Partager

ไหนลองถอดแว่นดู

last update Date de publication: 2025-10-22 14:00:16

“ระเราเลิกกันเถอะค่ะ”ฉันเอ่ยบอกออกไปมองหน้าพี่มอสที่ยืนสะตั้นอยู่ตรงหน้าฉัน

“เดี๋ยวสิทำไมถึงบอกเลิกพี่ล่ะครับ?”พี่มอสปรี่เข้ามาจับมือฉันพร้อมกับสีหน้าของความร้อนรน

“เมื่อวานพี่ไปที่ห้างมารึเปล่าคะ”

“ก็ใช่ครับ”

“ข้าวเห็นค่ะ..เห็นว่าพี่กำลังกอดกับผู้หญิงคนอื่น..”ฉันบอกออกไปพลันรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจเล็กน้อยแม้ว่าเราสองคนจะยังรู้จักและคบกันได้ไม่นานแต่เป็นถึงแฟนคนแรกของฉันเลยนะและฉันก็คาดหวังกับความรักครั้งนี้มากจริงๆ

“อุ๊บ..ฮ่าๆ”ฉันขมวดคิ้วมองพี่มอสที่หัวเราะลั่นออกมา

“มันใช่เรื่องตลกเหรอคะพี่นอกใจข้าวนะ!”ฉันพูดด้วยความโมโห

“ข้าวฟังพี่นะ..ผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวพี่เอง”ฉันเบิกตาโตด้วยความตกใจจริงสิพี่มอสบอกว่าตัวเองมีน้องสาวด้วยนี่หน่างั้นแสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคือน้องสาวพี่มอสจริงๆเหรอแต่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยนะ

“ข้าว..เฮ้อทำไมน่ารักอย่างนี้นะหึงพี่เหรอครับ”จู่ใบหน้าของฉันมันก็ร้อนขึ้นมาไม่ได้เพราะความเขินแต่อายล้วนๆ!

“อะเอ่อ..ข้าวขอโทษนะคะที่ด่วนสรุปไปเองแบบนี้”ฉันบอกออกไปอย่างรู้สึกผิด เห้อไอเราก็คิดหนักมาตลอดทั้งคืนสุดท้ายก็แค่น้องสาวเองเหรอเนี่ยบ้าจริงฉัน

“ไม่เป็นไรครับ..ถ้างั้นไปเดทกับพี่ได้ไหม?”

“คะ!?”ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ถ้ารู้สึกผิดจริงๆก็ไปเดทกับพี่นะครับ^^”ฉันมองหน้าพี่มอสอย่างอึกอักตอนนี้มันทั้งงงทั้งเขินไปหมดนี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีผู้ชายมาขอออกเดทด้วยแบบนี้แต่ว่าคนเป็นแฟนกันเขามันก็คงเป็นเรื่องปกติแหละมั้ง

“นะครับข้าว..”มือหนาของพี่มอสกลับมาจับมือฉันอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าหล่อที่จ้องมองฉันอย่างรอคอยคำตอบ

จ้องขนาดนี้ฉันจะปฏิเสธได้ยังไงกัน><

“กะก็ได้ค่ะ”

“เย้ๆ”ฉันยิ้มออกมามองพี่มอสที่กระโดดดีใจเหมือนเด็กๆหลังจากปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยฉันกับพี่มอสก็นั่งหาสถานที่ไปเดทกันซึ่งเราตกลงกันว่าจะเจอกันวันเสาร์นี้

ตื่นเต้นจัง><

เป๊าะ

“อ๊ะมันเจ็บนะ!”ฉันเอามือลูบๆหน้าผากตัวเองที่พึ่งโดนไอบ้าเซฟดีดนิ้วใส่

“เหม่ออะไรอยู่ได้สรุปจะสอนมั้ย”ใบหน้าหล่อนั่งเท้าคางมองมาทางฉันให้ตายสิคนบ้าอะไรหล่อขนาดนี้เนี่ยเสียอย่างเดียวโรคจิตไปหน่อย

“โทษทีๆ”ฉันเอ่ยบอกก่อนจะเริ่มสอนอย่างจริงจังพอยิ่งใกล้วันที่จะต้องไปเดทฉันก็คิดมากสุดๆไงทั้งเดทแรกทั้งแฟนคนแรกทุกอย่างมันน่าตื่นเต้นไปหมดเลยแถมเรายังไปกันสองต่อสองอีก

ปกติก็ทำได้แค่นั่งกินข้าวด้วยกันไม่เคยนัดเจอกันข้างนอกเลยแถมตอนกินข้าวก็มีคนอยู่เยอะมันเลยทำให้ฉันไม่ค่อยรู้สึกเขินมากเท่าไหร่แต่ครั้งนี้เราสองคนนัดกินข้าวกันที่ร้านแห่งหนึ่งแถมยังเป็นห้องปิดซึ่งพี่มอสเป็นคนเสนอเขาบอกว่าเดทแรกไม่อยากให้ใครมารบกวนและจะได้โฟกัสที่ฉันคนเดียว

งื้ออพูดแล้วก็เขินพี่มอสเนี่ยน่ารักที่สุดในโลกเลยT^T

“นี่เซฟ”

“อือ”

“นายว่าฉันใส่แว่นกับถอดแว่นแบบไหนดูดีกว่า”ฉันหันไปถามเซฟคือที่ฉันนั่งเหม่อๆก็เพราะว่าไม่รู้จะแต่งตัวแบบไหนดีไงคือพี่มอสเขาก็ค่อนข้างดูดีเลยแหละแต่ฉันนี่สิเหมือนมนุษย์ป้าก็ไม่ปาน

หน้าก็แต่งไม่เป็นผมก็ทำไม่เป็นเลยได้แต่ปล่อยธรรมดาๆหรือไม่ก็มัดรวบแบบลวกๆเท่านั้นส่วนแว่นตาฉันรู้นะว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับฉันเท่าไหร่แต่ฉันไม่ชอบใส่คอนแท็กเลนส์เพราะมันเคืองตาแถมายังแห้งง่ายอีก

“ดูไม่ดีทั้งคู่นะ”

เพี้ยะ!

“โอ้ยยัยข้าวเน่า!”ร่างสูงถลึงตาใส่ฉันเมื่อโดนฝ่ามืออรหันต์ของฉันฟาดที่แขนเขาอย่างแรง ก็ใครใช้ให้พูดจาบั่นทอนจิตใจแบบนั้นกัน

“นายนี่พึ่งไม่ได้จริงๆ”ฉันส่ายหน้าเอือมๆถึงฉันจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้สวยเลิศเลอแต่ก็ไม่ได้หน้าตาแย่ขนาดนั้นไหมฉันว่าหน้าตากับรูปร่างฉันมันก็พอไปวัดไปวาได้นะแต่ทุกคนคงไม่ได้สังเกตเพราะฉันเอาแต่ใส่แว่นหนาๆกับสวมเสื้อผ้าตัวใหญ่

“ไหนลองถอดแว่น”จู่ๆไอบ้าเซฟก็พูดขึ้น

“ไม่เอาแล้วตั้งใจเรียนไปซะ’

“เร็วๆ”ฉันถอนหายใจออกมามองเซฟที่จ้องอย่างกดดันเอาเถอะอย่างน้อยก็อาจจะได้รับคำแนะนำจากเขาที่ดูดีประดุจเทพลงมาจากสวรรค์ก็แล้วกัน

“เป็นไง” ฉันเอ่ยถามหลังจากถอดแว่นออกมองใบหน้าหล่อที่ทำหน้าตาครุ่นคิด

“รวบผมขึ้นหน่อย” ฉันทำตามอย่างว่าง่ายจับผมของตัวเองรวบขึ้นสูง

“อืม..จืดชืดจริงๆ”

“ห๊ะ?”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ดูแย่ซะทีเดียวเพราะผิวเธอทั้งขาวและเนียน”

“โรคจิต!” ฉันพูดขึ้นก่อนจะรีบเอาผมลงและกลับมาสวมแว่นตามเดิมนี่ฉันคิดผิดสินะที่คิดว่าจะได้คำแนะนำดีๆจากไอบ้าเซฟเนี่ย

“ทำไมจู่ๆก็ถามอะไรแบบนี้?” เซฟเอ่ยถามฉัน

“คือพี่มอสเขาขอเดทฉันวันเสาร์นี้น่ะ”

“ฮะ!..นี่เธอยังไม่เลิกกับมันอีกรึไงตาบอดเหรอไม่เห็นที่มันกอดผู้หญิงคนอื่นไงวะ!” ฉันมองเซฟที่จู่ๆก็หัวร้อนเฉยเลย

“ใจเย็นๆพี่มอสเขาบอกว่านั่นน้องสาวเขาเอง”

“น้องสาว?แล้วเธอก็เชื่อง่ายๆแบบนั้นอะนะ?” เซฟตะคอกใส่ฉันเสียงดังส่วนฉันก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรและมันก็เป็นความจริงที่ฉันเลือกที่จะเชื่อคำพูดของพี่มอสอย่างง่ายดาย

“กะก็อาจจะเป็นน้องสาวจริงๆก็ได้พี่มอสก็บอกอยู่ว่าเขามีน้องสาว”

“ใช่มันมีแต่น้องสาวมันอายุ9ขวบ”

“ห๊ะ!จริงเหรอนายโกหกฉันแน่ๆ”

“เหอะแล้วทีแบบนี้ไม่เห็นจะเชื่อง่ายๆบ้างล่ะ!” เซฟพูดประชดจนฉันชะงักไปทันที

นั่นสินะทำไมฉันถึงเชื่อคำพูดของพี่มอสง่ายๆกันแต่บางทีเซฟก็อาจจะโกหกฉันอยู่ก็ได้

“รีบไปบอกเลิกมันซะถ้าไม่อยากเสียใจ” เซฟพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าห้องน้ำไป

โอ้ยนี่สรุปฉันควรเชื่อคำพูดของใครดีเนี่ยพี่มอสที่เป็นแฟนของฉันหรือเซฟที่เป็น..เอิ่มเป็นไรดีอ่ะเพื่อนก็ไม่น่าจะใช่นะงั้นเป็นเจ้านายก็แล้วกัน-.-

“นี่เซฟฉันออกไปแล้วนะ” ฉันเอ่ยบอกหลังจากที่เจ้าตัวเข้าไปนานมากๆสงสัยคงไม่มีอารมณ์จะเรียนต่อแล้วแหะฉันเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์จะสอนต่อแล้วเหมือนกัน

เซฟไม่ได้ตอบอะไรกลับมาฉันเลยลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปทันที

พี่เขาเตือนหนูแล้วนะข้าวว ตั้งสติแล้วไปบอกเลิกมันเลยลู๊กกกก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ2

    หลายปีต่อมาฟอดดด“ตั้งใจทำงานนะ^^” ฉันหอมแก้มสามีฟอดใหญ่ก่อนที่เราสองคนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองซึ่งโต๊ทำงานของฉันก็เพียงแค่อยู่นอกประตูเท่านั้นที่จริงเคยนั่งอยู่ในห้องเดียวกันแล้วแหละแต่ตัดสินใจย้ายไปนั่งข้างนอกแทนก็จะอะไรซะอีกล่ะหมอนั่งอยู่ด้วยกันไอหื่นกามนี่ก็เล่นจับฉันกดเช้ากดเย็นจนงานการล่าช้าไปหมดสุดท้ายฉันเลยตัดสินใจที่จะย้ายโต๊ะออกมาข้างนอกแทนบ้ากามจริงๆสามีใครก็ไม่รู้“สวัสดีครับพี่ข้าว”“อ่าวหวัดดี” ฉันมองพนักงานใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ร่างสูงส่งยิ้มให้กับพร้อมกับวางกล่องขนมลงตรงหน้าฉัน“ทานให้อร่อยนะครับ^^”“อะเอ่อ..ขอบใจนะ” ฉันพูดอย่างเกร็งๆคือทุกคนในบริษัทต่างรู้ว่าฉันกับเซฟเราสองคนเป็นสามีภรรยากันแต่สำหรับน้องคนนี้คงยังไม่รู้สินะแกร้กฉันมองเซฟที่เปิดประตูออกมาได้จังหวะพอดีใบหน้าหล่อจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นมิตรทันทีฉันพึ่งจะออกมาแท้ๆเขาจะออกมาทำไมเนี่ย“สวัสดีครับท่านประธาน”“มาทำอะไร”“เอาขนมมาให้พี่ข้าวเจ้าครับ^^”“จะจีบ?”“อะเอ่อจะว่างั้นก็ได้ครับ^^” ฉันได้แต่ยืนเหงื่อแตกพลั่กๆหนูลูกพึ่งมาทำงานแท้ๆจะโดนตาบ้านั่นไล่ออกมั้ยเนี่ยนิสัยหวงเมียใครๆก็รู้

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ

    2ปีต่อมาฉันกลายเป็นนักศึกษาปี4และที่สำคัญคือ…ฉันเรียนจบแล้วจ้าา!! ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันรับปริญญาฉันเองแหละทุกคน>“ยินดีด้วยนะลูก”“ยินดีกับเกียรตินิยมอันดับ1ด้วยนะลูกสะใภ้” ฉันรับช่อดอกไม้มาด้วยความเขินอาย2ปีที่ผ่านมาฉันได้รับความรักจากพวกท่านทั้งสองเยอะมากๆพวกท่านเอ็นดูฉันสุดๆเดี๋ยวก็พาไปอวดคนนั้นคนนี้อ๊ะจริงสิฉันน่ะไม่ได้เป็นสาวเฉิ่มแล้วนะแว่นตาก็ไม่ได้ใส่แล้วเหตุเพราะฉันเองก็อยากปรับตัวให้เข้ากับเซฟด้วยเช่นกันแม้ว่าเจ้าตัวจะย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เป็นไรแต่ที่ฉันปรับเปลี่ยนตัวเองมันไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่ก็เพื่อตัวฉันเองด้วยเช่นกันความจริงแล้วตาบ้านั่นก็แค่หึงน่ะเพราะฉันน่ะมันเป็นสาวสวยนี่“ยินดีด้วยนะข้าว” ฉันยิ้มรับอ้อมกอดจากป้าซึ่งก็ลาออกจากงานแม่บ้านแล้วแต่ก็ยังอยู่บ้านเหมือนเดิมไม่ได้ย้ายไปไหนเพราะพ่อกับแม่บอกว่าป้าได้เข้ามาเป็นครอบครัวด้วยตั้งแต่วันที่ฉันกับเซฟหมั้นกันแล้วแต่ป้าก็มักจะทำงานตามที่เคยทำแม้จะน้อยลงก็ตามที“น่าเสียดายนะที่ตาเซฟไม่ได้อยู่ด้วย” คุณแม่เอ่ยขึ้นพูดแล้วก็เศร้าเพราะหลังจากท่ีเซฟเรียนจบเขาก็เข้าทำงานที่บริษัทเพื่อเรียนรู้งานและตอนนี้ก็ทำงานอยู่สาขาต่างประเทศได

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   THE END

    หลังเลิกเรียนฉันก็กลับมาบ้านน่าตกใจตรงที่พอฉันกลับมาถึงพ่อกับแม่ของเซฟก็เรียกฉันไปคุยทันทีพวกท่านขอโทษฉันที่ทำให้ฉันต้องเจอกับเหตุการณ์แย่ๆในมหาลัยและบอกว่าเรื่องของนิต้าพวกท่านจะจัดการให้เองซึ่งฉันก็ได้แต่เอ่ยขอบคุณไปRrrr“อ๊ะเซฟ” ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเซฟโทรเข้ามา“เซฟ!”(เอ่อไม่ใช่ไอเซฟหรอกพวกพี่เป็นเพื่อนมันเอง) ฉันชะงักไป“อ่าค่ะ..”(ไอเซฟมันเป็นไข้จนน่าจะกลับบ้านไม่ไหวแล้วน่ะน้องช่วยมารับมันหน่อยได้ไหม?) ฉันเบิกตาโตทันทีทั้งๆที่บอกแล้วว่าให้กลับมานอนพักก่อนแต่เซฟก็ยังดื้อดึงบอกงานใกล้เสร็จแล้วอยู่นั่น“ได้ค่ะจะรีบไปเลยค่ะ!” ฉันพูดก่อนจะตัดสายและรีบนั่งแท็กซี่ไปมหาลัยทันทีนี่เป็นครั้งแรกเลยแหะที่มามหาลัยช่วงกลางคืนบรรยากาศน่าขนลุกชะมัด“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายพวกเพื่อนๆของเซฟอย่างเกร็งๆกลิ่นน้ำมันเครื่องพุ่งออกมาจนฉันย่นจมูกสภาพแต่ละคนก็เปรอะเปื้อนไปหมดพวกพี่ๆเขาพอเห็นฉันก็ตกใจทันทีอ่าพวกเขาคงไม่ชินกับที่ฉันไม่ใส่แว่นรึเปล่านะ แล้วก็พอรู้ว่าจะมาเจอเพื่อนๆเขาฉันก็แอบแต่งหน้ามาเล็กน้อยด้วยก็นะมาหน้าสดๆก็เขินอยู่“มันนอนตายอยู่นู่นน่ะ”“เอ้าไอเวรไปแช่งเพื่อนอีก..มันแค่นอนห

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ไม่ต้องมาเสือกกับเรื่องของฉัน

    เซฟ PARTปรื๊ดด!!“เวรเอ้ย” ผมสถบออกมาเมื่อจู่ๆก็มีใครไม่รู้มาตัดหน้ารถผมถ้าตีนไม่ไวมีหวังร่างแหลกไปแล้ว“นิต้า?” ผมขมวดคิ้วเป็นเธอนั่นเองที่กระโดดมาตัดหน้ารถผม“ไม่อยากเจอเลยว่ะแม่ง” ผมสถบในใจกะจะรีบไปคุยกับข้าวเจ้าแท้ๆ“อะไรของเธออีก” ผมลดกระจกลงพร้อมกับเอ่ยถาม“นิต้ามีเรื่องจะคุย”“พูดมา”“ตรงนี้น่ะหรอ” เวรเอ้ยลืมไปเลยว่าอยู่กลางถนน“ขึ้นมา” สุดท้ายผมก็ต้องให้นิต้าขึ้นมาบนรถสงสัยต้องขายรถนี้ทิ้งซะแล้วสิ“สีหน้าดูไม่ดีเลยนะไม่สบายหรอ”“ไม่ต้องมายุ่ง” ผมตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์และหันมาตั้งใจขับรถแทนไว้เดี๋ยวค่อยปล่อยเธอลงก่อนถึงมหาลัยก็ได้“จะคุยอะไรก็รีบๆพูดมา” ทั้งๆที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยแต่ก็เอาแต่นั่งเงียบอยู่ได้ผู้หญิงมันเป็นงี้หมดทุกคนเลยรึไงกันชอบยั่วให้โมโหอยู่ได้วันนี้สภาพร่างกายก็ไม่ดีสุดทั้งปวดหัวตัวร้อนจนแม่บอกให้พักผ่อนแต่เพราะผมต้องรีบทำโปรเจคจบให้เสร็จคืนนี้เพื่อที่พรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดผมจะได้ใช้เวลาอยู่กับข้าวเจ้าทั้งวัน“นี่นายจะให้ผู้หญิงแบบนั้นมาอยู่ข้างกายนายจริงๆหรอ?” ผมขมวดคิ้วทันทีเปิดปากพูดออกมาก็ไม่เข้าหูสักนิด“แบบนั้นมันแบบไหน”“ก็ยัยนั่นทั้งขี้เหร่ฐานะก็ไม่

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   เธอเลิกกับพี่เซฟแล้วงั้นสิ

    เซฟ PART“เป็นอะไร”ผมเอ่ยถามข้าวเจ้าที่นั่งเงียบมาตลอดการเดินทาง“แค่กๆ” นี่ไม่ใช่เสียงไอของเธอแต่เป็นของผมเองรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวหลังจากที่ได้กินข้าวตอนเข้าเรียนคาบบ่ายก็แถมจะฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิดสงสัยน่าจะเป็นไข้แต่ก็สมควรอยู่เล่นหามรุ่งหามค่ำทำโปรเจ็กจบจนโดนยุงกัดตัวลายก็ยอมเพราะว่าใกล้ถึงวันเกิดของผมแล้วและผมก็อยากใช้เวลาในช่วงวันเกิดกับคนที่ผมชอบโชคดีที่พวกเพื่อนๆ มันเข้าใจพร้อมหามรุ่งหามค่ำไปกับผมด้วย“หูตึงรึไงยังข้าวเน่าฉันถามว่าเธอเป็นอะไร” หลังจากจอดติดไฟแดงผมก็หันมาถามเธอด้วยสีหน้าจริงจังแต่ทว่าในดวงตาของเธอกลับมีน้ำตาคลออยู่“เห้ยเป็นอะไรใครทำอะไรอีก” ผมใช้สองมือจับใบหน้าของเธอให้หันมามองผมตรงๆ รู้สึกกระวนกระวายกลัวว่าเธอจะโดนใครไม่รู้โจมตีอีก“ปะป่าวแค่ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ” ผมขมวดคิ้วแต่ทว่าก็ต้องรีบปล่อยมือออกเพราะไฟเขียวแล้วไว้ถึงบ้านค่อยคุยกันก็ได้วะ“ฉันไปช่วยป้าเตรียมมื้อเย็นก่อนนะ” ผมมองข้าวเจ้าที่พูดขึ้นโดยไม่สบตาผม“เดี๋ยว” ผมรั้งแขนเธอไว้เพราะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ“ไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ..มีไรจะพูดก็พูดออกมาเลยฉันไม่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้” ผมพูดตรงๆ ผมชอบที่เราสอง

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ฉันชอบเธอ

    “นี่เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก” ฉันรีบดันใบหน้าหล่อให้ถอยออกมองริมฝีปากของอีกฝ่ายที่เลอะลิปสติกของฉันเซฟในตอนนี้เขาหายใจแรงมากเหมือนพยายามควบคุมความต้องการของตัวเองอยู่แกร้กฉันกระพริบตาปริบๆมองเซฟที่ทำการปลดสร้อยเกรียร์ของเขาออกก่อนจะมาสวมให้กับฉันนี่มันหมายความว่ายังไงกัน..“เซฟ..” ฉันเอ่ยชื่อเขาอย่างไม่เข้าใจในการกระทำนี้การให้สร้อยเกรียร์ของคณะวิศวะเขาว่ากันว่ามันคือของแทนใจที่จะให้กับหญิงสาวที่รักไม่ใช่หรอร่างสูงเงียบไปแต่ทว่าใบหน้าของเขากลับขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัดนี่เขาชอบฉันจริงๆสินะ“ไหนบอกว่าไม่ได้ชอบฉันไง” ฉันเอ่ยถามมองเซฟที่หลบสายตาฉันเขาเขินแหละแต่เก๊กอยู่“ก็ไม่ได้ชอบ” เจ้าตัวตอบปฏิเสธกลับมาแต่ฉันดันคิดว่ามันน่าเอ็นดูมากที่ปากของเขาไม่ตรงกับใจถึงขนาดนี้“ไม่ได้ชอบแล้วให้สร้อยเกียร์กับฉันทำไม” ฉันถามพรางยื่นใบหน้าไปไกลๆจนอีกฝ่ายชะงักไป“นายรู้รึเปล่าว่าการให้นสร้อยนี่กับฉันมันหมายความว่าอะไร?“กะก็แค่สร้อยธรรมดาๆ” เซฟยังคงปากแข็ง“ถ้างั้นฉันถอดนะ” ฉันทำท่าจะถอด“ชอบ”“....”“ฉันชอบเธอข้าวเจ้า” ฉันได้แต่ยืนช็อกกับคำสารภาพรักของเซฟ“เพราะงั้น..” จู่ๆเซฟก็ดึงฉันไปกอดใบหน้าหล่อฝ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status