เข้าสู่ระบบ“ไม่นิดหน่อยแล้วมั้งคะ ไปอาบน้ำเลยนะ น้องแพรจะไปนอนแล้ว”
ไม่เว้นช่องว่างให้พีได้พูดต่อ แพรพิชชาถือโอกาสเดินหนีพี่ชายในทันทีด้วยเกรงว่าจะถูกซักไซ้ ความสัมพันธ์ของโลกันตร์ และแพรพิชชาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มพาเธอไปแนะนำให้กับผู้เป็นปู่ได้รู้จัก ส่วนแพรพิชชาก็ได้พาเขาไปรู้จักกับผู้เป็นพ่อ และพี่ชายทั้งสอง เจ้าสัวบดินทร์ไม่เห็นด้วยกับการคบหาของเขาและเธอ เขาพยายามพูดให้แพรพิชชาเปลี่ยนใจ แต่หากเธอยังคงหนักแน่น “น้องแพรแน่ใจหรือ ว่าไอ้คนนั้นมันเป็นคนดี? อีกอย่างลูกคบหาดูใจกับมันเร็วเกินไปหรือเปล่า” เสียงเข้มของเจ้าสัวบดินทร์ทำให้แพรพิชชาสะดุ้งโหยง “คุณพ่อก็เห็นนี่คะ ว่าเขาดีกับน้องแพรแค่ไหน ไม่เคยนอกลู่นอกทางเลยด้วยซ้ำ” แพรพิชชาเถียงผู้เป็นพ่อ “จริงไหมคะพี่พีช...พี่พี?” หญิงสาวขอความเห็นจากพี่ชายคนกลางและคนโตที่อยู่ในสาย “น้องแพรเพิ่งรู้จักมันไม่นาน มันเป็นคนดีหรือเลวเราก็ไม่รู้ แล้วจะให้พี่ไว้ใจให้มันเหรอ?” พี่ชายคนโตที่แสนจะเงียบขรึมพูดขึ้น “แล้วอีกอย่างมันเข้ามาทำดีกับน้องแบบนี้ หวังผลประโยชน์หรือเปล่าก็ไม่รู้” พีเสริม “ทำไมทุกคนต้องมองคุณกันตร์ในแง่ร้ายด้วยคะ?” เสียงงอนของแพรพิชชาทำเอาเจ้าสัวบดินทร์และพีลอบมองหน้ากัน “ตั้งแต่ที่รู้จักคุณกันตร์ เขาก็ดีกับน้องแพรมาตลอดเลยนะ” “เอาเป็นว่ามันต้องพิสูจน์ว่ามันจริงใจจริง ๆ พ่อถึงจะยอมรับ” เจ้าสัวบดินทร์เอ่ยขึ้นเพราะทนสายตาที่ออดอ้อนของแพรพิชชาไม่ไหว “พ่อ! พ่อพูดแบบนั้นได้ยังไง” ทั้งพีชและพีพยายามจะค้าน แต่สายตาคุณบดินทร์กลับบอกเขาว่าไม่ควรพูดตอนนี้ “เย้ คุณพ่อใจดีที่สุดเลยค่ะ” แพรพิชชาสวมกอดผู้เป็นพ่อด้วยความดีใจ เจ้าสัวบดินทร์คิดว่า ถึงพูดไปแพรพิชชาคงไม่ฟัง ต่อให้หวงแค่ไหน… ในเมื่อลูกมีความคิดเป็นของตัวเอง เขาคงจะขัดไม่ได้ คงทำได้เพียงให้ผู้ชายที่มาจีบลูกสาวนั้นพิสูจน์ตัวเอง ด้านคุณไพศาลเริ่มถามถึงความสัมพันธ์ของเขากับวิเวียน “ตกลงเรื่องแกกับหนูวิเวียนเป็นยังไง ทำไมจู่ ๆ ถึงคบกับผู้หญิงคนนั้น” “เรื่องของผมกับวิเวียนเป็นอดีตไปแล้วครับปู่ ตอนนี้ผมคบกำลังคบกับแพร” “แกแน่ใจหรือโลกันตร์ อย่าให้ฉันรู้ทีหลังว่าแกกำลังทำอะไรไม่ดีอยู่” “ไม่มีแบบนั้นแน่นอนครับ” โลกันตร์ยืนยันรอบที่ยี่สิบได้แต่บอกไปว่า เลิกกับวิเวียนแล้ว เขาเกรงว่าหากผู้เป็นปู่ทราบเรื่องที่เขายังไม่เลิกกับวิเวียน หนำซ้ำยังมาคบกับแพรพิชชาแล้วจะพาลกลายเป็นเรื่องใหญ่ เขาคิดเพียงว่าหากเขาทำให้พวกมันเจ็บอย่างที่วิเวียนเคยเจ็บแล้วจะเดินออกมาคงดีไม่น้อย “ฉันหมดธุระจะพูดด้วยแล้ว แกจะไปไหนก็ไป” “ครับปู่ ผมขอตัว” โลกันตร์ละสายตาคนตรงหน้าเดินออกจากห้องทำงานของคุณปู่ เขาไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ตั้งแรก แต่เพราะคนพวกนั้นต่างหากที่บังคับ ประตูค่อย ๆ ปิดลงท่ามกลางรอยยิ้มร้ายของเจ้าตัว “อีกไม่นาน รอดูความบรรลัยของพวกแกให้ดี!” แพรพิชชาเคยเล่าว่า เธอไม่เคยมีแฟน เหตุเพราะพ่อและพี่ชายคอยกันผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้เธอ เขาคือแฟนคนแรก เจ้าสัวบดินทร์และพีผู้เป็นพี่ชายของแพรพิชชาไม่ค่อยชอบหน้าเขา ยามที่เขามาส่งหญิงสาวที่บ้าน ทั้งสองจะชอบทำหน้าไม่พอใจ หากแต่ว่าเขาไม่ได้สนใจ เพราะไม่ได้ชอบหล่อนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องทำให้คนอื่นประทับใจ ข่าวการคบหาของประธานบริษัทและเด็กฝึกงานอย่างแพรพิชชา แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ถูกพูดถึงแทบจะทุกแผนก แพรพิชชาต้องสู้กับสายตาจิกกัดที่มีต่อเธอ จากที่ไม่เคยชอบก็ยิ่งอคติเข้าไปใหญ่ “ฮะ... แพรพิชชา เด็กฝึกงานแผนกบัญชีนะเหรอ?” เสียงแหลมของใครบางคนในวงสนทนาดังขึ้น “ใช่สิ แหม...มาทำงานได้ไม่กี่เดือนได้เป็นแฟนกับท่านประธาน” “นั่นสิ ถึงขนาดต้องเอาตัวเข้าแลก” “สงสัยจะร้อนเงิน” “แต่ฉันได้ข่าวมาว่า เด็กนี่ที่บ้านมีฐานะ” “แต่ว่าท่านประธานมีแฟนอยู่แล้วนี่นา” “นั่นสิ ท่านประธานกับคุณวิเวียนก็ดูรักกันดี ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงเปิดตัวคบกับเด็กคนนี้?” ทุกคนต่างสงสัยถึงความสัมพันธ์ของโลกันตร์และวิเวียน เพราะตั้งแต่ที่วิเวียนย้ายไปอยู่ที่ต่างแดน โลกันตร์ก็บินไปหาอยู่เป็นประจำเหตุใดจึงเปิดตัวคบกับแพรพิชชา “อะแฮ่ม” วงสนทนาแตกตื่นโดยพลัน ทุกคนต่างถอยกรูดอย่างอัตโนมัติ “สงสัยงานที่นี่จะสบายเกินไป พวกคุณถึงมีเวลามานินทาผม?” โลกันตร์กล่าวเสียงเข้ม วงสนทนาแตกฮือสลายอย่างรวดเร็ว “คุณกันตร์มั่นใจเหรอครับว่าจะทำแบบนี้?” ทิวาเอ่ยขึ้นหลังจากที่ประตูห้องปิดลง “คุณวิเวียนเธอก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณกันตร์ถึงเลิกกับเธอไปคบกับคุณแพรล่ะครับ?” ชายหนุ่มสงสัยในสิ่งที่เจ้านายทำ “ผมไม่ได้เลิกกับวิเวียน เพราะถ้าวิเวียนกลับมาผมก็จะเลิกเก็บเด็กนั่น”โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา







