LOGINนลินธาราสาวอีสานครึ่งคนครึ่งนาคทะลุมิติไปอยู่ในยุคจีนโบราณ ซ้ำยังได้รับสมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ให้แต่งงานกับแม่ทัพอัปลักษณ์แดนบูรพา เช่นนั้นแล้วเธอจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อจากนี้ดี เนื้อเรื่องอ่านสบาย ๆ ค่ะ มีภาษาอีสานบ้างประปรายแต่ไรต์มีคำแปลให้นะคะ ใครชอบของแปลกนิด ๆ เชิญทางนี้เลยค่ะ เรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของไรต์ทั้งสิ้นไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใด ๆ หากผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ นลินธาราสาวลูกครึ่ง ครึ่งคนครึ่งนาค ทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของหลิวหนิงเจียวในยุคจีนโบราณที่ไม่มีในประวัติิศาสตร์ เจ้าของร่างเดิมปลิดชีพตนเองในคืนวันแต่งงานเพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับหานตงหยางแม่ทัพปีศาจแดนบูรพาผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ หลิวหนิงเจียวคนใหม่จำต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับเขาเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่เป็นไรนางยังมีแหวนหยกรูปพญานาคที่สามารถหยิบอะไรออกมากินก็ได้ อีกทั้งน้ำลายของนางยังสามารถใช้รักษาแผลได้อีกด้วย
View Moreวันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท
คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส
“ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ
หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย
สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง
เดินเข้ามาในบ้านแล้วกลีบบัวจึงเอ่ยถามขึ้นอีก “พี่สะใภ้สร้างบ้านหลังนี้ไปทั้งหมดเท่าไรคะ บ้านสวยมากเลยค่ะ” “สองแสนห้าค่ะ รวมค่าช่างแล้ว” “ก็ยังแพงอยู่ดี แล้วบ้านทรงนี้เขาเรียกว่าทรงอะไรเหรอคะ เผื่อมีเงินฉันจะได้ให้พี่ลือทำบ้าง” “ทรงปั้นหยาคอนเทมพารารี่ค่ะ”
ละอองออกไปไม่นานบุญเทืองก็มาหาที่บ้าน ตอนนั้นเปลวยังเดินกลับมาไม่ถึงบ้านด้วยซ้ำ เขาสอดส่ายสายตามองหาละออง เมื่อไม่เจอจึงเดินเข้ามาในบ้าน เอ่ยถามว่า “อาภาอองอยู่ไหม” เขาเอ่ยถามเสียงห้วน หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้มาที่นี่ วันนี้เล่นไพ่จนสว่าง เขาจึงแวะมาหาละอองก่อนกลับบ้าน “ไม่อย
“ถ้าเอ็งมัวแต่กลัวอยู่อย่างนี้แล้วเมื่อไรจะเข้าใจกัน เอ็งไม่สงสารลูกมันบ้างเหรอ ร้องไห้หาแม่เกือบทุกวันมาหลายเดือนแล้วนะ” ทุกครั้งที่หลานร้องไห้ หัวใจเธอแทบแตกสลายด้วยซ้ำ “แล้วผมไม่สมควรกลัวเหรอครับแม่ เขาทิ้งผมไปตั้งกี่ครั้ง แล้วทุกครั้งเขาเคยสนใจความรู้สึกของผมบ้างไหม” ตอนกลับมาแรก ๆ

















![สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก (3p) – [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
reviews