Partager

ตอนที่ 7 งอกเงย

last update Date de publication: 2025-09-03 15:29:32

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ไป๋เล่อหัวเราะเบา ๆ  “น่าระอายนักข้ายังมีเรื่องจะขอรบกวนท่านอีกสักอย่าง”

          ไป๋เล่อยกตะกร้าหวายเล็กขึ้นมา หยิบกล่องผักสลัดวางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเจียงจิง

“นี่คือน้ำปรุงผักงาน้ำผึ้งที่ข้าลองทำ…พี่สาวช่วยชิมแล้ววิจารณ์ให้ตรงไปตรงมาหน่อยเถอะ ข้าตั้งใจจะเอาไปขาย”

เจียงจิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็หยิบตะเกียบคีบผักสดที่ราดน้ำปรุงขึ้นมาชิมอย่างตั้งใจ รสหวานละมุนของน้ำผึ้งผสานความหอมมันของงาแตะปลายลิ้น ก่อนจะตามด้วยรสเปรี้ยวบางเบาที่ช่วยตัดเลี่ยน ขณะชิมดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นทำให้ไป๋เล่อใจชื้นขึ้นหลายส่วน

“เป็นการกินผักสดที่แปลกใหม่ รสชาติดีมาก ทว่าหวานไปนิดสำหรับคนไม่ชอบหวาน…แต่กลิ่นหอมใช้ได้เลย”

เจียงจิงวางตะเกียบแล้วเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม “หรืออาจจะแยกรสเปรี้ยว หวานจะดีกว่า”

ไป๋เล่อพยักหน้าเห็นด้วย “ขอบคุณพี่สาวที่ชี้แนะ”

          เจียงจิงมองนางอย่างสนใจ  “เจ้าจะทำส่งร้านอาหารที่ใดหรือ”

          ไป๋เล่อสายหน้า  “ข้าจะตั้งแผงขายข้างทาง” 

          คำตอบนั้นทำให้เจียงจิงถึงกับชะงักไปชั่วครู่ นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ  หญิงงามผู้นี้จะไปขายของข้างทาง  ทว่าทุกคนก็ต้องปรับตัวนางจึงกล่าว 

“ข้าเชื่อว่าน้องสามต้องทำได้แน่”

ไป๋เล่อพูดคุยกับเจียงจิงอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยล่ำลากลับ

ระหว่างที่เดินตามทางหิน อาเหมยซึ่งเดินเคียงข้างก็หันมากระซิบถามอย่างอดไม่ได้

“คุณหนู…หากตั้งใจจะทำน้ำปรุงผักเพียงอย่างเดียว เหตุใดถึงต้องซื้ออุปกรณ์ครัวมากมายขนาดนั้นเจ้าคะ”

ไป๋เล่อก้าวเดินพลางเอ่ย  “ข้าจะทำขนมด้วย น้ำปรุงผักก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อะไรที่ทำได้ก่อนก็เริ่มทำไปก่อน”

นางเหลือบตามองท้องฟ้าที่เริ่มคล้อยต่ำแล้วเอ่ยเร่ง “รีบเดินเถอะ…เรายังต้องกลับไปเพาะเมล็ดผักอีก”

เมื่อกลับมาถึงเรือน แสงอาทิตย์ยามสนธยาทอแสงอุ่นลอดผ่านยอดไม้ เงาสะท้อนบนพื้นดินทอดยาวไปจนถึงลานเล็กหน้าสวน ไป๋เล่อวางตะกร้าลงบนโต๊ะหิน หยิบถุงเมล็ดพืชที่ซื้อจากตลาดออกมาเรียงทีละถุง

“อาเหมย” นางหันไปเอ่ยเสียงนุ่ม

“เจ้าช่วยนำผักสดกับน้ำปรุงผักไปส่งให้คุณชายสี่ด้วย”

อาเหมยกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนยิ้มรับ “เจ้าค่ะคุณหนู”

แล้วก็รีบจัดของใส่กล่องไม้ เดินออกจากเรือนไปอย่างคล่องแคล่ว

จากไป๋เล่อก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น นำดินร่วนจากถุงที่บ่าวชายยกมาเทลงในแปลงเล็กหลังเรือน นางใช้เสียมพรวนดินให้โปร่ง ลมยามเย็นพัดโชยพาเอากลิ่นดินชื้นและหอมดอกไม้มาแตะปลายจมูก

มือเรียวค่อย ๆ หยิบเมล็ดแตงกวา ถั่วลันเตา และผักสลัดหลากชนิด หยอดลงไปในดินอย่างใจเย็น จากนั้นกลบด้วยดินบาง ๆ รดน้ำด้วยกระบอกไม้ไผ่ เสียงน้ำซึมลงพื้นเบา ๆ คล้ายเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่

ไป๋เล่อยืนมองแปลงดินเล็ก ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง

“เด็กดีพวกเจ้าต้องงอกเงยทุกต้นรู้ไหม”

บรรยากาศยามเย็นอบอุ่น มีเพียงเสียงแมลงกลางทุ่งร้องระงม เป็นดั่งเสียงขับกล่อมวันแรกของสวนผักเล็ก ๆ

เรือนซินหยวน

          เรือนของคุณชายสี่เผยซ่งเหยา ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของจวนเผย แยกออกจากความวุ่นวายของเรือนใหญ่ รอบเรือนปลูกไม้ผลัดใบกับดอกไม้ตามฤดูกาล ลมเย็นจากเชิงเขาพัดผ่านทำให้บรรยากาศเงียบสงบและสดชื่นอยู่เสมอ

ด้านหน้ามีสระเล็ก ๆ ขอบหิน ปลูกบัวขาวกับบัวชมพูเมื่อถึงยามเช้าแสงแดดสะท้อนหยดน้ำบนใบบัวส่องประกายราวกับหยกน้ำงาม ทางเดินไม้ทอดไปสู่ศาลาเล็กกลางสวน เหมาะให้อ่านตำราหรือฝึกเขียนอักษร

อาเหมยก้าวเข้าสู่ลานเรือนซินหยวน ดวงตากวาดสำรวจรอบด้านอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศสะอาดเรียบร้อยเกินคาด ต้นไม้เล็ก ๆ ถูกดูแลจนสดชื่น ทางเดินกวาดเรียบไม่เห็นเศษใบไม้สักแผ่น ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นในใจ

หรือว่านางเข้าใจผิดไปเอง…ว่าตระกูลเผยกำลังตกอับ

“คุณชายสี่เรียกแม่นางเข้าไปข้างใน”

เสียงของอี้ชิงดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้อาเหมยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะได้สติรีบยกกล่องอาหารในมือเดินตามเข้าไปในห้องหนังสือ

ภายในเรือนจัดอย่างเรียบง่าย เน้นความสะอาดสะอ้าน ผนังแขวนภาพอักษรคัดด้วยลายมือผู้ใหญ่ ใช้เป็นแบบฝึกสอนคุณชายสี่ โต๊ะเขียนหนังสือเตี้ยตรงกลางยังมีร่องรอยหมึกเปื้อนจาง ๆ บ่งบอกถึงความเพียรพยายามของเด็กน้อย

อาเหมยก้าวไปข้างหน้า ยกกล่องอาหารขึ้นในมือ “แม่นางอันไป๋เล่อ…ทำน้ำปรุงผักมาให้คุณชายสี่เจ้าค่ะ หวังว่าจะถูกปากคุณชาย”

นางส่งกล่องให้กับอี้ชิงที่ยืนรับด้วยความนอบน้อม เผยซ่งเหยาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมใสเป็นประกาย พร้อมเอ่ยเสียงใส

“ข้าขอบคุณท่านแม่…มากนัก”

น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความดีใจ จนแม้แต่อาเหมยยังอดยิ้มตามไม่ได้

เผยซ่งเหยามองกล่องตรงหน้า ดวงตาใสสุกระยิบ เมื่อเปิดฝาออกเห็นผักสดราดด้วยน้ำงาหอมกรุ่น ริมฝีปากเล็ก ๆ ของเขาเผลอยกยิ้มกว้างขึ้นมาเอง  มารดาเป็นคนทำให้เขาจริง ๆ

อาเหมยกล่าวลาแล้วหมุนตัวเดินออกไป แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังตามมา

“ท่านแม่…อี้เหนียงสี่จะไม่ไปจากตระกูลเผยใช่หรือไม่”

อาเหมยชะงัก หันกลับไปมอง เห็นเด็กชายยืนจ้องมาด้วยแววตาคาดหวังอย่างแรงกล้า นางจึงพยักหน้าเบา ๆ

“เจ้าค่ะคุณชาย คุณหนูบอกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ”

แววตาเผยซ่งเหยาเบิกกว้าง รอยยิ้มที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต  เขากำหมัดแน่น ก่อนเอ่ยเสียงใสจริงจังเกินวัย “เจ้าช่วยบอกท่านแม่ด้วย ข้าจะตั้งใจเรียน ท่านแม่ไม่ต้องกังวล…ข้าจะดูแลท่านแม่ ไม่ให้ลำบาก”

อาเหมยใจอ่อนยวบ รีบโค้งรับคำ “บ่าวจะความไปบอกแม่นางไม่ตกหล่นสักคำเจ้าค่ะ”

เด็กชายพยักหน้า ดวงตายังเป็นประกาย “เจ้าไปเถอะ…อย่าให้ท่านแม่ต้องอยู่ลำพัง”

อาเหมยมองใบหน้าของคุณชายที่ยืนอยู่กลางลานด้วยแววตาหลากหลาย นางไม่กล้าเอ่ยคำให้มากความ ย่อคารวะอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวก้าวออกไป

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   โปรดยืนยัน 2

    โปรดยืนยัน 2หลังจากตัดสินใจอยู่ต่อ นางถือโอกาสเหมาะบอกไป๋เล่อว่าระบบหายไป ไป๋เล่อเพียงมองซูซวงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มอย่างยินดี ซูซวงเอ่ยต่อ “ข้าจำเป็นต้องวางแผนเพื่อตนเอง อยากจะเรียนหมอเพิ่ม” ไป๋เล่อเพียงกล่าวว่า “ในเมื่อจะเรียน ก็ต้องเรียนกับผู้ที่เก่งที่สุด”หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เชิญหมอผู้มีชื่อเสียงหลายคนมายังอี้โจว ทั้งหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หมอผู้ชำนาญการฝังเข็ม และหมอหญิงที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาสตรีกับเด็กซูซวงมิได้ถือตัวว่าตนมีความรู้จากโลกเดิมมากกว่าใคร นางฟังทุกคำแนะนำ ซักถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ และทดลองด้วยความระมัดระวังนางรู้ดีว่า ความรู้ทางการแพทย์มิใช่สิ่งที่สามารถหยุดอยู่กับที่ แม้เคยเป็นหมอในโลกเดิม เมื่อมาอยู่ในสถานที่ที่สมุนไพร สภาพแวดล้อม และข้อจำกัดแตกต่างออกไป นางก็ยังต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่อีกครั้งวันเวลาค่อย ๆ ผ่านไปเช่นนั้นไป๋เล่อมอบส่วนแบ่งจากกิจการบางส่วนให้นางตามที่เคยตกลงไว้ โดยเฉพาะกิจการที่ซูซวงมีส่วนช่วยปรับปรุงหรือให้ความรู้แม้รายได้เหล่านั้นจะมิใช่ทรัพย์สินมหาศาลที่ได้รับในชั่วข้ามคืน แต่ก็เพียงพอให้นางซื้อสมุนไพร จ้างผู้ช

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   โปรดยืนยัน 1

    โปรดยืนยัน 1 [ท่านตัดสินใจหรือยัง] “ยัง อย่าเร่งได้หรือไม่ เรื่องสำคัญเชียวนะ” [ถ้าลังเล ก็หมายถึง ท่านเลือกที่จะอยู่แล้ว]“ผู้ใดบอกเจ้ากัน”[ระบบวิเคราะห์จากระยะเวลาการตอบสนองและภาวะทางอารมณ์ของผู้ทำภารกิจ]ซูซวงรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุถึงส่วนลึกของจิตใจ จึงรีบโต้กลับ“การลังเลมิได้หมายความว่าข้าเลือกอยู่ต่อเสียหน่อย”[กำลังตรวจสอบสถานะภารกิจ]ซูซวงชะงัก“ตรวจสอบสิ่งใด”ตัวอักษรบนหน้าจอเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว[เงื่อนไขภารกิจหลักครบถ้วน]หัวใจของซูซวงพลันกระตุก“เดี๋ยวก่อน”[ผู้ทำภารกิจสามารถตัดสินใจเดินทางกลับโลกเดิมได้ทันที]ปลายนิ้วของนางแข็งค้างอยู่บนแบบร่างเสียงจากห้องข้าง ๆ คล้ายห่างออกไปในทันใด“ตอนนี้เลยหรือ”[ถูกต้อง]ซูซวงไม่ทันได้เตรียมใจเลยแม้แต่น้อยนางคิดมาตลอดว่ายังมีเวลา[โปรดยืนยันการตัดสินใจ]ข้อความสองบรรทัดปรากฏขึ้นตรงหน้า[กลับโลกเดิม][คงอยู่ในโลกปัจจุบัน][โปรดยืนยัน]ข้อความบนหน้าจอกะพริบขึ้นอีกครั้งซูซวงรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก“อย่าเร่งข้า!”[จำเป็นต้องเลือก]“เหตุใดต้องเลือกเดี๋ยวนี้ด้วย”[ผู้ทำภารกิจร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับส

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   รายได้ธรรมดา 2

    รายได้ธรรมดา 2“ของดีถึงเพียงนี้ เจ้าจะเก็บไว้ใช้ในจวนเพียงผู้เดียวหรือ”“ไม่ใช่เช่นนั้น” ไป๋เล่อคงเลื่อนแบบร่างหรือกระดาษบางอย่างไปตรงหน้าพี่ชาย เพราะมีเสียงกระดาษเสียดสีกับพื้นโต๊ะดังตามมา“ข้าไม่ขายของเหล่านี้ให้ท่าน แต่จะมอบวิธีทำให้ท่านไปเลย”อันหย่งฟู่เงียบไปครู่ต่อมาเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม“เจ้าจะมอบวิธีทำให้ข้า?”“เจ้าค่ะ เช่นเดียวกับกิจการก่อน ๆ ข้าจะให้สูตร วัตถุดิบ และวิธีสร้างเตาแก่ท่าน ส่วนท่านเป็นผู้ลงทุน ตั้งโรงงาน หาช่าง และนำสินค้าออกขาย”ไป๋เล่อเว้นจังหวะเล็กน้อย“ข้าไม่รับเงินก้อนจากท่าน แต่จะขอส่วนแบ่งจากกำไรแทน”ความเงียบในห้องรับรองดำเนินอยู่เพียงชั่วอึดใจ ก่อนเสียงหัวเราะของอันหย่งฟู่จะดังขึ้นอย่างยินดี“แน่นอน ๆ!”น้ำเสียงของเขากลับมารื่นเริงยิ่งกว่าเดิม“น้องสาวสุดที่รัก บอกเงื่อนไขมาได้เลย พี่ชายคนนี้ตามใจเจ้าทุกอย่าง”ไป๋เล่อหัวเราะออกมาเบา ๆ“เมื่อครู่ยังหุบยิ้ม หน้าตึงใส่ข้าอยู่เลยนะเจ้าคะ”“ข้านึกว่าเจ้าจะนำของดีเช่นนี้ไปมอบให้ผู้อื่นเสียอีก หากมอบวิธีทำให้ข้า แล้วข้าจะยังทำหน้าบึ้งใส่เจ้าได้อย่างไร”เสียงพูดคุ

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   รายได้ธรรมดา 1

    รายได้ธรรมดา 1ไป๋เล่อชะงักไปเพียงเล็กน้อย ก่อนมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนซูซวงเริ่มพึงพอใจกับชีวิตที่นี่แล้ว เริ่มผูกพันกับผู้คน กับงานที่ทำ และกับบางสิ่งที่นางเองอาจยังไม่ยอมรับทว่าไป๋เล่อมิได้เอ่ยรั้งนางเพียงวางแบบร่างลงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เรื่องของวันหน้าก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันหน้าเถิด...เหตุใดต้องเศร้าก่อนวันที่จะมาถึงเล่า”ซูซวงเงยหน้ามองนาง “ตอนนี้พวกเรายังอยู่ที่นี่ ของก็ยังทำไม่เสร็จ หิมะก็ยังไม่ตก จะรีบคิดถึงวันที่ต้องจากไปทำไมกัน”ไป๋เล่อใช้นิ้วเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบา ๆซูซวงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง“เจ้าค่ะ”ขณะนั้นเอง บ่าวชายผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู ก่อนประสานมือคารวะ “พระชายาขอรับ คุณชายใหญ่อันหย่งฟู่มาถึงแล้ว ยามนี้รออยู่ด้านนอกขอรับ”ไป๋เล่อพยักหน้าอย่างไม่แปลกใจ “เชิญพี่ใหญ่ไปนั่งรอที่ห้องรับรองด้านข้างได้เลย ข้าจะตามไปเดี๋ยวนี้”“ขอรับ”เมื่อบ่าวถอยออกไป ไป๋เล่อจึงหันมาหาซูซวง “ข้าเรียกพี่ใหญ่มาคุยเรื่องกิจการแก้ว เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ ลองดูแบบร่างต่อไปตามสบาย หากเห็นจุดใดควรแก้ก็เขียนกำกับไว้ให้ข้า”ซูซวงพยักหน้า“ท่านไปเถิด

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   ใกล้จบแล้ว

    ใกล้จบแล้วชีวิตของซูซวงยังคงเป็นปกติทุกเช้านางยังคงเดินทางไปยังสถานกักกันเพื่อตรวจอาการผู้ป่วยดังเดิม ตรวจชีพจร จ่ายยา เปลี่ยนแผล และคอยติดตามผู้ที่มีอาการหนักอย่างละเอียดสถานการณ์ภายในเมืองอี้โจวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผู้ป่วยรายใหม่ลดลงทุกวัน ส่วนผู้ที่เคยมีไข้สูงและตุ่มพุพองก็เริ่มฟื้นตัว หลายคนสามารถลุกขึ้นนั่ง กินอาหาร และพูดคุยกับญาติที่คอยดูแลได้แล้วเมื่อมีหมอหลวงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ งานของซูซวงจึงไม่หนักหนาเหมือนช่วงแรกแม้หลิวเซิ่งจะพยายามส่งคนมาถามหานางอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งล้วนถูกคนของเผยอี้หลางกันไว้ด้วยถ้อยคำสุภาพไม่มีผู้ใดกล่าวห้ามมิให้บิดาพบบุตรสาวทว่าทุกครั้งที่หลิวเซิ่งส่งคนมา ซูซวงกลับมีธุระอยู่พอดีเสมอนางมองออกว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเผยอี้หลางไม่เอ่ย นางก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เช่นกันอย่างน้อยวิธีนี้ก็ช่วยให้นางทำงานได้อย่างสงบ โดยไม่ต้องคอยรับมือกับคำตำหนิหรือคำสั่งของบิดาอยู่ตลอดเวลาหลังจากงานในสถานกักกันเบาบางลง ซูซวงจึงมาช่วยไป๋เล่อตรวจสอบแบบร่างของสเก็ตน้ำแข็งและสกีตามที่รับปากไว้ภายในห้องทำงานด้านข้างโรงช่าง มีแผ่นไม้ยาว รองเท้าหนัง และชิ้

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   รับข้อเสนอ 6

    รับข้อเสนอ 6ซูซวงมองใบหน้าเรียบเฉยนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าควรรู้สึกโล่งใจหรือขุ่นเคืองดี “หมายความว่าท่านไม่เห็นด้วย หรือไม่ใส่ใจเจ้าคะ”เผยอี้หลางนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งเข้าใจว่านางกำลังตีความคำตอบของเขาไปในทางใด“ข้าหมายถึง ข้าไม่มีความเห็นคัดค้าน”ซูซวงกะพริบตา“ไม่มีความเห็นคัดค้าน...”“ใช่”“เพราะท่านเชื่อฟังพระชายาหรือเจ้าคะ”เผยอี้หลางสบตานางตรง ๆ แสงโคมส่องผ่านดวงตาสีเข้มคู่นั้น ทำให้แววตาที่เคยเย็นชาดูอ่อนลงเล็กน้อย “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของข้า”เขากล่าวช้า ๆ “หากข้าไม่เห็นด้วย ย่อมไม่มีผู้ใดบังคับข้าได้”หัวใจของซูซวงพลันเต้นผิดจังหวะ นางหลบสายตาไปทางอื่นทันที คำพูดของเขาชัดเจนกว่าที่คาดไว้มาก ทว่าก็ยังคลุมเครือเสียจนทำให้นางไม่รู้ว่าควรตีความไปในทางใดซูซวงพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ“เช่นนั้น... ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”เผยอี้หลางมองนางที่ไม่ยอมสบตาตน ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“หมายความตามที่กล่าว”ซูซวงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาหนึบ ๆ จะให้นางถามตรง ๆ ว่าเขาพึงใจในตัวนางหรือไม่ ก็ดูจะไร้ยางอายเกินไปนัก อีกทั้งพวกเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ต่อให้มีข้อหมั้นห

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   ตอนที่ 6 น้ำปรุงผักงาน้ำผึ้ง 1/2

    แสงอ่อนยามเช้าเพิ่งคลี่ตัวลอดผ่านแนวไม้ไผ่ สายลมบางเบาพัดพากลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยที่ปลูกริมรั้วเข้ามาในสวน เสียงนกร้องประสานกับเสียงน้ำจากอ่างหินหยดลงเป็นจังหวะ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบจนเหมือนเวลาหมุนช้าลงไป๋เล่อนั่งจิบชาช้า ๆ ดวงตาเหม่อมองไอหมอกบางที่ลอยเหนือสระบัว ครู่หนึ่งเสียงฝีเท้าก็แว่วดังม

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   ตอนที่ 5 ผิดแปลก 2/2

    เรือนอันถิงภายใน ห้องหนังสือของเรือนอันถิง มีเสียงพู่กันลากผ่านกระดาษอย่างแผ่วเบา เผยกู้หยางในชุดสบายสีครามเข้มกำลังนั่งคัดอักษร มือใหญ่ทรงพลังแต่เคลื่อนไหวอย่างงดงาม ทุกจังหวะลากเส้นชวนให้หลงใหล ใบหน้าเรียวยาวคมสัน คิ้วเรียวราวคมกระบี่โค้งเฉียบขาด จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป ทั่วทั้งกายแ

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   ตอนที่ 5 ผิดแปลก 1/2

    อันไป๋เล่อกลับถึงตระกูลเผย ก็เดินเข้าประตูด้านข้างเมื่อก้าวเข้าไป นางก็เรียกบ่าวรับใช้ที่เดินผ่านมาเอ่ยถาม“วันนี้ไม่มีของจากร้านค้ามาส่งให้ข้าหรือ”บ่าวโค้งเล็กน้อย “เรียนอี้เหนียงสี่...มีเจ้าค่ะ แต่บ่าวคนอื่นยกไปที่เรือนแล้ว”“งั้นหรือ...ขอบใจเจ้ามาก” ไป๋เล่อพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินต่อไปยังเรือนข

  • อนุตัวร้ายขอทำสวน   ตอนที่ 4 ไม่ต้องรีบเร่ง 2/2

    เมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อย อันไป๋เล่อก็หันหลังออกจากร้านแสงแดดยามสายส่องลงบนใบหน้าของนางอย่างพอดี ทำให้เงายิ้มบางที่มุมปากดูอบอุ่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอันไป๋เล่อก็หันไปบอกอาเหมย“ต่อไป...ไปซื้อข้าวสารกับไข่ไก่กัน”ทั้งคู่เดินเลาะตามถนนหินไปทางทิศตะวันออกของตลาด ซึ่งเป็นย่านขายของสดและของแห้งกล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status