม่อเหยียนตาเบิกกว้าง รีบคว้าเอวและประคองนางไว้ในอ้อมแขนอย่างร้อนรน

“อันหราน!!” เขาเขย่าร่างนางเบา ๆ

“ทะ…ท่านพี่…เป็นท่านจริง ๆ ด้วย” นางพยายามยิ้มทั้งที่น้ำตาไหลไม่หยุด

“อันหรานเจ้าเป็นอะไร!? ผู้ใดทำร้ายเจ้าเหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้!”

“ท่านพี่...ข้า…ข้าผิดสัญญากับท่านอีกแล้ว… ขอโทษนะเจ้าคะ…”

“อันหรานลืมตาสิ! หรานเอ๋อร์!”

ทว่าแม้จะได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายดวงตาของนางก็ไม่อาจฝืนต่อไปได้อีก เปลือกตาของหญิงสาวค่อย ๆ ปิดลง สติเลือนหายไปในอ้อมแขนของอ๋องม่อเหยียน

ม่อเหยียนหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ เขาอุ้มร่างบอบบางขึ้นอย่างทะนุถนอมราวกับนางเป็นสมบัติล้ำค่า

“ตามหมอมาเดี๋ยวนี้!!!”

เสียงอันทรงอำนาจของท่านอ๋องทำให้ทั้งจวนตระกูลชุนแตกตื่น บ่าวสาววิ่งกันอลหม่าน เมื่อรู้ว่าผู้ใดที่อุ้มฮูหยินไป๋อันหรานอยู่ พวกบ่าวรีบวิ่งไปตามหมอ ม่อเหยียนอุ้มอันหรานเข้าไปในห้องนอนของนางทันที เลือดสีแดงเข้มซึมออกจากกระโปรงนาง—ภาพนั้นทำให้เขาหน้าถอดสี

“หรานเอ๋อร์…เจ้าบาดเจ็บตรงไหน!” เสียงเขาแตกพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“หมอมาหรือยัง!!! เร็วเข้า!!”

“ท่านหมอมาแล้วขอรับ!!”

เสียงองครักษ์ดังขึ้น เขานำชายร่างผอมในชุดผ้าแพรสีหม่น ๆ เข้ามาอย่างรีบร้อน ท่านหมอเป็นผู้เฒ่าที่ผ่านประสบการณ์รักษาผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่ยังอดไม่ได้ที่จะเร่งฝีเท้ามารักษาหญิงสาวที่นอนป่วยอยู่บนเตียงเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของม่อเหยียน

ทันทีที่ท่านหมอเห็นอันหรานนอนไม่ได้สติ เขารีบคุกเข่าลงข้างเตียง มือเหี่ยวย่นแต่มั่นคงยื่นไปจับชีพจรของนางอย่างรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจต่อมาท่านหมอก็ชะงัก นิ้วมือหยุดนิ่งราวจับจุดบางอย่างได้

“เกิดอะไรขึ้น?” ม่อเหยียนรู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงถามเสียงแผ่วแต่กดต่ำ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่สะท้อนถึงความหวาดหวั่น

ท่านหมอไม่ตอบแต่รีบหยิบเข็มเงินออกมาจากกล่องไม้ที่องครักษ์นำมาด้วย เขาเริ่มฝังเข็มลงตามตำแหน่งสำคัญอย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดเล็กผุดบนหน้าผากของผู้เฒ่า ความรีบเร่งของเขายิ่งทำให้ม่อเหยียนคล้ายถูกคนเชือดใจทีละนิด

ไม่นานท่านหมอหยิบขวดน้ำยาสมุนไพรอุ่นสีเข้มขึ้นมา เขามองหน้านางนิ่งครู่หนึ่งก่อนค่อย ๆ ป้อนเข้าไปให้ดื่มอย่างระมัดระวัง

เวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูป ท่านหมอจึงจับชีพจรอันหรานอีกครั้ง ก่อนชายชราจะถอนหายใจออกมายาวราวกับยกภูเขาออกจากอก

“นางปลอดภัยหรือไม่ ท่านหมอ?” ม่อเหยียนรีบถามทันที ทว่ายังไม่ทันได้คำตอบท่านหมอก็หันมาเอ่ยสั่งกับองครักษ์

“หยิบกาน้ำชาบนโต๊ะมาให้ข้าตรวจสอบหน่อย” องครักษ์รีบเดินไปหยิบกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้องมาให้ชายชราตามคำสั่ง

ม่อเหยียนเหลือบตามองกานั้นก่อนเม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นแข็ง เขาเริ่มเดาได้ลาง ๆ ว่าความเจ็บปวดของอันหรานอาจไม่ใช่อาการป่วยธรรมดา

ท่านหมอรับกาน้ำชาก่อนจะเทน้ำลงถ้วยเล็กแล้วดมกลิ่นอย่างระมัดระวัง ทันทีที่กลิ่นลอยเข้าจมูก ท่านหมอก็เบิกตากว้าง ความตกใจชัดเจนบนใบหน้าเหี่ยวย่น

“ท่านหมอเป็นเช่นไรบ้าง” เสียงของม่อเหยียนทุ้มลึกและสั่นน้อย ๆ .ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยยามนี้แสดงออกถึงความกังวล

ท่านหมอค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนกล่าวหนักแน่น

“ฮูหยินชุน…นางตั้งครรภ์”

ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที เหมือนโลกหยุดหมุน ม่อเหยียนนิ่งชะงักลมหายใจของเขาสะดุดไปชั่วขณะ

ท่านหมอยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ที่เป็นเช่นนี้…เพราะนางดื่มยาที่มีฤทธิ์ขับเลือด”

“แล้ว...นางกับเด็กเป็นเช่นไร” เสียงเขาเบาและสั่นแฝงไปด้วยความกังวล

ท่านหมอถอนหายใจยาว “จากที่ข้าตรวจ เมื่อครู่ฮูหยินนางยังไม่ดื่มเข้าไปมากนัก ข้าจึงพอช่วยชีวิตนางและเด็กในท้องไว้ได้ แต่หากครั้งหน้าไม่ดูแลดี…ข้าเกรงว่าแม้เพียงสะดุดล้มเล็กน้อยเด็กก็อาจเป็นอันตรายได้”

คำว่า เด็กอาจเป็นอันตรายได้ทำให้ม่อเหยียนกัดฟันจนเลือดซึมในปาก หัวใจเขาแทบจะถูกฉีกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือความโล่งอกที่นางยังไม่ตาย อีกส่วนคือความเจ็บปวดที่สตรีที่เขารักต้องอดทนกับความโหดร้ายแบบนี้

ท่านหมอส่ายหัวช้า ๆ ด้วยความหนักใจ “ผู้ใดกันช่างใจร้ายตั้งใจวางยาฮูหยินให้แท้งบุตร หากครั้งนี้ข้ามาไม่ทัน…เกรงว่าทั้งนางและเด็กคงไม่รอด”

คำพูดนั้นคมชัดราวมีดที่เฉือนลงกลางใจของม่อเหยียนอีกครั้งหนึ่ง เขายืนเงียบอยู่ แต่ความเงียบนั้นกลับส่งแรงสั่นสะเทือนมากกว่าคำใด ๆ ลมหายใจเขาหนักราวจะหอบเอาความเจ็บปวดออกมาพร้อมอากาศ

ท่านหมอเขียนเทียบยา และกำชับเพิ่ม

“หากนางฟื้น ให้ข้าตรวจอาการอีกครั้ง”

“ขอบคุณท่านหมอ”

องค์หญิงสิบเอ็ดที่เป็นวิญญาณมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบ ๆ นางมองม่อเหยียนไม่วางตา คนผู้นี้เป็นพี่ชายของไป๋อันหรานหรือ เหตุใดหลายเดือนมานี้ไม่เคยเห็นนางพูดถึง แต่คนผู้นี้ดูห่วงใยนางยิ่งกว่าเจ้ามู่หยางด้วยซ้ำ มิตรภาพพี่น้องช่างทำให้ข้าคิดถึงพี่ชายโง่ทั้งสิบของข้ายิ่งนัก

ม่อเหยียนยืนมองไป๋อันหรานที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอีกครั้ง สายตาของเขาอ่อนลงอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขาเอื้อมมือไปลูบเส้นผมของนางเบา ๆ ราวกับกลัวแรงสัมผัสจะทำให้นางแตกสลาย

“อันหราน…” เขากระซิบเบา ๆ เสียงสั่นไหวจนแทบไม่ใช่เสียงของเขาเอง “เหตุใดเจ้าจึงต้องอยู่ในสภาพเช่นนี้…”

ชายหนุ่มหลับตาลง สูดลมหายใจลึกเพื่อกดความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมา หัวใจเขาปวดร้าวยิ่งกว่าเมื่อครั้งต้องออกศึกเสียอีก เขานึกถึงความตั้งใจแรกเริ่มที่ตนรีบกลับเมืองหลวงมาเพียงเพื่อมาหาพบหน้านาง

เขาเพียงเพื่อถามว่าเหตุใดนางจึงเลือกแต่งกับบุรุษที่ไม่ได้ความเช่นนี้…

เขาเพียงอยากรู้ว่าคนผู้นี้ดูแลนางดีกว่าเขาหรือไม่...

แต่ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้คำตอบโดยไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว...

บุรุษไม่เอาไหนที่อันหรานเรียกว่าสามีดูแลนางไม่ต่างจากการปล่อยให้ดอกไม้บอบบางถูกพายุฝนซัดกระแทกจนเหลือเพียงกลีบที่ปริแตก

หากคืนนี้เขาไม่มา ไม่แน่ว่าอันหรานและเด็กในท้องอาจไม่รอดชีวิตก็ได้ แค่คิดเพียงเท่านั้น ความโกรธก็พุ่งขึ้นมาราวกับไฟลามทุ่ง

ม่อเหยียนก้มหน้าลงปิดบังสายตา แต่กำปั้นของเขาที่กำไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นนั้นบอกชัดเจนว่าอารมณ์ของเขากำลังคุกรุ่นแค่ไหน

“อาฟู่” ม่อเหยียนเรียกองครักษ์ด้วยเสียงที่นิ่งจนเย็นเยียบ

“เจ้าไปส่งท่านหมอ แล้วสั่งให้เตรียมรถม้า…ข้าจะพาอันหรานกลับจวน”

“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์รับคำสั่งก่อนจะรีบออกไปจากห้อง

ม่อเหยียนเอื้อมมือไปจับมือของอันหราน มือของนางเย็นราวน้ำแข็ง เป็นความเย็นที่ตอกย้ำว่าตลอดมานางผ่านความเจ็บปวดมาคนเดียวเพียงใด

“อย่าห่วงเลย…อันหราน” เขากระซิบเบา ๆ ด้วยเสียงที่สั่นน้อย ๆ นิ้วมือเขาลูบหลังมือของนางราวปลอบโยน

“พี่จะหาคนที่วางยาเจ้าให้เจอ แล้วทรมานมันให้สมกับที่มันทำเจ้าเจ็บ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 29 ขอบคุณ END

    "เอามาให้ข้า ถ้าข้าไม่รีบตามไปเสี่ยวผิงนางจะเหงานะ เอามาให้ข้าสิ""ตั้งสติ ม่อเหยียน เห้อข้าไม่น่าใจอ่อนพาเจ้ามาเลย""ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ หากไม่มีนาง"เจียวมิ่งมองม่อเหยียนก่อนจะถอนหายใจออกมา สิบเอ็ดเป็นแบบนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าม่อเหยียนรักเจ้าเพราะพลังอีกหรือไม่ เห็นหรือไม่เจ้าสำคัญต่อพวกข้ายิ่งนัก"ข้าช่วยให้นางกลับมาได้ เพราะฉะนั้นตั้งสติได้แล้ว"เจียวมิ่งพูดจบก็เดินออกไป ม่อเหยียนเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะเดินตามไปทันที เจียวมิ่งก้มลงมองกล่องเล็ก ๆ ในมือของเขา สิบเอ็ดข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าจากไปแล้วทิ้งเจ้าตัวภาระทั้งสองคนไว้ให้ข้าหรอก"เจียวมิ่ง""เจ้ารออยู่ข้างนอก เดี๋ยวข้ามา"เจียวมิ่งพูดออกไป มีเพียงต้องขอสิ่งนั้น จึงจะนำร่างนางคืนมาได้ เขาสูดหายใจเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน สระน้ำที่มีบัววิเศษมากมายอยู่"เหมือนข้าจะบอกแล้วว่าอย่าวุ่นวาย"จอมปีศาจพูดออกมาเสียงเรียบ เขามองเจียวมิ่งที่เดินเข้ามาหาเขา "ข้าต้องการดอกบัวที่ฟื้นฟูร่างปีศาจได้""ไม่ให้"เหอะ ไอ้ปีศาจใจแคบ "ข้าจะเอาไปช่วยสิบเอ็ด""นั่นยิ่งไม่ได้"จอมปีศาจพูดออกมา เขายกยิ้มมองเจียงมิ่งที่มีสีหน้ากำ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 28 เสียสละเพื่อปกป้อง

    “สิบเอ็ด ไหน…อธิบายมาเสียที เจ้าสนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริงหรือไม่”เสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันประหนึ่งกำลังจะบีบคอใครสักคนให้ขาดใจ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังคงก้มศีรษะต่ำอย่างนอบน้อม“จริง…เพคะ” น้ำเสียงของนางสั่นแต่หนักแน่น “ข้า…สนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริง”คำตอบได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ทุกองค์ชายในท้องพระโรงทันที“มันเป็นใคร?” องค์ชายอีกองค์หนึ่งลุกพรวดขึ้น ดวงหน้าเชิดขึ้นอย่างขุ่นเคือง“จับมันมาทรมานดีหรือไม่?”“อย่าลืมตัดหัวมันมาเป็นของขวัญให้สิบเอ็ดด้วยล่ะ” อีกองค์ชายหนึ่งยิ้มเหี้ยม ดวงตาเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ผิดเพี้ยน“ถลกหนังของมันออกมาก็ไม่เลว ปล่อยให้มันตายทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวด… ฮ่า ๆ ๆ”เหล่าองค์ชายต่างเหลือบตามองกันด้วยรอยยิ้มอำมหิต พวกเขาไม่ได้โกรธที่นางสนใจมนุษย์ หากแต่โกรธที่มนุษย์ผู้นั้นบังอาจดึงความสนใจขององค์หญิงสิบเอ็ดไปจากพวกเขาราวกับคำพูดเหล่านั้นยังไม่พอ องค์ชายสองก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้ร่างเสี่ยวผิงชาวาบ“จริงสิ… เด็กคนนั้นยังอยู่หรือไม่ เด็กที่ทำให้สิบเอ็ดเจ็บปวดในตอนนั้น หากยังอยู่…จับมันมาด้วย”ภายใต้ความวุ่นวายของเสียงสนับสนุนให้สังหารมนุษย์

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 27 กลับแดนปีศาจ

    กลางดึกภายในกระโจมที่ตั้งอยู่ในท่านทหาร เสี่ยวผิงนอนหลับอยู่ทว่าจิตใจกลับไม่สงบ เงาดำมืดและเสียงสะอื้นยังคงก้องอยู่ในฝัน‘สิบเอ็ด… ดูสิดูคนที่เจ้ารัก’ เสียงแหบพร่าของราชาปีศาจอย่างดังขึ้น“ไม่…พี่ใหญ่อย่าทำเช่นนั้น!” นางกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทาเหมือนถูกกระชากด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม ทำให้หน้าเลอะเลือดฝันและเหงื่อ‘มนุษย์ผู้นี้หรือ… ที่จะแย่งเจ้าไปจากข้า? สิบเอ็ดปีศาจอย่างเราจะรักมนุษย์ได้ยังไง’ภาพม่อเหยียนและป๋อหลินถูกกระบี่สีดำจ้วงแทงกลางอก เส้นเลือดแดงพุ่งกระจาย ความเจ็บปวด ความสิ้นหวังและความสูญเสียประหนึ่งมีมือเย็น ๆ บีบแน่นอยู่บนหัวใจของนาง เสี่ยวผิงทรุดตัวลงบนพื้น แข้งขาอ่อนแรง ก่อนนางจะร้องไห้ออกมาราวกับสตรีเสียสติ‘องค์หญิงข้าบอกท่านแล้วไง หากอยู่เคียงข้างท่านพวกเขาจะต้องตาย’ เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนมือเย็นหนึ่งจะสัมผัสปลายคางของนาง จิ้งจอกขาวสบตานางด้วยดวงตาที่เย็นเฉียบและใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงความน่ากลัว‘การแลกเปลี่ยนของเราจะจบหลังจากเจ้าและข้าตาย’ เสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่เหมือนคำสั่งแห่งชะตากรรมเฮือก!เสี่ยวผิงสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ใจเต้นแรง นางหันมองไปรอบ ๆ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 26 การแก้แค้นของอันหราน

    สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานไม้ในห้องนอนของอันหราน กลิ่นชาอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างเรียบง่าย แต่กลับแฝงความประณีต สายตาของนางทอดมองไปยังทหารหนุ่มผู้เข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อจากความตื่นเต้นหรือความกังวลก็ไม่อาจบอกได้ แต่เมื่อเขากล่าวออกมา เสียงเรียบแต่ออกแน่วิตกนั้นก็กระแทกใจนางทันที“ฮูหยิน ปลาติดเบ็ดแล้วขอรับ”อันหรานเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งสงบ ไม่แสดงอาการดีใจหรือตื่นเต้นใด ๆ นางเพียงยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ลิ้มรสชาอุ่นที่ปลอบประโลมจิตใจในขณะที่ความคิดของนางหมุนวนอยู่รอบไป๋เจินเจินและนายโลมผู้นั้นไป๋เจินเจิน เจ้าไม่ระวังตัวเลยสินะ...นางคิดในใจ สีหน้าเรียบเฉยของอันหรานไม่ได้สะท้อนความดีใจหรือพึงพอใจ กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่ด้านใต้ความสงบนี้กลับแฝงด้วยแผนการที่ซับซ้อนไป๋อันหรานให้คนของตนเข้าไปติดตามไป๋เจินเจินเพื่อหวังจับชู้รักของนาง จนได้รู้ความจริงว่าไป๋เจินเจินมีชู้กับนายโลม ส่วนเด็กคนนั้นก็เป็นบุตรสาวของนางโลมที่นางตั้งท้อง ไป๋อันหรานนึกสมเพชแต่ก็อดไม่ได้ที่จะประเมินความกล้าของฝ่ายตรงข้าม ไป๋เจินเจินคง

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 25 เมียข้า

    ยามค่ำคืนภายในโรงเตี๊ยมยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่างและเสียงฝีเท้าผู้คนประปรายจากชั้นล่างเท่านั้น อันหรานเปิดประตูห้องออกมาช้า ๆ ก้าวเท้าพ้นธรณีบานประตูอย่างมั่นคงผิดไปจากก่อนหน้าในมือนางกำขวดเล็ก ๆ สีดำสนิทแน่นราวกับเป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวสตินางได้ตอนนี้แววตาของนางไม่เหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว ไม่ใช่ความสิ้นหวัง ไม่ใช่ความสับสน แต่เป็นความสงบนิ่งอันอันตรายเหมือนบ่อน้ำที่ดูเรียบสงบ แต่ซ่อนความลึกจนไม่อาจหยั่งถึงม่อเหยียนและป๋อหลินที่ยืนรออยู่กลางโถงต่างหันมามองทันทีที่เห็นนาง ม่อเหยียนก้าวมาหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาแสดงถึงความห่วง“เจ้าจะไปแล้วหรือ?” เขาถามเสียงทุ้มต่ำ สายตาจับจ้องนางไม่วางตาอันหรานยกยิ้มให้เขาและป๋อหลิน รอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่เจือความเศร้าอีกแล้ว แต่กลับเหมือนคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างเด็ดขาดจนไม่อาจห้ามได้นางเดินเข้าไปหาป๋อหลินช้า ๆ แล้วโอบกอดเด็กหนุ่มแน่นเสียจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง“นี่…ท่าน?” ป๋อหลินอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เคยได้รับสัมผัสเช่นนี้จากนางมาก่อนอันหรานซบหน้าที่ไหล่ของเด็กหนุ่มลมหายใจสั่นน้อย ๆ แต่กลับเปี่ยมด้วยความหนักแน่นกว่า

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 24 รักมากเท่าไหร่ยิ่งแค้นมากเท่านั้น

    ยามดึกของจวนเจ้าเมืองเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่าง ไอเย็นที่แทรกเข้ามาปะทะผิวทำให้ไป๋อันหรานสะดุ้งเฮือก นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนกหัวใจเต้นแรงราวกับถูกบีบแน่นในความเงียบงันภายในห้องนอน กลิ่นกำยานสงบจิตใจที่มู่หยางมักจุดไว้ก่อนนอนยังคงคลุ้งอยู่จาง ๆ แต่ตัวเขากลับหายไป...ไป๋อันหรานพลิกกายหันไปด้านซ้าย ด้านที่เขามักนอนอยู่แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและผ้าห่มที่เย็นเฉียบ“ท่านพี่…” เสียงเรียกเบาราวลมหายใจ แต่ไม่มีผู้ใดตอบความกังวลพุ่งขึ้นราวกับคลื่นทะเลโถมเข้ากระแทกยอดเขา นางกัดริมฝีปากที่เริ่มซีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นนัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่จริง…เขาบอกว่าจะมีข้าเพียงผู้เดียวแล้วมิใช่หรือ…ความคิดนั้นหมุนวนในหัวราวกับมีเสียงหนึ่งกำลังย้ำซ้ำไปมา ไป๋อันหรานรีบดึงเสื้อคลุมบาง ๆ มาสวมแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าที่สั่นเล็กน้อย บ่าวรับใช้หลายคนยังคงตื่นอยู่แต่เมื่อเห็นนางก็ทำเพียงหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าทัก นางไม่สนใจทุกสายตา ไม่สนใจเสียงกระซิบใด ๆตอนนี้ในใจของนางมีเพียงความรู้สึกเดียวหวาดกลัว...หญิงสาวเดินตรงไปยังเรือนเล็กทางด้านตะวันตกที่พักของไป๋เจินเจ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 7 แก้แค้นให้เจ้าก้อนแป้ง

    ความเงียบสงบยามค่ำคืนโรยตัวปกคลุมเรือนพักอย่างอ่อนละมุน แสงตะเกียงน้ำมันตรงหัวเตียงส่องสว่างไหวระริกไปตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง นอกจากเสียงลมหายใจของอันหรานแล้ว เรือนทั้งหลังแทบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว‘ข้าจะดูแลทั้งเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต แค่เจ้าไม่หนีข้าไปอีกก็พอ’เสียงกระซิบแผ่วเบาของม่อเหยียนด

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 6 สวมร่าง

    “องค์หญิงได้เวลาแล้ว”เสียงของหญิงชราดังแผ่วเบา เสียงนั้นคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากจิตใจขององค์หญิงสิบเอ็ดให้จมลงสู่ความว่างเปล่า ความรู้สึกหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปทั่วร่าง ยิ่งพยายามขยับ ก็ยิ่งเหมือนร่างไม่ใช่ของตัวเองทำไมหนาวเช่นนี้…ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาด

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 5 ความรักของอันหราน

    ลมอ่อนจากหน้าต่างกระทบกับผ้าม่านสีงาช้างพลิ้วไหวเบาบาง ในห้องนอนกว้างของจวนอ๋องม่อเหยียนมีกลิ่นสมุนไพรอบอวลเจือกลิ่นยาจีนร้อน ๆ ที่ยังคงลอยกรุ่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของจวนฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ศีรษะเอนพาดแขนที่วางทับขอบเตียง คนที่ดูเย็นชาและเฉยเมยต่อผู้คนทั้งแคว้น กลับมีส

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 3 สามีแสนดี

    หลายเดือนมานี้องค์หญิงสิบเอ็ดได้เฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของไป๋อันหรานในฐานะวิญญาณเร่ร่อนอยู่เงียบ ๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนกัดฟันแน่น ไป๋อันหรานที่ถูกมู่หยางผู้เป็นสามีรังแกแทบทุกคราแต่กลับไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ“สตรีโง่งม” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำด้วยสีหน้าเอือมระอา ขณะมองไป๋อันหรานซึ่งกำลังถือน้ำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status