로그인เมื่อพนักงานสาวยุคปัจจุบันอย่างเธอต้องทะลุมิติเข้าไปในอดีต มันก็ดีถ้าได้ทะลุมิติไปเป็นนางร้ายผู้แสนร่ำรวย แต่นี่! ฉันทะลุมิติมามีสามีเป็นยาจก ให้ตายเถอะสวรรค์!!! กลั่นแกล้งกันเกินไปแล้ว เพราะความบังเอิญที่ปรากฎตัวต่อหน้าบุรุษผู้นนั้น เพราะเขาพบเห็นนางเป็นคนแรก เป็นเหตุให้คนตั้งคู่ต่อร่วมผูกผมเคียงคู่กันในกระท่อมทรุดโทรมท้ายหมู่บ้าน สามียาจกผู้แสนเกียจคร้านกับภรรยาสาวยุคปัจจุบันที่ต้องหาเงินเลี้ยงชีพ ทว่านับวันไปแล้วสามียาจกผู้เกียจคร้านของนางยิ่งทำตัวคล้ายมีความลับที่ปิดซ่อนไว้ไม่อาจบอกให้นางได้รับรู้ ยิ่งนางพยายามหาคำรอบ เขาก็ยิ่งเหยียบมันไว้ใต้ดิน อาซานแท้จริงท่านมีภรรยาแล้วใช่หรือไม่!!?
더 보기แก๊งหนุ่มหล่อวิศวะโยธา ของมหาลัยชื่อดัง เจเจ เอเดน วิคเตอร์ เลโอ
"รีบเลยพวกมึงส่งงานเสร็จคืนนี้ไปแดกเหล้ากัน เดี๋ยวไปอาบน้ำคอนโดมึงนะเจเจ" เลโอเร่งเพื่อนๆ "อืมได้" เจเจพยักหน้า “แต่กูต้องไปรับน้องที่โรงเรียน แล้วไปส่งที่บ้านก่อนวะ วันนี้พวกมึงไปรอที่คอนโดกูก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา" เจเจบอกเพื่อนๆ "ได้ไงไอ้สัส น้องมึงเรียนหญิงล้วนไม่ใช่เหรอ กูไปรับด้วย" เลโอพูดตามประสาคนอารมณ์ดี “ไอ้เวรเลโอนั้นมันเด็ก" เอเดนพูดขึ้นขำเพื่อน "เออเด็กก็จริงเล็งไว้ก่อนเดี๋ยวมันก็โตเอง" เลโอตอบ "มึงอ่ะเอาไง? วิคเตอร์" เอเดนหันมาถาม "ไปก็ได้แล้วแต่พวกมึง" วิคเตอร์ตอบหน้านิ่งๆ "งั้นไปกัน" ณ โรงเรียนสตรีหญิงล้วนชื่อดังแห่งหนึ่ง “เอเดนโทรหาเฌอรีนดิ๊" เจเจหันไปบอกเอเดน "เคๆ โทรหาแป๊บหนึ่ง อ้าว! เฌอเป็นอะไรโทรไม่ติดเลย" เอเดนบ่นพึมพำ "เหมือนเดินแบตหมดแน่เลย ไม่เคยจะเตรียมพร้อม เอาไงละทีนี้ เอเดนนายลงไปยืนดิ น้องออกมาจะได้เห็น" เจเจบ่นน้องเสร็จ ออกคำสั่งเสียงเรียบ "ได้ไงล่ะพี่เจเจ ลงไปหมดนี่แหละ มึงลงมาเลยเลโออยากจะมาส่องสาวไม่ใช่เหรอ" เอเดนลากเลโอลงมา สี่หนุ่มลงมายืนพิงข้างรถ หน้าโรงเรียนสตรีหญิงล้วน สายตาสาวๆ เป็นร้อย มองมากันใหญ่ “กูเริ่มเขินแล้ว พวกเราดูโดนเด่นเกินไปรึเปล่าวะเลโอ" เอเดนกระซิบถามเลโอ "กูว่ามากเลยตอนนี้ กี่ร้อยสายตามองมาเนี่ย" เลโอกระซิบตอบเอเดน วิคเตอร์ดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบ "เฌอรีนนะเฌอรีนอยู่ไหนวะ" เจเจเริ่มหงุดหงิดบ่นน้อง "ตายแล้วดูนั่นสิเท่เป็นบ้าเลย พวกพี่เขามารอใคร?" สาวๆ จับกลุ่มคุยกัน "หนุ่มวิศวะด้วยใส่เสื้อช็อปโคตรเท่เลย หล่อทุกคนเลยด้วย ถ้าให้ฉันเลือก เลือกไม่ได้เลยแก มัดรวมมาเลยจ้า ได้หมด พูดเลยว่าได้หมด" เสียงพูดคุยถึงหนุ่มๆ ดังอื้ออึง "อะไรกันเหรอเสียงดังอะไรกัน เขากรี๊ดกร๊าดอะไรกัน" เฌอรีนเดินลงมาจากตึกเรียน งงๆ "หน้าโรงเรียนโน่นไงเฌอรีน" เพื่อนเธอชี้ไป เฌอรีนเขย่งเท้าดู "เฮ้ย! มาทำไมกันวะ?" "อะไรเฌอแกรู้จักเหรอ" เพื่อนเธอหันมาถามอย่างแปลกใจ "เออ ดิ ก็พี่ชายฉันไง" "คนไหนพี่แก" "สองคนนั้น" "แมร่งคนไหนวะเฌอ หล่อทุกคน" "พี่เจเจคนที่ใส่แว่นกันแดด พี่เอเดนคนที่กำลังคุยโทรศัพท์" พูดเสร็จเฌอรีนรีบวิ่งไป "ฉันไปก่อนนะ" "เดี๋ยวดิวะ แล้วคนที่สูบบุหรี่ใครวะเฌอหล่อตายไปเลยคนนั้น" เฌอรีนไม่ตอบเพื่อนละ รีบวิ่งไปหาพี่ๆ ตึก! ตึก! ตึก! "เดี๋ยวหยุดเฌอรีน เธอจะไปไหน?" คุณครูยืนอยู่หน้าประตูดึงเธอไว้ เพราะออกมาดูว่าเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดอะไรกัน "นี่อย่าบอกนะว่าผู้ชายกลุ่มนั่นมารับเธอ" ใช่ค่ะคุณครู เขาเป็นพี่ชายหนูค่ะ" "พี่ชายเหรอ?" "ใช่ค่ะ" "เรียกมาคุยกับครูหน่อยสิ" "ได้ค่ะ" เฌอรีนกดโทรศัพท์จะโทรหาพี่เจเจแต่ทว่า... "แหะแหะ ครูขาโทรศัพท์หนูแบตหมด" แต่เธอเห็นพี่เจเจหันมามองพอดีเลยรีบกวักมือเรียก "พี่เจนั่นไงเฌอ ครูไม่ให้ออกมาแน่เลย กวักมือเรียกเรา" เอเดนเห็นเหมือนกันเลยสะกิดบอก "ไปดิ" เจเจเดินนำไปหาน้อง "คุณครูค่ะ นี่พี่เจเจกับพี่เอเดนพี่ชายหนูค่ะ" "สวัสดีครับคุณครู" "ผมมารับน้องครับ วันนี้ที่บ้านคนขับรถที่มารับน้องประจำ เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับ พวกเราเลยต้องมารับเฌอรีนแทนครับ" เจเจอธิบายสุภาพกับคุณครูของน้อง "งั้นไปเถอะ" "สวัสดีค่ะคุณครู/สวัสดีค่ะ" "แล้วพวกนี้เป็นอะไรกันจ๊ะไม่กลับบ้านกันเหรอ มามุงดูอะไรกัน" คุณครูหันไปดุกลุ่ม นักเรียนสาวๆ ที่มายืนจับกลุ่มกัน “คุณครูดุจังวะเฌอ" เอเดนเดินคุยกับเฌอรีน "ก็พวกพี่มายังบอยแบนยืนเด่นซะขนาดนั้น" “ก็เรานั่นแหละโทรไม่ติด อยากจะขยำหัวแกนักนะยัยน้องคนนี้" เอเดนมันเขี้ยว "แหะๆ จริงด้วยขอโทษค่ะ" “แล้วหนูจะนั่งยังไงมากันทำไมเยอะแยะ” เฌอรีนบ่นพี่ๆ "เลโอมึงไปนั่งหน้ากับพี่เจ" วิคเตอร์เปิดประตูขึ้นมานั่งเอเดนบอกให้เฌอรีนขึ้นไป เขาถือกระเป๋าให้น้อง "เฌอรีน" "ค่ะพี่เจ" "ทีหลังโทรศัพท์เช็กด้วยนะ" "แงแงพี่เจเจห้ามดุ" คนตัวเล็กเริ่มหน้างอแล้ว เจเจออกรถ "เฮ้ย! เวรแล้ว" เลโอตะโกนขึ้นมา "อะไรวะเลโอ อาจารย์เดือนlineมา" "ว่าไง" "แกบอกว่ากูลืมใส่เอกสารไปหนึ่งอย่าง" เลโอตอบเสียงเบา "เวรไอ้เชี่ยเลโอ" เอเดนบ่นเพื่อน "เจเจมึงกลับรถเลย" เลโอรีบพูด "เออไอ้เวรเลโอต้องกลับไปมหาลัยอีก" เจเจบ่นยับ "อะไรของพวกพี่ แล้วหนูจะถึงบ้านกี่โมง?" เฌอรีนบ่นพี่ๆ "โทษทีนะเฌอ" เลโอยิ้มแห้งๆ ให้เธอ "เดี๋ยวพี่เลี้ยงไอติมนะ เอาเป็นว่าอยากกินอะไรเลี้ยงหมดเลยดีไหม" เฌอรีนยิ้มเจ้าเล่ห์ "ดีค่ะ" คนที่ไม่ได้ยินเสียงพูดเลยตั้งแต่เธอขึ้นรถมาคือพี่วิคเตอร์เขานั่งเงียบๆ มองคนตัวเล็กบ้างเป็นบางครั้งที่นั่งยุกยิกๆ อยู่ข้างๆ เขา "เลโอมึงบอกอาจารย์เดือนไปดิ ว่าพวกเรากำลังรีบไปไม่เกิน20นาที" เจเจหันมาออกคำสั่ง "เออกู บอกแล้ว" "เมื่อกี้เพื่อนๆ หนูกรี๊ดพวกพี่กันใหญ่เลย พรุ่งนี้คงมีแต่คนมารุมถามหนู" เฌอรีนพูดขึ้นมาใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "เพื่อนเรามีใครสวยๆ บ้างอ่ะ" เลโอรีบถาม "อืม" เฌอรีนทำท่าคิด "เยอะเลยค่ะ" "เหรอใครถามถึงพี่ บอกไปนะว่าพี่โสดนะเฌอ" เลโอรีบบอก "ได้ค่ะ" “โอ๊ย!เฌอรีนน้องรัก” เลโอหันมาชมทันที "ว่าแต่พี่เลโอพอจะมีสักสองพันไหมคะ" เอเดนขำก๊าก "ถ้าพี่ๆ ให้หนู คนละสองพันหนูจะเอาเบอร์โทรมาให้ค่ะ" "ยังไงละมึงเจอเฌอรีด" เอเดนพูดพร้อมขำ "ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้างสิคะ" วิคเตอร์แอบยิ้มกับความซ่าของเฌอรี “พี่เจเจไอพอดหนูพังแล้ว ขอใช้ของพี่หน่อยได้ไหมคะ" "พี่ไม่ได้เอามาอยู่ที่คอนโด" "เอาของพี่ไหม?" วิคเตอร์หาไอพอดให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เฌอรีนเพิ่งได้ยินเสียงเขาตั้งแต่ขึ้นรถมา เขาพูดน้อย นิ่งๆ เงียบ หน้าหล่อๆ ของเขาแววตาของเขาทำเฌอรีนรู้สึกใจเต้นแปลกๆ เวลาสบตาคมๆ คู่นั้น แฝงแววดุ เฌอรีนเลยไม่ค่อยกล้าคุยกับเขา “อ้าว! วิคเตอร์มันมาด้วยเหรอวะ กูคิดว่ามึงลืมมันไว้ที่โรงเรียนเฌอซะอีก" เลโอพูดแซวขึ้น "เออกูนั่งอยู่นี่ไอ้เชี่ย เลโอ" วิคเตอร์ตอบกลับกวนไปเช่นกัน เลโอขำกวนประสาทเพื่อน “พี่เอเดนเดี๋ยวพวกพี่จะไปไหนต่อกันเหรอคะ?" "ไปร้านkkไปกินเหล้า" "อีกละ เมาแล้วอย่าขับรถกันนะคะ" "ครับคุณหนูเฌอ" "เดี๋ยวเราเรียนขับรถแล้วก็ทำใบขับขี่พอพวกพี่เมาโทรตามเลยให้คุณเฌอไปรับ" เอเดนพูดหันมายักคิ้วให้เฌอรีน "เกี่ยวอะไรกับหนู พี่ไม่มีแฟนกันบ้างเหรอ หาแฟนดิแฟนจะได้ไปรับ" "...." "แล้วถ้าเรามีแฟนละเฌอ แฟนเรากินเหล้าได้ไหม?" เลโอถามขึ้นมา "อืม ได้บ้างแต่ไม่เยอะนะ" "สูบบุหรี่ได้ไหม" เลโอถามต่อ "ไม่ได้ค่ะไม่ชอบเหม็น" คนตัวโตที่นั่งข้างๆ ขยับนิดหนึ่งเพราะเขาเพิ่งสูบบุหรี่มา "แล้วถ้าเจอเราตอนที่เขาสูบไปแล้วละ" เลโอยังถามอีก "ก็ต้องเลิกไงคะ" "เลิกบุหรี่" "ใช่ค่ะเลิกบุหรี่สิ" "พี่ว่าเขาเลิกกับเฌอ” หึหึ เอเดนพูดเสร็จขำ เจเจก็ขำ "พี่เดนพี่เจ ไม่อยากคุยด้วยแล้ว" เฌอรีนบ่นพี่ๆ เจเจเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าตึกคณะ พี่สามคนวิ่งกันไปในตึก เหลือเฌอรีนกับพี่วิคเตอร์ สองคนเธอยืนงงๆ อยู่ข้างรถ วิคเตอร์เดินอ้อมมาหาเธอ "ไปหาที่นั่งก่อนไหมน่าจะใช้เวลานาน"จวนชินอ๋องตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ยามค่ำคืนมีแสงไฟส่องสว่างตลอดทั้งคืน เสมือนกำลังเตรียมตัวให้พร้อมกับบางอย่างไฉ่หงส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร”บุรุษผู้นี้ไม่มีความพอดีเอาซะเลย ตั้งแต่รู้ว่าในท้องของนางมีเด็กตัวแดงอาศัยก็เฝ้าถามด้วยสายตาสงสารตลอดว่าเด็กจะออกมาเมื่อไหร่นางมิใช่สุนัขที่ต้องตั้งท้องสองเดือนแล้วออกนะเฟยหลงชินอ๋องพยักหน้า ทว่าไม่ได้ช้อนตาขึ้นมองนางหากแต่กำลังจดจ้องอยู่ที่หน้าท้องกลมใหญ่“เขาอึดอัดหรือไม่” มนุษย์อาศัยอยู่ในนั้นได้นานเพียงนี้เชียวหรือ“ไม่รู้ แต่มารดาอึดอัด” ไฉ่หงเบะปากเจ้าเด็กตัวแดงนี่พอหิวก็โวยวายถีบท้องนางจนจุก พออิ่มแล้วก็นอนสบายใจจนใจหาย ช่างเหมือนสามีผู้นี้ไม่มีผิด!เอาแต่ใจ!“เขาเหมือนท่าน”“……” เฟยหลงชินอ๋องเขาเงียบไปพักหนึ่ง จ้องคนบนเตียงอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดว่าหลังคลอดลูกแล้ว เขาจะช่วยนางอบรบสั่งสอนลูกให้เป็นคนดีเอง เกรงว่าหากไม่เป็นเช่นนั้นคงมีนิสัยไม่ต่างจากมารดาแน่ แค่นางคนเดียวก็เกินจะรับมีไหวแล้ว“มานั่งนี่” ไฉ่หงตบมือลงเตียงที่ว่างข้
หลังปีใหม่ผ่านพ้นไปดูเหมือนอากาศจะเย็นลงทุกพื้นที่ยามพลบค่ำและรุ่งสางมีหมอกแผ่ปกคลุมขึ้นมา ยามลมพัดโชยมาเห็นได้ว่าวันนี้คงเป็นวันที่หนาวเย็นที่สุดในฤดูกระมัง เฟยหลงชินอ๋องยืนหลับตาเหม่อลอยหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อนปลายฤดูใบไม้ผลิอีกตามเคย“สามี..”สองคำเรียกสั้นๆ นั้นทำให้เขาปรือตาขึ้น เหลียวตัวหันกลับไปมอง ทั่วหล้านี้จะมีผู้ใดเอ่ยเรียกเช่นนี้นอกจากนางเฟยหลงชินอ๋องเลิกคิ้วมองสองมือน้อยที่แบออกมา“ขวัญถุง”ขวัญถุง? ตัวเขายังจะมีเบี้ยอะไรติดตัวอีกเล่า ทุกอย่างล้วนมอบให้อยู่ในมือนางแล้วเขาเอื้อมมือไปกอบกุมฝ่ามือเย็นเฉียบไว้ออกแรงถูกเบาๆ ให้เกิดความร้อน “ยามนี้สามีเองไม่ต่างจากยาจกผู้หนึ่งแล้ว ถึงแบบนั้นอยากได้อะไรก็เอ่ยปากมาย่อมให้ภรรยาได้”“อยากได้อาหลง…ได้หรือไม่”ไฉ่หงถอนหายใจ ก่อนปล่อยมือเปลี่ยนเป็นคล้องกอดแขนชินอ๋องพร้อมบ่นพึมพำ “ท่านนี่นะซื่อบื้อยิ่งนัก”ผู้ใดจะกล้าเอ่ยบอกด่าชินอ๋องหากไม่ใช่ไฉ่หง“ผู้ใดได้ยินจะถูกครหาเอาได้” ชินอ๋องชะงักเอ่ยห้ามปราบ ยามอยู่ในห้องนางจะเรี
ไฉ่หงเพิ่งลืมตาตื่น ค่อยข้างสะลึมสะลือ ร่างทั้งร่างบังเกิดความปวดเหนื่อยส่วนที่เจ็บที่สุดคงเป็นศีรษะ นางไม่มีแต่เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นจากเตียง“ชินหวางเฟย”ชิงชิง?น้ำเสียงเล็กแหลมเช่นนี้จะเป็นใครไปได้อีก ไฉ่หงปรายตามองเห็นร่างเล็กของสาวใช้ข้างกายฉุกละหุกวิ่งออกไป ได้ยินแจ่เสียงตะโกนว่า ‘ชินหวางเฟยพื้นแล้ว’ ดังไม่ขาดสาย“ชะ ชิง ชิง” ทว่าบอกเอ่ยปากเรียกน้ำเสียงนางกับแหบแห้งประหนึ่งปลาขาดน้ำครั้นตั้งสติได้ เมื่อคืนนางฝัน คล้ายรู้สึกว่าเป็นความฝันที่เหมือนจริงเกินไป ทั้งความเจ็บปวด ทั้งความเสียใจ ยามนี้แม้กระทั่งนึกถึงขอบตากับร้อนผ่าว น้ำตาจะไหลออกมาได้ทุกเมื่อหรือแต่จริงแล้วนั่นคือเจ้าของร่างก่อนที่นางจะมานางชื่อซูเม่ยมองค์หญิงแคว้นล่มสลายมารดาเป็นสนมขั้นเฟย บิดาเป็นฮ่องเต้พี่สาวต้องพระราชสมรสเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้นเพื่อให้รอดพ้นจาะสถานการณ์บ้านเมือง เสด็จแม่ทรงทำทุกวิธีทางเพื่อให้ท่านพี่ได้ตบแต่งออกไป แล้วข้าเล่า….จนหนึ่งปีให้หลังแคว้นล่มสลาย บุรุษถูกประหารไม่เว้นส่วน
“มันตัวใดขวางทางก็ฆ่าทิ้งซะ”ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้เป็นซื่อจื่อรนหาที่เองเพียงประโยคนี้ประโยคเดียวของชินอ๋องก็เพียงพอแล้ว องค์รักษลับล้วนพยักศีรษะเข้าใจเฟยหลงชินอ๋องชินยืนอยู่หน้าท้องพระโรง สวมเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกยามมีสายลมเย็นโชยมาก็บิดพริ้วปลิ้วไสว ทั้งใบหน้านิ่งเย็นยะเยือก นัตย์ตาสีน้ำหมึกดุจมัจจุราชก็ไม่ปานทหารกบฎเห็นเฟยหลงชินอ๋องปรากฎกายเบื้องหน้า ตัวพลันหวั่นหวาดกลัวเพราะความสามารถของอีกฝ่ายอยู่ลึกในใจ “ท่านอ๋อง...เฟยหลงชินอ๋อง ทรงกลับไปเถอะขอรับ สายเกินไปแล้ว” แม้น้ำเสียงช่วงแรกจะตะกุตะกะหากแต่ช่วงหลังเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท้ายที่สุดแล้วบังลังก์มังกรก็ตกเป็นของซื่อจื่อ เป็นหลานของสกุลหลี่อยู่ดี“ถอยไป!” เฟยหลงชินอ๋องแค่เสียงฮึออกมาจะไม่หลีกบิดาแน่ใจแล้วหรือ เขาเบี่ยงเบนสายตาส่งสัญญาณไปยังโม่เหวินก่อนที่อีกฝ่ายจะชักคมดับออกจาฝักเดินก้าวขุมก็ตะบันคอกบฎหลุดออกจากบ่าไม่มีขอกาสได้ร้องขอชีวิตทหารรักษาหน้าประตูห้องพระโรงขาดความระมัดระวังมาก ไม่นานก็มีเสียงดาบครืนเคร้งปะทะกัน กลิ่นเลือดคละคลุ้งตามอากาศชวนอ้วกแต
ใจของชินอ๋องพลันเต้นแรงระทึกไม่หยุด เลือดในกายไหลเวียนพลุ่งพล่าน เฟยหลงชินอ๋องอดคิดในใจไม่ได้ว่า หรือนี้คืออาการกลัวเมียอย่างที่เคยได้ยินรึ“แน่รึ เช่นนั้นก็ดี”เป็นประโยคคำถามที่ถามขึ้นเอง และตอบเองน่าทึ้งนายท่านเป็นอะไรไป เหตุใดถึงทำตัวคล้ายคนกระทำผิด โม่เหวินรับใช้ข้างกายชินอ๋องมาตลอด เห็นเจ้าน
ไฉ่หงรู้สึกปวดหนึบในใจจากคนเสเพลที่ไม่เอาไหนจะต้องมาจับดาบปกป้องพี่ชายจากบิดาแท้ๆ วันนี้ยังต้องคอยดูแลปกป้องบังลังก์และคนทั้งจวนอีกแท้จริงแล้วเขาโดดเดี่ยวมาตลอด“จวนชินอ๋องร่ำรวยมากแค่ไหนรึ” นางเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบได้ยินเสียงของนาง เฟยหลงชินอ๋องลืมตาขึ้นช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดอย
เฟยหลงชินอ๋องพยักหน้า ถามกลับว่า “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีใครมาทำอะไรกวนใจหรือไม่”“ยังจะมีผู้ใดกล้าอีก” ไฉ่หงหลุดหัวเราะออกมา เมื่อวานนี้สตรีหลังจวนต่างถูกโบยจนบาดเจ็บหนักเสียขนาดนั้นยังจะมีผู้ใดกล้าหาเรื่องนางอีก หากมีครั้งหน้านางจะปล่อยให้ตนถูกรังแกโดยง่ายรึยามนี้นางยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะหลุม
เฟยหลงชินอ๋องพลิกตัวลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เข้าท้องพระโรงตั้งแต่ฟ้าสางตอนก่อนออกจากเรือนยังกำชับโม่เหวินให้อยู่จวนคอยจัดการให้เรือนร้อย หากนางอยากจัดการเรื่องใดย่อมได้“ดูเอาเถอะ บัดนี้มีสตรีที่โปรดปรานแล้วคราต่อไปจะปรี่ตัวออกมาหาเจิ้นคงยากเต็มที”เฟยหลงชินอ๋องไม่ได้กล่าวอันใด ป






리뷰