ログイン“แกอุตส่าห์ได้เป็นถึงดาวคณะ เป็นได้แค่สามนาทีสละตำแหน่งให้นิลลาซะงั้น” ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ขี้เกียจฟังอลินบ่นเรื่องเดิม ๆ ไม่ยอมจบเสียที ไม่รู้ว่าเธอจะบ่นอะไรทุกวัน ทั้งที่มันก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว
“ฉันไม่อยากเป็นเว้ย” คำตอบนี้ฉันได้บอกเธอเป็นรอบที่ร้อยแล้ว ตอนที่ฉันบอกว่าจะสละตำแหน่งให้นิลลา เธอก็ยิ้มรับ ดีใจอยู่นะ นิลลาคงอยากได้ตำแหน่งนี้จริง ๆ แหละ แล้วทำไมฉันต้องเป็นมารขัดขวางเธอด้วยล่ะ สละให้คนที่เขาอยากทำจริง ๆ แล้วทำได้ดีกว่า พร้อมกว่า มันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือยังไง
“แกนี่น้า ว่าแต่กับพี่ไลฟ์ รู้จักกันเหรอ ทำไมเขาโหวตให้แกอะ” นี่เป็นอีกคำถามหนึ่งที่อลินยังถามฉันอยู่ทุกวี่วัน ซึ่งฉันตอบเหมือนทุกครั้ง
“ไม่รู้จัก ไม่เคยรู้จักกันเลย” ฉันตอบพลางตักลูกชิ้นลูกสุดท้ายเข้าปากหลังจากโซ้ยทุกอย่างในชามก๋วยเตี๋ยวหมดแล้ว ของอร่อยก็ต้องกินท้ายสุด ถูกไหมล่ะ
จังหวะที่กำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง สายตาพลันเห็นคนที่เพิ่งพูดถึงปรากฏอยู่ตรงหน้า
ฉันกับอลินกินข้าวที่โรงอาหารทุกวันมาเกือบสี่เดือนแต่เพิ่งจะเห็นรุ่นพี่สามคนนี้ ออร่าความหล่อลอยมาตั้งแต่ร้อยเมตรเลยพี่เอ้ย แทบจะสำลักลูกชิ้นที่เพิ่งกินเข้าไป คนอะไรจะหล่อเหลาปานนั้น ใจน้องเหลวรวมกับน้ำก๋วยเตี๋ยวในชามแล้วเนี่ย
“แกเบาได้เบาค่ะ จ้องจนตัวพี่เขาพรุนไปหมดแล้วล่ะมั้ง” อลินสะกิดแขนฉันเบา ๆ เพื่อเรียกสติ
“เบาสุดแล้ว พูดอย่างกับแกไม่จ้องพี่มุ่งอะ” ฉันหันไปแขวะเพื่อน เมื่อกี้เห็นนะว่าอลินมันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ตาเป็นประกายวิบวับ ตอนที่พี่มุ่งบังเอิญหันมาสบตา ดูก็รู้ว่าเพื่อนฉันชอบพี่เขา
“เฮ้ย ๆ ทะ...ทำไมพวกพี่เขาเหมือนจะเดินมาทางพวกเราเลยอ่า” เสียงอลินเต็มไปด้วยความตื่นเต้นพลอยทำให้ฉันใจเต้นแรงไปด้วย ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังกลุ่มคนหล่อด้านหน้าที่กำลังจะเบนทิศจากร้านข้าวราดแกงตรงมาทางที่พวกฉันนั่งอยู่ เพราะก่อนหน้านี้เห็นพี่เทคสะกิดพี่มุ่งให้มองมาทางพวกเราด้วย
เราสองคนหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างสูงใหญ่อันประกอบด้วย พี่มุ่ง พี่เทค และพี่ไลฟ์ก็ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเรา มองตากันปริบ ๆ เลย
“ไง สาวน้อย” พี่เทคยกมือทักทายอย่างเป็นมิตร
“ทักแบบนี้ น้อง ๆ ก็นึกว่ามึงหลุดมาจากยุคพ่อเขาหรอกไอ้เทค” พี่มุ่งหันไปแซวเพื่อนตัวเอง ก่อนจะเบนหน้ากลับมาหาพวกเรา โดยที่สายตาคมนั้นจับจ้องไปที่เพื่อนตัวเล็กข้างกายฉันเป็นพิเศษ
เอาละเว้ย เล่นมองแบบนี้ มีใจให้อลินแน่ ๆ
“พวกพี่ขอนั่งด้วยคนได้หรืเปล่าครับ” พี่มุ่งเอ่ยถามขณะสายตายังจ้องแต่อลิน ส่วนคนโดนจ้องหน้าแดงไปหมดแล้ว ฉันที่นั่งข้าง ๆ ยังรู้สึกเขินแทนเพื่อนเลย
พี่เขามาจีบเพื่อนฉันแน่ ๆ
“ได้ค่ะ” ฉันเป็นฝ่ายตอบพร้อมกับผายมือไปยังที่นั่งตรงข้ามของพวกเรา เมื่อได้รับคำอนุญาตพี่มุ่งรีบจับจองที่นั่งตรงข้ามอลินทันที ตามด้วยพี่เทคที่นั่งตรงหน้าฉัน
ส่วนพี่อีกคนนั้นนั่งถัดจากพี่เทค เยื้อง ๆ ฝั่งตรงข้ามกับฉันเล็กน้อย แต่ยังเห็นเขาอยู่ในวงจรสายตา นึกแอบเสียดายนิดหนึ่งเพราะอยากให้พี่ไลฟ์นั่งตรงหน้าตัวเอง แต่มันเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน หากจ้องตาพี่เขานาน ๆ กลัวว่าตัวเองจะขาดใจตายไปเสียก่อน
“ถ้ารู้ว่ามาโรงอาหารแล้วเจอคนน่ารัก พี่คงมานานแล้ว” พี่มุ่งเอ่ยแซว ส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้กับอลิน เพิ่งจะรู้ว่าพี่มุ่งคนหน้าดุจะมีโมเม้นต์น่ารักแบบนี้ด้วย
“นั่นสิ พี่น่าจะมาบ่อย ๆ นะคะ” เพื่อนฉันก็ไม่น้อยหน้า อ่อยมาอ่อยกลับ สมกับเป็นอลินผู้เจนในเรื่องรัก
“ถ้างั้นพี่ขอนัดกินข้าวล่วงหน้าเลยได้รึเปล่าครับ” พี่มุ่งรุกแรงมาก
“ได้สิคะ แล้วพี่มุ่งจะนัดลินยังไงเอ่ย” ฉันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกขนลุกวูบวาบจั๊กจี้หัวใจไปหมด คู่นี้สมน้ำสมเนื้อกันมาก เกิดมาเพื่อคู่กันโดยแท้
ขณะที่กำลังกรี๊ดในใจให้กับเพื่อนรัก สายตาฉันดันสบกับนัยน์ตาคมสีดำขลับเข้าพอดี พี่ไลฟ์นั่งเท้าคางเอียงหน้าหล่อเหลามองฉันอย่างไม่คิดจะหลบ แต่ฉันคาดเดาความคิดของเขาไม่ได้เลย ส่งผลให้ข้างในหัวใจฉันมันยุบยิบ ปั่นป่วนในท้อง เริ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาทั้งที่มีพัดลมพัดอยู่เหนือศีรษะ
ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรจึงคลี่ยิ้มเขิน ๆ ให้เขา ขณะที่อีกฝ่ายอมยิ้มตอบกลับมาเหมือนมีใจอีกต่างหาก ทุกคนต้องไม่เชื่อแน่ ๆ แต่เชื่อฉันเถอะ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อจึงเบนหน้ากลับไปหาเพื่อนเพื่อตั้งหลัก ทั้ง ๆ ที่หัวใจยังเต้นแรงเพราะรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเขาอยู่เลย
“แอดไลน์กันไว้ไหมครับ” พี่มุ่งว่า จากนั้นเขาก็เลื่อนโทรศัพท์ของตัวเองให้เพื่อนของฉัน จากนั้นนิ้วเรียวเล็กก็พิมพ์ไอดีของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ทว่าตอนส่งคืน เธอกลับชะงักคล้ายกลับลังเลอะไรบางอย่าง
“พี่มุ่งโสดจริง ๆ ใช่ปะคะ” อลินยังคงเป็นคนพูดตรงและชัดเจนในตัวเองเสมอ “ลินไม่ชอบเป็นที่สองรองจากใคร”
พี่มุ่งดูอึ้งเล็กน้อย แต่เขาก็ยังยิ้มหวานมอบให้เธอ “ถ้าพี่ไม่โสด ไม่กล้ามาจีบเราหรอกครับ” พี่มุ่งตอบกลับอย่างจริงจัง จากนั้นอลินจึงยื่นโทรศัพท์ส่งคืนกลับไป
“ว่าแต่น้องมีนาล่ะ มีแฟนรึยัง” คำถามนี้เป็นของพี่เทคที่นั่งตรงหน้าฉัน แปลกใจหน่อย ๆ ที่พี่เขาถาม แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าเจตนาของเขาแค่อยากรู้เท่านั้น เพราะสายตาที่เทคมองมา มันไม่ได้สื่อว่าชอบอยากจีบเหมือนกับพี่มุ่งที่ตั้งใจเข้ามาจีบอลิน
“โสดค่ะ” อลินเป็นฝ่ายตอบแทนฉัน “พวกพี่เรียกเพื่อนลินว่า มีน เฉย ๆ ก็ได้นะ ใช่ไหมแก” ฉันได้แต่พยักหน้าขึ้นลง ได้แต่นึกในใจแกพูดขนาดนั้นแล้วฉันจะพูดอะไรได้อีก
จากนั้นพี่มุ่งกับพี่เทคต่างหันหน้ามองกันและอมยิ้ม ขณะเหล่สายตามองไปยังเพื่อนอีกคนหนึ่งที่นั่งเงียบตั้งแต่เข้ามานั่ง พี่เทคหันไปพูดกับพี่ไลฟ์พลางยิ้มกรุ้มกริ่ม
“กูบอกแล้วว่า โสด” สายตาฉันจ้องไปยังพี่ไลฟ์ทันที ทว่าฝั่งนั้นนิ่งเงียบ สีหน้ายังเป็นปกติ หากแต่มีเพียงสายตาคมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ล้ำลึกยังคงตรึงไว้ที่กรอบหน้าฉัน
“พี่ไลฟ์” ฉันจ้องตาดุใส่เขา“พี่แค่แกล้งเล่นครับ ผีไม่มีหรอก แต่ถ้าจะมีก็มีแต่ผีผ้าห่มนี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้เราก็เจอ” พี่ไลฟ์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“พี่ไลฟ์เอาอีกแล้วนะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันชี้นิ้วไปที่เขาอย่างหมดความอดทน จบประโยคนั้นฉันก็หลับตาเอนหน้าออกไปทางหน้าต่างทันที “ถึงทะเลแล้วปลุกมีนด้วยนะ”“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับพี่ไง”“เริ่มตอนนี้แหละค่ะ”จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ฉันได้นอนพักผ่อนอย่างสงบ แถมคุณแฟนยังใจดีเปิดเพลงที่ฉันชอบให้ฟังอีกด้วย นั่งไปสักพักฉันก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปจริง ๆ“มีน” เพียงเสียงเรียกแค่ครั้งเดียวฉันก็หลุดสะดุ้งตื่นทันที ค่อย ๆ ปรือตามองไปยังด้านนอก ถึงทะเลแล้วเหรอ?ไหนอะ ทะเล มีแต่ตึกและตลาด นี่เราอยู่ที่ไหนของประเทศไทยกันแน่เนี่ย“ที่บ้านไกลจากแหล่งร้านอาหาร เราแวะตลาดซื้อของไปกินที่บ้านกันก่อนนะ”“อ้อค่ะ” ฉันตอบแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถตามพี่เขาไป เราใช้เวลาเลือกซื้อของนานกว่าที่คิด เพราะอาหารทะเลเยอะมาก ของกินอื่น ๆ ก็เยอะเช่นกัน น่ากินไปเสียทุกอย่างตลาดที่นี่ถ้าเราซื้อของทะเลสด ๆ เขามีบริการปิ้ง ย่าง นึ่ง ทอด ทำให้เราฟรีด้วย ฉันเลยซื้อทั้งปลาหมึก กุ้ง หอย ปู
“พี่ว่ามันโป๊เกินไปรึเปล่า” ฉันหันมองคนตัวโตทันทีที่เขาวิจารณ์ชุดเดรสสีชมพูที่ใส่อยู่ มองร่างสูงผ่านกระจกตรงหน้า วันนี้พี่ไลฟ์หล่อมาก ปกติใส่เสื้อเชิ้ตก็คิดว่าดูดีหล่อมากแล้ว แต่พอเจอลุคคุณชายใส่สูทผูกเน็กไทเข้าไป แถมยังเซตผมหน้าขึ้นอีก ได้แต่ขอบคุณบุญชาติก่อนที่ได้เขามาเป็นแฟน มีนาจะเป็นลมนึก ๆ ดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไลฟ์เข้ามานั่งในห้องของฉัน หากไม่มีงานหมั้นของพี่อิ้งค์ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเขานั่งเล่นส่งยิ้มหวานมองกันอยู่ในห้องนอนของฉันอย่างนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมโนภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเป็นความจริง“โป๊ตรงไหนอ่า” ฉันก้มมองสำรวจชุดตัวเอง ด้านบนเป็นสายเดี่ยว เดรสกระโปรงยาวแต่มันมีดีไซน์แอบเซ็กซี่นิดหน่อย เนื่องจากดีไซน์ด้านหลังนั้นเว้าลึกลงมามากกว่าปกติ แต่ฉันก็ใส่ซับในเอาไว้กันโป๊อยู่แล้วนี่พี่ไลฟ์กวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็จับตัวฉันหมุนและดึงตัวฉันให้นั่งหันหลังซ้อนทับอยู่บนตักของเขาสะดุ้งตัวโยนเมื่อฝ่ามือร้อนนั้นวางทาบลงบนเนื้อผิวเปลือยเปล่าที่พ้นจากขอบเสื้อซับในออกมา เขาลงน้ำหนักลงไปเบา ๆ ก่อนจะโน้ม
“สวัสดีครับ มารอคุณไลฟ์เหรอครับ” พี่นิติของคอนโดเดินผ่านมาจึงแวะเข้ามาทักทายฉันที่นั่งรอพี่ไลฟ์อยู่ที่โซฟา“ใช่ค่า” ฉันเอ่ยบอก ก่อนหน้านี้เราคุยกันผ่านแชตแล้ว พี่ไลฟ์บอกว่าอีกประมาณสิบนาทีจะถึงคอนโด ส่วนฉันเพิ่งกลับมาจากชอปปิงกับอลิน ในที่สุดฉันก็ได้ทั้งชุดไปงานหมั้นของพี่อิ้งค์และชุดไปกินข้าวกับพี่ไลฟ์ที่จะใส่สิ้นปีนี้พี่นิติเพียงเดินมาทักทายเท่านั้นก่อนที่เขาจะเดินเปิดประตูออกไปเช็กความเรียบร้อยด้านนอก คล้อยหลังเขาเดินออกไป ร่างสูงที่ฉันรอก็เดินสวนเข้ามาพอดี ฉันจึงลุกขึ้นยืนหยิบถุงเสื้อผ้าและกระเป๋าตัวเอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา“พี่ไลฟ์”“รอนานไหม” เขายื่นมือมาช่วยถือของในมือฉัน“นานมากค่ะ รากงอกแล้วเนี่ย” พูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่คงอยู่ใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่ฉันและโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบในระยะที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“งอกตรงไหนครับ เข้าไปในห้องขอพี่ดูหน่อยนะ” ฉันทำตาโตใส่เขาทันที แก้มสองข้างพองลมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะสายตาเขานะเอาแต่จ้องสะโพกของฉัน“พี่ไลฟ์ พูดบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวมีนหนีกลับไปนอนบ้านเสียเลยนี
“เวลาก็ผ่านไปโคตรเร็วเลย ไม่ทันไรเราสองคนก็จะอยู่ปีสองแล้ว” เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นั่นแหละ พอพ้นสิ้นปีเรียนอีกสามเดือนเราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้ว“สิ้นปีนี้ฉลองที่ไหนอ่า” อลินถามต่อเพราะอีกสามวันก็ถึงจะวันสิ้นปีแล้ว “แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองกับแกนะ เพราะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่พี่มุ่งที่เชียงใหม่อ่า”“แหม รีบบอกตารางเลยนะ กลัวฉันจะชวนไปเที่ยวหรือไง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “ว่าแต่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ อีกหน่อยคงได้ยินข่าวดีแน่ ๆ ฉันตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลยดีกว่า”“อย่าเว่อร์ ก็แค่ไปสวัสดีปีใหม่ค่า”“ค่า”“แล้วแกอะ พี่ไลฟ์จะชวนไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน”“ก็คงกินข้าวเย็นที่บ้านแหละ พี่ชายฉันจะจัดงานหมั้นพอดีด้วย ส่วนตอนค่ำก็อาจจะไปนั่งเคานต์ดาวน์ที่ไหนสักที่กับพี่ไลฟ์” เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่เล่าให้อลินฟังนี่แหละ ดูเหมือนคิววันสิ้นปีของฉันแน่นมาก“ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าใครบางคนจองร้านอาหารบนดาดฟ้าให้” อลินแกล้งหลุดปากออกมา“รู้อะไรมาอีกแล้วเนี่ย ว่าแต่ดาดฟ้าที่ไหนอะ หรูปะ เผื่อจะได้เตรียมตัวแต่งชุดสวย ๆ ถ่ายรูป” ความจริงฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นปีแรกที่ฉันจะได้เคานต์ดาวน์สิ้นปีกับแฟนคนแรกเ
“พี่ไลฟ์เราจะหยุดแค่ไหนคะ” มือสองข้างโอบรอบคอเขาไว้ ขณะที่อยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายแล้วพบว่ามันเต้นแรงไม่หยุดเลย“แค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วครับ”หอมปากหอมคอคือคำที่พี่ไลฟ์ใช้เกลี้ยกล่อมกระต่ายตื่นตูมอย่างฉัน และฉันก็เชื่อเขาโดยง่ายตามประสาคนอ่อนประสบการณ์ ริมฝีปากนุ่มชื้นนั้นลากไล้ไปตามซอกคอพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้อยู่ช่วงกลางลำตัว อกสั่นไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หนักหน่วงเฝ้าถามตัวเองในใจ ไอ้คำว่าหอมปากหอมคอของเขาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้และฉันไม่ยอมเอ่ยปากห้ามออกไป เราสองคนคงห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว“พี่ไลฟ์” นานพอสมควรที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรเรียกคนที่กำลังบดเบียดร่างกายใหญ่เข้ามาแนบชิด ยกมือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเพื่อยับยั้งเขาเอาไว้เพียงชั่วคราว เขาถึงได้ผละออกจากช่วงคอขึ้นมามองกันอย่างรู้ถึงความหมายดวงตาของฉันคงสั่นไหวพอ ๆ กับสองมือที่วางทาบบนอกแกร่ง เขาหายใจหนักหน่วงพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ จากนั้นฝ่ามือหนาที่วางทาบอยู่ตรงหน้าท้องนั้นจึงผละออกช้า ๆ แทนที่ด้วยเนื้อผ้าผืนบางที่ถูกดึงลงมาปิดเอาไว้ในสภาพเดิมเราจ้องตากันท่าม
“ทำไรอ่า” อลินที่นั่งข้างกันเอียงหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ฉันทำอย่างสนใจ ด้านหน้ามีกระดาษหลากสีอยู่หลายแผ่น และของตกแต่งน่ารักอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับงานประดิดประดอยกระจัดกระจายเต็มบนโต๊ะ“ทำการ์ดเป็นของขวัญให้พี่ไลฟ์” วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เป็นวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจว่าจะทำการ์ดน่ารัก ๆ เขียนคำอวยพรให้และพรุ่งนี้จะให้แม่สอนทำเค้กก้อนเล็ก ๆ เป็นของขวัญให้เขาด้วย“อ่า หวานเกินเบอร์มาก พี่ไลฟ์รักแก หลงแก ตายเลย” อลินทำเสียงล้อเลียนพลันหยิบขนมเข้าปาก หลังจากที่อลินกลับไปคืนดีกับพี่มุ่ง โลกของเธอสดใสขึ้นมากเลยละ อารมณ์ดีทั้งวัน บางวันก็นั่งยิ้มมองโทรศัพท์ราวกับคนบ้า มองตาเพื่อนทีไรนึกว่าเห็นรูปหัวใจลอยออกมา“รักกับหลงก็พอมั้ง ถ้าเขาตายฉันจะอยู่ยังไง” แกล้งทำปากคว่ำร้องไห้เสียใจ อลินหมั่นไส้ผลักศีรษะฉันเอนไปอีกทาง ฉันหันไปมองแรงเป็นเชิงถามว่าแกเกลียดอะไรฉันรึเปล่า ผลักแบบไม่ยั้งมือเลยคอแทบเคล็ด“ค่า” อลินลากเสียงตอบกลับ“แก เย็นนี้ฉันว่าจะคุยกับพี่ไลฟ์จริงจังแหละ” อลินคงดีใจที่ได้ยินประโยคนี้จากฉัน เป็นอย่างที่อลินบอกขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถึงปากเราจะบอกว่าค่อย ๆ ศึกษาดูใจกันไป แต่ลึ







