تسجيل الدخولบทที่สาม
สูญสิ้นความจำ
ได้เวลาสำรวจเรือนร่างของฟางหรูหนิงอย่างจริงจัง
หญิงสาวนางนี้มีรูปร่างที่สมส่วนงดงามสมวัยสาว ทรวงอกอิ่มเต่งตึงใหญ่พอตัว เอวคอดกิ่วเล็กบางรับกับหน้าท้องแบนราบไร้ไขมัน แขนขาเล็กเรียว ผิวกายขาวนวลเนียนละเอียดนุ่มลื่นจนฉันอดจะลูบหลายรอบด้วยความชื่นชม
เมื่อก้มลงเพ่งมองใบหน้าในน้ำ เมื่อคืนฉันมองเห็นเพียงแวบก็รู้สึกได้ว่าร่างนี้มีใบหน้าที่สวยงามมาก แต่เมื่อมีเวลาได้มองชัดๆ ใบหน้าที่สะท้อนมาช่างสมบูรณ์แบบ นางมีใบหน้าที่งดงามน่าหลงใหลเปี่ยมเสน่ห์ของสตรีเพศ ดวงตากลมโตแวววาวรับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงยามแย้มยิ้มช่างดูเย้ายวน
เรียกว่างามล่มเมืองก็คงไม่เกินจริง
งามขนาดนี้ อ๋องชิงหนานยังกล้าปฏิเสธได้ ชักอยากเห็นหน้าอีตาอ๋องนี่เสียแล้ว
อันอันเข้ามาช่วยฉันแต่งตัวก่อนจะพยุงเดินออกมาด้านนอกห้องหอ
ฉันหันมองโดยรอบ ตำหนักแห่งนี้ใหญ่โตเสียงจริง ผู้คนเดินกันอย่างมีระเบียบทั้งทหาร นางกำนัลและข้ารับใช้ แต่ไม่มีใครกล้าเดินมาเฉียดใกล้พวกเราสามคน
“พวกเราจะไปที่ใดกันหรือ” ฉันเอ่ยถามประโยคแรกขณะเดินจนเกือบถึงหน้าประตู
อันอันเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ก่อนที่ผิงอันซึ่งตั้งสติได้ดีกว่าจะตอบเสียงเศร้า
“ท่านอ๋องให้พระชายาไปพักฟื้นความจำที่ตำหนักนอกเมืองเพคะ พวกเราต้องนั่งรถม้าไปประมาณหนึ่งชั่วยาม พระชายานอนพักก่อนก็ได้นะเพคะ” ผิงอันช่วยพยุงฉันขึ้นไปนั่งกึ่งนอนบนรถม้าขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก
“เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าพระชายาแล้ว เรียกข้าว่าคุณหนูเถอะ” ฉันบอกผิงอันซึ่งพยักหน้ารับหงอยๆ
“ท่านอ๋องใจร้าย ส่งคุณหนูไปนอกเมืองได้เช่นไร” อันอันร้องไห้ไปบ่นไปเบาๆ ขณะที่ผิงอันต้องคอยห้ามและปลอบว่า
“ข้าจะรีบแจ้งข่าวให้ฮองเฮาทรงทราบ”
“อย่าเพิ่งแจ้งข่าวบอกผู้ใด” ฉันรีบห้าม “เมื่อคนเราไม่มีความทรงจำ ก็จะไม่ถูกอดีตผูกมัดอีก สามารถก้าวไปสู่ชีวิตใหม่โดยไม่ต้องสนใจสิ่งใด ข้าอยากไปอยู่ในที่ใหม่ที่ไม่ต้องถูกฉุดรั้งอยู่กับอดีตเดิมๆ ดังนั้นการไปอยู่ที่ตำหนักนอกเมืองความจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”
ผิงอันถึงกันชะงักค้างกับคำพูดของฉัน ส่วนอันอันซึ่งผูกพันกับฟางหรูหนิงมากกว่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ดีเหมือนกันนะเจ้าคะคุณหนู พวกเราไปอยู่ที่อื่นกัน”
รถม้าขับเคลื่อนมาเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วยามจึงหยุดลงที่หน้าตำหนักขนาดกลางแห่งหนึ่ง ฉันค่อยๆก้าวลงมาหยุดยืนมองสำรวจโดยรอบ
อืม...ทำเลใช้ได้ ห่างไกลผู้คน ไม่พลุกพล่านวุ่นวาย
“ท่านอ๋องส่งนางกำนัลและข้ารับใช้มาให้สิบกว่าคน พวกเขาจะเข้าไปจัดเตรียมข้าวของกันก่อน พวกเราไปนั่งรอกันที่สวนด้านหน้าดีหรือไม่เจ้าคะ” ผิงอันซึ่งเป็นงานเป็นการกว่ามากจัดแจงความเรียบร้อย
ฉันค่อยๆเดินเล่นสำรวจโดยรอบตำหนัก
ไม่ใหญ่มาก ดูแลง่ายดี เหมาะแก่การพักผ่อนระหว่างค่อยๆ คิดว่าจะทำอะไรต่อไป
ฉันทบทวนข้อมูลที่เพิ่งได้รับ ร่างนี้มีครอบครัวที่ยิ่งใหญ่ แต่เพราะอะไรกันจึงยอมแพ้ฆ่าตัวตายง่ายๆอย่างนั้น เพียงเพราะผู้ชายคนเดียวเช่นนั้นหรือ ‘อ๋องชิงหนาน’ซึ่งฉันยังไม่เคยเห็นหน้า
“เสี่ยวหนิงงงง” เสียงตะโกนเรียกดังลั่นมาจากหน้าประตู
ฉันหันไปมองชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งเข้ามาตรงหน้าด้วยชุดที่ดูคล้ายหมอหลวง ชายหนุ่มยืนหอบอยู่พักใหญ่ขณะที่ฉันได้โอกาสพิจารณารูปร่างหน้าตา
อืม...งานดี ผิวขาวเนียน หน้าใสกิ๊ก ตาเรียวตี่ จมูกโด่ง ถึงจะไม่หล่อคมสัน จัดว่าอยู่ในแนวโอปป้าเกาหลี
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเสี่ยวหนิง ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าป่วยข้าจึงรีบไปที่ตำหนักอ๋องชิงหนาน แต่คนที่นั่นบอกว่าเจ้าออกเดินทางมาที่นี่แล้วข้าจึงรีบขี่ม้าตามมา เจ้า...เจ้าเป็นอย่างไร” ชายหนุ่มพูดไปหอบไป น่าจะวิ่งมาไกลอยู่มาก
“คุณหนูสูญสิ้นความจำทั้งหมดแล้วเจ้าค่ะ” อันอันเร่งเดินเข้ามาพูดเมื่อฉันมองไปอย่างขอความช่วยเหลือ
“ท่านนี้คือคุณชายไป่ ‘ไป่ฮั่วถิง’ อยู่จวนสกุลไป่ติดกับจวนสกุลฟางของเราเจ้าค่ะ คุณหนูบอกบ่าวว่าคุณชายเป็นเพื่อนเล่นกับคุณหนูตั้งแต่อายุ7หนาว ตอนที่บ่าวมา คุณหนูกับคุณชายสนิทสนมกันมากเจ้าค่ะ” อันอันแนะนำชายหนุ่มตรงหน้า
ฉันหันไปมองหน้าหล่อแบบโอปป้าของชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง อ้อ...เพื่อนเล่นวัยเด็กนี่เอง
“ไป่ฮั่วถิง” ฉันเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ
“ถิงเกอเกอ” ชายหนุ่มรีบท้วง “ปกติเจ้าจะเรียกข้าว่า’ถิงเกอเกอ’ ส่วนข้าจะเรียกเจ้าว่า‘เสี่ยวหนิง’”
“ถิงเกอเกอ” ฉันลองเรียกดู
“ใช่แล้วเสี่ยวหนิง” ชายหนุ่มดูดีใจมาก
“ให้ข้าลองตรวจดูเจ้าอีกครั้งนะ”
ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะกลางสวนเพื่อให้ชายหนุ่มได้ลองตรวจสอบอีกครั้งตามที่ร้องขอ จะตรวจอีกกี่หมอ ตรวจอีกกี่คน ฉันก็ไม่มีความทรงจำของร่างนี้หลงเหลืออยู่เลยเช่นเดิม
“เจ้าจดจำผู้ใดไม่ได้เลยเช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มยังพยายามสอบถาม
ฉันได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ พยายามใช้สีหน้าเศร้าสร้อยเพื่อเรียกคะแนนสงสาร อย่าลืมว่าฉันเป็นดาราเจ้าบทบาท เรื่องสีหน้าฉันสามารถเปลี่ยนได้เหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าทีเดียว
ตอนพิเศษแปดเป็นชายาดั่งดาราเผลอแปบเดียวฉันก็เป็นชายาอ๋องชิงหนานมาถึง8ปีแล้ว พวกเรามีลูกกันถึงสี่คน โดยฉันเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สี่เมื่อปีที่แล้วยามนี้ครอบครัวของเราครบถ้วนสมบูรณ์ มีทั้งบุตรชายและบุตรสาว มีสามีที่แสนรัก โดยไม่มีชายารองหรืออนุมาให้ต้องตบตีกันวุ่นวายเหมือนตำหนักอื่นๆถิงเกอเกอยังคงเป็นหมอหลวงประจำตำหนักของเรา โดยเฝ้าดูแลจ้าวหรูหลิน บุตรสาวคนโตของเราไม่ห่าง ท่านพ่อและท่านแม่ของเขาเพียรพยายามที่จะหาหญิงสาวมาให้เขาแต่งงานแต่เขาปฏิเสธโดยไม่แยแสและยืนกรานที่จะอยู่เป็นโสดโดยไม่มีคู่จนครอบครัวเขาใกล้จะเลิกพยายามแล้ว วันวันจ้าวหรูหลินก็ตามติดเขา จนฉันได้ยินแต่เสียงเรียก’ท่านลุงถิง’ทั้งวันองค์ชายสี่ซึ่งขณะนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ชายรัชทายาท ได้แต่งชายาเอกหนึ่งคน และอนุเข้าไปอีกสามคน จนทั้งตำหนักมีถึง5คนที่ต้องต่อสู้ยื้อแย่งความรักกัน แต่เขาไม่เคยแสดงออกว่ารักใคร่ผู้ใดมากกว่าเพียงวางตนตามหน้าที่เท่านั้น ฉันคิดว่าหลังจากที่เขาขึ้นเป็นฮ่องเต้คงมี
ตอนพิเศษเจ็ดดูดาวหรือดูเธอตอนนี้ฉันอยู่สูงมาก สามีหนุ่มบอกว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองชิงหนาน จากบนนี้สามารถมองเห็นรอบเมืองและดวงดาวชัดเจนพวกเราสามารถมองเห็นตลาดที่ไปเดินเล่นเลือกซื้อข้าวของมีแสงไฟเปิดอยู่สว่างไสว ส่วนที่เป็นค่ายทหารยังมีไฟเปิดอยู่บ้าง ส่วนจุดที่เป็นทุ่งดอกไม้และแม่น้ำมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลยสามีสุดหล่อบอกว่าจากจุดนี้มองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนที่สุดจึงตั้งชื่อว่าหอดูดาว พวกเรามองเห็นดวงดาวสวยงามมากมายเรียงรายเต็มท้องฟ้าฉันเพลิดเพลินมองดวงดาวที่ปกติแล้วไม่เคยเห็นมากมายและสว่างไสวขนาดนี้ สามีหนุ่มบอกให้พวกเรานั่งดูดาวที่นี่กันทั้งคืน ฉันมองไปรอบข้างเออ...จะดีหรือ กลางเมืองขนาดนี้ นอนตรงนี้จะหนาวจะโล่งโจ้งเกินไปไหมชายหนุ่มเชิญชวนด้วยสายตาที่ฉายแสงแวววาวแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้า“พี่สั่งให้องครักษ์กระจายตัวไปโดยรอบแล้ว ไม่มีผู้ใดมารบกวนเราแน่นอน พี่นำผ้าห่มนุ่มมาด้วยพวกเราห่มผ้านอนดูดาวกันเถอะ”ฟังดูแล้วช่างเป็นการเตรียมตัวที่ด
ตอนพิเศษหกยมทูตเบน“ยมทูตเบน เจ้าลืมเก็บร่างวิญญาณหญิงสาวรายนี้มาหรือเปล่า นางนั่งร้องไห้เสียงดังจนข้าต้องเก็บกลับมาให้เจ้าด้วย” เสียงยมทูตผู้เป็นดั่งอาจารย์ดังขึ้น ขณะที่ข้าเก็บวิญญาณหญิงสาวที่ตกม้าคอหักตายมาจนถึงแดนแรกรับ“ข้าเก็บนางมาแล้ว นี่อย่างไร”ข้าดึงร่างวิญญาณสาวมายืนข้างหน้าเพื่อยืนยัน“ไม่ใช่แล้ว นางสาวหยาดฟ้า นาปางข้าว อายุ25ปี ตกม้าตายขณะฝึกขี่ม้า” อาจารย์ยมทูตอ่านทบทวนชื่อในมือข้าเริ่มรู้สึกว่าน่าจะมีปัญหาเสียแล้วจึงหันไปถามวิญญาณสาวที่เพิ่งเก็บมาเพื่อความแน่ใจ“เจ้าชื่อหยาดฟ้า”“ใช่ หยาดฟ้า วงศ์สิริกุล อายุ30ปี” นางตอบเสียงดังข้าสัมผัสได้ถึงความผิดพลาด นี่ข้าเก็บวิญญาณมาผิดดวงหรือนี่ ถึงข้าจะเพิ่งพ้นจากการเป็นยมทูตฝึกหัด แต่ข้าก็ทำงานนี้มานานเกือบสิบปี อาจารย์ยังชื่นชมว่าข้าทำงานได้เรียบร้อยรวดเร็วแม่นยำ จนเสนอให้ข้าเลื่อนเป็นยมทูตตัวจริงก่อนกำหนดเวลาข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้าผิดพลาดตรงไ
ตอนพิเศษห้าไข่มุกจันทราพวกเราติดตามข่าวคราวของไข่มุกจันทราที่โดนขโมยออกจากพรรคมานานหลายเดือน กว่าจะสืบเจอก็พบว่าไข่มุกฯถูกนำมาเป็นของบรรณาการให้กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแล้วเมื่อของสำคัญเข้าไปอยู่ในวังหลวง การเข้าไปนำกลับออกมายิ่งยากเย็นมากขึ้น พวกเราต้องคิดแผนหาวิธีกันอย่างละเอียด จนสืบได้ข่าวมาว่าไข่มุกจันทราถูกส่งมอบให้เป็นของขวัญแก่ฮองเฮา ดังนั้นยามนี้ไข่มุกจันทราจึงน่าจะอยู่ในตำหนักฮองเฮาข้าส่งคนลอบเข้าไปสืบหาจนพบว่าไข่มุกจันทราถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บของล้ำค่าซึ่งอยู่ด้านข้างของตำหนักฮองเฮา พวกเราวางแผนจะลอบเข้าไปชิงของสำคัญของพรรคฯออกมา โดยข้าซึ่งเป็นประมุขพรรคสุริยันจันทราคนปัจจุบันจะเป็นคนเข้าไปด้วยตนเองแผนการราบเรียบสำเร็จโดยดี ข้าเกือบจะได้ไข่มุกมาอยู่ในมือแล้วหากมิใช่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาเห็นพอดี นางร้องตะโกนเสียงดังจนองครักษ์และทหารรู้ตัวบุกเข้ามาค้นหาไปทั่วตำหนักข้าจำเป็นต้องหนีไปหลบซ่อนตัวในห้องๆหนึ่ง เพราะบาดเจ็บจากการต่อสู้กับองครักษ์ซึ่งมีฝีมือมากพอตัว
“เพียงแค่ยอมแพ้ ไม่เสียเกียรติท่านพี่ขนาดนั้นหรอกนะเพคะ” ฉันยังคงยั่วยวนไม่หยุด“น้องไม่เรียกร้องมากมายแน่นอน” จบคำนั้น อ๋องหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่ร่างสวยของฉันทันที“น้องจะเรียกร้องมากเพียงใดพี่ก็มอบให้ได้ทั้งหมด” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาก่อนจะตะโบมขยำขยี้เต้าทรวงอิ่มอย่างสุดกลั้น ริมฝีปากหยุดพูดพอดีกับที่อ้าดูดกลืนเม็ดบัวด้วยความคลั่งไคล้ฉันถอยไปพิงหน้าต่างด้วยไม่อาจต้านทานแรงที่โน้มลงมาจนยืนไม่อยู่“น้องช่างทำให้พี่คลั่งไคล้ไหลหลงจนพี่หักห้ามตัวเองไม่ได้อีกแล้ว”“ก็ไม่ต้องหักห้ามใจสิเพคะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ฉันยังคงยั่วเย้าไม่หยุด จนชายหนุ่มไม่รั้งรอโอบอุ้มร่างงามไปโลมไล้บนเตียงจนเสียงครางดังก้องไปทั่วห้อง“น้องต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองนะน้องหญิง” เสียงครางต่ำของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากบรรเลงเพลงรักเป็นรอบที่สาม และสี่ต่อๆกันตอนพิเศษสี่ถิงเกอเกอนั
ตอนพิเศษสามข้างหน้าต่าง จังหวะที่เขาเงยหน้าเพื่อเปลี่ยนท่าทางก็สบเข้ากับดวงตาตื่นตระหนกของฉันเข้าอย่างจัง เขาผงะลุกขึ้นจากร่างเปลือยของฉันเหมือนโดนของร้อน สีหน้ามองไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร ยามนี้ฉันลังเลใจว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายก็ตัดสินใจหาความสุขอย่างไม่สนใจใคร “ทำต่อดีหรือไม่เพคะ” ฉันเอ่ยเชิญชวนด้วยสายตายั่วเย้า “หม่อมฉันอยากรู้สึกดีด้วยตนเองไม่ใช่ในฝัน” ฉันลูบไล้ทรวงอกสวยยั่วยวนจนได้ยินเสียงเขากัดฟันรุนแรง&n
บทที่ยี่สิบเอ็ดหลับลึกข้าอ้าปากเลียตุ่มปทุมแข็งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเข้าข้างตนเอง ลิ้นเย็นโลมไล้หยอกเย้าจนนางร้องครวญครางดังขึ้น“อา...อือ...”&n
บทที่ยี่สิบสองกระต่ายน้อยฉันรีบเดินไปดูเจ้ากระต่ายน้อยทันที โอ๋...ท่าทางยังบาดเจ็บอยู่ โชคดีที่ฉันยิงไม่แม่นนัก จึงน่าจะโดนเพียงส่วนขาเท่านั้น น่
บทที่สิบแปด ล่าเสือขบวนขี่ม้าเงียบๆอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ทหารด้านหน้าจะส่งสัญญาณว่ามีสัตว์ใหญ่ อ๋องหนุ่มลงจากม้าขยับกายย่องเข้าไปช้าๆ ฉันคืบคลานตามหลังอย่างลุ้นระทึก องค์ชายสี่ขยับตามมาประกบข้างหลังฉันติดๆเหมือนไม่อยากให้คลาดสายตา 
บทที่สิบหก เมาแล้วรั่วอ๋องชิงหนานเช็ดหน้าที่แดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา อดคิดในใจไม่ได้ว่าใบหน้านี้งดงามนัก ต้องยอมรับว่านางเป็นหญิงสาวที่งามที่สุดในบรรดาหญิงสาวที่เขาเคยพบเจอมา แต่ความงามกลับเป็นเหมือนยาพิษซึ่งเขากลัวที่จะต้องลิ้มลอง&







