อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่

อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-11
Oleh:  มายุมายูมายาBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
3 Peringkat. 3 Ulasan-ulasan
95Bab
7.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เกริ่น อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่ ในเมื่อท่านแม่ทัพไม่ต้องการอนุเช่นข้า ได้โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับข้าด้วยเถอะเจ้าค่ะ อดีตสายลับยุคสองพันเช่นนางอยากมีชีวิตอย่างคนธรรมดา... ข้าขอแค่นี้ได้ไหมมมมม ...... เกริ่น เรื่องสายลับเกิดใหม่กลายเป็นสตรีหย่าสามีไปเสียแล้ว "บุรุษสวะเช่นนี้นางไม่สน! สตรีเช่นนางหาเงินใช้เองได้อยู่แล้ว" ....... ฝากแนวสายลับที่อยากมีชีวิตใหม่ ทั้ง 2 คนด้วยค่า เเนวเรื่องแบบสุขนิยม นางเอกเก่ง ทั้งเรื่อง อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่ และ สายลับเกิดใหม่กลายเป็นสตรีหย่าสามีไปเสียแล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

บทนำ

 กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ยามเช้าลอยอ้อยอิ่งในอากาศขณะที่หลิวฟางหลินก้าวออกจากเรือนเล็กของตน เส้นผมยาวดำขลับยังชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำชะล้างกลิ่นสุราที่นางดื่มด่ำกับมันทั้งคืน ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดที่ถูกกระตุ้นจากน้ำเย็นยามเช้า หลังจากปล่อยให้ตนเองเสพสุขกับสายน้ำเย็นสดชื่นจนหนำใจแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปยังโรงครัวอย่างที่ทำประจำวัน ทว่าวันนี้กลับแปลกไปจากทุกวัน

ในจวนหลี่ที่ปกติจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บ่าวไพร่ต่างเดินกันขวักไขว่ ใบหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดและรีบเร่ง นางเอ่ยทักบ่าวคนหนึ่ง ทว่าฝ่ายนั้นเพียงค้อมศีรษะรับแล้วรีบผละไปโดยไม่มีเวลาให้สนทนา แม้แต่นางที่เป็น ‘อนุของแม่ทัพหลี่’ ยังไม่มีใครใส่ใจ นับว่าจวนหลี่แห่งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมดีในจุดนี้

ฟางหลิวขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเร่งฝีเท้า ดักบ่าวผู้หนึ่งที่เดินผ่าน นางเอื้อมมือคว้าชายแขนเสื้อเขาเบาๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมวันนี้ทุกคนถึงดูยุ่งนัก”

บ่าวหนุ่มหันมามองนางเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรีบเร่ง ทว่าก็ไม่กล้าขัดขืนในตอนนี้

“อนุหลิวไม่รู้หรือขอรับ วันนี้แม่ทัพหลี่กำลังเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วขอรับ! ขบวนเกียรติยศของกองทัพกำลังมุ่งหน้าเข้าพระราชวังเพื่อรายงานองค์ฮ่องเต้ หลังจากปราบชนเผ่าขอบชายแดนได้สำเร็จ ฮูหยินใหญ่เพิ่งได้รับสารเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้บ่าวในจวนกำลังเร่งเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับอยู่ขอรับ”

หลิวฟางหลินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะยกยิ้มบาง ริมฝีปากกระตุกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

“เช่นนั้นหรือ” นางไม่แปลกใจที่ตนเป็นคนท้ายสุดที่ได้รับรู้เรื่องนี้ ในฐานะอนุที่ถูกลืม ไม่จำเป็นที่คนต้องมาบอกข่าวดีของสามีผู้นั้นให้นางรู้

บ่าวหนุ่มเห็นว่านางมิได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมก็รีบกล่าวต่ออย่างหวังดี

“คืนนี้โปรดอยู่แต่ในเรือนของท่านเถิดขอรับ งานเลี้ยงจะจัดที่ลานท้ายจวนซึ่งใกล้เรือนของท่าน ทหารชั้นต่ำจากกองทัพจะมาฉลองกัน น่าจะวุ่นวายพอดู ข้ากลัวว่าอนุหลิวจะได้รับความลำบาก”

กล่าวจบก็รีบผละไปทำงานของตนต่อ ทิ้งให้นางยืนอยู่ที่เดิม แววตาเปล่งประกายกว่าก่อนหน้ามากนัก ฟางหลินหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าอย่างนึกขัน

ให้นางอยู่แต่ในเรือน? เหตุใดนางต้องทำเรื่องโง่เง่าเช่นนั้นด้วย!

เมื่อคืนนี้เป็นคืนสำคัญพอดี สุราที่นางบ่มเองมาตลอดหนึ่งปีถึงเวลาหมักได้ที่พอดิบพอดี งานเลี้ยงฉลองของทหารกองทัพหลี่ก็มิใช่เรื่องของนาง ทว่าการเฉลิมฉลองของพวกเขากลับเป็นข้อดีสำหรับสุราเลิศรสโดยแท้

คิดได้ดังนั้น หลิวฟางหลินก็หมุนกายกลับเรือนของตน รีบรุดไปยังมุมลับของเรือนหลังเล็กที่ไม่มีผู้ใดใส่ใจ บริเวณนั้นมีหลุมเล็กๆ ที่ถูกปิดไว้ด้วยฝาไม้ซึ่งปูด้วยก้อนหินธรรมดาเพื่อมิให้เป็นที่สังเกต นางคุกเข่าลง ปัดฝุ่นดินออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขุดมันขึ้นมา

โอสวรรค์! กลิ่นหอมของสุราที่ถูกหมักไว้ดีลอยโชยขึ้นมาทันทีที่ฝาปิดถูกเปิดออก

หลิวฟางหลินสูดลมหายใจลึก ดวงตาคู่งามทอประกายระยับ นางยกไหสุราขึ้นมาอุ้มไว้ ใช้มือปัดเศษดินออกเบาๆ ก่อนจะยิ้มอย่างพึงใจ

“ความครื้นเครงคืนนี้… ผสานกับสุรากลิ่นหอมแล้วช่างอยากเร่งเวลาให้เดินเร็วขึ้นยิ่งนัก”

เสียงเฮฮาและเสียงแก้วกระทบกันดังก้องไปทั่วลานท้ายจวน กลิ่นอาหารปิ้งย่างโชยมาแตะจมูก ผสมกับกลิ่นสุราแรงที่ทหารพากันดื่มฉลองชัยชนะของพวกเขา หลิวฟางหลินนั่งเอนกายซ่อนตัวอยู่บนหลังคา ห่างออกไปจากวงสนทนาในมุมมืดที่ไร้ผู้คนจะสังเกตเห็นได้ ใบหน้างดงามฉาบไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ไหสุราที่อุตส่าห์หมักเองมาตลอดปีถูกกระดกขึ้นจิบเบาๆ ความหวานปนขมปร่านั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

นางทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง มองพวกบุรุษซัดสุราเข้าปากแล้วหัวเราะเฮฮากันอย่างเมามาย ในจังหวะที่เสียงโห่ร้องดังขึ้น นางก็ใช้ช่วงเวลานั้นลงไปขโมยน่องไก่จากจานของทหารนายหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว

“อ้าวเฮ้ย! น่องไก่ข้าไปไหน?!”

“เจ้าแย่งไปใช่หรือไม่?! เจ้ามันมือไว!”

“ไร้สาระ! ข้าจะไปขโมยของเจ้าทำไม น่องไก่ข้าก็มี!”

ทหารสองนายเริ่มทะเลาะกันเพราะอาหารที่หายไป ขณะที่ตัวต้นเหตุอย่างหลิวฟางหลินนั่งเคี้ยวอย่างสบายใจ หัวเราะคิกคักกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

นางกระดกเหล้าเพิ่มอีกคำ ก่อนจะจ้องเหยื่อชิ้นใหม่ที่อยู่ไม่ไกล จังหวะที่ทุกคนกำลังตั้งวงเล่นพนันกัน นางก็ฉวยโอกาสเอื้อมไปฉกซี่โครงหมูไปอีกชิ้น ขบกัดอย่างสำราญ ทว่าครานี้นางคงเผลอหัวเราะออกมาดังไปหน่อย เพราะเหมือนว่านางจะถูกคนจับได้เสียแล้ว

“เฮ้… ใครอยู่ข้างบนนั่นน่ะ?”

ดวงตาของทหารนายหนึ่งที่เริ่มกรึ่มๆ ช้อนขึ้นมองหลังคา ใบหน้าของเขาตึงเครียดทันทีที่รู้สึกว่ามีเงาตะคุ่มวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

หลิวฟางหลินกลั้นหายใจ ก่อนจะกระชับไหสุราในมือแน่น รีบขยับกายเปลี่ยนตำแหน่ง ทว่าพื้นหลังคาที่มีไอน้ำค้างกลับลื่นกว่าที่คิด นางพลาดไปก้าวหนึ่ง เท้าลื่นไถลออกจากขอบกระเบื้อง ก่อนที่ทั้งร่างจะร่วงลงไปด้านล่าง

นางหล่นลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และสิ่งที่รองรับร่างของนางก็ไม่ใช่พื้นแข็งเย็นชืด แต่เป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่ง!

ความหนักจากแรงกระแทกทำให้บุรุษที่ยืนอยู่ถอยกรูดไปหลายก้าวและล้มลง ทว่าความตกใจของหลิวฟางหลินกลับมิได้อยู่ที่การตกลงมาทับคนจนเขาล้มหงายหลังกับพื้น แต่มันอยู่ที่ตำแหน่งที่นาง ‘นั่งทับ’ มากกว่า

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง นางรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่แข็งและแน่นหนาอยู่ใต้ร่างของตนเอง เสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังขึ้นอย่างเย็นชา

“อย่าขยับ… ถ้าเจ้ายังขยับ ข้าจะบีบคอเจ้าตายเดี๋ยวนี้”

เสียงนั้นเต็มไปด้วยความดุดันของเบาะรองนั่งมนุษย์ หลิวฟางหลินชะงักกึก หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนที่จะทำอันใดไม่มากกว่านี้ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลังไกลๆ ที่ค่อยใกล้เข้ามา...

“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่?!”

ร่างของนางแข็งทื่อทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนที่นางจะก้มลงมองใบหน้าของบุรุษที่ตนเองกำลังคล่อมทับอยู่ ความมืดนี้ทำให้นางไม่เห็นใบหน้าของเขาอย่างที่คิด

หัวใจของนางก็กระตุกวูบ

เบาะรองนั่งมนุษย์ที่นางทับอยู่หาใช่ใครอื่น แต่คือ ‘หลี่หยวน’ แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพปราบชนเผ่าขอบชายแดนที่ทำแม่ทัพแคว้นตายไปไม่รู้กี่คนหรือนี่ ไหนจะการที่เขายังเป็นสามีของนางอีกด้วย!

ดวงตาของนางเบิกกว้าง ตอนนี้สำคัญกว่าอื่นใดคือนางต้องรีบหนีไปให้พ้นก่อนจะถูกจับได้ ฟางหลินรีบยันกายลุกขึ้นหมายจะกระโดดหนี ทว่าเพื่อไม่ให้ถูกตามทัน นางตัดสินใจทำสิ่งที่แม้แต่นางเองยังตกใจ

ฝ่าเท้าเล็กถีบเข้าไปตรง ‘จุดสำคัญ’ ของบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ลังเล

เสียงร้องต่ำแหบทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของแม่ทัพหลี่ที่งอตัวอย่างเจ็บปวด ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงก่ำท่ามกลางความมืด นางไม่รอให้เขาตั้งตัว รีบพุ่งทะยานหนีหายเข้าไปในความมืดของเรือนด้านข้างทันใด

เสียงฝีเท้าของนายกองคนสนิทวิ่งเข้ามาใกล้ หยุดยืนตรงหน้าหลี่หยวนที่ยังคงทรุดอยู่กับพื้นอย่างเป็นกีงวล

“ท่านแม่ทัพ! เกิดอะไรขึ้น?! เหตุใดท่านถึงร้องเสียงหลงเช่นนั้น?!”

หลี่หยวนกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั้งร่างบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวดจนไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้ เขาเพียงแค่โบกมือไล่ลูกน้องออกไปอย่างไม่ต้องการให้ใครเข้ามาใกล้ในขณะนี้

ทว่าตอนนี้มีสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าความเจ็บปวด!

… ความรู้สึกบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในร่างกายของเขาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ร่างกายของเขา ‘ตอบสนอง’ อย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

เพราะความมืดบริเวณนี้ทำให้เขาไม่อาจเห็นใบหน้าของนางได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ติดตรึงตอนนี้มีเพียงกลิ่นหอมหวานของดอกเหมยจากร่างของสตรีปริศนาที่ยังค้างคาใจไม่เสื่อมคลาย...

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

ปาป๊า น้ำหวาน
ปาป๊า น้ำหวาน
สนุกมากๆค่ะ
2026-04-17 18:48:26
1
0
Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
ชอบคะ กระชับ จบดี แต่อยากแอบพิมพ์ผิดเยอะไปนิด...
2026-04-17 01:05:29
1
0
มายุมายูมายา
มายุมายูมายา
เรื่องนี้ลงจบแล้วนะคะ เป็นยังไงกันบ้างชอบไหมคะ
2026-04-12 22:48:43
2
0
95 Bab
บทนำ
บทนำ กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ยามเช้าลอยอ้อยอิ่งในอากาศขณะที่หลิวฟางหลินก้าวออกจากเรือนเล็กของตน เส้นผมยาวดำขลับยังชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำชะล้างกลิ่นสุราที่นางดื่มด่ำกับมันทั้งคืน ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดที่ถูกกระตุ้นจากน้ำเย็นยามเช้า หลังจากปล่อยให้ตนเองเสพสุขกับสายน้ำเย็นสดชื่นจนหนำใจแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปยังโรงครัวอย่างที่ทำประจำวัน ทว่าวันนี้กลับแปลกไปจากทุกวันในจวนหลี่ที่ปกติจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บ่าวไพร่ต่างเดินกันขวักไขว่ ใบหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดและรีบเร่ง นางเอ่ยทักบ่าวคนหนึ่ง ทว่าฝ่ายนั้นเพียงค้อมศีรษะรับแล้วรีบผละไปโดยไม่มีเวลาให้สนทนา แม้แต่นางที่เป็น ‘อนุของแม่ทัพหลี่’ ยังไม่มีใครใส่ใจ นับว่าจวนหลี่แห่งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมดีในจุดนี้ฟางหลิวขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเร่งฝีเท้า ดักบ่าวผู้หนึ่งที่เดินผ่าน นางเอื้อมมือคว้าชายแขนเสื้อเขาเบาๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมวันนี้ทุกคนถึงดูยุ่งนัก”บ่าวหนุ่มหันมามองนางเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรีบเร่ง ทว่าก็ไม่กล้าขัดขืนในตอนนี้“อนุหลิวไม่รู้หรือขอรับ วันนี้แม่ทัพหลี่กำลังเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วขอรับ! ขบวนเกียรติยศของกองทัพกำลังม
Baca selengkapnya
1
1.1เจ้าควรสร้างครอบครัวแล้วหลิวฟางหลินขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านม่านบางเข้ามากระทบผิวขาวระเรื่อของนาง ทอประกายจางๆ บนพวงแก้มที่ยังคงอบอวลด้วยไอสุราจากค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากหนีกลับมาเรือนก็ร่ำสุราจนหมดไหแล้วนอนหลับที่ระเบียงเรือนอย่างไม่รู้ตัวนางขยับกายพลางถอนถอนใจ หยัดกายขึ้นนั่งพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ร่างเพรียวระหงทอดยาวอยู่บนผ้าผืนบาง ทรวดทรงสมส่วนได้รูปงดงามแม้ในท่วงท่าที่ไร้ระเบียบเรียบร้อยเช่นตอนนี้ หน้าท้องเรียบแบนป้องเล็กน้อยเนื่องจากศึกหนักเมื่อคืน ยามนี้เปิดเผยให้เห็นเนื้อผิวขาวเนียนใต้ชุดมุ้งแสนบางที่เลิกขึ้นเล็กน้อย นางเพียงกระชับมันให้เข้าที่อย่างเกียจคร้านพลางก่นบ่นตนเองในใจ“สายถึงเพียงนี้แล้วหรือ?” ฟางหลินเหยียดแขนออกไล่ความเมื่อยล้าทุกเช้านางมักจะตื่นแต่แต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเพื่อออกกำลังกายให้ร่างกายยืดหยุ่น ทว่าเช้านี้กลับพลาดเสียแล้ว นางคงดื่มสุรามากเกินไปเมื่อคืน จนมิอาจตื่นทันช่วงเวลาดีแห่งการออกกำลังได้หลิวฟางหลินในตอนนี้มิใช่สตรีที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ นางเกิดอีกยุคสมัยหนึ่งในอีกหลายพันปีข้างหน้า นางเกิดมาโดยไร้ครอบครัวดูแลอาศัยอยู่ที่สถานเลี
Baca selengkapnya
1.2
หลี่หยวนวางถ้วยชาลง แววตาเฉยชาพลันดุดันขึ้นทันใด "ข้าไม่ต้องการสร้างครอบครัว""ไม่ได้!? เจ้าจะยอมให้ตระกูลหลี่ล่มสลายเพราะไร้มายาทสืบทอดไปเช่นนั้นหรือ?""ข้ามิใช่บุรุษที่เหมาะจะมีใคร ชีวิตแม่ทัพเช่นข้าหาได้ควรนำใครเข้ามาร่วมทรมานด้วยไม่ เรื่องนี้มารดาก็น่าจะรู้ดี..."แน่นอนว่าหลี่หยวนหมายถึงชีวิตของมารดาที่ต้องคอยเป็นห่วงยามบิดาออกศึกนั่นเอง หรือแม้แต่ตอนที่บิดาถูกฆ่าศึกฆ่าในสนามรบเขายังจำความเสียใจที่มารดาเผชิญได้ดี เขาไม่อยากให้ต้องมีใครมาเจอชะตาเดียวกันอีกผู้ถูกกล่าวอ้างอย่างฮูหยินใหญ่หลี่ถึงกลับนิ่งอึ้งค้างไปทันที ความโศกเศร้าในอดีตเป็นสิ่งที่นางไม่อยากนึกถึงจริงๆ ทว่าเรื่องนี้ก็มิใช่เหตุผลที่นางจะยอมโอนอ่อนตามบุตรชายตรงหน้าเสียหน่อย“หากเจ้าห่วงข้าผู้เป็นมารดาจริง ก็ควรสร้างครอบครัวและมีหลานให้ข้าเลี้ยงเสีย อย่าได้นำเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างเลยอาหยวน”หลี่หยวนไม่ตอบอันใดกลับมา เขาเพียงแค่ลุกขึ้นคำนับมารดา "หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอไปจัดการธุระอื่นต่อ"มารดามิได้รั้งไว้ เพียงมองส่งบุตรชายไปจนสุดสายตา เมื่อร่างสูงหายไปแล้ว จื่อเหยาเม้มปากเล็กน้อย มองมารดาอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยเสี
Baca selengkapnya
2
บ่าวสาวหัวเราะคิกคักสมทบ "ไม่แน่นะเจ้าคะ อนุหลิวอาจได้เลื่อนขั้นก็เป็นได้ ท่านแม่ทัพเพิ่งกลับมา หากฮูหยินใหญ่ดันท่านขึ้นเป็นเจ้านายอนุคนแรกของจวนหลี่ในอนาคต ท่านอย่าลืมข้านะเจ้าคะ!"คำพูดนี้ทำให้หลิวฟางหลินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันเสียมากกว่ากลับมาสนใจ? ดันขึ้นเป็นเจ้านาย? หึ... มิใช่หรอกหากฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะหาภรรยาให้บุตรชายจริง ๆ นางที่เป็นเพียงอนุเก่าที่ถูกลืมมานับสิบปี คงไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรกแน่อนุเช่นนางเป็นได้เพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น...ดวงตาของฟางหลินฉายแววเย็นชาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมามีรอยยิ้มอ่อนโยนตามเดิม นางโบกมือไล่พวกบ่าวออกไป"เอาเถอะ ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าจะกินมันให้หมดเลย พวกเจ้ากลับไปเถิด ข้ากินเสร็จแล้วจะนำชามพวกนี้ไปคืนที่โรงครัวเอง""เจ้าค่ะ!" บ่าวสาวสองคนโค้งศีรษะ ก่อนจะเดินออกไปอย่างอารมณ์ดีหลิวฟางหลินรอจนพวกบ่าวกลับไปแล้ว นางจึงเริ่มลงมือกำจัดอาหารที่ถูกจัดเตรียมมาให้ด้วยความระแวดระวัง ส่วนหนึ่งถูกเททิ้งในลานหลังเรือน อีกส่วนหนึ่งถูกนำไปทิ้งไว้ใกล้โรงครัวเพื่อให้พวกหนูในจวนได้ลิ้มลองไม่นานนัก หนูตัวหนึ่งก็รี
Baca selengkapnya
3
3อนุหลิวเมื่อถึงช่วงยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) ดวงจันทร์ส่องแสงนวลเหนือจวนหลี่ ขณะที่หลี่หยวนเดินกลับจากเรือนทำงานมุ่งตรงสู่ห้องนอนท่ามกลางเส้นทางในจวนเงียบสงัดนั้นเขาถูกพ่อบ้านกู้ก็ก้าวออกมาจากเงามืดที่ยืนรอเจ้านายมานานขวางไว้ เขาค้อมกายเคารพก่อนเอ่ยเสียงเบา"นายท่านขอรับ มีบางคนรอท่านอยู่ในห้องนอนขอรับ"หลี่หยวนหยุดฝีเท้าลง หันไปมองพ่อบ้านที่เป็นคนสนิทของตนด้วยแววตานิ่งเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังทันใด"เช่นนั้นหรือ?" เขาถามเสียงเรียบ"ขอรับ เป็นความต้องการของฮูหยินใหญ่ขอรับ"แค่นั้นก็เพียงพอให้เข้าใจทุกอย่างแล้วว่าคนที่รอในห้องนอนของเขานั้นน่าจะเพื่ออะไรหลี่หยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของมารดา เหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากอยู่ที่จวนก็เพราะเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นนั่นล่ะ"จัดห้องทำงานของข้าเสีย ข้าจะนอนที่นั่นแทน""ขอรับ" พ่อบ้านกู้รับคำโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติมแต่รีบหมุนกายไปทำตามคำสั่งทันทีเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากได้รับรู้จากพ่อบ้านกู้แล้วว่าคนของมารดาออกไปเขาก็เดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าเฝ้าประชุมที่พระราชวังยามเช้า
Baca selengkapnya
4
ภายในเขตเรือนใหญ่มีเสียงสนทนาแว่วจากที่ไม่ไกล ที่มาเสียงอาจจะเป็นข้างเรือนที่ปรายหางตานู้น พอเข้าไปใกล้มากขึ้นฟางหลินก็ได้ยินแยกชัดเจนว่าเป็นเสียงของบุรุษทุ้มต่ำผสานกับเสียงของสตรีที่ฟังดูสนิทสนม แต่เป้าหมายของฟางหลินคือเห็นน่าสามีในนามนางจึงต้องขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อพยายามมองลอดผ่านช่องต้นไม้ตรงหน้าจากตรงนี้นางเห็นเพียงหนึ่งบุรุษร่างสูงใหญ่และหนึ่งสตรีนั่งคุยกันใต้ร่มไม้ ท่าทางที่เห็นดูสนิทสนมกันไม่น้อย แต่ก่อนจะได้ใบหน้าของทั้งสองชัดเจน สายตาคู่หนึ่งก็พลันตวัดมานางฟางหลินหลบอยู่ราวกับรับรู้ถึงการแอบมองนี้!ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหลี่ปรายตามองมา ทำให้ฟางหลินต้องรีบหันหลังกลับ ก่อนจะรีบสาวเท้าหลบหนีออกจากเขตเรือนโดยมิได้เห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำนางเห็นเพียงสายตาดุดันหนึ่งคู่ผ่านศีรษะของสตรีที่หันหลังอยู่เท่านั้นหลิวฟางหลินกลับมาถึงเรือนของตนแล้ว นางนั่งลงตรงม้านั่งใต้ต้นเหมย ปลดปิ่นที่เหน็บอยู่ในเรือนผมออกอย่างเกียจคร้าน ลมหายใจทอดยาว ขณะเดียวกันในใจกำลังขบคิดถึงสิ่งที่พบเจอนางปล่อยให้ตัวเองเอนกายพักใต้ร่มไม้จนกระทั่งถึงเวลาที่บ่าวสาวเจ้าประจำแบกน้ำมาให้นางอาบทุกเย็นเดินเข้ามา ฟางหลิ
Baca selengkapnya
4.2
"เช่นนั้นข้าต้องรอนานเท่าใด?""ข้าไม่แน่ใจนัก ขึ้นอยู่กับว่าแขกพวกนั้นจะอยู่ดื่มกันนานแค่ไหน เถ้าแก่เนี้ยต้องดูแลพวกเขาจนกว่าจะเสร็จสิ้นนั่นแหละขอรับ"ฟางหลินนิ่งคิด ก่อนจะยิ้มบางๆแววตาเปลี่ยนไปเพราะนางมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา"ไม่เป็นไร เจ้ากลับไปทำงานของเจ้าเถิด ข้าจะรออยู่ตรงนี้ หากรอไม่ไหว ข้าจะกลับเอง"เสี่ยวเอ้อพยักหน้าก่อนจะจากไปนางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางชั้นสองของโรงสุรา แสงสลัวจากห้องรับรองพิเศษส่องลอดออกมาผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยหากแขกของเถ้าแก่เนี้ยเป็นขุนนางระดับสูงจริงๆ บางทีนางอาจใช้เรื่องนี้เป็นตัวช่วยในการเจรจาขายสุราในราคาที่สูงขึ้นได้อีก เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างของหลิวฟางหลินก็เคลื่อนตัวไปทางชั้นสองของโรงสุรา ก่อนจะลอบเข้าใกล้ห้องรับรองพิเศษโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า...หลิวฟางหลินลอบเร้นเข้าไปยังบริเวณห้องรับรองพิเศษอย่างเงียบงัน นางอาศัยเงามืดเป็นที่กำบัง พลางเงี่ยหูฟังการสนทนาที่ดังมาจากหน้าประตูที่นางเห็นเถ้าแก่เนี้ยยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่“ใต้เท้าเหมยต้องการนางโลมด้วยหรือ?” เสียงเถ้าแก่เนี้ยกล่าวขึ้น น้ำเสียงของนางค่อนข้างเร่งรีบ“ใช่ขอร
Baca selengkapnya
5
5เห็นหน้ากันคราแรกบ้าจริง! เหตุใดนางต้องมองเขาเกินควรเช่นนั้นด้วย?ใจของนางกระตุกเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นโดยมิอาจควบคุม นางรีบหันหน้าไปอีกทาง ขยิบมือจับผ้าให้ปิดบังใบหน้าบดบังตนเองให้มากที่สุดหลี่หยวนกวาดสายตามองนางเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามใต้เท้าเหมย มิได้ให้ความสนใจมากนัก เฉกเช่นสตรีนางอื่นในห้องฟางหลินรินสุราให้ใต้เท้าเหมยพลางโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆหลังจากเขาทักทายแขกผู้มาใหม่เรียบร้อยแล้ว“ใต้เท้าเจ้าคะ สุราดอกเหมยนี้มีเพียงข้าน้อยเท่านั้นที่จัดหาให้ได้ หากท่านต้องการ ข้าน้อยจะไปนำมาให้มากกว่านี้ โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ”ใต้เท้าเหมยมองนางด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้าอนุญาต “เช่นนั้นก็ดี รีบไปเถอะ ข้าจะรอ”ฟางหลินก้มศีรษะก่อนจะรีบถอยตัวออกจากห้องรับรองโดยมิได้หันกลับไปมองอีก นางเดินเร็วเท่าที่จะเร็วได้โดยมิให้ผิดสังเกต เมื่อพ้นจากห้องรับรองนางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบไปพบเถ้าแก่เนี้ย แจ้งว่าสุราดอกเหมยของนางเป็นที่ต้องการของใต้เท้าเหมยและสามารถเจรจาราคาได้เต็มที่ในตอนนี้ เถ้าแก่เนี้ยเห็นเป็นโอกาสทองจึงมิได้ลังเล นางตกลง
Baca selengkapnya
6
เช้าวันหนึ่ง พ่อบ้านกู้เดินเข้ามาในเรือนท้ายจวนของหลิวฟางหลินพร้อมแจ้งเรื่องสำคัญให้นางด้วยสีหน้าลำบากใจ“อนุหลิน ท่านแม่ทัพมีคำสั่งให้บ่าวจัดการเรื่องตบแต่งท่านออกไปกับบุรุษที่คู่ควร พร้อมจะจัดหาสินเดิมให้ด้วย เชิญอนุหลิวระบุสิ่งของที่อยากให้บ่าวจัดการใส่ไปในสินเดิมเลยขอรับ”ในที่สุดวันที่นางคาดว่าจะมาถึงก็มาแล้ว อนุหลิวเช่นนางในเมื่อไม่มีประโยชน์ก็ย่อมไม่ควรอยู่ให้เปลืองข้าวปลาจวนหลี่นั่นล่ะหลิวฟางหลินนิ่งไปเพียงชั่วครู่ก็พยักหน้ารับคำอย่างสงบจนคนที่เผยสีหน้าประหลาดใจกลายเป็นพ่อบ้านกู้เสียแล้ว“เอ่อ พ่อบ้านกู้ข้ายินดีแต่งออกไปเพียงแต่ข้ามีเรื่องอยากร้องขอนอกจากสินเดิมเสียหน่อยเจ้าค่ะ”พ่อบ้านกู้พยักหน้าตอบรับทันใดเพราะใจของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาต่อสตรีตรงหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว “เชิญอนุหลิวบอกมาก่อนขอรับเดี๋ยวบ่าวจะไปแจ้งท่านแม่ทัพอีกที”ฟางหลินหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะขอกระดาษและหมึกเพื่อจดสิ่งที่นางอยากได้รวมถึงสิ่งที่อยากขอเพิ่มเติมให้เขาอย่างกระตือรือร้น ในเมื่ออย่างไรนางก็เลี่ยงที่จะต้องแต่งให้กับบุรุษไม่ได้นางก็ขอกอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกันพ่อบ้านกู้ตอนนี
Baca selengkapnya
7
ทั้งสองคนนี้ นางต้องไปสืบดูด้วยตนเองต่อว่าลักษณะนิสัยส่วนตัวเป็นอย่างไรฟางหลินได้รู้ข้อมูลที่อยากรู้แล้วก็เตรียมลุกขึ้นจากที่นั่ง เถ้าแก่เนี้ยก็เรียกไว้ก่อน"คุณหนูหลิว หากท่านยังมีสุราดอกเหมยอยู่ นำมาขายให้ข้าได้อีกนะ มีคนต้องการอีกมาก ข้าจ่ายให้ไม่อั้นเลย"ฟางหลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงคล้ายเล่นตัวในทีอย่างไม่ปิดบัง"สุราดอกเหมยทำยาก ข้าต้องไปดูก่อนว่ายังเหลือเท่าใดเจ้าค่ะ"เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะเสียงใส "เช่นนั้นข้าจะรอ"ฟางหลินโค้งศีรษะให้เถ้าแก่เนี้ย ก่อนจะเดินออกจากโรงสุราหลิวฟางหลินเดินออกจากโรงสุราโดยมีจุดหมายถัดไปคือ หออาหารชั้นเลิศแห่งเมืองหลวง สถานที่ที่เถ้าแก่เนี้ยบอกว่า คุณชายรองจาง มักนัดพบสหายอยู่เป็นประจำเมื่อมาถึง นางเลือกโต๊ะที่อยู่มุมเงียบห่างออกไปจากจุดที่บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่เพื่อเฝ้าสังเกตคุณชายรองจางดูเป็นบุรุษที่สำรวมในกิริยา ท่าทางของเขาดูสมกับเป็นคุณชายจากตระกูลพ่อค้า ใบหน้าหล่อเหลาพอตัวเพียงแต่รูปร่างผอมบางอย่างคุณชายที่ไม่น่าค่อยได้ใช้กำลังก็เท่านั้น น้ำเสียงที่สนทนากับสหายก็ดูเป็นมิตรโดยมิได้แสดงถึงความโอ้อวด นางสนใจคุณชายผู้นี้มากที่สุดเพราะเขา
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status