บททั้งหมดของ อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่: บทที่ 1 - บทที่ 10

60

บทนำ

บทนำ กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ยามเช้าลอยอ้อยอิ่งในอากาศขณะที่หลิวฟางหลินก้าวออกจากเรือนเล็กของตน เส้นผมยาวดำขลับยังชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำชะล้างกลิ่นสุราที่นางดื่มด่ำกับมันทั้งคืน ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดที่ถูกกระตุ้นจากน้ำเย็นยามเช้า หลังจากปล่อยให้ตนเองเสพสุขกับสายน้ำเย็นสดชื่นจนหนำใจแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปยังโรงครัวอย่างที่ทำประจำวัน ทว่าวันนี้กลับแปลกไปจากทุกวันในจวนหลี่ที่ปกติจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บ่าวไพร่ต่างเดินกันขวักไขว่ ใบหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดและรีบเร่ง นางเอ่ยทักบ่าวคนหนึ่ง ทว่าฝ่ายนั้นเพียงค้อมศีรษะรับแล้วรีบผละไปโดยไม่มีเวลาให้สนทนา แม้แต่นางที่เป็น ‘อนุของแม่ทัพหลี่’ ยังไม่มีใครใส่ใจ นับว่าจวนหลี่แห่งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมดีในจุดนี้ฟางหลิวขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเร่งฝีเท้า ดักบ่าวผู้หนึ่งที่เดินผ่าน นางเอื้อมมือคว้าชายแขนเสื้อเขาเบาๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมวันนี้ทุกคนถึงดูยุ่งนัก”บ่าวหนุ่มหันมามองนางเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรีบเร่ง ทว่าก็ไม่กล้าขัดขืนในตอนนี้“อนุหลิวไม่รู้หรือขอรับ วันนี้แม่ทัพหลี่กำลังเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วขอรับ! ขบวนเกียรติยศของกองทัพกำลังม
อ่านเพิ่มเติม

1

1.1เจ้าควรสร้างครอบครัวแล้วหลิวฟางหลินขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านม่านบางเข้ามากระทบผิวขาวระเรื่อของนาง ทอประกายจางๆ บนพวงแก้มที่ยังคงอบอวลด้วยไอสุราจากค่ำคืนที่ผ่านมา หลังจากหนีกลับมาเรือนก็ร่ำสุราจนหมดไหแล้วนอนหลับที่ระเบียงเรือนอย่างไม่รู้ตัวนางขยับกายพลางถอนถอนใจ หยัดกายขึ้นนั่งพลางกวาดสายตาไปรอบๆ ร่างเพรียวระหงทอดยาวอยู่บนผ้าผืนบาง ทรวดทรงสมส่วนได้รูปงดงามแม้ในท่วงท่าที่ไร้ระเบียบเรียบร้อยเช่นตอนนี้ หน้าท้องเรียบแบนป้องเล็กน้อยเนื่องจากศึกหนักเมื่อคืน ยามนี้เปิดเผยให้เห็นเนื้อผิวขาวเนียนใต้ชุดมุ้งแสนบางที่เลิกขึ้นเล็กน้อย นางเพียงกระชับมันให้เข้าที่อย่างเกียจคร้านพลางก่นบ่นตนเองในใจ“สายถึงเพียงนี้แล้วหรือ?” ฟางหลินเหยียดแขนออกไล่ความเมื่อยล้าทุกเช้านางมักจะตื่นแต่แต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเพื่อออกกำลังกายให้ร่างกายยืดหยุ่น ทว่าเช้านี้กลับพลาดเสียแล้ว นางคงดื่มสุรามากเกินไปเมื่อคืน จนมิอาจตื่นทันช่วงเวลาดีแห่งการออกกำลังได้หลิวฟางหลินในตอนนี้มิใช่สตรีที่เกิดมาในยุคสมัยนี้ นางเกิดอีกยุคสมัยหนึ่งในอีกหลายพันปีข้างหน้า นางเกิดมาโดยไร้ครอบครัวดูแลอาศัยอยู่ที่สถานเลี
อ่านเพิ่มเติม

1.2

หลี่หยวนวางถ้วยชาลง แววตาเฉยชาพลันดุดันขึ้นทันใด "ข้าไม่ต้องการสร้างครอบครัว""ไม่ได้!? เจ้าจะยอมให้ตระกูลหลี่ล่มสลายเพราะไร้มายาทสืบทอดไปเช่นนั้นหรือ?""ข้ามิใช่บุรุษที่เหมาะจะมีใคร ชีวิตแม่ทัพเช่นข้าหาได้ควรนำใครเข้ามาร่วมทรมานด้วยไม่ เรื่องนี้มารดาก็น่าจะรู้ดี..."แน่นอนว่าหลี่หยวนหมายถึงชีวิตของมารดาที่ต้องคอยเป็นห่วงยามบิดาออกศึกนั่นเอง หรือแม้แต่ตอนที่บิดาถูกฆ่าศึกฆ่าในสนามรบเขายังจำความเสียใจที่มารดาเผชิญได้ดี เขาไม่อยากให้ต้องมีใครมาเจอชะตาเดียวกันอีกผู้ถูกกล่าวอ้างอย่างฮูหยินใหญ่หลี่ถึงกลับนิ่งอึ้งค้างไปทันที ความโศกเศร้าในอดีตเป็นสิ่งที่นางไม่อยากนึกถึงจริงๆ ทว่าเรื่องนี้ก็มิใช่เหตุผลที่นางจะยอมโอนอ่อนตามบุตรชายตรงหน้าเสียหน่อย“หากเจ้าห่วงข้าผู้เป็นมารดาจริง ก็ควรสร้างครอบครัวและมีหลานให้ข้าเลี้ยงเสีย อย่าได้นำเรื่องเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างเลยอาหยวน”หลี่หยวนไม่ตอบอันใดกลับมา เขาเพียงแค่ลุกขึ้นคำนับมารดา "หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอไปจัดการธุระอื่นต่อ"มารดามิได้รั้งไว้ เพียงมองส่งบุตรชายไปจนสุดสายตา เมื่อร่างสูงหายไปแล้ว จื่อเหยาเม้มปากเล็กน้อย มองมารดาอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยเสี
อ่านเพิ่มเติม

2

บ่าวสาวหัวเราะคิกคักสมทบ "ไม่แน่นะเจ้าคะ อนุหลิวอาจได้เลื่อนขั้นก็เป็นได้ ท่านแม่ทัพเพิ่งกลับมา หากฮูหยินใหญ่ดันท่านขึ้นเป็นเจ้านายอนุคนแรกของจวนหลี่ในอนาคต ท่านอย่าลืมข้านะเจ้าคะ!"คำพูดนี้ทำให้หลิวฟางหลินหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันเสียมากกว่ากลับมาสนใจ? ดันขึ้นเป็นเจ้านาย? หึ... มิใช่หรอกหากฮูหยินใหญ่ตั้งใจจะหาภรรยาให้บุตรชายจริง ๆ นางที่เป็นเพียงอนุเก่าที่ถูกลืมมานับสิบปี คงไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรกแน่อนุเช่นนางเป็นได้เพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น...ดวงตาของฟางหลินฉายแววเย็นชาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมามีรอยยิ้มอ่อนโยนตามเดิม นางโบกมือไล่พวกบ่าวออกไป"เอาเถอะ ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าจะกินมันให้หมดเลย พวกเจ้ากลับไปเถิด ข้ากินเสร็จแล้วจะนำชามพวกนี้ไปคืนที่โรงครัวเอง""เจ้าค่ะ!" บ่าวสาวสองคนโค้งศีรษะ ก่อนจะเดินออกไปอย่างอารมณ์ดีหลิวฟางหลินรอจนพวกบ่าวกลับไปแล้ว นางจึงเริ่มลงมือกำจัดอาหารที่ถูกจัดเตรียมมาให้ด้วยความระแวดระวัง ส่วนหนึ่งถูกเททิ้งในลานหลังเรือน อีกส่วนหนึ่งถูกนำไปทิ้งไว้ใกล้โรงครัวเพื่อให้พวกหนูในจวนได้ลิ้มลองไม่นานนัก หนูตัวหนึ่งก็รี
อ่านเพิ่มเติม

3

3อนุหลิวเมื่อถึงช่วงยามโฉ่ว (01.00 – 02.59 น.) ดวงจันทร์ส่องแสงนวลเหนือจวนหลี่ ขณะที่หลี่หยวนเดินกลับจากเรือนทำงานมุ่งตรงสู่ห้องนอนท่ามกลางเส้นทางในจวนเงียบสงัดนั้นเขาถูกพ่อบ้านกู้ก็ก้าวออกมาจากเงามืดที่ยืนรอเจ้านายมานานขวางไว้ เขาค้อมกายเคารพก่อนเอ่ยเสียงเบา"นายท่านขอรับ มีบางคนรอท่านอยู่ในห้องนอนขอรับ"หลี่หยวนหยุดฝีเท้าลง หันไปมองพ่อบ้านที่เป็นคนสนิทของตนด้วยแววตานิ่งเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังทันใด"เช่นนั้นหรือ?" เขาถามเสียงเรียบ"ขอรับ เป็นความต้องการของฮูหยินใหญ่ขอรับ"แค่นั้นก็เพียงพอให้เข้าใจทุกอย่างแล้วว่าคนที่รอในห้องนอนของเขานั้นน่าจะเพื่ออะไรหลี่หยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยในใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของมารดา เหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากอยู่ที่จวนก็เพราะเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นนั่นล่ะ"จัดห้องทำงานของข้าเสีย ข้าจะนอนที่นั่นแทน""ขอรับ" พ่อบ้านกู้รับคำโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติมแต่รีบหมุนกายไปทำตามคำสั่งทันทีเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากได้รับรู้จากพ่อบ้านกู้แล้วว่าคนของมารดาออกไปเขาก็เดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเข้าเฝ้าประชุมที่พระราชวังยามเช้า
อ่านเพิ่มเติม

4

ภายในเขตเรือนใหญ่มีเสียงสนทนาแว่วจากที่ไม่ไกล ที่มาเสียงอาจจะเป็นข้างเรือนที่ปรายหางตานู้น พอเข้าไปใกล้มากขึ้นฟางหลินก็ได้ยินแยกชัดเจนว่าเป็นเสียงของบุรุษทุ้มต่ำผสานกับเสียงของสตรีที่ฟังดูสนิทสนม แต่เป้าหมายของฟางหลินคือเห็นน่าสามีในนามนางจึงต้องขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อพยายามมองลอดผ่านช่องต้นไม้ตรงหน้าจากตรงนี้นางเห็นเพียงหนึ่งบุรุษร่างสูงใหญ่และหนึ่งสตรีนั่งคุยกันใต้ร่มไม้ ท่าทางที่เห็นดูสนิทสนมกันไม่น้อย แต่ก่อนจะได้ใบหน้าของทั้งสองชัดเจน สายตาคู่หนึ่งก็พลันตวัดมานางฟางหลินหลบอยู่ราวกับรับรู้ถึงการแอบมองนี้!ดวงตาคมกริบของแม่ทัพหลี่ปรายตามองมา ทำให้ฟางหลินต้องรีบหันหลังกลับ ก่อนจะรีบสาวเท้าหลบหนีออกจากเขตเรือนโดยมิได้เห็นหน้าเขาเลยด้วยซ้ำนางเห็นเพียงสายตาดุดันหนึ่งคู่ผ่านศีรษะของสตรีที่หันหลังอยู่เท่านั้นหลิวฟางหลินกลับมาถึงเรือนของตนแล้ว นางนั่งลงตรงม้านั่งใต้ต้นเหมย ปลดปิ่นที่เหน็บอยู่ในเรือนผมออกอย่างเกียจคร้าน ลมหายใจทอดยาว ขณะเดียวกันในใจกำลังขบคิดถึงสิ่งที่พบเจอนางปล่อยให้ตัวเองเอนกายพักใต้ร่มไม้จนกระทั่งถึงเวลาที่บ่าวสาวเจ้าประจำแบกน้ำมาให้นางอาบทุกเย็นเดินเข้ามา ฟางหลิ
อ่านเพิ่มเติม

4.2

"เช่นนั้นข้าต้องรอนานเท่าใด?""ข้าไม่แน่ใจนัก ขึ้นอยู่กับว่าแขกพวกนั้นจะอยู่ดื่มกันนานแค่ไหน เถ้าแก่เนี้ยต้องดูแลพวกเขาจนกว่าจะเสร็จสิ้นนั่นแหละขอรับ"ฟางหลินนิ่งคิด ก่อนจะยิ้มบางๆแววตาเปลี่ยนไปเพราะนางมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา"ไม่เป็นไร เจ้ากลับไปทำงานของเจ้าเถิด ข้าจะรออยู่ตรงนี้ หากรอไม่ไหว ข้าจะกลับเอง"เสี่ยวเอ้อพยักหน้าก่อนจะจากไปนางหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปทางชั้นสองของโรงสุรา แสงสลัวจากห้องรับรองพิเศษส่องลอดออกมาผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เล็กน้อยหากแขกของเถ้าแก่เนี้ยเป็นขุนนางระดับสูงจริงๆ บางทีนางอาจใช้เรื่องนี้เป็นตัวช่วยในการเจรจาขายสุราในราคาที่สูงขึ้นได้อีก เมื่อคิดได้เช่นนั้น ร่างของหลิวฟางหลินก็เคลื่อนตัวไปทางชั้นสองของโรงสุรา ก่อนจะลอบเข้าใกล้ห้องรับรองพิเศษโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า...หลิวฟางหลินลอบเร้นเข้าไปยังบริเวณห้องรับรองพิเศษอย่างเงียบงัน นางอาศัยเงามืดเป็นที่กำบัง พลางเงี่ยหูฟังการสนทนาที่ดังมาจากหน้าประตูที่นางเห็นเถ้าแก่เนี้ยยืนหน้าเคร่งเครียดอยู่“ใต้เท้าเหมยต้องการนางโลมด้วยหรือ?” เสียงเถ้าแก่เนี้ยกล่าวขึ้น น้ำเสียงของนางค่อนข้างเร่งรีบ“ใช่ขอร
อ่านเพิ่มเติม

5

5เห็นหน้ากันคราแรกบ้าจริง! เหตุใดนางต้องมองเขาเกินควรเช่นนั้นด้วย?ใจของนางกระตุกเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นโดยมิอาจควบคุม นางรีบหันหน้าไปอีกทาง ขยิบมือจับผ้าให้ปิดบังใบหน้าบดบังตนเองให้มากที่สุดหลี่หยวนกวาดสายตามองนางเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามใต้เท้าเหมย มิได้ให้ความสนใจมากนัก เฉกเช่นสตรีนางอื่นในห้องฟางหลินรินสุราให้ใต้เท้าเหมยพลางโน้มตัวเข้าไปกระซิบเบาๆหลังจากเขาทักทายแขกผู้มาใหม่เรียบร้อยแล้ว“ใต้เท้าเจ้าคะ สุราดอกเหมยนี้มีเพียงข้าน้อยเท่านั้นที่จัดหาให้ได้ หากท่านต้องการ ข้าน้อยจะไปนำมาให้มากกว่านี้ โปรดรอสักครู่เจ้าค่ะ”ใต้เท้าเหมยมองนางด้วยแววตาพึงพอใจ ก่อนจะพยักหน้าอนุญาต “เช่นนั้นก็ดี รีบไปเถอะ ข้าจะรอ”ฟางหลินก้มศีรษะก่อนจะรีบถอยตัวออกจากห้องรับรองโดยมิได้หันกลับไปมองอีก นางเดินเร็วเท่าที่จะเร็วได้โดยมิให้ผิดสังเกต เมื่อพ้นจากห้องรับรองนางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อตั้งสติได้ก็รีบไปพบเถ้าแก่เนี้ย แจ้งว่าสุราดอกเหมยของนางเป็นที่ต้องการของใต้เท้าเหมยและสามารถเจรจาราคาได้เต็มที่ในตอนนี้ เถ้าแก่เนี้ยเห็นเป็นโอกาสทองจึงมิได้ลังเล นางตกลง
อ่านเพิ่มเติม

6

เช้าวันหนึ่ง พ่อบ้านกู้เดินเข้ามาในเรือนท้ายจวนของหลิวฟางหลินพร้อมแจ้งเรื่องสำคัญให้นางด้วยสีหน้าลำบากใจ“อนุหลิน ท่านแม่ทัพมีคำสั่งให้บ่าวจัดการเรื่องตบแต่งท่านออกไปกับบุรุษที่คู่ควร พร้อมจะจัดหาสินเดิมให้ด้วย เชิญอนุหลิวระบุสิ่งของที่อยากให้บ่าวจัดการใส่ไปในสินเดิมเลยขอรับ”ในที่สุดวันที่นางคาดว่าจะมาถึงก็มาแล้ว อนุหลิวเช่นนางในเมื่อไม่มีประโยชน์ก็ย่อมไม่ควรอยู่ให้เปลืองข้าวปลาจวนหลี่นั่นล่ะหลิวฟางหลินนิ่งไปเพียงชั่วครู่ก็พยักหน้ารับคำอย่างสงบจนคนที่เผยสีหน้าประหลาดใจกลายเป็นพ่อบ้านกู้เสียแล้ว“เอ่อ พ่อบ้านกู้ข้ายินดีแต่งออกไปเพียงแต่ข้ามีเรื่องอยากร้องขอนอกจากสินเดิมเสียหน่อยเจ้าค่ะ”พ่อบ้านกู้พยักหน้าตอบรับทันใดเพราะใจของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาต่อสตรีตรงหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว “เชิญอนุหลิวบอกมาก่อนขอรับเดี๋ยวบ่าวจะไปแจ้งท่านแม่ทัพอีกที”ฟางหลินหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะขอกระดาษและหมึกเพื่อจดสิ่งที่นางอยากได้รวมถึงสิ่งที่อยากขอเพิ่มเติมให้เขาอย่างกระตือรือร้น ในเมื่ออย่างไรนางก็เลี่ยงที่จะต้องแต่งให้กับบุรุษไม่ได้นางก็ขอกอบโกยผลประโยชน์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกันพ่อบ้านกู้ตอนนี
อ่านเพิ่มเติม

7

ทั้งสองคนนี้ นางต้องไปสืบดูด้วยตนเองต่อว่าลักษณะนิสัยส่วนตัวเป็นอย่างไรฟางหลินได้รู้ข้อมูลที่อยากรู้แล้วก็เตรียมลุกขึ้นจากที่นั่ง เถ้าแก่เนี้ยก็เรียกไว้ก่อน"คุณหนูหลิว หากท่านยังมีสุราดอกเหมยอยู่ นำมาขายให้ข้าได้อีกนะ มีคนต้องการอีกมาก ข้าจ่ายให้ไม่อั้นเลย"ฟางหลินยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงคล้ายเล่นตัวในทีอย่างไม่ปิดบัง"สุราดอกเหมยทำยาก ข้าต้องไปดูก่อนว่ายังเหลือเท่าใดเจ้าค่ะ"เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะเสียงใส "เช่นนั้นข้าจะรอ"ฟางหลินโค้งศีรษะให้เถ้าแก่เนี้ย ก่อนจะเดินออกจากโรงสุราหลิวฟางหลินเดินออกจากโรงสุราโดยมีจุดหมายถัดไปคือ หออาหารชั้นเลิศแห่งเมืองหลวง สถานที่ที่เถ้าแก่เนี้ยบอกว่า คุณชายรองจาง มักนัดพบสหายอยู่เป็นประจำเมื่อมาถึง นางเลือกโต๊ะที่อยู่มุมเงียบห่างออกไปจากจุดที่บุรุษผู้นั้นนั่งอยู่เพื่อเฝ้าสังเกตคุณชายรองจางดูเป็นบุรุษที่สำรวมในกิริยา ท่าทางของเขาดูสมกับเป็นคุณชายจากตระกูลพ่อค้า ใบหน้าหล่อเหลาพอตัวเพียงแต่รูปร่างผอมบางอย่างคุณชายที่ไม่น่าค่อยได้ใช้กำลังก็เท่านั้น น้ำเสียงที่สนทนากับสหายก็ดูเป็นมิตรโดยมิได้แสดงถึงความโอ้อวด นางสนใจคุณชายผู้นี้มากที่สุดเพราะเขา
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status