로그인“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ไป๋เล่อหัวเราะเบา ๆ “น่าระอายนักข้ายังมีเรื่องจะขอรบกวนท่านอีกสักอย่าง”
ไป๋เล่อยกตะกร้าหวายเล็กขึ้นมา หยิบกล่องผักสลัดวางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเจียงจิง
“นี่คือน้ำปรุงผักงาน้ำผึ้งที่ข้าลองทำ…พี่สาวช่วยชิมแล้ววิจารณ์ให้ตรงไปตรงมาหน่อยเถอะ ข้าตั้งใจจะเอาไปขาย”
เจียงจิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็หยิบตะเกียบคีบผักสดที่ราดน้ำปรุงขึ้นมาชิมอย่างตั้งใจ รสหวานละมุนของน้ำผึ้งผสานความหอมมันของงาแตะปลายลิ้น ก่อนจะตามด้วยรสเปรี้ยวบางเบาที่ช่วยตัดเลี่ยน ขณะชิมดวงตาของนางเป็นประกายขึ้นทำให้ไป๋เล่อใจชื้นขึ้นหลายส่วน
“เป็นการกินผักสดที่แปลกใหม่ รสชาติดีมาก ทว่าหวานไปนิดสำหรับคนไม่ชอบหวาน…แต่กลิ่นหอมใช้ได้เลย”
เจียงจิงวางตะเกียบแล้วเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อม “หรืออาจจะแยกรสเปรี้ยว หวานจะดีกว่า”
ไป๋เล่อพยักหน้าเห็นด้วย “ขอบคุณพี่สาวที่ชี้แนะ”
เจียงจิงมองนางอย่างสนใจ “เจ้าจะทำส่งร้านอาหารที่ใดหรือ”
ไป๋เล่อสายหน้า “ข้าจะตั้งแผงขายข้างทาง”
คำตอบนั้นทำให้เจียงจิงถึงกับชะงักไปชั่วครู่ นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ หญิงงามผู้นี้จะไปขายของข้างทาง ทว่าทุกคนก็ต้องปรับตัวนางจึงกล่าว
“ข้าเชื่อว่าน้องสามต้องทำได้แน่”
ไป๋เล่อพูดคุยกับเจียงจิงอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยล่ำลากลับ
ระหว่างที่เดินตามทางหิน อาเหมยซึ่งเดินเคียงข้างก็หันมากระซิบถามอย่างอดไม่ได้
“คุณหนู…หากตั้งใจจะทำน้ำปรุงผักเพียงอย่างเดียว เหตุใดถึงต้องซื้ออุปกรณ์ครัวมากมายขนาดนั้นเจ้าคะ”
ไป๋เล่อก้าวเดินพลางเอ่ย “ข้าจะทำขนมด้วย น้ำปรุงผักก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น อะไรที่ทำได้ก่อนก็เริ่มทำไปก่อน”
นางเหลือบตามองท้องฟ้าที่เริ่มคล้อยต่ำแล้วเอ่ยเร่ง “รีบเดินเถอะ…เรายังต้องกลับไปเพาะเมล็ดผักอีก”
เมื่อกลับมาถึงเรือน แสงอาทิตย์ยามสนธยาทอแสงอุ่นลอดผ่านยอดไม้ เงาสะท้อนบนพื้นดินทอดยาวไปจนถึงลานเล็กหน้าสวน ไป๋เล่อวางตะกร้าลงบนโต๊ะหิน หยิบถุงเมล็ดพืชที่ซื้อจากตลาดออกมาเรียงทีละถุง
“อาเหมย” นางหันไปเอ่ยเสียงนุ่ม
“เจ้าช่วยนำผักสดกับน้ำปรุงผักไปส่งให้คุณชายสี่ด้วย”
อาเหมยกะพริบตาเล็กน้อย ก่อนยิ้มรับ “เจ้าค่ะคุณหนู”
แล้วก็รีบจัดของใส่กล่องไม้ เดินออกจากเรือนไปอย่างคล่องแคล่ว
จากไป๋เล่อก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น นำดินร่วนจากถุงที่บ่าวชายยกมาเทลงในแปลงเล็กหลังเรือน นางใช้เสียมพรวนดินให้โปร่ง ลมยามเย็นพัดโชยพาเอากลิ่นดินชื้นและหอมดอกไม้มาแตะปลายจมูก
มือเรียวค่อย ๆ หยิบเมล็ดแตงกวา ถั่วลันเตา และผักสลัดหลากชนิด หยอดลงไปในดินอย่างใจเย็น จากนั้นกลบด้วยดินบาง ๆ รดน้ำด้วยกระบอกไม้ไผ่ เสียงน้ำซึมลงพื้นเบา ๆ คล้ายเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่
ไป๋เล่อยืนมองแปลงดินเล็ก ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง
“เด็กดีพวกเจ้าต้องงอกเงยทุกต้นรู้ไหม”
บรรยากาศยามเย็นอบอุ่น มีเพียงเสียงแมลงกลางทุ่งร้องระงม เป็นดั่งเสียงขับกล่อมวันแรกของสวนผักเล็ก ๆ
เรือนซินหยวน
เรือนของคุณชายสี่เผยซ่งเหยา ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของจวนเผย แยกออกจากความวุ่นวายของเรือนใหญ่ รอบเรือนปลูกไม้ผลัดใบกับดอกไม้ตามฤดูกาล ลมเย็นจากเชิงเขาพัดผ่านทำให้บรรยากาศเงียบสงบและสดชื่นอยู่เสมอ
ด้านหน้ามีสระเล็ก ๆ ขอบหิน ปลูกบัวขาวกับบัวชมพูเมื่อถึงยามเช้าแสงแดดสะท้อนหยดน้ำบนใบบัวส่องประกายราวกับหยกน้ำงาม ทางเดินไม้ทอดไปสู่ศาลาเล็กกลางสวน เหมาะให้อ่านตำราหรือฝึกเขียนอักษร
อาเหมยก้าวเข้าสู่ลานเรือนซินหยวน ดวงตากวาดสำรวจรอบด้านอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศสะอาดเรียบร้อยเกินคาด ต้นไม้เล็ก ๆ ถูกดูแลจนสดชื่น ทางเดินกวาดเรียบไม่เห็นเศษใบไม้สักแผ่น ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นในใจ
หรือว่านางเข้าใจผิดไปเอง…ว่าตระกูลเผยกำลังตกอับ
“คุณชายสี่เรียกแม่นางเข้าไปข้างใน”
เสียงของอี้ชิงดังขึ้นเบื้องหลัง ทำให้อาเหมยสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะได้สติรีบยกกล่องอาหารในมือเดินตามเข้าไปในห้องหนังสือ
ภายในเรือนจัดอย่างเรียบง่าย เน้นความสะอาดสะอ้าน ผนังแขวนภาพอักษรคัดด้วยลายมือผู้ใหญ่ ใช้เป็นแบบฝึกสอนคุณชายสี่ โต๊ะเขียนหนังสือเตี้ยตรงกลางยังมีร่องรอยหมึกเปื้อนจาง ๆ บ่งบอกถึงความเพียรพยายามของเด็กน้อย
อาเหมยก้าวไปข้างหน้า ยกกล่องอาหารขึ้นในมือ “แม่นางอันไป๋เล่อ…ทำน้ำปรุงผักมาให้คุณชายสี่เจ้าค่ะ หวังว่าจะถูกปากคุณชาย”
นางส่งกล่องให้กับอี้ชิงที่ยืนรับด้วยความนอบน้อม เผยซ่งเหยาที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมใสเป็นประกาย พร้อมเอ่ยเสียงใส
“ข้าขอบคุณท่านแม่…มากนัก”
น้ำเสียงสั่นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยความดีใจ จนแม้แต่อาเหมยยังอดยิ้มตามไม่ได้
เผยซ่งเหยามองกล่องตรงหน้า ดวงตาใสสุกระยิบ เมื่อเปิดฝาออกเห็นผักสดราดด้วยน้ำงาหอมกรุ่น ริมฝีปากเล็ก ๆ ของเขาเผลอยกยิ้มกว้างขึ้นมาเอง มารดาเป็นคนทำให้เขาจริง ๆ
อาเหมยกล่าวลาแล้วหมุนตัวเดินออกไป แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ก็ดังตามมา
“ท่านแม่…อี้เหนียงสี่จะไม่ไปจากตระกูลเผยใช่หรือไม่”
อาเหมยชะงัก หันกลับไปมอง เห็นเด็กชายยืนจ้องมาด้วยแววตาคาดหวังอย่างแรงกล้า นางจึงพยักหน้าเบา ๆ
“เจ้าค่ะคุณชาย คุณหนูบอกว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ”
แววตาเผยซ่งเหยาเบิกกว้าง รอยยิ้มที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความดีใจที่สุดในชีวิต เขากำหมัดแน่น ก่อนเอ่ยเสียงใสจริงจังเกินวัย “เจ้าช่วยบอกท่านแม่ด้วย ข้าจะตั้งใจเรียน ท่านแม่ไม่ต้องกังวล…ข้าจะดูแลท่านแม่ ไม่ให้ลำบาก”
อาเหมยใจอ่อนยวบ รีบโค้งรับคำ “บ่าวจะความไปบอกแม่นางไม่ตกหล่นสักคำเจ้าค่ะ”
เด็กชายพยักหน้า ดวงตายังเป็นประกาย “เจ้าไปเถอะ…อย่าให้ท่านแม่ต้องอยู่ลำพัง”
อาเหมยมองใบหน้าของคุณชายที่ยืนอยู่กลางลานด้วยแววตาหลากหลาย นางไม่กล้าเอ่ยคำให้มากความ ย่อคารวะอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวก้าวออกไป
โปรดยืนยัน 2หลังจากตัดสินใจอยู่ต่อ นางถือโอกาสเหมาะบอกไป๋เล่อว่าระบบหายไป ไป๋เล่อเพียงมองซูซวงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มอย่างยินดี ซูซวงเอ่ยต่อ “ข้าจำเป็นต้องวางแผนเพื่อตนเอง อยากจะเรียนหมอเพิ่ม” ไป๋เล่อเพียงกล่าวว่า “ในเมื่อจะเรียน ก็ต้องเรียนกับผู้ที่เก่งที่สุด”หลังจากนั้นไม่นาน นางก็เชิญหมอผู้มีชื่อเสียงหลายคนมายังอี้โจว ทั้งหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร หมอผู้ชำนาญการฝังเข็ม และหมอหญิงที่มีประสบการณ์ด้านการรักษาสตรีกับเด็กซูซวงมิได้ถือตัวว่าตนมีความรู้จากโลกเดิมมากกว่าใคร นางฟังทุกคำแนะนำ ซักถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ และทดลองด้วยความระมัดระวังนางรู้ดีว่า ความรู้ทางการแพทย์มิใช่สิ่งที่สามารถหยุดอยู่กับที่ แม้เคยเป็นหมอในโลกเดิม เมื่อมาอยู่ในสถานที่ที่สมุนไพร สภาพแวดล้อม และข้อจำกัดแตกต่างออกไป นางก็ยังต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่อีกครั้งวันเวลาค่อย ๆ ผ่านไปเช่นนั้นไป๋เล่อมอบส่วนแบ่งจากกิจการบางส่วนให้นางตามที่เคยตกลงไว้ โดยเฉพาะกิจการที่ซูซวงมีส่วนช่วยปรับปรุงหรือให้ความรู้แม้รายได้เหล่านั้นจะมิใช่ทรัพย์สินมหาศาลที่ได้รับในชั่วข้ามคืน แต่ก็เพียงพอให้นางซื้อสมุนไพร จ้างผู้ช
โปรดยืนยัน 1 [ท่านตัดสินใจหรือยัง] “ยัง อย่าเร่งได้หรือไม่ เรื่องสำคัญเชียวนะ” [ถ้าลังเล ก็หมายถึง ท่านเลือกที่จะอยู่แล้ว]“ผู้ใดบอกเจ้ากัน”[ระบบวิเคราะห์จากระยะเวลาการตอบสนองและภาวะทางอารมณ์ของผู้ทำภารกิจ]ซูซวงรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุถึงส่วนลึกของจิตใจ จึงรีบโต้กลับ“การลังเลมิได้หมายความว่าข้าเลือกอยู่ต่อเสียหน่อย”[กำลังตรวจสอบสถานะภารกิจ]ซูซวงชะงัก“ตรวจสอบสิ่งใด”ตัวอักษรบนหน้าจอเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว[เงื่อนไขภารกิจหลักครบถ้วน]หัวใจของซูซวงพลันกระตุก“เดี๋ยวก่อน”[ผู้ทำภารกิจสามารถตัดสินใจเดินทางกลับโลกเดิมได้ทันที]ปลายนิ้วของนางแข็งค้างอยู่บนแบบร่างเสียงจากห้องข้าง ๆ คล้ายห่างออกไปในทันใด“ตอนนี้เลยหรือ”[ถูกต้อง]ซูซวงไม่ทันได้เตรียมใจเลยแม้แต่น้อยนางคิดมาตลอดว่ายังมีเวลา[โปรดยืนยันการตัดสินใจ]ข้อความสองบรรทัดปรากฏขึ้นตรงหน้า[กลับโลกเดิม][คงอยู่ในโลกปัจจุบัน][โปรดยืนยัน]ข้อความบนหน้าจอกะพริบขึ้นอีกครั้งซูซวงรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก“อย่าเร่งข้า!”[จำเป็นต้องเลือก]“เหตุใดต้องเลือกเดี๋ยวนี้ด้วย”[ผู้ทำภารกิจร้องขอข้อมูลเกี่ยวกับส
รายได้ธรรมดา 2“ของดีถึงเพียงนี้ เจ้าจะเก็บไว้ใช้ในจวนเพียงผู้เดียวหรือ”“ไม่ใช่เช่นนั้น” ไป๋เล่อคงเลื่อนแบบร่างหรือกระดาษบางอย่างไปตรงหน้าพี่ชาย เพราะมีเสียงกระดาษเสียดสีกับพื้นโต๊ะดังตามมา“ข้าไม่ขายของเหล่านี้ให้ท่าน แต่จะมอบวิธีทำให้ท่านไปเลย”อันหย่งฟู่เงียบไปครู่ต่อมาเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เต็มไปด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม“เจ้าจะมอบวิธีทำให้ข้า?”“เจ้าค่ะ เช่นเดียวกับกิจการก่อน ๆ ข้าจะให้สูตร วัตถุดิบ และวิธีสร้างเตาแก่ท่าน ส่วนท่านเป็นผู้ลงทุน ตั้งโรงงาน หาช่าง และนำสินค้าออกขาย”ไป๋เล่อเว้นจังหวะเล็กน้อย“ข้าไม่รับเงินก้อนจากท่าน แต่จะขอส่วนแบ่งจากกำไรแทน”ความเงียบในห้องรับรองดำเนินอยู่เพียงชั่วอึดใจ ก่อนเสียงหัวเราะของอันหย่งฟู่จะดังขึ้นอย่างยินดี“แน่นอน ๆ!”น้ำเสียงของเขากลับมารื่นเริงยิ่งกว่าเดิม“น้องสาวสุดที่รัก บอกเงื่อนไขมาได้เลย พี่ชายคนนี้ตามใจเจ้าทุกอย่าง”ไป๋เล่อหัวเราะออกมาเบา ๆ“เมื่อครู่ยังหุบยิ้ม หน้าตึงใส่ข้าอยู่เลยนะเจ้าคะ”“ข้านึกว่าเจ้าจะนำของดีเช่นนี้ไปมอบให้ผู้อื่นเสียอีก หากมอบวิธีทำให้ข้า แล้วข้าจะยังทำหน้าบึ้งใส่เจ้าได้อย่างไร”เสียงพูดคุ
รายได้ธรรมดา 1ไป๋เล่อชะงักไปเพียงเล็กน้อย ก่อนมองนางด้วยแววตาอ่อนโยนซูซวงเริ่มพึงพอใจกับชีวิตที่นี่แล้ว เริ่มผูกพันกับผู้คน กับงานที่ทำ และกับบางสิ่งที่นางเองอาจยังไม่ยอมรับทว่าไป๋เล่อมิได้เอ่ยรั้งนางเพียงวางแบบร่างลงบนโต๊ะ ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม“เรื่องของวันหน้าก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันหน้าเถิด...เหตุใดต้องเศร้าก่อนวันที่จะมาถึงเล่า”ซูซวงเงยหน้ามองนาง “ตอนนี้พวกเรายังอยู่ที่นี่ ของก็ยังทำไม่เสร็จ หิมะก็ยังไม่ตก จะรีบคิดถึงวันที่ต้องจากไปทำไมกัน”ไป๋เล่อใช้นิ้วเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบา ๆซูซวงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้ง“เจ้าค่ะ”ขณะนั้นเอง บ่าวชายผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู ก่อนประสานมือคารวะ “พระชายาขอรับ คุณชายใหญ่อันหย่งฟู่มาถึงแล้ว ยามนี้รออยู่ด้านนอกขอรับ”ไป๋เล่อพยักหน้าอย่างไม่แปลกใจ “เชิญพี่ใหญ่ไปนั่งรอที่ห้องรับรองด้านข้างได้เลย ข้าจะตามไปเดี๋ยวนี้”“ขอรับ”เมื่อบ่าวถอยออกไป ไป๋เล่อจึงหันมาหาซูซวง “ข้าเรียกพี่ใหญ่มาคุยเรื่องกิจการแก้ว เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ ลองดูแบบร่างต่อไปตามสบาย หากเห็นจุดใดควรแก้ก็เขียนกำกับไว้ให้ข้า”ซูซวงพยักหน้า“ท่านไปเถิด
ใกล้จบแล้วชีวิตของซูซวงยังคงเป็นปกติทุกเช้านางยังคงเดินทางไปยังสถานกักกันเพื่อตรวจอาการผู้ป่วยดังเดิม ตรวจชีพจร จ่ายยา เปลี่ยนแผล และคอยติดตามผู้ที่มีอาการหนักอย่างละเอียดสถานการณ์ภายในเมืองอี้โจวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผู้ป่วยรายใหม่ลดลงทุกวัน ส่วนผู้ที่เคยมีไข้สูงและตุ่มพุพองก็เริ่มฟื้นตัว หลายคนสามารถลุกขึ้นนั่ง กินอาหาร และพูดคุยกับญาติที่คอยดูแลได้แล้วเมื่อมีหมอหลวงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ งานของซูซวงจึงไม่หนักหนาเหมือนช่วงแรกแม้หลิวเซิ่งจะพยายามส่งคนมาถามหานางอยู่บ้าง แต่ทุกครั้งล้วนถูกคนของเผยอี้หลางกันไว้ด้วยถ้อยคำสุภาพไม่มีผู้ใดกล่าวห้ามมิให้บิดาพบบุตรสาวทว่าทุกครั้งที่หลิวเซิ่งส่งคนมา ซูซวงกลับมีธุระอยู่พอดีเสมอนางมองออกว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ในเมื่อเผยอี้หลางไม่เอ่ย นางก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เช่นกันอย่างน้อยวิธีนี้ก็ช่วยให้นางทำงานได้อย่างสงบ โดยไม่ต้องคอยรับมือกับคำตำหนิหรือคำสั่งของบิดาอยู่ตลอดเวลาหลังจากงานในสถานกักกันเบาบางลง ซูซวงจึงมาช่วยไป๋เล่อตรวจสอบแบบร่างของสเก็ตน้ำแข็งและสกีตามที่รับปากไว้ภายในห้องทำงานด้านข้างโรงช่าง มีแผ่นไม้ยาว รองเท้าหนัง และชิ้
รับข้อเสนอ 6ซูซวงมองใบหน้าเรียบเฉยนั้นแล้ว ไม่รู้ว่าควรรู้สึกโล่งใจหรือขุ่นเคืองดี “หมายความว่าท่านไม่เห็นด้วย หรือไม่ใส่ใจเจ้าคะ”เผยอี้หลางนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งเข้าใจว่านางกำลังตีความคำตอบของเขาไปในทางใด“ข้าหมายถึง ข้าไม่มีความเห็นคัดค้าน”ซูซวงกะพริบตา“ไม่มีความเห็นคัดค้าน...”“ใช่”“เพราะท่านเชื่อฟังพระชายาหรือเจ้าคะ”เผยอี้หลางสบตานางตรง ๆ แสงโคมส่องผ่านดวงตาสีเข้มคู่นั้น ทำให้แววตาที่เคยเย็นชาดูอ่อนลงเล็กน้อย “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของข้า”เขากล่าวช้า ๆ “หากข้าไม่เห็นด้วย ย่อมไม่มีผู้ใดบังคับข้าได้”หัวใจของซูซวงพลันเต้นผิดจังหวะ นางหลบสายตาไปทางอื่นทันที คำพูดของเขาชัดเจนกว่าที่คาดไว้มาก ทว่าก็ยังคลุมเครือเสียจนทำให้นางไม่รู้ว่าควรตีความไปในทางใดซูซวงพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ“เช่นนั้น... ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”เผยอี้หลางมองนางที่ไม่ยอมสบตาตน ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“หมายความตามที่กล่าว”ซูซวงรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาหนึบ ๆ จะให้นางถามตรง ๆ ว่าเขาพึงใจในตัวนางหรือไม่ ก็ดูจะไร้ยางอายเกินไปนัก อีกทั้งพวกเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ต่อให้มีข้อหมั้นห
ตอนที่ 76 คิดสัดส่วนอย่างไรหลายวันต่อมา ไป๋เล่อใช้เวลาไปกับการเตรียมตำรับขนมและทดลองปลูกผักในสวนหลังเรือน นางยังใช้เวลานั่งกับแม่ครัวในครัวไฟ คิดค้นเมนูใหม่จากเห็ดที่เพาะไว้เอง ทั้งเห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดขาว ล้วนถูกนำมาปรุงเป็นของคาวของหวานให้คนในจวนได้ชิมกันไม่ขาดเสียงหัวเราะของบ่าวสาวใช้ดังอยู่แท
ตอนที่ 9 ต้องดีขึ้นหวังเจียงจิงนำชุดที่ตัดเรียบร้อยมาส่งให้ไป๋เล่อ ขณะนั้นไป๋เล่อกำลังเตรียมขนมไปขายพรุ่งนี้ บนโต๊ะไม้เรียงรายไปด้วยขนมไม่น้อยกว่าห้าสิบชิ้น หลากหลายรูปแบบ ทั้งขนมงาเคลือบน้ำผึ้งหอมกรุ่น ขนมอบหวานละมุนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ขนมแป้งทอดกรอบสีทองอร่าม และแม้แต่ขนมก้อนฟูนุ่มที่แต่งหน้าด
ตอนที่ 8 ความเปลี่ยนแปลง เมื่ออาเหมยกลับมาถึงเรือน ก็เห็นไป๋เล่อนั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน มือยังคงพรวนดินรดน้ำแปลงผักเล็ก ๆ ที่เพิ่งเพาะเสร็จใหม่ กลิ่นดินชื้นผสมกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยรอบสวน“คุณหนู…” อาเหมยเอ่ยเสียงนุ่ม พลางก้าวเข้ามาใกล้ไป๋เล่อหันหน้ามามอง “เหนื่อยหรือไม่...นั่งพักสักหน่อ
อาเหมยลอบกวาดตามองรอบร้าน “นั่งลงกินด้วยกันเถอะ” ไป๋เล่อเอ่ยขึ้น“เจ้าค่ะ....คุณหนู...ท่านต้องการอะไรเพิ่มหรือไม่ข้าจะไปซื้อให้เอง”ไป๋เล่อส่ายหน้า นางเองก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองต้องการสิ่งใด นางหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ “แต่ข้าต้องไปขายเครื่องประดับเพิ่มอีก...ไม่งั้นเงินคงไม่พอทำครัวให้เ







