เข้าสู่ระบบ“เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วนค่ะ แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ยกเลิกได้นะคะ”
แพรพิชชาหลบสายตาชายหนุ่ม เธอไม่ต้องการไปไหนกับเขาตามลำพังโดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ ยิ่งรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากเธอแล้วก็ยิ่งต้องระวังตัวให้มากขึ้น “สะดวก... สะดวกสิ” โลกันตร์แสดงอาการดีใจพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร “ถ้างั้นเราไปเถอะค่ะ หนังจะเริ่มแล้ว” แพรพิชชาเดินนำเข้าไป ที่นั่งที่ดีที่สุดในโรงหนังถูกจับจองโดยโลกันตร์ เขาต้องการให้แพรพิชชาประทับใจในตัวเขามากที่สุด “เชิญนั่งครับ” “ขอบคุณค่ะ” แพรพิชชาคลี่ยิ้มมีความสุข แม้ใบหน้าหวานจะยิ้มกลบเกลื่อนพยายามเก็บอาการไว้ ทว่าหัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกประหลาดเลี่ยงไม่ได้ว่า เธอกำลังปันใจให้เขาอยู่ ไม่นาน… พอทั้งสองดูหนังเสร็จ แพรพิชชารีบชวนเขากลับบ้านโดยพลัน แม้ลึก ๆ จะแอบปันใจให้เขาอยู่บ้าง แต่ยังคงรักษาระยะห่างไม่ให้ความไว้ใจในตัวโลกันตร์ “งั้นเราแยกย้ายกันตรงนี้เลยนะคะ” แพรพิชชาพูดออกไปแบบนั้น ทว่าหัวใจไม่ได้ต้องการแบบนั้นเลย เธอเองก็รู้สึกสับสนอยู่ไม่น้อย “ให้ผมไปส่งคุณนะครับ ผมว่าง” “แต่ว่า…” หญิงสาวไม่รู้ว่าจะหาคำแก้ตัวอย่างไร เมื่อสายตาคู่สวยมองชายตรงหน้าที่ยังคงแสดงความจริงใจให้เธอเห็นอย่างต่อเนื่อง และคราวนี้หญิงสาวตอบตกลงไป “ก็ได้ค่ะ!” ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มก่อตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างที่โลกันตร์ตั้งใจไว้ เขาต้องการให้เธอไว้ใจ และมอบความรักให้เขาหมดทั้งหัวใจ เพียงไม่นานรถหรูก็จอดนิ่งอยู่หน้าบ้านของคนตัวเล็ก “ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง ถ้าคุณไม่รีบเข้าไปจิบกาแฟในบ้านก่อนก็ได้นะคะ” พอต้องแยกทาง อีกใจก็อยากรั้งเขาให้อยู่ต่อ แพรพิชชาที่นั่งเงียบมาตลอดทางจึงตัดสินใจพูดออกไป “ก็ดีครับ” โลกันตร์ยิ้มร้ายเข้าตามแผนการที่วางไว้ ในที่สุดเขาก็ได้นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้าน หลังจากที่เขาขยันอาสามาส่ง เธอก็เชิญชวนเขาเข้าบ้านเพื่อมาดื่มกาแฟ โลกันตร์สังเกตไปรอบ ๆ บ้านที่เงียบสงัด เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนของทุกคน “กาแฟค่ะ” แพรพิชชาวางเครื่องดื่มก่อนจะนั่งลงตรงข้าม “บ้านสวยมากเลยนะ” เขาเอ่ยชมเพื่อหาเรื่องคุย “พอดีพ่อฉันเป็นคนออกแบบนะคะ ท่านชอบสไตล์นี้มากเลยค่ะ” แพรพิชชาเริ่มเล่าถึงความชอบของพ่อเธอ โลกันตร์นั่งฟังเธอ เขาทำทีเป็นให้ความสนใจ และตื่นเต้น ทั้งที่ความเป็นจริงแทบอยากจะอาเจียน “แล้วพี่ชายคุณล่ะ เอ่อ... ผมหมายถึงพี่น้องของคุณนะมีหรือเปล่าครับ หรือว่าคุณเป็นลูกคนเดียว” เขายิงคำถามหลังจากที่เธอพูดจบ “ฉันไม่มีน้องค่ะ มีพี่ชายสองคน พี่ชายคนโตของฉันไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนพี่ชายคนรองน่าจะยังไม่กลับ ขานั้นกลับบ้านดึกเป็นประจำ” โลกันตร์ตั้งใจฟัง “เท่าที่ฟังมาผมว่าพี่ชายคุณน่าจะหวงคุณมากแน่ ๆ เลย มีน้องสาวสวยขนาดนี้” ไม่วายที่เขาจะหยอดคำหวานใส่เธอ “ไม่ขนาดนั้นหรอก พวกเขาแค่ใจดีกับฉันมาก ไม่เคยดุฉันเลย” เธอยิ้มสดใส เมื่อนึกถึงเวลาที่พี่ชายต่างตามใจเธอ และรุมมอบความรักใคร่ห่วงใยเธอ ‘ดีแต่กับเธอ แต่ทำชั่วกับคนอื่น’ โลกันตร์คิดในใจ “แล้วทำไมคุณไม่ฝึกงานกับบริษัทของที่บ้านคุณล่ะ?” โลกันตร์แสร้งถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ “อันที่จริงพ่อกับพี่ชายฉันก็อยากให้เป็นแบบนั้นค่ะ แต่ฉันไม่อยากให้คนอื่นมองว่าฉันใช้เส้นสายในการทำงาน อยากค้นหาประสบการณ์ด้วยตัวเองมากกว่า” เธออธิบาย โลกันตร์พยายามชวนเธอคุย เขาถามสัพเพเหระเพื่อเก็บข้อมูลของศัตรูให้ได้มากที่สุด เขายิ้มย่องกับตัวเองที่ทำให้เธอตายใจได้ง่ายกว่าที่คิด “อือ คุยกับคุณนี่สนุกดีเหมือนกันนะเอาเป็นว่าวันหลังให้โอกาสผมได้คุยกับคุณอีกนะครับ” “เอ่อ ฉันไม่ได้คุยสนุกขนาดนั้นหรอกนะคะ ระดับคุณแล้วคงมีคนที่คุยสนุกกว่าฉันอีกตั้งเยอะ” แพรพิชชาแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ โลกันตร์ยิ้มหวานสบตาเธอ “สำหรับผมแล้ว คุณดีที่สุด ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนจนได้พบกับคุณ” แพรพิชชาหลบสายตาด้วยความขวยเขิน โลกันตร์อมยิ้ม “ผมว่านี่ก็ดึกมากแล้ว คงต้องขอตัวกลับก่อน” ชายหนุ่มมองนาฬิกาพร้อมจะตัดบทสนทนา ก่อนที่จะยืดยาวไปมากกว่านี้ และเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการมากกว่าการอยู่เฝ้าแพรพิชชาตลอดทั้งวัน “เดี๋ยวฉันเดินออกไปส่งค่ะ” “ขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ” เขากล่าวขอบคุณเธอก่อนจะเดินขึ้นรถไป “ขับรถดี ๆ นะคะ” แพรพิชชาโบกมือให้รถที่กำลังเคลื่อนตัวออกไป รถของโลกันตร์แล่นออกไปสวนกับรถยนต์หรูอีกคันที่แล่นเข้ามาพอดิบพอดี “น้องแพร...เมื่อกี้รถใคร?” พี... บุตรชายคนกลางของเจ้าสัวบดินทร์เค้นเสียงถามน้องสาว หลังจากที่ก้าวลงจากรถแล้วพบว่าแพรพิชชายืนอยู่ ถ้าให้เขาเดาคนอย่างแพรพิชชาคงไม่ได้มายืนรอเขาอย่างแน่นอน “เพื่อนน้องแพรเองค่ะ พอดีเขาแวะมาส่ง” “ว่าแต่พี่พีเถอะ ทำไมเพิ่งกลับ?” เธอย้อนถามพี่ชายก่อนจะเอาหน้าเข้าไปใกล้ ทำจมูกฟุตฟิต “โฮ...กลิ่นเหล้าหึ่งเลย ดื่มมาอีกแล้วใช่ไหมคะเนี่ย?” อือ นิดหน่อยแก้เซ็งโลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา




![ลูกหมาของมาเฟีย [ราฟาเอล×ซีลีน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


