Mag-log inนลินธาราสาวอีสานครึ่งคนครึ่งนาคทะลุมิติไปอยู่ในยุคจีนโบราณ ซ้ำยังได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ให้แต่งงานกับแม่ทัพอัปลักษณ์แดนบูรพา เช่นนั้นแล้วเธอจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อจากนี้ดี เนื้อเรื่องอ่านสบาย ๆ ค่ะ มีภาษาอีสานบ้างประปรายแต่ไรต์มีคำแปลให้นะคะ ใครชอบของแปลกนิด ๆ เชิญทางนี้เลยค่ะ เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของไรต์ทั้งสิ้นไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ หากผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ นลินธาราสาวลูกครึ่ง ครึ่งคนครึ่งนาค ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของหลิวหนิงเจียวในยุคจีนโบราณที่ไม่มีในประวัติิศาสตร์ เจ้าของร่างเดิมปลิดชีพตนเองในคืนวันแต่งงานเพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับหานตงหยางแม่ทัพปีศาจแดนบูรพาผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ หลิวหนิงเจียวคนใหม่จำต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับเขาเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่เป็นไรนางยังมีแหวนหยกรูปพญานาคที่สามารถหยิบอะไรออกมากินก็ได้ อีกทั้งน้ำลายของนางยังสามารถใช้รักษาแผลได้อีกด้วย
view moreสามเดือนก่อนทางด้านทิศตะวันออกของแคว้นซีเหลียงได้เกิดศึกสงครามขึ้นกับแคว้นเป่ยเอี้ยน แคว้นนี้ประกอบด้วยคนต่างเผ่ากว่ายี่สิบชนเผ่า ซึ่งเผ่าที่มีประชากรมากที่สุดหัวหน้าเผ่าจะได้ขึ้นปกครองแคว้น เดิมทีแคว้นเป่ยเอี้ยนมีกองทัพเพียงไม่กี่หมื่นนาย แต่เพราะหัวหน้าแคว้นมีความเก่งกล้าสามารถจึงเข้ายึดครองเมืองของแคว้นซีเหลียงทางชายแดนเหนือได้อีกห้าเมือง แต่เพราะความไม่รู้จักพอของหัวหน้าแคว้นและกองกำลังที่มีมากขึ้น หัวหน้าเผ่าจึงปลุกระดมสร้างขวัญกล้าให้กับทหารในแคว้นบุกเข้าโจมตีทางทิศบูรพาของซีเหลียงอีก แต่เหิงเป่าหัวหน้าแคว้นเป่ยเอี้ยนหารู้ไม่ว่าแม่ทัพแดนบูรพานั้นเก่งกาจเพียงใด เขาได้รับสมญานามว่าแม่ทัพปีศาจแดนตะวันออก
แม่ทัพปีศาจผู้ที่คอยปกป้องรักษาแดนบูรพาได้เป็นอย่างดี ย่อมไม่ยอมให้ใครมาตีเมืองไปอย่างง่ายดาย เขานำกองทัพทหารกว่าสิบหมื่นนาย สู้รบกับกองทัพทหารของแคว้นเป่ยเอี้ยนที่มีกำลังทหารกว่าเจ็ดหมื่นนาย และได้รับชัยชนะกลับมาอย่างสวยงาม ซ้ำยังเข้ายึดเมืองของแคว้นเป่ยเอี้ยนไปได้มากกว่าครึ่ง เมื่อเข้าสู่สภาวะจนตรอกเหิงเป่าไม่อาจนิ่งดูดายเพราะกลัวจะสูญเสียดินแดนทั้งหมดไป เขาจึงขอเจรจากับฮ่องเต้หงเฟยอวี่แห่งแคว้นซีเหลียงเพื่อสงบศึก และยอมส่งเครื่องบรรณาการมาที่เมืองหลวงของแคว้นซีเหลียงทุกปี ปีนี้เป็นปีแรก และอีกไม่ถึงครึ่งเดือนเครื่องบรรณาการทั้งหมดจะถูกส่งมาที่เมืองหลวง รวมถึงหญิงงามจากเผ่าเจี๋ยแห่งเมืองฮวยเป่ยด้วย
ขณะเดียวกันที่เมืองหลวงแคว้นซีเหลียงหลูกงกงกำลังปรนนิบัติฮ่องเต้ในห้องหนังสือ เขารวบรวมขวัญกล้ากล่าวออกแก่ฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมีความเห็นว่า แม่ทัพหานแห่งแดนบูรพามีความดีความชอบ ทำคุณแก่แผ่นดินอันใหญ่หลวง ฝ่าบาทควรมอบรางวัลใหญ่ให้แก่เขาดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้หงเฟยอวี่ละสายตาจากหนังสือ มือข้างหนึ่งเคาะลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิด เดิมทีขันทีชราก็เปรียบเสมือนที่ปรึกษาของฮ่องเต้อยู่แล้ว พระองค์จึงทำคล้ายกับว่าไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับคำกล่าวของขันทีคนสนิท ซ้ำยังรู้สึกคล้อยตามกับคำกล่าวนั้น แต่ไหนแต่ไรมาหานตงหยางทำคุณงามความดีให้กับบ้านเมืองมากมายจริง ๆ เช่นนั้นนอกจากเพชรนิลจินดาและไร่นาที่ฮ่องเต้พระราชทานให้แล้ว เขาควรพิจารณาเพิ่มรางวัลให้กับแม่ทัพแดนบูรพาอีกสักหน่อย “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
พอสบโอกาสขันทีชราจึงกล่าวออกอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “แม่ทัพหานก็เข้าสู่วัยที่ต้องมีครอบครัวแล้วแต่ยังไร้วี่แววว่าจะแต่งงาน เช่นนี้หากฝ่าบาทพระราชทานหญิงงามที่เหมาะสมให้แก่ท่านแม่ทัพสักคน จะเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” เหล่าขุนนางในเมืองหลวงและในเมืองเฉิงตูต่างทราบดีว่า แม่ทัพแห่งแดนบูรพาที่ทำความดีความชอบให้กับบ้านเมืองกลับมีข่าวที่ไม่ดีทางด้านสตรี จนไม่มีขุนนางคนไหนยอมทาบทามยกบุตรสาวให้ แม้แต่จวนสกุลเซี่ยที่มีข่าวคราวว่าเคยหมายมาดกันไว้ กลับยืดเยื้อออกไปถึงห้าปี กระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าสกุลหานกับสกุลเซี่ยจะเกี่ยวดองกัน กระนั้นก็ใช่ว่าฮ่องเต้จะปล่อยผ่านได้ อย่างไรแม่ทัพหานซึ่งเป็นเพียงบุตรชายคนเดียวก็ต้องแต่งภรรยาและมีทายาทสืบสกุล ไม่เช่นนั้นแล้วความเก่งกาจของเขาก็คงสิ้นสุดลงที่เขาเท่านั้น ช่างน่าเสียดายคนเก่งเช่นนี้นัก
“เจ้าคิดว่าผู้ใดคู่ควรกับเขามากที่สุด”
“กระหม่อมเห็นว่าสตรีในแคว้นซีเหลียงคงหวาดกลัวแม่ทัพหานกันหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ หากฝ่าบาทจะทรงเมตตา เรื่องนี้คงลำบากหญิงงามจากเผ่าเจี๋ยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อย่างไรเสียบรรดาสนมที่ถูกส่งเข้าวังหลวงก็ไม่ได้รับความสนใจจากฮ่องเต้อยู่แล้ว ถึงแม้ฮ่องเต้จะมีอายุเพียงสี่สิบปีเศษเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ให้สนมถวายงานพร่ำเพรื่อ ส่วนมากที่มีขุนนางมากมายส่งบุตรหลานของตนเข้าวังหลวง ฮ่องเต้ก็เพียงเลี้ยงไว้ให้เปลืองข้าวสุกเท่านั้น เช่นนั้นถ้าเสียหญิงงามจากเผ่าเจี๋ยที่ส่งมาเป็นเครื่องบรรณาการไปหนึ่งคนก็คงไม่นับเป็นอะไร
ดวงตาของฮ่องเต้กระตุกเล็กน้อย ก่อนใบหน้าจะเผยรอยยิ้มยินดีออกมา “เราเข้าใจแล้ว” หากปล่อยให้คนดีมีความสามารถอย่างหานตงหยางไม่มีทายาทสืบสกุลต่อไปคงไม่เป็นการดีแล้ว
หลูกงกงทำหน้าที่ของตนเสร็จสิ้นแล้วจึงกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ
สองวันต่อมารถม้าของหญิงงามจากแคว้นเป่ยเอี้ยนที่มีนามว่าหลิวหนิงเจียวที่เดินทางมากับสาวใช้เพิ่งเข้าเขตเมืองเฉิงตู ก็ได้รับพระราชโองการจากฮ่องเต้หงเฟยอวี่ให้เดินทางไปที่จวนสกุลหาน อีกทั้งฮ่องเต้ยังพระราชทานสมรสให้นางกับหานตงหยางแม่ทัพแดนบูรพาด้วย
หลังจากรับพระราชโองการหลิวหนิงเจียวก็หมดสติไปกว่าครึ่งชั่วยามพอตื่นขึ้นมาก็เอาแต่นั่งร้องไห้ในรถม้าอย่างเงียบ ๆ ตลอดทาง
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ เราใกล้จะถึงจวนท่านแม่ทัพแล้วนะเจ้าคะ” สาวใช้ข้างกายพูดเตือนสติหญิงสาวที่เอาแต่นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจปานจะขาดใจตายตรงนั้น
วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท
คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส
“ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ
หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย






Rebyu