แชร์

4.2

ผู้เขียน: มายุมายูมายา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-02 15:09:23

"เช่นนั้นข้าต้องรอนานเท่าใด?"

"ข้าไม่แน่ใจนัก ขึ้นอยู่กับว่าแขกพวกนั้นจะอยู่ดื่มกันนานแค่ไหน เถ้าแก่เนี้ยต้องดูแลพวกเขาจนกว่าจะเสร็จสิ้นนั่นแหละขอรับ"

ฟางหลินนิ่งคิด ก่อนจะยิ้มบางๆแววตาเปลี่ยนไปเพราะนางมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา

"ไม่เป็นไร เจ้ากลับไปทำงานของเจ้าเถิด ข้าจะรออยู่ตรงนี้ หากรอไม่ไหว ข้าจะกลับเอง"

เสี่ยวเอ้อพยักหน้าก่อนจะจากไป

นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางชั้นสองของโรงสุรา แสงสลัวจากห้องรับรองพิเศษส่องลอดออกมาผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อย

หากแขกของเถ้าแก่เนี้ยเป็นขุนนางระดับสูงจริงๆ บางทีนางอาจใช้เรื่องนี้เป็นตัวช่วยในการเจรจาขายสุราในราคาที่สูงขึ้นได้อีก เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างของหลิวฟางหลินก็เคลื่อนตัวไปทางชั้นสองของโรงสุรา ก่อนจะลอบเข้าใกล้ห้องรับรองพิเศษโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า...

หลิวฟางหลินลอบเร้นเข้าไปยังบริเวณห้องรับรองพิเศษอย่างเงียบงัน นางอาศัยเงามืดเป็นที่กำบัง พลางเงี่ยหูฟังการสนทนาที่ดังมาจากหน้าประตูที่นางเห็นเถ้าแก่เนี้ยยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่

“ใต้เท้าเหมยต้องการนางโลมด้วยหรือ?” เสียงเถ้าแก่เนี้ยกล่าวขึ้น น้ำเสียงของนางค่อนข้างเร่งรีบ

“ใช่ขอรับ” เสี่ยวเอ้อผู้หนึ่งตอบ “แขกของใต้เท้าเหมยใกล้มาถึงแล้ว แต่พวกนางโลมที่คอยรินเหล้าให้แขกคนอื่นๆ ก็ถูกจับจองไปจนเกือบหมด เห็นทีจะไม่พอสำหรับแขกสำคัญของใต้เท้าน่ะสิขอรับ”

เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจเล็กน้อย “อย่างไรก็ไปพยายามหานางโลมมาให้พอดี อย่าให้ขาด นี่เป็นแขกสูงศักดิ์ ต้องจัดเตรียมให้ดีที่สุด”

หลิวฟางหลินได้ฟังเพียงเท่านี้ ดวงตาก็พราวระยับด้วยความคิดบางอย่าง นางลูบไหสุราดอกเหมยในอ้อมแขนก่อนจะกระตุกยิ้ม

หากขายในราคาธรรมดา กำไรที่ได้ก็คงไม่ต่างจากเดิม แต่หากใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ นางอาจขายได้ราคาสูงกว่านั้น เงินในไว้ใช้สำหรับสร้างตัวในอนาคตก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก

ไม่รอช้า ฟางหลินรีบลอบเข้าไปยังห้องของพวกนางโลมที่กำลังเตรียมตัวสำหรับค่ำคืน นางเลือกชุดสีแดงบางเบาที่ช่วยขับผิวขาวของตนให้โดดเด่น ก่อนจะใช้ผ้าผืนบางคลุมปิดครึ่งหน้าของตนไว้ เพียงพอให้มองเห็นเพียงดวงตาคมเรียวที่เปล่งประกายลึกลับ

เมื่อแต่งกายเสร็จสิ้น นางก็แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มนางโลมที่ถูกจัดเตรียมให้บริการแขกของใต้เท้าเหมย

นางก้าวเข้ามาในห้องรับรองพิเศษอย่างสง่างาม ที่โต๊ะกลางห้อง บุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งหัวโต๊ะ ดูจากท่วงท่าและการแต่งกายแล้ว นางมั่นใจว่านี่ต้องเป็น ‘ใต้เท้าเหมย’ ที่เสี่ยวเอ้อประจำห้องนี้กล่าวถึง

หลิวฟางหลินประคองไหสุราดอกเหมยไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างนอบน้อม นางรินเหล้าให้บุรุษตรงหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ใต้เท้าโปรดลิ้มลอง เหล้าถ้วยนี้ ข้าน้อยตั้งใจเตรียมให้ท่านเป็นพิเศษเจ้าค่ะ”

ใต้เท้าเหมยเหลือบมองนางแวบหนึ่งก่อนจะรับถ้วยสุราขึ้นจิบทันทีที่สุราแตะปลายลิ้น เขาก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

“เหล้านี่…” เขาพึมพำ ก่อนจะยกถ้วยขึ้นจิบอีกครั้ง คราวนี้ในแววตาฉายความประทับใจอย่างเห็นได้ชัด “รสชาติหอมหวานล้ำลึก ไม่เคยพบมาก่อน เหล้านี่คือสิ่งใดกัน?”

ฟางหลินยิ้มบาง “เป็นสุราดอกเหมยเจ้าค่ะ หากใต้เท้าต้องการ ข้าน้อยสามารถนำมาเพิ่มให้ได้”

ใต้เท้าเหมยมองนางด้วยแววตาครุ่นคิด สุดท้ายก็พยักหน้า

“ดี ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปนำมาให้ข้าเพิ่มอีก คืนนี้ท่านแม่ทัพหลี่จะมาร่วมด้วย นี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขาประทับใจได้”

หลิวฟางหลินกำลังจะกล่าวตอบอย่างดีใจ แต่ประโยคสุดท้ายของใต้เท้าเหมยเมื่อครู่นั้นกลับทำให้นางชะงัก

แขกสำคัญคือ หลี่หยวนหรือ?

ก่อนที่นางจะทันถามไถ่ซ้ำเพื่อความมั่นใจ เสียงของเสี่ยวเอ้อก็ดังขึ้นจากด้านหน้าห้องเสียแล้ว

“ท่านแม่ทัพหลี่เชิญขอรับ!”

หัวใจของฟางหลินกระตุกวูบทันใด

แม่ทัพหลี่… สามีของนางจริงๆด้วย !

แม้จะไม่เคยพบหน้ากันโดยตรง แต่นางก็รู้ดีว่าตนมิอาจอยู่ที่นี่ในยามที่เขากำลังมาได้ หากเขาเห็นหน้านางในหมู่นางโลมของหอนี้ แล้วเห็นนางในภายหลังในฐานะอนุหลิวมีหวังเรื่องราวคงยุ่งยากเป็นแน่

ฟางหลินทำทีลุกขึ้นยืนเตรียมจะลอบออกไปจากห้องรับรอง ทว่าประตูไม้ตรงหน้ากลับถูกเปิดออกกะทันหัน

เงาของบุรุษร่างสูงในชุดแม่ทัพไร้เกราะก้าวเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักแน่นหยุดลงกลางห้อง

และนั่นคือเวลานี้หลิวฟางหลินได้รู้ว่า สายเกินไปเสียแล้ว…

กลิ่นอายอันทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่วห้อง

นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นหน้าสามีของตนชัดๆ

ในความคิดของนางก่อนหน้า แม่ทัพหลี่ควรจะเป็นบุรุษวัยเกือบสามสิบที่มีใบหน้าดุดัน ร่างกายกำยำใหญ่โตจนดูน่ากลัว  ทว่า… สิ่งที่เห็นกลับแตกต่างไปจากที่คิดโดยสิ้นเชิง

บุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีใบหน้าคมเข้มอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบราวกับสามารถมองทะลุจิตใจของผู้อื่นได้ จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากที่ประดับอยู่บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ รูปร่างของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วน สูงโปร่งสง่างามในชุดน้ำเงินเข้มแผ่รังสีอำนาจโดยมิได้ตั้งใจ

ฟางหลินอึ้งไปราวกับถูกสะกดให้จ้องมองเขาอยู่นาน...

ดวงตาคมของแม่ทัพหลี่ตวัดมามองนางกลับด้วยสายตาดุดัน สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ แต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้นางต้องรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว นางหันกลับมาทำทีเป็นรินเหล้าให้ใต้เท้าเหมยต่อ

บ้าจริง! เหตุใดนางต้องมองเขาเกินควรเช่นนั้นด้วย?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   48

    ผลของการกระทำในบ้านร้างนั้น...หมิงจูเดินสำรวจไปตามความมืด นางรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่พยายามจะเงียบย่างเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเดินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่หันไปมอง“เจ้าจะออกมาจากที่ซ่อนหรือให้ข้าไปลากออกมาเอง?”เสียงฝีเท้าชะงักลง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมมืดที่มาของเสียงฝีเท้านั้น“เจ้านี่ฉลาดเกินไปจริงๆ น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้าจะใช้ไม่ทันการณ์”บุรุษในชุดดำหลายคนเดินออกมาพร้อมท่อนไม้ในมือหมิงจูยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ “เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลแผนตื้นๆ เช่นนี้หรือ?”สีหน้าตระหนกเกิดขึ้นบนหน้ายับย่นของบุรุษชุดดำชั่วครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่า“เป็นสตรีอย่าได้ปากเก่งนักเลย แม้เจ้าจะสู้ไม้ในมือพวกข้าได้แต่จะสามารถสู้ธูปปลุกกำหนัดได้หรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกัน! หึหึ”อา ใช่แล้ว กลิ่นแรกที่หมิงจูเข้ามานั้นคือกลิ่นหอมอ่อนจนพาลให้นึกถึงคราที่นางถูกพิษกำหนัดของฮ่าวเทียนขึ้นมา เพียงแต่คนละกลิ่นเท่านั้น!ดูท่าแล้วชาวเมืองหลวงยุคนี้เขาจะนิยมจัดการศัตรูด้วยการใช้พิษกำหนัดเสียจนน่ารำคาญสิ้นดีสินะที่เบื้องนอกบ้านร้าง... จวิ้นอี้ยืนรออย

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   49

    ยามเย็นที่จวนของหมิงจูถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าของนางจอดนิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนอย่างเรียบง่าย เมื่อหมิงจูก้าวลงจากรถม้าสายตาของนางก็เผลอจับจ้องไปที่จวนข้างเคียง รถม้าคันหรูประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลเฉินจอดอยู่เช่นกันเฉินอวี่ในชุดหรูหราทรงภูมิกำลังลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหมิงจูที่กลับมาจวนเร็วกว่าปกติ"เจ้ากลับมาเร็วนัก เหตุใดจึงไม่ไปที่ร้านหรือ?"เฉินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย พลางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วงหมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่เฉินอวี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยายจนพาลให้จังหวะหัวใจหยุดไปโดยพลัน"ข้าพบเรื่องยุ่งยากมาเล็กน้อย..." นางเอ่ยพลางเม้มปากเล็กน้อย "และ...โดนพิษกำหนัดเข้าอีกครั้ง"คำพูดของหมิงจูทำให้เฉินอวี่ตัวแข็งค้าง ความเป็นห่วงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเขาในทันที"เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าได้รับพิษอีกแล้ว? ใครกันกล้าทำเช่นนี้กับเจ้า!"หมิงจูแค่นยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาของเฉินอวี่ที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าการแก้พิษ ครา

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   50 บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายยามเช้าที่แสงตะวันสาดผ่านม่านเมฆอย่างอ่อนโยน ลานพิธีที่จวนตระกูลเฉินถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผ้าสีแดงสด ประดับด้วยโคมไฟและดอกไม้หอมที่อบอวลในอากาศ เสียงขับร้องและดนตรีจีนดั้งเดิมขับขานด้วยความไพเราะเจ้าบ่าวเฉินอวี่ในชุดแต่งงานสีแดงหรูหราประดับลวดลายประดับดิ้นทอง เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ข้างกายของเขาคือ หมิงจูในชุดเจ้าสาวสีแดงลายดอกโบตั๋นทองอันอ่อนช้อย สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาร่างกายขยับเคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในยามที่ทั้งสองคุกเข่าเบื้องหน้าฟ้าดิน“คารวะฟ้าดิน!”ผู้ทำพิธีเอ่ยเสียงดัง ขณะทั้งสองคนก้มลงคารวะฟ้าดินเป็นครั้งแรก เสียงผู้ร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม“คารวะบิดามารดา!” หมิงจูและเฉินอวี่หันไปยัง ฮูหยินเฉินและเจ้าตระกูลเฉิน ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสำคัญ ฮูหยินเฉินนั้นมีน้ำตาคลอเบ้ากลับยิ้มอย่างปลื้มปีติ เจ้าตระกูลเฉินก็เอ่ยอย่างอารมณ์ดีไม่ต่างกัน“หมิงจู เจ้าได้บุตรชายข้าไปแล้ว ขอฝากให้เจ้าช่วยปรามเขาให้หน่อย”ฮูหยินเฉินกล่าวแทรกด้วยเสียงขำ “ใช่แล้ว หมิงจู เจ้าต้องเป็นสะใภ้ที่เด็ดขาดในแบบของเจ้าเองนั่นแหละ แล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านห

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   47

    ช่วงกลางวันวันหนึ่ง ณ ห้องโถงทานอาหารในจวนเฉินฮูหยินเฉินนั่งหัวโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางยิ้มแย้มตั้งแต่ต้นมื้ออาหาร ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ส่งไปยังว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างหมิงจู หมิงจูเองก็นั่งตัวตรงอย่างสำรวม แม้นางจะคีบอาหารของตัวเองแต่กลับถูกแย่งชิงคีบให้อยู่เรื่อยไป“หมิงจู ทานนี่สิ ไก่ตุ๋นยาแม่ครัวใหญ่ทำพิเศษวันนี้เพื่อเจ้าทีเดียว” ฮูหยินเฉินคีบเนื้อไก่นุ่มละมุนใส่ชามของหมิงจูจนแทบล้น “แล้วนี่ก็เป็ดรมควันที่ข้าสั่งมาจากห้องครัวหลังจวน เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงเลือดลม”หมิงจูยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวขอบคุณ นางไม่ได้มีโอกาสคีบอาหารใส่ถ้วยด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไร ฮูหยินเฉินก็ยื่นตะเกียบมาอีกครั้งพร้อมซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมกรุ่น“กินเยอะๆ เถอะอย่ามัวแต่ทำงาน” ฮูหยินเฉินกล่าวอย่างอาทร “เจ้าเป็นสตรีที่ซูบผอมเกินไป ถ้าหากแต่งเข้าจวนเราแล้วข้าอยากให้เจ้าเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี”เฉินอวี่ที่นั่งข้างๆ หมิงจูหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของหมิงจูด้วยความชอบใจ “ท่านแม่เอ็นดูนางจนลืมบุตรชายคนนี้ไปแล้วกระมัง”ฮูหยินเฉินหันขวับไปหาเฉินอวี่ ตบโต๊ะเบาๆ อย่างหยอก

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   46 แผนการของจวิ้นอี้

    “อาจู... เจ้าไม่เห็นบอกบิดาเลยเล่าว่าเจ้าสนิทกับคุณชายเฉินถึงเพียงนี้ ไว้จัดเวลาได้ก็พาคุณชายเฉินไปนั่งคุยที่จวนเราบ้างเถอะ...”การเปลี่ยนท่าทีของเจ้าตระกูลไป๋ชั่งน่าไม่อายเกินกว่าใครจะรับไหวเสียจริง หมิงจูหรี่ตามองตอบกลับอย่างเย็นชา นางไม่ได้ตอบรับคำชมของเจ้าตระกูลไป๋ นางเมินคำพูดของเขาแสดงออกถึงความห่างเหินชัดเจน“ข้าเกรงว่าท่านเจ้าตระกูลไป๋อาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อย ข้าหาใช้คนตระกูลไป๋อีกต่อไปแล้ว และในอนาคตก็คงจะไม่ใช่อีกแน่นอน”หมิงจูวางตัวชัดเจนเพื่อตัดโอกาสการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากนางและคนที่เกี่ยวข้องกับนางแบบเด็ดขาด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ยังทางฮูหยินเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเมื่อครู่“ฮูหยินเฉินโปรดเรียกข้าว่าหมิงจูเถอะเจ้าค่ะ การเรียกข้าด้วยแซ่ไป๋นั้น คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก...”คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าตระกูลไป๋ที่อยากคืนดีด้วยถึงกับหน้าซีดเผือด จวิ้นอี้กำมือแน่นไม่ต่างจากผู้เป็นมารดาฮูหยินเฉินนั้นมองเรื่องราวนี้แล้วกลับหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นางลอบยิ้มมองไปทางบุตรชายด้วยสายตาที่ต่างจากตอนแรก เป็นสายตาชื่นชมและยินดีที่ส่งไปหาเฉินอวี่เพราะเขาทำสิ่งที่นางถูกใจยิ่งนั่นเอง

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   45

    หลุมพราง“อาอวี่ เจ้าจะไม่แนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหรือ?”เฉินอวี่ยิ้มบางส่งไป รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่เคยเป็น เขาหันมามองคนข้างหลังแวบหนึ่งบรรยากาศรอบศาลากลางสวนเต็มไปด้วยอบอุ่นบางอย่างจากท่าทีของเฉินอวี่ยามพูดถึงเรื่องนี้ แต่ในความชื่นฉ่ำนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในหัวใจของคนตระกูลไป๋ที่เพิ่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมิงจูเมื่อตอนสายไป...“ท่านแม่ หลังจากนี้ข้าจะกลับมาจวนอย่างที่ท่านต้องการแล้ว และก็พาสตรีที่ข้าตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาแนะนำให้ท่านรู้จักด้วยขอรับ”ฮูหยินเฉินชะงัก นางเบิกตากว้างหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกวาดตามองบุตรชายอย่างจับผิดทันที เพราะบุตรชายที่ขอออกไปร่ำเรียนและใช้ชีวิตอิสระมานานหลายปีอยู่ดีดีกลับมาโดยไม่บอกกล่าวพร้อมกับบอกว่ามีสตรีในดวงใจมาแนะนำ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้นางคิดดีได้อย่างไรหากบุตรชายนางไม่ไปหลงเสน่ห์มารยาสตรีเข้าแล้ว“เจ้าไปถูกตาต้องใจสตรีที่ไหนกัน? มีที่มาจากตระกูลใดคู่ควรที่จะมาดูแลจวนเฉินของเราหรือไม่! หรือถูกเสน่ห์มารยาสตรีขายเรือนร่างหลอกเอาหรือไม่?!”เฉินอวี่เพียงยิ้มบางอย่างเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status