Share

4

last update publish date: 2026-03-02 15:09:00

ภายในเขตเรือนใหญ่มีเสียงสนทนาแว่วจากที่ไม่ไกล ที่มาเสียงอาจจะเป็นข้างเรือนที่ปรายหางตานู้น พอเข้าไปใกล้มากขึ้นฟางหลินก็ได้ยินแยกชัดเจนว่าเป็นเสียงของบุรุษทุ้มต่ำผสานกับเสียงของสตรีที่ฟังดูสนิทสนม แต่เป้าหมายของฟางหลินคือเห็นน่าสามีในนามนางจึงต้องขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อพยายามมองลอดผ่านช่องต้นไม้ตรงหน้า

จากตรงนี้นางเห็นเพียงหนึ่งบุรุษร่างสูงใหญ่และหนึ่งสตรีนั่งคุยกันใต้ร่มไม้ ท่าทางที่เห็นดูสนิทสนมกันไม่น้อย แต่ก่อนจะได้ใบหน้าของทั้งสองชัดเจน สายตาคู่หนึ่งก็พลันตวัดมานางฟางหลินหลบอยู่ราวกับรับรู้ถึงการแอบมองนี้!

ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหลี่ปรายตามองมา ทำให้ฟางหลินต้องรีบหันหลังกลับ ก่อนจะรีบสาวเท้าหลบหนีออกจากเขตเรือนโดยมิได้เห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ

นางเห็นเพียงสายตาดุดันหนึ่งคู่ผ่านศีรษะของสตรีที่หันหลังอยู่เท่านั้น

หลิวฟางหลินกลับมาถึงเรือนของตนแล้ว นางนั่งลงตรงม้านั่งใต้ต้นเหมย ปลดปิ่นที่เหน็บอยู่ในเรือนผมออกอย่างเกียจคร้าน ลมหายใจทอดยาว ขณะเดียวกันในใจกำลังขบคิดถึงสิ่งที่พบเจอ

นางปล่อยให้ตัวเองเอนกายพักใต้ร่มไม้จนกระทั่งถึงเวลาที่บ่าวสาวเจ้าประจำแบกน้ำมาให้นางอาบทุกเย็นเดินเข้ามา ฟางหลินเหลือบตามองตาม

“วันนี้ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้า”

บ่าวสาวชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบพยักหน้ารับ “อนุหลิวโปรดถามเถิดเจ้าค่ะ”

ฟางหลินเท้าคาง สายตาเป็นประกายขณะกล่าวเสียงเรียบ “สตรีที่มาหาแม่ทัพหลี่ในวันนี้คือผู้ใด?”

บ่าวสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง “อ้อ! หากเป็นวันนี้ก็คงเป็นคุณหนูไป๋ ไป๋ซูฮวาเจ้าค่ะ”

ฟางหลินเลิกคิ้ว “ไป๋ซูฮวา?”

“เจ้าค่ะ คุณหนูไป๋เป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพไป๋ ผู้เป็นสหายสนิทของอดีตเจ้าตระกูลหลี่ บิดาของท่านแม่ทัพหลี่เจ้าค่ะ”

ฟางหลินกระตุกยิ้ม นางนึกสนุกเลยพยักหน้าให้บ่าวสาวเล่าต่อ “ข้าเดาว่านางกับแม่ทัพหลี่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กหรือ?”

“เจ้าค่ะ” บ่าวสาวรีบเล่าต่อด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “คุณหนูไป๋สนิทกับท่านแม่ทัพมากเพราะเมื่อสิบปีก่อนยามท่านแม่ทัพไปค่ายของอดีตท่านเจ้าตระกูลก็มักจะไปด้วยกัน ไปมาหาสู่ระหว่างสองตระกูลบ่อยมาก ท่านแม่ทัพดูแลคุณหนูไป๋ดีเป็นพิเศษจนบ่าวที่เด็กไม่แพ้กันยังอิจฉาเลยเจ้าค่ะ”

ฟางหลินพยักหน้ารับ แม้ใบหน้าจะยังมีรอยยิ้มแต่ในใจเริ่มรู้ซึ้งถึงความจริงบางอย่างจนยิ้มไม่ออก

"และข้าคิดว่าคุณหนูไป๋น่ารอท่านแม่ทัพกลับมาแต่งงานด้วยแน่ ๆ เจ้าค่ะ เพราะตอนนี้ก็อายุยี่สิบเอ็ดแล้วแต่ยังไม่ออกเรือนเลย"

จากที่ฟางหลินได้ฟังความคิดก่อนหน้าของนางก็ยิ่งมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น จากที่คิดว่านางจะมอบกายตอบแทนคุณและใช้ชีวิตในจวนนี้ต่อไปอย่างเช่นสตรีธรรมดานางหนึ่ง แต่พอรับรู้ว่าจะต้องใช้บุรุษร่วมกับสตรีอื่นความคิดไม่ยินยอมแบบสตรียุคอนาคตก็กลับมา

หากเป็นเช่นนี้แล้ว... นางจะอยู่เป็น ‘อนุของแม่ทัพหลี่’ คงไม่สามารถได้ชีวิตสงบสุขอย่างที่นางต้องการแน่

เช่นนั้น...

นางจะต้องหาทางเป็นอิสระจากสถานะอนุให้ได้!

4

เจรจาธุรกิจ

กลางดึกคืนหนึ่งท้องฟ้ามืดสนิท หลิวฟางหลินในตอนนี้สวมอาภรณ์สีเรียบง่ายไร้ลวดลาย ผ้าหยาบแต่สวมใส่สบาย ผมดำขลับถูกเกล้าอย่างหลวมๆ ให้ดูเหมือนบ่าวรับใช้ที่ไม่มีอะไรสะดุดตา นางมองเงาสะท้อนของตนเองก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็หันไปหยิบไหสุราดอกเหมยที่บ่มมานานอย่างทะนุถนอมใส่ย่ามสะพานไว้ข้างตัว

คืนนี้ นางจะออกไปทำธุระสำคัญ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สุราสูตรของนางได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเถ้าแก่เนี้ยของโรงสุราขาประจำที่นางไปขายเป็นครั้งคราว และครั้งนี้ นางก็จะนำไหสุรารสเลิศที่หมักมานานที่สุดไปเจรจาเพื่อขายให้ในราคาที่สูงขึ้น

หลิวฟางหลินเดินไปยังมุมหนึ่งของกำแพงท้ายจวน มือเรียวลูบไล้หินที่ซ้อนกันเป็นระเบียบก่อนจะก้มลงไปเปิดช่องลับเล็กๆ ซึ่งมีขนาดพอให้ร่างของนางมุดออกไปได้ นี่คือ ‘ช่องหมารอด’ ที่นางใช้เป็นทางลับออกจากจวนโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้

เมื่อลอดออกไปได้ นางก็ตรงไปยังถนนเส้นหลักซึ่งยังคงคึกคักแม้เป็นยามดึก โรงสุราขนาดใหญ่ตั้งอยู่ท่ามกลางแสงตะเกียงสีแดงที่ส่องสว่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะและเสียงพิณจากหอนางโลมขนาดย่อมที่ชิดกันเพราะมีเจ้าของเดียว

นางก้าวเข้าไปในโรงสุราอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเรียกเสี่ยวเอ้อที่คุ้นเคยให้เข้ามาใกล้

"ไปแจ้งเถ้าแก่เนี้ยที บอกว่าวันนี้ข้ามีของเด็ดยิ่งกว่าที่เคยมานำเสนอให้นางได้ลิ้มลอง"

เสี่ยวเอ้อแสดงสีหน้าเสียดายทันที ก่อนเอ่ยปากบอกสาเหตุ

"วันนี้เถ้าแก่เนี้ยไม่ว่างขอรับ นางกำลังต้อนรับแขกสูงศักดิ์ที่ห้องรับรองพิเศษอยู่ เกรงว่าอาจต้องให้แม่นางหลิวกลับมาใหม่ หรือไม่ก็ต้องรอให้เถ้าแก่เนี้ยจัดการเรื่องนั้นเสร็จ"

ฟางหลินเลิกคิ้วฉงน "แขกสูงศักดิ์ขนาดนั้นเชียว?"

เพราะใช่ว่าจะไม่มีแขกสูงศักดิ์มาเสียหน่อยแต่ครั้งกลับต้องให้เจ้าของร้ายไปต้อนรับเชียวหรือ...

"ใช่ขอรับ เป็นขุนนางใหญ่โตมาจองร้านเรากระทันหันขอรับ ข้าเองก็ยังมิกล้าถามมาก แต่ดูจากการต้อนรับแล้ว คงมิใช่ขุนนางธรรมดา"

"เช่นนั้นข้าต้องรอนานเท่าใด?"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   48

    ผลของการกระทำในบ้านร้างนั้น...หมิงจูเดินสำรวจไปตามความมืด นางรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่พยายามจะเงียบย่างเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเดินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่หันไปมอง“เจ้าจะออกมาจากที่ซ่อนหรือให้ข้าไปลากออกมาเอง?”เสียงฝีเท้าชะงักลง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมมืดที่มาของเสียงฝีเท้านั้น“เจ้านี่ฉลาดเกินไปจริงๆ น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้าจะใช้ไม่ทันการณ์”บุรุษในชุดดำหลายคนเดินออกมาพร้อมท่อนไม้ในมือหมิงจูยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ “เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลแผนตื้นๆ เช่นนี้หรือ?”สีหน้าตระหนกเกิดขึ้นบนหน้ายับย่นของบุรุษชุดดำชั่วครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่า“เป็นสตรีอย่าได้ปากเก่งนักเลย แม้เจ้าจะสู้ไม้ในมือพวกข้าได้แต่จะสามารถสู้ธูปปลุกกำหนัดได้หรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกัน! หึหึ”อา ใช่แล้ว กลิ่นแรกที่หมิงจูเข้ามานั้นคือกลิ่นหอมอ่อนจนพาลให้นึกถึงคราที่นางถูกพิษกำหนัดของฮ่าวเทียนขึ้นมา เพียงแต่คนละกลิ่นเท่านั้น!ดูท่าแล้วชาวเมืองหลวงยุคนี้เขาจะนิยมจัดการศัตรูด้วยการใช้พิษกำหนัดเสียจนน่ารำคาญสิ้นดีสินะที่เบื้องนอกบ้านร้าง... จวิ้นอี้ยืนรออย

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   49

    ยามเย็นที่จวนของหมิงจูถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าของนางจอดนิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนอย่างเรียบง่าย เมื่อหมิงจูก้าวลงจากรถม้าสายตาของนางก็เผลอจับจ้องไปที่จวนข้างเคียง รถม้าคันหรูประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลเฉินจอดอยู่เช่นกันเฉินอวี่ในชุดหรูหราทรงภูมิกำลังลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหมิงจูที่กลับมาจวนเร็วกว่าปกติ"เจ้ากลับมาเร็วนัก เหตุใดจึงไม่ไปที่ร้านหรือ?"เฉินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย พลางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วงหมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่เฉินอวี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยายจนพาลให้จังหวะหัวใจหยุดไปโดยพลัน"ข้าพบเรื่องยุ่งยากมาเล็กน้อย..." นางเอ่ยพลางเม้มปากเล็กน้อย "และ...โดนพิษกำหนัดเข้าอีกครั้ง"คำพูดของหมิงจูทำให้เฉินอวี่ตัวแข็งค้าง ความเป็นห่วงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเขาในทันที"เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าได้รับพิษอีกแล้ว? ใครกันกล้าทำเช่นนี้กับเจ้า!"หมิงจูแค่นยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาของเฉินอวี่ที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าการแก้พิษ ครา

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   50 บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายยามเช้าที่แสงตะวันสาดผ่านม่านเมฆอย่างอ่อนโยน ลานพิธีที่จวนตระกูลเฉินถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผ้าสีแดงสด ประดับด้วยโคมไฟและดอกไม้หอมที่อบอวลในอากาศ เสียงขับร้องและดนตรีจีนดั้งเดิมขับขานด้วยความไพเราะเจ้าบ่าวเฉินอวี่ในชุดแต่งงานสีแดงหรูหราประดับลวดลายประดับดิ้นทอง เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ข้างกายของเขาคือ หมิงจูในชุดเจ้าสาวสีแดงลายดอกโบตั๋นทองอันอ่อนช้อย สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาร่างกายขยับเคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในยามที่ทั้งสองคุกเข่าเบื้องหน้าฟ้าดิน“คารวะฟ้าดิน!”ผู้ทำพิธีเอ่ยเสียงดัง ขณะทั้งสองคนก้มลงคารวะฟ้าดินเป็นครั้งแรก เสียงผู้ร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม“คารวะบิดามารดา!” หมิงจูและเฉินอวี่หันไปยัง ฮูหยินเฉินและเจ้าตระกูลเฉิน ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสำคัญ ฮูหยินเฉินนั้นมีน้ำตาคลอเบ้ากลับยิ้มอย่างปลื้มปีติ เจ้าตระกูลเฉินก็เอ่ยอย่างอารมณ์ดีไม่ต่างกัน“หมิงจู เจ้าได้บุตรชายข้าไปแล้ว ขอฝากให้เจ้าช่วยปรามเขาให้หน่อย”ฮูหยินเฉินกล่าวแทรกด้วยเสียงขำ “ใช่แล้ว หมิงจู เจ้าต้องเป็นสะใภ้ที่เด็ดขาดในแบบของเจ้าเองนั่นแหละ แล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านห

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   47

    ช่วงกลางวันวันหนึ่ง ณ ห้องโถงทานอาหารในจวนเฉินฮูหยินเฉินนั่งหัวโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางยิ้มแย้มตั้งแต่ต้นมื้ออาหาร ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ส่งไปยังว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างหมิงจู หมิงจูเองก็นั่งตัวตรงอย่างสำรวม แม้นางจะคีบอาหารของตัวเองแต่กลับถูกแย่งชิงคีบให้อยู่เรื่อยไป“หมิงจู ทานนี่สิ ไก่ตุ๋นยาแม่ครัวใหญ่ทำพิเศษวันนี้เพื่อเจ้าทีเดียว” ฮูหยินเฉินคีบเนื้อไก่นุ่มละมุนใส่ชามของหมิงจูจนแทบล้น “แล้วนี่ก็เป็ดรมควันที่ข้าสั่งมาจากห้องครัวหลังจวน เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงเลือดลม”หมิงจูยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวขอบคุณ นางไม่ได้มีโอกาสคีบอาหารใส่ถ้วยด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไร ฮูหยินเฉินก็ยื่นตะเกียบมาอีกครั้งพร้อมซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมกรุ่น“กินเยอะๆ เถอะอย่ามัวแต่ทำงาน” ฮูหยินเฉินกล่าวอย่างอาทร “เจ้าเป็นสตรีที่ซูบผอมเกินไป ถ้าหากแต่งเข้าจวนเราแล้วข้าอยากให้เจ้าเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี”เฉินอวี่ที่นั่งข้างๆ หมิงจูหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของหมิงจูด้วยความชอบใจ “ท่านแม่เอ็นดูนางจนลืมบุตรชายคนนี้ไปแล้วกระมัง”ฮูหยินเฉินหันขวับไปหาเฉินอวี่ ตบโต๊ะเบาๆ อย่างหยอก

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   46 แผนการของจวิ้นอี้

    “อาจู... เจ้าไม่เห็นบอกบิดาเลยเล่าว่าเจ้าสนิทกับคุณชายเฉินถึงเพียงนี้ ไว้จัดเวลาได้ก็พาคุณชายเฉินไปนั่งคุยที่จวนเราบ้างเถอะ...”การเปลี่ยนท่าทีของเจ้าตระกูลไป๋ชั่งน่าไม่อายเกินกว่าใครจะรับไหวเสียจริง หมิงจูหรี่ตามองตอบกลับอย่างเย็นชา นางไม่ได้ตอบรับคำชมของเจ้าตระกูลไป๋ นางเมินคำพูดของเขาแสดงออกถึงความห่างเหินชัดเจน“ข้าเกรงว่าท่านเจ้าตระกูลไป๋อาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อย ข้าหาใช้คนตระกูลไป๋อีกต่อไปแล้ว และในอนาคตก็คงจะไม่ใช่อีกแน่นอน”หมิงจูวางตัวชัดเจนเพื่อตัดโอกาสการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากนางและคนที่เกี่ยวข้องกับนางแบบเด็ดขาด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ยังทางฮูหยินเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเมื่อครู่“ฮูหยินเฉินโปรดเรียกข้าว่าหมิงจูเถอะเจ้าค่ะ การเรียกข้าด้วยแซ่ไป๋นั้น คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก...”คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าตระกูลไป๋ที่อยากคืนดีด้วยถึงกับหน้าซีดเผือด จวิ้นอี้กำมือแน่นไม่ต่างจากผู้เป็นมารดาฮูหยินเฉินนั้นมองเรื่องราวนี้แล้วกลับหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นางลอบยิ้มมองไปทางบุตรชายด้วยสายตาที่ต่างจากตอนแรก เป็นสายตาชื่นชมและยินดีที่ส่งไปหาเฉินอวี่เพราะเขาทำสิ่งที่นางถูกใจยิ่งนั่นเอง

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   45

    หลุมพราง“อาอวี่ เจ้าจะไม่แนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหรือ?”เฉินอวี่ยิ้มบางส่งไป รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่เคยเป็น เขาหันมามองคนข้างหลังแวบหนึ่งบรรยากาศรอบศาลากลางสวนเต็มไปด้วยอบอุ่นบางอย่างจากท่าทีของเฉินอวี่ยามพูดถึงเรื่องนี้ แต่ในความชื่นฉ่ำนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในหัวใจของคนตระกูลไป๋ที่เพิ่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมิงจูเมื่อตอนสายไป...“ท่านแม่ หลังจากนี้ข้าจะกลับมาจวนอย่างที่ท่านต้องการแล้ว และก็พาสตรีที่ข้าตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาแนะนำให้ท่านรู้จักด้วยขอรับ”ฮูหยินเฉินชะงัก นางเบิกตากว้างหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกวาดตามองบุตรชายอย่างจับผิดทันที เพราะบุตรชายที่ขอออกไปร่ำเรียนและใช้ชีวิตอิสระมานานหลายปีอยู่ดีดีกลับมาโดยไม่บอกกล่าวพร้อมกับบอกว่ามีสตรีในดวงใจมาแนะนำ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้นางคิดดีได้อย่างไรหากบุตรชายนางไม่ไปหลงเสน่ห์มารยาสตรีเข้าแล้ว“เจ้าไปถูกตาต้องใจสตรีที่ไหนกัน? มีที่มาจากตระกูลใดคู่ควรที่จะมาดูแลจวนเฉินของเราหรือไม่! หรือถูกเสน่ห์มารยาสตรีขายเรือนร่างหลอกเอาหรือไม่?!”เฉินอวี่เพียงยิ้มบางอย่างเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status