Partager

แข็งป่ะ?

last update Date de publication: 2025-10-19 18:27:08

วันต่อมา

ทำไม? ทำไม? ทำไมฉันต้องออกมาซื้อของกับไอบ้านี่ด้วยอ๊ากกกก!!

เหตุมันเกิดขึ้นเนื่องจากว่าฉันได้รับไหว้วานให้ไปซื้อของที่ห้างซึ่งตอนแรกฉันก็กะจะไปเองนี่แหละแต่ไอบ้าเซฟมันดันลงมาพอดีพอแม่ของเขาถามว่ามีแพลนจะออกไปไหนทำอะไรไหมไอบื้อนั่นก็บอกว่าไม่มี

และไงคะ

ก็ได้เลยมาด้วยกันแบบงงๆนี่ไงทั้งๆที่ฉันปฏิเสธไปแล้วว่าจะมาเองแต่คุณหญิงก็คะยั้นคะยอบอกให้เซฟขับรถไปส่งฉันจนสุดท้ายก็ไม่มีใครต้านทานคำพูดอันทรงพลังได้ฉันเลยต้องยอมนั่งรถมากับไอตาหื่นกามนี่สองต่อสองทั้งๆที่พึ่งเกิดเรื่องอะไรแบบนั้นไปเมื่อวานนี้เองแท้ๆ

“นั่งดีๆฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกหน่ายัยข้าวเน่า”จู่ๆไอบ้าเซฟก็พูดขึ้นมาแต่เขาไม่ได้มองมาทางฉันเพราะกำลังตั้งใจขับรถอยู่

“ไม่ฉันจะนั่งแบบนี้”ฉันพูดขึ้นอย่างจริงจังเพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีก็เลยนั่งหันทั้งตัวหันทั้งหน้าไปจ้องอีกฝ่าย

“ตามใจขอให้ตะคริวกินแล้วกัน”ฉันรับฟังแบบไม่ใส่ใจแต่ทว่าพอนั่งท่านี้นานๆก็แอบเมื่อยนะแถมยังรู้สึกเวียนหัวอีกฮื่ออ

“อุแหวะ”ทันทีที่มาถึงห้างที่แรกที่ฉันไปก็คือห้องน้ำก่อนจะเข้าไปอ้วกแบบหมดไส้หมดพุงเนื่องจากเมารถเป็นเพราะไอบ้าเซฟคนเดียวเลยมาทำให้ฉันหวาดระแวงไปหมด

“สมน้ำหน้า”ทันทีที่ฉันออกมาจากห้องน้ำก็เจอร่างสูงยืนพูดล้อฉันอย่างอารมณ์ดี

นี่คงมีแต่ฉันที่ผิดปกติสินะนี่เขาไม่รู้สึกบาปกับตัวเองบ้างรึไงที่มาแข็งใส่ผู้หญิงแบบนี้แต่ก็นะได้ข่าวว่าเป็นเสือผู้หญิงพอตัวเลยนี่คงจะโดนสาวๆปลุกเร้าอารมณ์บ่อยครั้งไม่ใช่ว่าเพียงแค่แตะตัวก็แข็งขึ้นมาหรอกใช่ไหม

จิ้มๆ

“ทำบ้าอะไร”ใบหน้าหล่อหันมาถามฉันเมื่อฉันเอานิ้วจิ้มๆแขนเขา

“แข็งป่ะ?”

“อะไรแข็ง”ฉันลากสายตาต่ำมายังเป้าของเขา

“ยัยบ้านี่!”มือหนารีบจับใบหน้าของฉันให้เงยขึ้นทันทีพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะตีฉันให้ตาย

“เอ้าอะไรอ่ะก็แค่พิสูนจ์ดูว่านายมันจะโรคจิตแค่ไหนก็เท่านั้นเอง”

“มานี่!”

“อ๊ะจะไปไหน!”จู่ๆฉันก็โดนาหื่นกามนี่ลากกลับไปยังลานจอดรถร่างสูงดันฉันเข้าไปในรถก่อนที่เขาจะเดินขึ้นมานั่งประจำที่

“นี่นายคิดจะทำอะไรฉันใช่ไหม”ฉันรีบยกสองมือปิดตัวเองทันทีนี่มันที่จอดรถในห้างดังเลยนะเว้ยเขาคิดจะทำอะไรหื่นกามที่นี่อย่างนั้นรึโรคจิตที่สุด!

“เห้อยัยข้าวเน่าเอ้ย”จู่ๆอีกฝ่ายก็ถอนหายใจออกมายาวๆมือหนาเสยผมไปด้านหลังเหมือนพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่

“เธอเป็นบ้าอะไรหะโรคจิตรึไงถึงได้มองเป้าผู้ชายกลางห้างแบบนั้น”เซฟหันมาถามฉันอย่างหัวเสีย

“ใครกันแน่ที่โรคจิตเมื่อวานนาย..”ฉันชะงักคำพูดไปเพราะมันน่าอายเกินกว่าจะพูดออกมานี่สิ

“นี่ฟังนะไม่ว่าจะผู้ชายคนไหนเจอผู้หญิงมาดิ้นๆอยู่บนตัวมันก็แข็งเหมือนกันหมดนั่นแหละ”เซฟพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ฉันไม่เชื่อหรอกคนที่เป็นแบบนั้นได้มีแต่พวกโรคจิตเท่านั้นแหละ!

“ฉันไม่เชื่อ”ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังตอบกลับไป

“ไม่เชื่อใช่ไหม?”

“ใช่ไม่เชื่อ!”ฉันส่ายหน้าให้ตายยังไงก็ไม่เชื่อหรอก

“ได้ งั้นก็มาพิสูนจ์เองเลยมา”

“กรี๊ดนายจะทำบ้าเฮือกก..”ฉันตัวแข็งทันทียามที่มือหนาจับมือฉันให้ไปวางทาบกับส่วนนั้นของเขาและแน่นอนว่าฉันก็รีบชักมือกลับทันที

“นี่นาย!!”

“เห็นไหมล่ะว่ามันไม่ได้แข็งตัวง่ายขนาดนั้น”ฉันยังไม่ทันจะได้ด่าร่างสูงก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“โรคจิต!”ฉันมองเขาเขม็งใครจะคิดว่าไอบ้านี่จะใช้วิธีนี้ในการบอกฉันกัน

เออเชื่อก็เชื่อ!

“รีบลงไปซื้อของซะฉันจะรออยู่ที่รถ”เซฟเอ่ยขึ้นจริงสิเรามาห้างเพื่อซื้อของนี่หน่ากะว่าจะรีบไปรีบกลับแต่ดันมาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องซะได้

“ไม่ต้องหรอกนายกลับไปเถอะฉันนั่งรถเมล์กลับได้”ฉันเอ่ยบอกแค่นี้ก็อึดอัดกันจะตายอยู่แล้ว

“ฉันเป็นเจ้านายเธอนะอย่าลืมยัยข้าวบูด”ฉันมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากลงจากยอมเขาและเจ้านายที่ไหนมันอยู่รอคนใช้ซื้อของและขับรถไปรับไปส่งคนใช้แบบนี้กัน

จิ๊ น่าหงุดหงิดจริงๆ

พอกลับเข้ามาในห้างอีกครั้งฉันก็เปิดดูรายการที่ต้องซื้อส่วนใหญ่เป็นพวกสกินแคร์ของเค้าท์เตอร์แบรนด์ต่างๆคุณหญิงคงไม่มีเวลามาซื้อเองสินะช่วงนี้ทั้งคู่ก็ทำงานหนักกันมากแต่ลูกชายตัวดียังเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ

ฉันนี่เพลียใจแทนจริ๊งๆ

ฉันเดินซื้อของอย่างชิวๆเอาจริงๆพยายามทำให้ช้าที่สุดเพื่อดึงเวลาให้ไอบ้านั่นโมโหเล่นจนทนรอไม่ไหวแต่ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีสายหรือข้อความทักมาบอกว่าไม่อยู่รอแล้วเลย

เอาจริงดิ่ นี่ฉันต้องกลับบ้านกับไอคนที่ดึงมือฉันไปจับตรงนั้นของเขาจริงๆอะนะ

ขนลุกก~

“อ๊ะ”สายตาของฉันหันไปเห็นร่างคุ้นตาก่อนจะฉีกยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจมองผู้ชายที่ยืนเล่นมือถือเหมือนรอใครอยู่ก็ไม่รู้และผู้ชายคนนั้นก็คือพี่มอสแฟนฉันเอง><

นี่มันพรมลิขิตชัดๆทำไมเราสองคนถึงมาเจอกันที่นี่โดยไม่ได้นัดหมายกันด้วยนะก็เพราะว่ามันคือพรมลิขิตไง

“พะมอ..!”ฉันชะงักทั้งขาและปากที่กำลังจะเอ่ยเรียกแฟนตัวเองมองหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังเดินเข้าไปหาพี่มอสและทั้งสองคนก็กอดกันอย่างหวานชื่นโดยที่พี่มอสเองก็อ้าแขนรับกอดจากหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

นะนี่มันอะไรกัน

“กลับ”

“อ๊ะ?”ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจจู่ๆเซฟก็เข้ามาจับมือฉันก่อนจะลากฉันให้เดินตามเขาไปซึ่งฉันที่ยังงงๆอยู่ก็เดินตามเขาไปแบบง่ายดายแถมยังไม่รู้เลยว่าเขาหาฉันเจอได้ยังไง

ปึก 

เสียงประตูรถถูกปิดลงพร้อมกับร่างสูงของเซฟที่เข้ามานั่งประจำที่

“วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วรึไง”เซฟเอ่ยขึ้นแต่ฉันก็ไม่มีกระจิตกระใจจะตอบคำถามของอีกฝ่ายสักนิด

เมื่อกี้มันคืออะไร ภาพที่ฉันเห็นมันคืออะไรกัน

“เมื่อกี้นายก็เห็นใช่ไหม”

“เห็นอะไร”

“แฟนของฉันกำลังกอดกับผู้หญิงคนอื่น”ฉันเอ่ยถามเซฟตอนนี้ในหัวมันตื้อไปหมดเลยตัวก็ชาวาบไปหมด

“เห็นแบบนั้นแล้วก็เลิกยุ่งกับมันซะมันไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เธอคิดหรอก”คำพูดของเซฟทำฉันขมวดคิ้วขึ้นมาทันที

“นายหมายความว่ายังไง?”

“จะหมายความว่าอะไรได้อีกนอกจากว่าแฟนเธอมันเป็นไอเศษสวะไง”ใบหน้าหล่อหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะหันกลับไปขับรถต่อส่วนฉันก็ได้แต่นั่งนิ่งเพราะยังช็อกกับสิ่งที่ได้ยินและภาพที่ได้เห็นอยู่เมื่อกี้

นี่พี่มอสนอกใจฉันจริงๆเหรอ

ผู้ชายที่แสนดีและมักจะยิ้มอย่างอบอุ่นให้ฉันเนี่ยนะนอกใจฉัน

มันเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ...

จริงจ้าลูกสาววว เลิกเลยยย 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ2

    หลายปีต่อมาฟอดดด“ตั้งใจทำงานนะ^^” ฉันหอมแก้มสามีฟอดใหญ่ก่อนที่เราสองคนจะแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองซึ่งโต๊ทำงานของฉันก็เพียงแค่อยู่นอกประตูเท่านั้นที่จริงเคยนั่งอยู่ในห้องเดียวกันแล้วแหละแต่ตัดสินใจย้ายไปนั่งข้างนอกแทนก็จะอะไรซะอีกล่ะหมอนั่งอยู่ด้วยกันไอหื่นกามนี่ก็เล่นจับฉันกดเช้ากดเย็นจนงานการล่าช้าไปหมดสุดท้ายฉันเลยตัดสินใจที่จะย้ายโต๊ะออกมาข้างนอกแทนบ้ากามจริงๆสามีใครก็ไม่รู้“สวัสดีครับพี่ข้าว”“อ่าวหวัดดี” ฉันมองพนักงานใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ร่างสูงส่งยิ้มให้กับพร้อมกับวางกล่องขนมลงตรงหน้าฉัน“ทานให้อร่อยนะครับ^^”“อะเอ่อ..ขอบใจนะ” ฉันพูดอย่างเกร็งๆคือทุกคนในบริษัทต่างรู้ว่าฉันกับเซฟเราสองคนเป็นสามีภรรยากันแต่สำหรับน้องคนนี้คงยังไม่รู้สินะแกร้กฉันมองเซฟที่เปิดประตูออกมาได้จังหวะพอดีใบหน้าหล่อจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นมิตรทันทีฉันพึ่งจะออกมาแท้ๆเขาจะออกมาทำไมเนี่ย“สวัสดีครับท่านประธาน”“มาทำอะไร”“เอาขนมมาให้พี่ข้าวเจ้าครับ^^”“จะจีบ?”“อะเอ่อจะว่างั้นก็ได้ครับ^^” ฉันได้แต่ยืนเหงื่อแตกพลั่กๆหนูลูกพึ่งมาทำงานแท้ๆจะโดนตาบ้านั่นไล่ออกมั้ยเนี่ยนิสัยหวงเมียใครๆก็รู้

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ตอนพิเศษ

    2ปีต่อมาฉันกลายเป็นนักศึกษาปี4และที่สำคัญคือ…ฉันเรียนจบแล้วจ้าา!! ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันรับปริญญาฉันเองแหละทุกคน>“ยินดีด้วยนะลูก”“ยินดีกับเกียรตินิยมอันดับ1ด้วยนะลูกสะใภ้” ฉันรับช่อดอกไม้มาด้วยความเขินอาย2ปีที่ผ่านมาฉันได้รับความรักจากพวกท่านทั้งสองเยอะมากๆพวกท่านเอ็นดูฉันสุดๆเดี๋ยวก็พาไปอวดคนนั้นคนนี้อ๊ะจริงสิฉันน่ะไม่ได้เป็นสาวเฉิ่มแล้วนะแว่นตาก็ไม่ได้ใส่แล้วเหตุเพราะฉันเองก็อยากปรับตัวให้เข้ากับเซฟด้วยเช่นกันแม้ว่าเจ้าตัวจะย้ำนักย้ำหนาว่าไม่เป็นไรแต่ที่ฉันปรับเปลี่ยนตัวเองมันไม่ใช่เพื่อคนอื่นแต่ก็เพื่อตัวฉันเองด้วยเช่นกันความจริงแล้วตาบ้านั่นก็แค่หึงน่ะเพราะฉันน่ะมันเป็นสาวสวยนี่“ยินดีด้วยนะข้าว” ฉันยิ้มรับอ้อมกอดจากป้าซึ่งก็ลาออกจากงานแม่บ้านแล้วแต่ก็ยังอยู่บ้านเหมือนเดิมไม่ได้ย้ายไปไหนเพราะพ่อกับแม่บอกว่าป้าได้เข้ามาเป็นครอบครัวด้วยตั้งแต่วันที่ฉันกับเซฟหมั้นกันแล้วแต่ป้าก็มักจะทำงานตามที่เคยทำแม้จะน้อยลงก็ตามที“น่าเสียดายนะที่ตาเซฟไม่ได้อยู่ด้วย” คุณแม่เอ่ยขึ้นพูดแล้วก็เศร้าเพราะหลังจากท่ีเซฟเรียนจบเขาก็เข้าทำงานที่บริษัทเพื่อเรียนรู้งานและตอนนี้ก็ทำงานอยู่สาขาต่างประเทศได

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   THE END

    หลังเลิกเรียนฉันก็กลับมาบ้านน่าตกใจตรงที่พอฉันกลับมาถึงพ่อกับแม่ของเซฟก็เรียกฉันไปคุยทันทีพวกท่านขอโทษฉันที่ทำให้ฉันต้องเจอกับเหตุการณ์แย่ๆในมหาลัยและบอกว่าเรื่องของนิต้าพวกท่านจะจัดการให้เองซึ่งฉันก็ได้แต่เอ่ยขอบคุณไปRrrr“อ๊ะเซฟ” ฉันยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเซฟโทรเข้ามา“เซฟ!”(เอ่อไม่ใช่ไอเซฟหรอกพวกพี่เป็นเพื่อนมันเอง) ฉันชะงักไป“อ่าค่ะ..”(ไอเซฟมันเป็นไข้จนน่าจะกลับบ้านไม่ไหวแล้วน่ะน้องช่วยมารับมันหน่อยได้ไหม?) ฉันเบิกตาโตทันทีทั้งๆที่บอกแล้วว่าให้กลับมานอนพักก่อนแต่เซฟก็ยังดื้อดึงบอกงานใกล้เสร็จแล้วอยู่นั่น“ได้ค่ะจะรีบไปเลยค่ะ!” ฉันพูดก่อนจะตัดสายและรีบนั่งแท็กซี่ไปมหาลัยทันทีนี่เป็นครั้งแรกเลยแหะที่มามหาลัยช่วงกลางคืนบรรยากาศน่าขนลุกชะมัด“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักทายพวกเพื่อนๆของเซฟอย่างเกร็งๆกลิ่นน้ำมันเครื่องพุ่งออกมาจนฉันย่นจมูกสภาพแต่ละคนก็เปรอะเปื้อนไปหมดพวกพี่ๆเขาพอเห็นฉันก็ตกใจทันทีอ่าพวกเขาคงไม่ชินกับที่ฉันไม่ใส่แว่นรึเปล่านะ แล้วก็พอรู้ว่าจะมาเจอเพื่อนๆเขาฉันก็แอบแต่งหน้ามาเล็กน้อยด้วยก็นะมาหน้าสดๆก็เขินอยู่“มันนอนตายอยู่นู่นน่ะ”“เอ้าไอเวรไปแช่งเพื่อนอีก..มันแค่นอนห

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ไม่ต้องมาเสือกกับเรื่องของฉัน

    เซฟ PARTปรื๊ดด!!“เวรเอ้ย” ผมสถบออกมาเมื่อจู่ๆก็มีใครไม่รู้มาตัดหน้ารถผมถ้าตีนไม่ไวมีหวังร่างแหลกไปแล้ว“นิต้า?” ผมขมวดคิ้วเป็นเธอนั่นเองที่กระโดดมาตัดหน้ารถผม“ไม่อยากเจอเลยว่ะแม่ง” ผมสถบในใจกะจะรีบไปคุยกับข้าวเจ้าแท้ๆ“อะไรของเธออีก” ผมลดกระจกลงพร้อมกับเอ่ยถาม“นิต้ามีเรื่องจะคุย”“พูดมา”“ตรงนี้น่ะหรอ” เวรเอ้ยลืมไปเลยว่าอยู่กลางถนน“ขึ้นมา” สุดท้ายผมก็ต้องให้นิต้าขึ้นมาบนรถสงสัยต้องขายรถนี้ทิ้งซะแล้วสิ“สีหน้าดูไม่ดีเลยนะไม่สบายหรอ”“ไม่ต้องมายุ่ง” ผมตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์และหันมาตั้งใจขับรถแทนไว้เดี๋ยวค่อยปล่อยเธอลงก่อนถึงมหาลัยก็ได้“จะคุยอะไรก็รีบๆพูดมา” ทั้งๆที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยแต่ก็เอาแต่นั่งเงียบอยู่ได้ผู้หญิงมันเป็นงี้หมดทุกคนเลยรึไงกันชอบยั่วให้โมโหอยู่ได้วันนี้สภาพร่างกายก็ไม่ดีสุดทั้งปวดหัวตัวร้อนจนแม่บอกให้พักผ่อนแต่เพราะผมต้องรีบทำโปรเจคจบให้เสร็จคืนนี้เพื่อที่พรุ่งนี้ที่เป็นวันเกิดผมจะได้ใช้เวลาอยู่กับข้าวเจ้าทั้งวัน“นี่นายจะให้ผู้หญิงแบบนั้นมาอยู่ข้างกายนายจริงๆหรอ?” ผมขมวดคิ้วทันทีเปิดปากพูดออกมาก็ไม่เข้าหูสักนิด“แบบนั้นมันแบบไหน”“ก็ยัยนั่นทั้งขี้เหร่ฐานะก็ไม่

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   เธอเลิกกับพี่เซฟแล้วงั้นสิ

    เซฟ PART“เป็นอะไร”ผมเอ่ยถามข้าวเจ้าที่นั่งเงียบมาตลอดการเดินทาง“แค่กๆ” นี่ไม่ใช่เสียงไอของเธอแต่เป็นของผมเองรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวหลังจากที่ได้กินข้าวตอนเข้าเรียนคาบบ่ายก็แถมจะฟังอะไรไม่รู้เรื่องเลยสักนิดสงสัยน่าจะเป็นไข้แต่ก็สมควรอยู่เล่นหามรุ่งหามค่ำทำโปรเจ็กจบจนโดนยุงกัดตัวลายก็ยอมเพราะว่าใกล้ถึงวันเกิดของผมแล้วและผมก็อยากใช้เวลาในช่วงวันเกิดกับคนที่ผมชอบโชคดีที่พวกเพื่อนๆ มันเข้าใจพร้อมหามรุ่งหามค่ำไปกับผมด้วย“หูตึงรึไงยังข้าวเน่าฉันถามว่าเธอเป็นอะไร” หลังจากจอดติดไฟแดงผมก็หันมาถามเธอด้วยสีหน้าจริงจังแต่ทว่าในดวงตาของเธอกลับมีน้ำตาคลออยู่“เห้ยเป็นอะไรใครทำอะไรอีก” ผมใช้สองมือจับใบหน้าของเธอให้หันมามองผมตรงๆ รู้สึกกระวนกระวายกลัวว่าเธอจะโดนใครไม่รู้โจมตีอีก“ปะป่าวแค่ฝุ่นมันเข้าตาน่ะ” ผมขมวดคิ้วแต่ทว่าก็ต้องรีบปล่อยมือออกเพราะไฟเขียวแล้วไว้ถึงบ้านค่อยคุยกันก็ได้วะ“ฉันไปช่วยป้าเตรียมมื้อเย็นก่อนนะ” ผมมองข้าวเจ้าที่พูดขึ้นโดยไม่สบตาผม“เดี๋ยว” ผมรั้งแขนเธอไว้เพราะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ“ไม่ได้เป็นอะไรแน่นะ..มีไรจะพูดก็พูดออกมาเลยฉันไม่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้” ผมพูดตรงๆ ผมชอบที่เราสอง

  • อย่าแตะต้องยัยเฉิ่มของผม   ฉันชอบเธอ

    “นี่เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก” ฉันรีบดันใบหน้าหล่อให้ถอยออกมองริมฝีปากของอีกฝ่ายที่เลอะลิปสติกของฉันเซฟในตอนนี้เขาหายใจแรงมากเหมือนพยายามควบคุมความต้องการของตัวเองอยู่แกร้กฉันกระพริบตาปริบๆมองเซฟที่ทำการปลดสร้อยเกรียร์ของเขาออกก่อนจะมาสวมให้กับฉันนี่มันหมายความว่ายังไงกัน..“เซฟ..” ฉันเอ่ยชื่อเขาอย่างไม่เข้าใจในการกระทำนี้การให้สร้อยเกรียร์ของคณะวิศวะเขาว่ากันว่ามันคือของแทนใจที่จะให้กับหญิงสาวที่รักไม่ใช่หรอร่างสูงเงียบไปแต่ทว่าใบหน้าของเขากลับขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัดนี่เขาชอบฉันจริงๆสินะ“ไหนบอกว่าไม่ได้ชอบฉันไง” ฉันเอ่ยถามมองเซฟที่หลบสายตาฉันเขาเขินแหละแต่เก๊กอยู่“ก็ไม่ได้ชอบ” เจ้าตัวตอบปฏิเสธกลับมาแต่ฉันดันคิดว่ามันน่าเอ็นดูมากที่ปากของเขาไม่ตรงกับใจถึงขนาดนี้“ไม่ได้ชอบแล้วให้สร้อยเกียร์กับฉันทำไม” ฉันถามพรางยื่นใบหน้าไปไกลๆจนอีกฝ่ายชะงักไป“นายรู้รึเปล่าว่าการให้นสร้อยนี่กับฉันมันหมายความว่าอะไร?“กะก็แค่สร้อยธรรมดาๆ” เซฟยังคงปากแข็ง“ถ้างั้นฉันถอดนะ” ฉันทำท่าจะถอด“ชอบ”“....”“ฉันชอบเธอข้าวเจ้า” ฉันได้แต่ยืนช็อกกับคำสารภาพรักของเซฟ“เพราะงั้น..” จู่ๆเซฟก็ดึงฉันไปกอดใบหน้าหล่อฝ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status