Partager

บทที่ 6 สวมร่าง

last update Date de publication: 2026-03-07 13:37:40

“องค์หญิงได้เวลาแล้ว”

เสียงของหญิงชราดังแผ่วเบา เสียงนั้นคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดกระชากจิตใจขององค์หญิงสิบเอ็ดให้จมลงสู่ความว่างเปล่า ความรู้สึกหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปทั่วร่าง ยิ่งพยายามขยับ ก็ยิ่งเหมือนร่างไม่ใช่ของตัวเอง

ทำไมหนาวเช่นนี้…

ทันใดนั้นเอง เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดกลัวก็กึกก้องขึ้น

“อันหราน!!! พี่บอกให้เจ้ากลับมา!!”

องค์หญิงสิบเอ็ดลืมตาขึ้นในฉับพลัน นางสำลักออกมาแรงจนทั้งร่างสั่นสะท้าน น้ำเย็นไหลออกจากริมฝีปากของนางอย่างต่อเนื่อง ภาพแรกที่นางเห็นคือเงาร่างหนึ่งทาบทับเหนือศีรษะ พร้อมกับเสียงหอบหายใจแรง ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ชายผู้นี้มิใช่ม่อเหยียนหรือ? เหตุใดมองข้าแล้วร้องไห้ออกมาเช่นนี้ ?

อย่าร้อง...บุรุษที่แกร่งและดุดันเช่นเจ้าไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด

“อันหรานฟื้นแล้ว!”

ม่อเหยียนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้ารีบประคองศีรษะของหญิงสาวขึ้น ใบหน้าคมคายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ บางส่วนเป็นน้ำในแม่น้ำ และบางส่วนเป็นน้ำตาที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็น

“หรานเอ๋อร์เจ้าได้ยินพี่หรือไม่ ตอบพี่สิ”

องค์หญิงสิบเอ็ดยามนี้รู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่อาจฝืนร่างกายได้อีกต่อไป เปลือกตาของนางรู้สึกหนักอึ้งก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป

“อันหราน! อันหราน!! อย่าหลับ! มองพี่ มองพี่สิ!!” ม่อเหยียนมองเห็นเปลือกตาของหญิงสาวค่อย ๆ ปิดลง สีหน้าที่เพิ่งสว่างโล่งของเขากลับซีดเผือดลงอีกครั้ง

“ท่านอ๋องพาแม่นางไป๋กลับจวนก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ส่งคนไปตามท่านหมอแล้ว”

ม่อเหยียนไม่กล่าวอะไร เขาเพียงขบกรามแน่นแล้วอุ้มร่างของอันหรานขึ้นอย่างระมัดระวังแต่แข็งแรง ร่างบางของนางเย็นจนทำให้คนอุ้มรู้สึกเสียววาบไปทั้งอก ราวกับกำลังอุ้มก้อนน้ำแข็งที่หากช้าเพียงอึดใจก็อาจแตกสลาย

“อันหราน...หากเจ้าเป็นอะไรไปพี่จะสังหารคนตระกูลชุนให้สิ้น”

ความเงียบงันภายในห้องพักกว้างของจวนอ๋องม่อเหยียนถาโถมเข้ามาเป็นระลอก ราวกับจะบีบคั้นหัวใจให้เต้นช้าลงทีละจังหวะ แสงอาทิตย์ยามเช้าเล็ดลอดผ่านระแนงไม้ ทอดเงาสีทองสลับดำบนพื้นห้อง แต่กระนั้น ความอบอุ่นของแสงกลับไม่อาจขับไล่ความเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างหนึ่งบนเตียงใหญ่ได้เลย

องค์หญิงสิบเอ็ดผู้เคยเป็นปีศาจสูงศักดิ์ ใช้ชีวิตบนโลกร่วมหลายร้อยปีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคู่สวยพร่ามัวเพราะอาการปวดศีรษะรุนแรงราวกับสมองกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน

“อืม…น่ารำคาญนัก” นางพึมพำด้วยเสียงแผ่ว แต่แฝงความหงุดหงิด

หญิงสาวมองรอบห้อง สายตาคมกริบไล่ไปตามทุกมุมอย่างระวัง ก่อนจะหยุดลงที่ภาพที่ทำให้นางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ม่อเหยียนฟุบหลับอยู่บนขอบเตียง มือใหญ่ของเขากุมมือของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนางจะเลือนหายไปอีกครั้ง

เดี๋ยวนะ...เขากุมมือข้าเหรอ??

“อันหราน…เจ้าคิดจะหนี้อีกแล้วหรือ”

ม่อเหยียนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาชัดเจนว่าตลอดค่ำคืนอันยาวนานเขาไม่ได้พักผ่อนเลย นัยน์ตาคมมองใบหน้าของหญิงสาวราวกับกลัวว่าหากละสายตาเพียงชั่วครู่นางจะหายไป

องค์หญิงสิบเอ็ดนิ่งไปหนึ่งอึดใจ เดิมแล้วนางเป็นปีศาจใช้ชีวิตมาห้าร้อยปีย่อมไม่ใช่คนเขลา นางมองม่อเหยียนที่นั่งอยู่ตรงหน้าก่อนเริ่มใช้ความคิดประเมินเหตุการณ์

การที่ม่อเหยียนสัมผัสนางได้นั่นหมายถึงนางไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนอีกแล้ว

นั่นหมายความว่า....ไป๋อันหรานสละร่างกายนี้ให้นางแล้ว

“พะ…พี่ชาย?” นางเอ่ยเสียงแผ่วแต่ในแววตากลับไม่มีความสั่นไหว

คำเรียกขานที่เปลี่ยนทำให้ม่อเหยียนชะงักเล็กน้อย แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้นเขาก็หันมาเอ่ยตำหนิหญิงสาวทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้รุนแรงนัก

“ยังรู้ด้วยหรือว่าข้าคือพี่ชายของเจ้า หรานเอ๋อร์เจ้ารู้หรือไม่ว่าพี่รู้สึกเช่นไรที่เจ้าทำเช่นนั้น หากเจ้าตายไปจริง ๆ พี่คงตายตามเจ้าไป” เสียงของเขาสั่นไปหมดในตอนท้าย

คำพูดของม่อเหยียนนั้นราวกับช่วยยืนยันในสิ่งที่องค์หญิงสิบเอ็ดคาดการณ์ไว้ทั้งหมด นางในตอนนี้เข้ามาอยู่ในร่างไป๋อันหรานแล้ว

ถ้าเช่นนั้น...แล้วเด็กในท้องเล่ายังอยู่หรือไม่?

เมื่อตระหนักได้ว่าก่อนที่ตนเองจะเข้ามาสวมร่าง ไป๋อันหรานคนเก่าไปกระทำเรื่องโง่เขลาอย่างการกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แรงกระแทกกับผิวน้ำอาจทำให้เด็กในท้องได้รับอันตรายก็ได้ มือบางยกขึ้นลูบที่หน้าท้องนูนของตนเองแผ่วเบาอย่างลืมตัว

ม่อเหยียนมองการกระทำนั้น ก่อนเอ่ยเสียงเย็นปนตำหนิ

“ยังห่วงลูกหรือ…นึกว่าเจ้าหลงสวะนั่นจนละทิ้งทุกอย่างแล้วเสียอีก”

องค์หญิงสิบเอ็ดเม้มริมฝีปากก่อนเอ่ยถามเสียงราบเรียบ “เด็กคนนี้…ปลอดภัยหรือไม่”

“ปลอดภัยดี” ม่อเหยียนตอบทันทีราวกับกลัวนางจะคิดสั้นอีกครั้ง “ท่านหมอบอกว่าเด็กไม่ได้รับอันตราย แม้เจ้าจะกระทำเรื่องโง่เง่านั้นลงไป”

คำว่าโง่เง่าทำให้หญิงสาวหัวเราะขึ้นเบา ๆ

“โง่เง่า? สำหรับข้านางโง่เขลาจนเกินจะเยียวยาด้วยซ้ำ”

ม่อเหยียนขมวดคิ้วทันที ลมหายใจของเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นางยิ้มให้เขาเล็กน้อยรอยยิ้มที่ดูราวกับอันหราน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเย็นยะเยือกและลึกล้ำจนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจชั่วขณะ

“พี่ชาย ข้าขออยู่คนเดียวสักครู่เถิด” นางพูด

“ไม่” เขาตอบทันควัน

หญิงสาวขยับยิ้มบาง ๆ ยิ้มแบบปีศาจที่อ่านความปรารถนาของผู้อื่นออกอย่างง่ายดาย นางรู้ดีว่าบุรุษตรงหน้าคงกลัวว่านางจะคิดฆ่าตัวตายอีก หากปล่อยให้อยู่คนเดียวคงเป็นเรื่องอันตรายเกินไป

แต่ว่าข้าในตอนนี้ไม่ใช่ไป๋อันหรานผู้โง่งมในรักคนนั้นเสียหน่อย

“ข้าสัญญา จะไม่ทำเช่นนั้นแล้ว”

ม่อเหยียนจ้องหน้านางนิ่ง ก่อนก้มใบหน้าลงใกล้พลางพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ นิ่ง แต่ทรงพลังจนทำให้นางต้องเลิกคิ้วอีกครั้ง

“อันหรานหากเจ้าคิดทำอะไรโง่ ๆ อีก ข้าจะฆ่ามู่หยางให้มันตายตามเจ้าไป” เขาสบตากับนางนิ่งก่อนเอ่ยต่อเสียงเย็น “เจ้า รู้ใช่ไหม…ว่าข้าพูดจริง”

องค์หญิงสิบเอ็ดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“พี่ชาย…ท่านน่าสนใจยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” นางยิ้มให้เขารอยยิ้มที่หวานแต่แฝงพิษร้าย

รอยยิ้มของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ม่อเหยียนเผลอใจเต้นแรงไปชั่วขณะ เขาถอนหายใจแรงก่อนจะหันกายเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทิ้งให้นางอยู่ลำพังในห้องเงียบ ๆ

เมื่อเสียงประตูปิดลง ความเย็นเฉียบราวกับแรงดันพลังปีศาจก็แผ่กระจายออกมาจากร่างของไป๋อันหรานทันที แววตาของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเหมือนโลหิต ผมยาวสลวยพลิ้วขึ้นเล็กน้อยตามแรงพลังงานที่ปลดปล่อย

“ข้าใช้พลังปีศาจได้…อย่างหญิงชราคนนั้นกล่าวจริง ๆ” นางพูดอย่างพอใจ

ทว่าไม่นานนักภายในห้องก็มีร่างหนึ่งก็ค่อย ๆ ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศ หญิงสาวในอาภรณ์สีดำสนิทค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวด้วยความเคารพ

“องค์หญิง”

“ต้าลู่?” นางเรียกชื่อรับใช้ที่คุ้นเคยพลางขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“ข้ารับรู้ถึงพลังของท่านจึงตามมา องค์หญิงยังไม่ตายจริง ๆ แต่เหตุใดใบหน้าของท่านถึง.....”

ยังไม่ทันที่ต้าลู่จะเอ่ยจบ องค์หญิงสิบเอ็ดหรือไป๋อันหรานในยามนี้ก็พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและขี้เล่นปนกันแปลกประหลาด

“เจ้าพวกพี่ชายโง่ของข้าเป็นเช่นไรบ้าง?”

คำถามของนางไม่ได้มีแววห่วงใยสักเสี้ยว กลับมีเพียงความหงุดหงิดในหางเสียงเหมือนผู้เป็นพี่สาวที่เลี้ยงดูน้องชายมาตลอดหลายร้อยปี แต่เจอพวกน้องไม่เอาไหนจนอยากจะเด็ดหัวทิ้งทุกคนให้รู้แล้วรู้รอด

ต้าลู่ก้มศีรษะตอบ “เหล่าองค์ชายในตอนนี้ต่างโศกเศร้าให้กับการจากไปขององค์หญิงเพคะ พวกเขาและบรรดาอนุของท่านต่างปิดตำหนักไม่ออกมาเจอผู้ใดเลย”

อันหรานถึงกับถอนหายใจแรง ดวงตาแดงเรื่อวาววับ เผยความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง

“เจ้าพวกโง่…เช่นนี้อำนาจก็ตกอยู่ที่ท่านพ่อหมดน่ะสิ” น้ำเสียงนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองจริงจังต่างจากใบหน้าที่ดูสงบนิ่ง

ตลอดหลายร้อยปีนางสร้างฐานอำนาจให้พวกเขา ตั้งใจเดินหมากอย่างระมัดระวังเพียงใด แต่นี่กลับกำลังถูกพวกพี่ชายโง่ทำแตกกระจายเพราะมัวแต่ร้องไห้เสียใจให้ความตายของนาง

ช่างน่าหงุดหงิดนัก…

ต้าลู่เอ่ยเสียงนุ่มหวังปลอบใจ “ข้าคิดว่าอีกไม่นานองค์ชายจะรับรู้ถึงพลังของท่าน และคงจะตามมาหาท่านเพคะ”

อันหรานกระตุกยิ้มเย็น

“ว่าแต่เจ้าเถอะ รับรู้พลังข้าเร็วเช่นนี้…ตามหามาตลอดหรือ”

คำถามที่เหมือนแหย่ แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับคล้ายว่าองค์หญิงรู้คำตอบอยู่แล้ว เมื่อเห็นต้าลู่ชะงักไปครู่หนึ่ง อันหรานก็หัวเราะเบา ๆ พลางเอื้อมมือบรรจงลูบศีรษะของต้าลู่แผ่วเบา

“เด็กดี”

เพียงสองคำ ความอดทนที่ต้าลู่เก็บกลั้นมาตลอดหลายวันก็ตัดขาดลงทันที หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก่อนพุ่งเข้าไปกอดองค์หญิงแน่น พลางเอ่ยเสียงสั่นพร่า

“องค์หญิง…ข้าคิดถึงท่านนัก”

ความสูญเสียที่นางเผชิญในวันที่องค์หญิงตายเกือบผลักให้ต้าลู่ปลิดชีพตัวเองตายตามผู้เป็นนายไป หากไม่ใช่ว่าหญิงชราแปลกหน้ามาปรากฏตัว บอกว่าวงเวียนชะตายังไม่จบและองค์หญิงจะกลับมาอีกครั้งนางคงไม่มีชีวิตยืนอยู่ตรงนี้แล้ว

อันหรานแตะไหล่ของต้าลู่เบา ๆ

“ต้าลู่…อย่ากอดแน่นนัก ข้าตั้งครรภ์อยู่”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งบรรยากาศหยุดนิ่งทันควัน ต้าลู่ผละออกอย่างตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจนดูเหมือนจะหลุดออกมา

“ตั้งครรภ์? ผู้ใดกัน ผู้ใดมันบังอาจ…”

ความโกรธของหญิงสาวทำให้ไอสีดำของปีศาจแผ่ออกมาจนเหมือนอากาศจะสั่นสะเทือน แต่ยังไม่ทันได้ถามต่อ เสียงทุ้มจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

“อันหราน ข้าเข้าไปนะ”

เพียงได้ยินเสียงของม่อเหยียนรอยยิ้มของอันหรานก็หายไปทันที นางกระพริบตาครั้งหนึ่งเพื่อปรับสีดวงตาจากแดงเรื่อให้กลับมาเป็นสีน้ำตาลอ่อนเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดา พร้อมกำจัดกลิ่นอายปีศาจในห้องให้หายไปอย่างรวดเร็ว

ด้านต้าลู่เองแม้จะอยากถามเรื่องเกี่ยวกับเด็กในท้องแต่นางก็ต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ ร่างบางพลันหายวับไปทันทีราวไม่เคยอยู่ในห้องตั้งแต่แรก

ประตูบานไม้ถูกผลักเข้ามาในห้องพร้อมร่างสูงสง่าของม่อเหยียนที่แบกอ่างน้ำหนักไม่น้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ไอน้ำร้อนผสมกลิ่นสมุนไพรโชยออกมาจาง ๆ เกิดเป็นกลิ่นหอมอุ่นที่ไม่ฉุนมาก

“มา เจ้าไปนั่งก่อน” เขาพูดด้วยท่าทีจริงจังแต่แฝงความระมัดระวังลึก ๆ

อันหรานยกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาถืออ่างน้ำเข้ามา ร่างบางเดินไปนั่งตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย พร้อมเอียงหัวมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างประเมินพฤติกรรม

“ท่านจะทำอะไร?”

“น้ำสมุนไพร ท่านหมอบอกว่าเจ้าควรแช่เท้า มันจะดีต่อเจ้าและ…ลูก” ม่อเหยียนเอ่ยเสียงแผ่วลงเล็กน้อย

ร่างสูงย่อตัวลงต่อหน้าหญิงสาว เขาวางอ่างลงตรงหน้านางอย่างระมัดระวัง ก่อนเอื้อมมือไปจับข้อเท้าของไป๋อันหรานเพื่อถอดถุงเท้าออกอย่างแผ่วเบาและช้า ๆ ราวกับกลัวนางเจ็บเพียงนิดเดียว

“ให้ข้าทำเองเถิด พี่ชายมาทำเช่นนี้มันดูไม่ดี”

ม่อเหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนปนดื้อดึง

“อันหราน…ให้พี่ดูแลเจ้าเถอะ ให้พี่ได้ทำอะไรเพื่อเจ้าบ้าง”

ความเงียบปกคลุมทั่วห้อง อันหรานมองชายตรงหน้าไม่วางตา ใบหน้าคมเข้มที่กำลังตั้งใจนวดเท้าให้นางด้วยความอ่อนโยนที่คนภายนอกไม่มีทางได้เห็น อันหรานอดชื่นชมชายผู้นี้ในใจไม่ได้ ช่างเสียดายที่นางอยู่ในร่างไป๋อันหรานน้องสาวของเขา หากนางอยู่ในร่างเดิมคงก็พาม่อเหยียนแต่งเข้าตำหนักไปแล้ว

ชายหนุ่มในอุดมคติของนางหาใช่คนอ่อนโยนไม่ แต่เป็นผู้ที่พร้อมจะร้ายกับคนทั้งโลกเพื่อปกป้องนาง และม่อเหยียน…ช่างเข้ากับคำนิยามนั้นไม่มีผิด

“ช่วงนี้เจ้าก็อยู่แต่ในจวนไปก่อน ข้างนอกอากาศหนาว ไม่ดีต่อเจ้ากับลูก”

อันหรานพยักหน้าอย่างแผ่วเบา “เจ้าค่ะ”

ชายหนุ่มค่อย ๆ แช่เท้านางลงในน้ำอุ่นที่ผสมสมุนไพร สัมผัสนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงความใส่ใจที่ม่อเหยียนมีต่อไป๋อันหรานว่ามากมายเพียงใด

ไป๋อันหรานเจ้ามีพี่ชายดีเช่นนี้ยังจะต้องการอะไรอีก...

ม่อเหยียนยังคงก้มหน้านวดฝ่าเท้าให้หญิงสาวอย่างเงียบงัน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยถามเสียงต่ำแฝงไปด้วยความกังวลอย่างชัดเจน

“อันหราน…เจ้ายังคิดจะตายเพราะไอ้สวะนั่นอยู่อีกหรือไม่”

ประโยคที่ทิ่มแทงด้วยความเจ็บปวดลึก ๆ นี้ทำให้ห้องเหมือนจะหยุดเคลื่อนไหว อันหรานมองเขาอยู่นาน ก่อนโน้มตัวลงอย่างช้า ๆ มือบางของนางแตะปลายคางของเขา แล้วใช้ปลายนิ้วเชยให้เขาเงยหน้าขึ้นสบตา หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมา

“ข้าจะไม่ตาย ข้าจะอยู่กับพี่ชาย” น้ำเสียงอ่อนโยนแต่เจือเสน่ห์อันตรายบางอย่าง “พี่ชายช่วยดูแลข้าต่อไปได้หรือไม่”

คำถามนั้นเหมือนพันธนาการกำรอบหัวใจชายหนุ่มจนแน่น ม่อเหยียนจับมือของนางไว้ราวกลัวว่านางจะหายไปอีกครั้ง

“ย่อมได้” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ “ข้าจะดูแลทั้งเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต แค่เจ้าไม่หนีข้าไปอีกก็พอ”

อันหรานหัวเราะเบา ๆ ยกยิ้มมุมปากสวยราวปีศาจในเงามืด

“ท่านดีเช่นนี้ ข้าจะหนีไปได้เช่นไร”

ในสายตาหญิงสาว ม่อเหยียนไม่รู้เลยว่าเขากำลังค่อย ๆ ถูกปีศาจล่อลวงโดยไม่รู้ตัว

และในสายตาม่อเหยียน นางคือสิ่งเดียวที่เขาต้องการปกป้อง แม้ต้องแลกด้วยทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็ตาม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 29 ขอบคุณ END

    "เอามาให้ข้า ถ้าข้าไม่รีบตามไปเสี่ยวผิงนางจะเหงานะ เอามาให้ข้าสิ""ตั้งสติ ม่อเหยียน เห้อข้าไม่น่าใจอ่อนพาเจ้ามาเลย""ข้าอยู่ไม่ได้จริง ๆ หากไม่มีนาง"เจียวมิ่งมองม่อเหยียนก่อนจะถอนหายใจออกมา สิบเอ็ดเป็นแบบนี้แล้วเจ้ายังคิดว่าม่อเหยียนรักเจ้าเพราะพลังอีกหรือไม่ เห็นหรือไม่เจ้าสำคัญต่อพวกข้ายิ่งนัก"ข้าช่วยให้นางกลับมาได้ เพราะฉะนั้นตั้งสติได้แล้ว"เจียวมิ่งพูดจบก็เดินออกไป ม่อเหยียนเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเช็ดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะเดินตามไปทันที เจียวมิ่งก้มลงมองกล่องเล็ก ๆ ในมือของเขา สิบเอ็ดข้าไม่มีทางยอมให้เจ้าจากไปแล้วทิ้งเจ้าตัวภาระทั้งสองคนไว้ให้ข้าหรอก"เจียวมิ่ง""เจ้ารออยู่ข้างนอก เดี๋ยวข้ามา"เจียวมิ่งพูดออกไป มีเพียงต้องขอสิ่งนั้น จึงจะนำร่างนางคืนมาได้ เขาสูดหายใจเขาก่อนจะเปิดประตูเข้าไปด้านใน สระน้ำที่มีบัววิเศษมากมายอยู่"เหมือนข้าจะบอกแล้วว่าอย่าวุ่นวาย"จอมปีศาจพูดออกมาเสียงเรียบ เขามองเจียวมิ่งที่เดินเข้ามาหาเขา "ข้าต้องการดอกบัวที่ฟื้นฟูร่างปีศาจได้""ไม่ให้"เหอะ ไอ้ปีศาจใจแคบ "ข้าจะเอาไปช่วยสิบเอ็ด""นั่นยิ่งไม่ได้"จอมปีศาจพูดออกมา เขายกยิ้มมองเจียงมิ่งที่มีสีหน้ากำ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 28 เสียสละเพื่อปกป้อง

    “สิบเอ็ด ไหน…อธิบายมาเสียที เจ้าสนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริงหรือไม่”เสียงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันประหนึ่งกำลังจะบีบคอใครสักคนให้ขาดใจ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แต่ยังคงก้มศีรษะต่ำอย่างนอบน้อม“จริง…เพคะ” น้ำเสียงของนางสั่นแต่หนักแน่น “ข้า…สนใจในตัวมนุษย์ผู้นั้นจริง”คำตอบได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ทุกองค์ชายในท้องพระโรงทันที“มันเป็นใคร?” องค์ชายอีกองค์หนึ่งลุกพรวดขึ้น ดวงหน้าเชิดขึ้นอย่างขุ่นเคือง“จับมันมาทรมานดีหรือไม่?”“อย่าลืมตัดหัวมันมาเป็นของขวัญให้สิบเอ็ดด้วยล่ะ” อีกองค์ชายหนึ่งยิ้มเหี้ยม ดวงตาเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ผิดเพี้ยน“ถลกหนังของมันออกมาก็ไม่เลว ปล่อยให้มันตายทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวด… ฮ่า ๆ ๆ”เหล่าองค์ชายต่างเหลือบตามองกันด้วยรอยยิ้มอำมหิต พวกเขาไม่ได้โกรธที่นางสนใจมนุษย์ หากแต่โกรธที่มนุษย์ผู้นั้นบังอาจดึงความสนใจขององค์หญิงสิบเอ็ดไปจากพวกเขาราวกับคำพูดเหล่านั้นยังไม่พอ องค์ชายสองก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำให้ร่างเสี่ยวผิงชาวาบ“จริงสิ… เด็กคนนั้นยังอยู่หรือไม่ เด็กที่ทำให้สิบเอ็ดเจ็บปวดในตอนนั้น หากยังอยู่…จับมันมาด้วย”ภายใต้ความวุ่นวายของเสียงสนับสนุนให้สังหารมนุษย์

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 27 กลับแดนปีศาจ

    กลางดึกภายในกระโจมที่ตั้งอยู่ในท่านทหาร เสี่ยวผิงนอนหลับอยู่ทว่าจิตใจกลับไม่สงบ เงาดำมืดและเสียงสะอื้นยังคงก้องอยู่ในฝัน‘สิบเอ็ด… ดูสิดูคนที่เจ้ารัก’ เสียงแหบพร่าของราชาปีศาจอย่างดังขึ้น“ไม่…พี่ใหญ่อย่าทำเช่นนั้น!” นางกรีดร้อง ร่างกายสั่นเทาเหมือนถูกกระชากด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม ทำให้หน้าเลอะเลือดฝันและเหงื่อ‘มนุษย์ผู้นี้หรือ… ที่จะแย่งเจ้าไปจากข้า? สิบเอ็ดปีศาจอย่างเราจะรักมนุษย์ได้ยังไง’ภาพม่อเหยียนและป๋อหลินถูกกระบี่สีดำจ้วงแทงกลางอก เส้นเลือดแดงพุ่งกระจาย ความเจ็บปวด ความสิ้นหวังและความสูญเสียประหนึ่งมีมือเย็น ๆ บีบแน่นอยู่บนหัวใจของนาง เสี่ยวผิงทรุดตัวลงบนพื้น แข้งขาอ่อนแรง ก่อนนางจะร้องไห้ออกมาราวกับสตรีเสียสติ‘องค์หญิงข้าบอกท่านแล้วไง หากอยู่เคียงข้างท่านพวกเขาจะต้องตาย’ เสียงหนึ่งดังขึ้นก่อนมือเย็นหนึ่งจะสัมผัสปลายคางของนาง จิ้งจอกขาวสบตานางด้วยดวงตาที่เย็นเฉียบและใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงความน่ากลัว‘การแลกเปลี่ยนของเราจะจบหลังจากเจ้าและข้าตาย’ เสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ธรรมดา แต่เหมือนคำสั่งแห่งชะตากรรมเฮือก!เสี่ยวผิงสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ใจเต้นแรง นางหันมองไปรอบ ๆ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 26 การแก้แค้นของอันหราน

    สายลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างบานไม้ในห้องนอนของอันหราน กลิ่นชาอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างเรียบง่าย แต่กลับแฝงความประณีต สายตาของนางทอดมองไปยังทหารหนุ่มผู้เข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อจากความตื่นเต้นหรือความกังวลก็ไม่อาจบอกได้ แต่เมื่อเขากล่าวออกมา เสียงเรียบแต่ออกแน่วิตกนั้นก็กระแทกใจนางทันที“ฮูหยิน ปลาติดเบ็ดแล้วขอรับ”อันหรานเงยหน้ามองเขาอย่างนิ่งสงบ ไม่แสดงอาการดีใจหรือตื่นเต้นใด ๆ นางเพียงยกถ้วยชาขึ้นดื่มอย่างใจเย็น ลิ้มรสชาอุ่นที่ปลอบประโลมจิตใจในขณะที่ความคิดของนางหมุนวนอยู่รอบไป๋เจินเจินและนายโลมผู้นั้นไป๋เจินเจิน เจ้าไม่ระวังตัวเลยสินะ...นางคิดในใจ สีหน้าเรียบเฉยของอันหรานไม่ได้สะท้อนความดีใจหรือพึงพอใจ กลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำที่สงบนิ่ง แต่ด้านใต้ความสงบนี้กลับแฝงด้วยแผนการที่ซับซ้อนไป๋อันหรานให้คนของตนเข้าไปติดตามไป๋เจินเจินเพื่อหวังจับชู้รักของนาง จนได้รู้ความจริงว่าไป๋เจินเจินมีชู้กับนายโลม ส่วนเด็กคนนั้นก็เป็นบุตรสาวของนางโลมที่นางตั้งท้อง ไป๋อันหรานนึกสมเพชแต่ก็อดไม่ได้ที่จะประเมินความกล้าของฝ่ายตรงข้าม ไป๋เจินเจินคง

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 25 เมียข้า

    ยามค่ำคืนภายในโรงเตี๊ยมยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่างและเสียงฝีเท้าผู้คนประปรายจากชั้นล่างเท่านั้น อันหรานเปิดประตูห้องออกมาช้า ๆ ก้าวเท้าพ้นธรณีบานประตูอย่างมั่นคงผิดไปจากก่อนหน้าในมือนางกำขวดเล็ก ๆ สีดำสนิทแน่นราวกับเป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวสตินางได้ตอนนี้แววตาของนางไม่เหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว ไม่ใช่ความสิ้นหวัง ไม่ใช่ความสับสน แต่เป็นความสงบนิ่งอันอันตรายเหมือนบ่อน้ำที่ดูเรียบสงบ แต่ซ่อนความลึกจนไม่อาจหยั่งถึงม่อเหยียนและป๋อหลินที่ยืนรออยู่กลางโถงต่างหันมามองทันทีที่เห็นนาง ม่อเหยียนก้าวมาหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาแสดงถึงความห่วง“เจ้าจะไปแล้วหรือ?” เขาถามเสียงทุ้มต่ำ สายตาจับจ้องนางไม่วางตาอันหรานยกยิ้มให้เขาและป๋อหลิน รอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่เจือความเศร้าอีกแล้ว แต่กลับเหมือนคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างเด็ดขาดจนไม่อาจห้ามได้นางเดินเข้าไปหาป๋อหลินช้า ๆ แล้วโอบกอดเด็กหนุ่มแน่นเสียจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง“นี่…ท่าน?” ป๋อหลินอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่เคยได้รับสัมผัสเช่นนี้จากนางมาก่อนอันหรานซบหน้าที่ไหล่ของเด็กหนุ่มลมหายใจสั่นน้อย ๆ แต่กลับเปี่ยมด้วยความหนักแน่นกว่า

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 24 รักมากเท่าไหร่ยิ่งแค้นมากเท่านั้น

    ยามดึกของจวนเจ้าเมืองเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่าง ไอเย็นที่แทรกเข้ามาปะทะผิวทำให้ไป๋อันหรานสะดุ้งเฮือก นางลืมตาขึ้นอย่างตื่นตระหนกหัวใจเต้นแรงราวกับถูกบีบแน่นในความเงียบงันภายในห้องนอน กลิ่นกำยานสงบจิตใจที่มู่หยางมักจุดไว้ก่อนนอนยังคงคลุ้งอยู่จาง ๆ แต่ตัวเขากลับหายไป...ไป๋อันหรานพลิกกายหันไปด้านซ้าย ด้านที่เขามักนอนอยู่แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและผ้าห่มที่เย็นเฉียบ“ท่านพี่…” เสียงเรียกเบาราวลมหายใจ แต่ไม่มีผู้ใดตอบความกังวลพุ่งขึ้นราวกับคลื่นทะเลโถมเข้ากระแทกยอดเขา นางกัดริมฝีปากที่เริ่มซีดก่อนจะลุกพรวดขึ้นนัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่จริง…เขาบอกว่าจะมีข้าเพียงผู้เดียวแล้วมิใช่หรือ…ความคิดนั้นหมุนวนในหัวราวกับมีเสียงหนึ่งกำลังย้ำซ้ำไปมา ไป๋อันหรานรีบดึงเสื้อคลุมบาง ๆ มาสวมแล้วเดินออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าที่สั่นเล็กน้อย บ่าวรับใช้หลายคนยังคงตื่นอยู่แต่เมื่อเห็นนางก็ทำเพียงหลบสายตา ไม่มีผู้ใดกล้าทัก นางไม่สนใจทุกสายตา ไม่สนใจเสียงกระซิบใด ๆตอนนี้ในใจของนางมีเพียงความรู้สึกเดียวหวาดกลัว...หญิงสาวเดินตรงไปยังเรือนเล็กทางด้านตะวันตกที่พักของไป๋เจินเจ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 7 แก้แค้นให้เจ้าก้อนแป้ง

    ความเงียบสงบยามค่ำคืนโรยตัวปกคลุมเรือนพักอย่างอ่อนละมุน แสงตะเกียงน้ำมันตรงหัวเตียงส่องสว่างไหวระริกไปตามแรงลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง นอกจากเสียงลมหายใจของอันหรานแล้ว เรือนทั้งหลังแทบไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว‘ข้าจะดูแลทั้งเจ้าและลูกไปตลอดชีวิต แค่เจ้าไม่หนีข้าไปอีกก็พอ’เสียงกระซิบแผ่วเบาของม่อเหยียนด

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 5 ความรักของอันหราน

    ลมอ่อนจากหน้าต่างกระทบกับผ้าม่านสีงาช้างพลิ้วไหวเบาบาง ในห้องนอนกว้างของจวนอ๋องม่อเหยียนมีกลิ่นสมุนไพรอบอวลเจือกลิ่นยาจีนร้อน ๆ ที่ยังคงลอยกรุ่นอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของจวนฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ศีรษะเอนพาดแขนที่วางทับขอบเตียง คนที่ดูเย็นชาและเฉยเมยต่อผู้คนทั้งแคว้น กลับมีส

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 4 ท่านไม่เคยลืมนางได้เลย

    “ข้าจะแต่งเจินเจินเป็นอนุขอรับ”“อันหรานเองก็ดีกับเจ้ามาก มู่หยางเจ้าคิดให้ดีอีกครั้งเถิด”“ท่านแม่ให้ข้าทำดีกับนาง ข้าก็ทำแล้วตอนนี้ถึงคราวที่ท่านแม่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับข้าได้แล้วขอรับ”“ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะเห็นความดีของนางบ้าง…เอาเถิด ในเมื่อเจ้ามันตาบอด ก็แล้วแต่เจ้าเถิด”“ขอรับ”“เจ้าจงแจ้งแ

  • องค์หญิงสิบเอ็ด   บทที่ 3 สามีแสนดี

    หลายเดือนมานี้องค์หญิงสิบเอ็ดได้เฝ้าติดตามการใช้ชีวิตของไป๋อันหรานในฐานะวิญญาณเร่ร่อนอยู่เงียบ ๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนกัดฟันแน่น ไป๋อันหรานที่ถูกมู่หยางผู้เป็นสามีรังแกแทบทุกคราแต่กลับไม่เคยตอบโต้เลยสักคำ“สตรีโง่งม” องค์หญิงสิบเอ็ดพึมพำด้วยสีหน้าเอือมระอา ขณะมองไป๋อันหรานซึ่งกำลังถือน้ำ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status