LOGINขอบคุณที่ติดตามกันมาจนถึงตอนจบนะคะ ^_^ แล้วรอพบกับตอนพิเศษของพี่กันต์และน้องขนมค่ะ
“เออ ฉันยอมรับละกัน ฉันคือคิวปิดตัวจริง”แต่ระหว่างที่ทุกคนหัวเราะกันสนุก สายตาของมิวกลับสะดุดเข้ากับดวงตาคมคู่หนึ่งที่จ้องเธอไม่วางตาเสียทีราวินยืนพิงบาร์ในชุดสูทสีกรมท่าที่ปลดกระดุมสองเม็ดบน ผมเซ็ตเป๊ะแต่ดูเซอร์นิด ๆ แก้ววิสกี้ในมือหมุนช้า ๆ แต่สายตากลับล็อกเป้าไว้ที่มิวเพียงคนเดียวมิวกลืนน้ำลาย หันหน้าหนีทำเป็นคุยกับเพื่อนต่อ แต่หางตายังรู้สึกถึงสายตาร้อนนั้นที่ตามมาไม่หยุด“แก โดนจ้องอีกแล้วนะ” เพื่อนข้าง ๆ กระซิบพร้อมแซว“ชิ! ใครแคร์ล่ะ” มิวตอบปากแข็ง แต่แก้มเริ่มแดงราวินยกแก้วขึ้นเล็กน้อยเหมือนส่งสัญญาณ ก่อนเดินตรงมาหาเธอช้า ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงเพลงที่เปลี่ยนเป็นจังหวะช้าลงพอดี“น้องมิว...เต้นรำกับพี่สักเพลงมั้ยครับ?”มิวชะงัก มองหน้าเขา ตาโต“เอ่อ...หนูเต้นไม่ค่อยเก่งนะ”“ไม่เป็นไร พี่ก็ไม่เก่งเหมือนกัน” เขายื่นมือออกมา ยิ้มมุมปากแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะมิวลังเลครู่หนึ่ง ก่อนวางแก้วลง แล้วยื่นมือไปจับมือเขา“เพลงเดียวเท่านั้นนะ”ราวินหัวเราะเบา ๆ ดึงเธอเข้าไปในวงเต้นรำเล็ก ๆ ที่เพื่อน ๆ เริ่มเปิดพื้นที่ให้ กันต์ที่ยืนกอดขนมอยู่ มองตามเพื่อนรักกับน้องสาว แล้วกร
เสียงคลื่นจากทะเลสีครามซัดกระทบแนวหาดทรายขาวละเอียดนุ่มราวแป้ง ลมทะเลเย็นพัดโชยแผ่ว ๆ พัดพากลิ่นเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลมาปะปนกับกลิ่นหอมหวานละมุนของดอกลิลลี่และดอกพีชสดที่ประดับประดาไปทั่วบริเวณงาน ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมฉลองวันสำคัญนี้ด้วยกันณ โซนพิธีแต่งงานบนเกาะเอเลเมนต์เกาะที่เพิ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่แห่งวงการเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ ด้วยโครงการบ้านอัจฉริยะ KANA VERVE ที่ตั้งตระหง่านอย่างงดงามวันนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีวิวาห์สุดอบอุ่นสไตล์มินิมอลริมทะเล ทุกดีเทลถูกออกแบบโดยเจ้าสาวตัวแสบ...ขนมนั่นเองตั้งแต่ซุ้มดอกไม้โค้งสีขาวที่ลอยเด่นเหนือพื้นทราย ไปจนถึงโต๊ะเก้าอี้ไม้สีอ่อนที่เรียงรายอย่างเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกของคำว่า ‘บ้าน’ ที่ทั้งคู่ใฝ่ฝันมานานแสนนาน“เฮ้ย ขนม แกเอาการ์ดงานแต่งไปซ่อนในตู้เย็นจริงดิ?”“เอ้า! คนกินเก่งก็ต้องเจอการ์ดในที่กินเก่งสิคะ”เสียงหัวเราะดังลั่นรอบบริเวณนั้น เมื่อแขกบางคนเดินเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำเย็น ๆ ดื่ม แล้วเจอการ์ดเชิญงานแต่งงานสีครีมแปะอยู่ข้างขวดชาเขียว ข้อความเขียนด้วยลายมือหวาน ๆ ว่า‘ถ้าคุณเจอการ์ดนี้ แปลว่าคุณคือคนสำคัญของขนมม
กันต์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบลุกโชนด้วยเปลวปรารถนา ปากยังฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำหวานจากเธอ เขาจูบเบา ๆ ที่ต้นขาเนียน ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ถ้าอย่างนั้น...พี่จะพาเราขึ้นสวรรค์จริง ๆ แล้วนะ”ปลายลิ้นร้อนยังคงลากไล้ไม่หยุด ราวกับไม่มีความอิ่มเอมในรสชาติหอมหวานของเธอ กันต์ใช้ปลายนิ้วคลึงจุดอ่อนไหวตรงกลางกลีบเนื้อนุ่มพร้อมกับลิ้นที่ไล้วนไม่หยุด สลับระหว่างตวัดเร็วและดูดดึงเบา ๆ จนขนมแทบสิ้นสติร่างบางบิดกายเกร็ง พยายามยกสะโพกยกหนี แต่ก็ถูกมือใหญ่จับตรึงแน่นให้รับสัมผัสนั้นเต็มที่“อ๊า…พี่กันต์ หนู…มันเสียวเกินไปแล้วค่ะ…”เสียงหวานสั่นเครือผสมลมหายใจหอบถี่รัว ๆ กันต์ยิ่งได้ยิน ยิ่งขยับลิ้นรัวถี่ขึ้น ปลายลิ้นของเขาสะบัดเข้าตรงจุดไวสัมผัสอย่างแม่นยำ ขณะที่อีกนิ้วยังค่อย ๆ แหวกกลีบเนื้อนุ่มสอดแทรกเข้าไปเพิ่มความเสียวมากยิ่งขึ้น“แบบนี้เหรอคะที่เสียว…หรือแบบนี้?”เขากระซิบพลางตวัดลิ้นเร็วขึ้นอีกครั้ง ดูดกลืนความหวานล้ำจากเธอราวกับไม่รู้จักพอ ขนมแทบขาดใจ เธอกดศีรษะเขาลงโดยไม่รู้ตัว สะโพกบิดเร่าแอ่นขึ้นรับลิ้นร้อนอย่างเต็มที่ปลายเท้าเล็กจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น“พี่…หนูจะ…ไม่ไหวแล้ว…อ๊าาาา
ค่ำคืนนั้น ภายในห้องนอนของกันต์เต็มไปด้วยความหวานชื่น เขานอนกอดขนมแน่นจากด้านหลัง มือใหญ่ลูบผมยาวสีน้ำตาลอ่อนของเธอเล่นเบา ๆ นิ้วใหญ่สอดไปที่เส้นผมนุ่มแล้วม้วนเล่นเป็นเกลียวเล็ก ๆ“พี่กันต์...แล้วมิวไปไหนล่ะคะ?” ขนมเงยหน้าถามเขา เสียงหวานใสยังคงแฝงความเขิน“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นไอ้วินพาไปเที่ยวน่ะ”กันต์งึมงำตอบเสียงทุ้ม ขณะที่มือใหญ่ซุกซนเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อนอนผ้าซาตินบางของเธอทีละเม็ด...ช้า ๆ จงใจยั่วให้เธอใจเต้นขนมสะดุ้งเบา ๆ เมื่อรู้สึกถึงนิ้วอุ่นร้อนที่ลากไล้ตามแนวอกขาวเนียนที่เผยออกมา“พี่...นอนกันมั้ยคะ?” เธอถามเสียงสั่น แต่กลับไม่ผลักไส มือเล็กยกขึ้นแตะแผ่นอกกว้างของเขาแทนกันต์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ลมหายใจร้อนรดซอกคอหอมกรุ่นของเธอ“ยังไม่ง่วงเลย...”เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนขบเบา ๆ ที่ติ่งหูจนเธอตัวสั่น“พี่อยากฉลองล่วงหน้า...กับว่าที่เมียพี่”คำพูดนั้นทำให้ขนมหน้าแดงจัด เธอหันมามองเขา ดวงตาหวานฉ่ำไปด้วยความเขินและความสุขที่เอ่อล้น“พี่กันต์...ใจร้อนจริง ๆ นะคะ”“ไม่นะ...พี่เป็นคนใจเย็น” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ มือใหญ่รูดเสื้อนอนของเธอลงจากไหล่เนียน เผยเนินอกอวบอิ่มที่ไร้ชุดชั้นใน ท
กันต์สูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนพูดประโยคที่ไม่มีในสคริปต์“และก่อนที่ผมจะเปิดบ้านต้นแบบหลังแรกนี้อย่างเป็นทางการ”“ผมขออนุญาต...เปิดหัวใจของผมก่อนนะครับ”เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีทั่วทั้งงานขนมเบิกตากว้าง ขณะที่กันต์ยิ้มมุมปาก เดินลงจากเวที…ตรงไปหาเธอเพียงคนเดียวเธออ้าปากพะงาบ ๆ จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาไม่ให้โอกาสกันต์หยุดยืนตรงหน้าเธอ แล้วค่อย ๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ขนมหน้าร้อนผ่าว มือที่กำแท็บเล็ตสั่นระริก ลมหายใจติดขัดเขายื่นกล่องแหวนสีขาวไข่มุก เมื่อเปิดออกก็เผยให้เห็นแหวนทองคำขาวที่ฝังเพชรเล็กละเอียดล้อม ‘ดอกไม้ประจำเดือนเมษายน’...ดอกไม้เดือนเกิดของเธอ“ขนมครับ”“เราไม่ใช่เด็กข้างบ้านของพี่แล้ว”“เราเป็นทั้งแรงบันดาลใจ เป็นทีมเวิร์ก เป็นคนที่ทำให้พี่อยากกลับบ้านทุกวัน”“แต่งงานกับพี่นะครับ”“ขอให้โปรเจกต์ที่ชื่อว่า ‘เรา’ อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต”...เสียงกลั้นหายใจดังขึ้นจากทุกคนรอบข้าง สาว ๆ ไฮโซบางคนถึงกับตาโต ปิดปากกลั้นเสียงกรี๊ดกล้องนักข่าวรัวชัตเตอร์ไม่หยุด ราวินกับมิวที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองกันอย่างลุ้นสุดใจแต่สำหรับขนม...โลกทั้งใบตอนนี้มีแค่ผู้ชายคนเดียวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า“พี
หกเดือนหลังจากเหตุการณ์ของเจสซี่ผ่านพ้นไป...โลกธุรกิจที่เคยสั่นไหวกลับเข้าสู่สมดุลอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่ในโลกเล็ก ๆ ของกันต์กับขนม...หกเดือนที่ผ่านมาคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดจากความรักที่ไม่สมหวังในวัยเด็ก กลายเป็นความสัมพันธ์ที่หวานชื่นและมั่นคงในวันนี้จากเด็กข้างบ้านที่เคยวิ่งตามเขาไปทุกที่ กลายเป็นคู่คิดที่เข้าใจเขามากที่สุดและจากคนที่เขาเคยมองข้ามโดยไม่รู้ตัว...วันนี้เธอกลายเป็นคนที่เขาขาดไม่ได้แม้แต่นาทีเดียวโครงการบ้านอัจฉริยะ คานะเวิร์ฟ (KANA VERVE) ซึ่งเริ่มต้นจากแนวคิดเล็ก ๆ ที่ต้องการสร้างที่อยู่อาศัยที่ผสานทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยและความอบอุ่นของ “บ้าน” ได้รับแรงผลักดันมหาศาลจากทีมวิศวกรรุ่นใหม่ ดีไซเนอร์ฝีมือดี และทีมการตลาดระดับโลกที่ AOI Japan ส่งมาร่วมงานในที่สุด...ทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วงอย่างสวยงามและวันนี้...วันเปิดตัวอย่างเป็นทางการก็มาถึงKANA VERVE | Unit 01: Sereneบ้านต้นแบบหลังแรกที่ตั้งตระหง่านกลางเกาะเทคโนโลยีสีเขียว ผสานระบบ AI, IoT, พลังงานสะอาด และดีไซน์ที่อบอุ่นราวกับสร้างมาเพื่อให้คนเข้าไปอยู่อาศัยได้จริง ไม่ใช่แค่เอาไว้โชว์งานเปิดตัว







