Compartir

อย่าได้พบเจอกันอีกเลย
อย่าได้พบเจอกันอีกเลย
Autor: เฟิงหัว

บทที่ 1

Autor: เฟิงหัว
เสิ่นหนิงเพื่อนสนิทของฉันเห็นดังนั้นก็เข้ามาควงแขนฉันด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

“รั่วรั่ว ฉันรู้ว่าเธอยังรับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่เธอมีลูกไม่ได้นี่นา แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นมาอุ้มท้อง สู้ให้ฉันทำให้เองไม่ดีกว่าเหรอ”

“เธอเคยบอกเองนี่ว่าของของเธอก็เหมือนของของฉัน...”

“ฉันจะบอกความจริงให้ฟังนะ คืนนั้นเมื่อห้าปีก่อนหลังจากที่เธอพูดประโยคนี้ ฉันกับจิ่งเซินก็มีอะไรกัน...”

ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่

วันแต่งงานของฉันกับฟู่จิ่งเซินเมื่อห้าปีก่อน เสิ่นหนิงมาร่วมงานในฐานะเพื่อนเจ้าสาว

เราสองคนต่างให้คำมั่นสัญญาริมทะเลว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดชีวิต

ตอนนั้นเสิ่นหนิงมีหนี้สินล้นพ้นตัว ฉันจึงใจกว้างนำเงินสินสอดไปช่วยปลดหนี้ให้เธอ

เธอเอาแต่ปฏิเสธ เพื่อให้เธอยอมรับความช่วยเหลือ ฉันจึงจำใจพูดไปว่าของของฉันก็คือของของเธอ

ไม่คาดคิดเลยว่าคืนนั้นเธอจะไปมีอะไรกับคนที่ฉันรักที่สุด

อวัยวะภายในราวกับถูกแช่แข็ง ฉันลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้นได้อย่างไร

ความรักหวานชื่นตลอดห้าปีที่ผ่านมา ในเวลานี้กลับกลายเป็นเหมือนเรื่องตลกสิ้นดี

กว่าฟู่จิ่งเซินจะกลับมา สภาพในบ้านก็พังเละเทะไปหมดแล้ว

ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งอย่างที่คิด เขาเดินเข้ามาดึงฉันเข้าไปกอดไว้แนบอกเหมือนทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน ก่อนจะกระซิบปลอบโยนข้างหู

“บาดเจ็บตรงไหนไหม ดูคุณสิ โตป่านนี้แล้วยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้...”

พูดจบเขาก็ประทับรอยจูบลงบนข้างหูของฉัน

ชั่วขณะหนึ่ง ฉันถึงกับคิดไปว่าเรื่องราวทั้งหมดเมื่อตอนกลางวันเป็นเพียงแค่ฝันร้าย

ตอนนี้พอตื่นจากฝัน เราสองคนก็ยังคงเป็นคู่สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิม

ทว่าคำพูดประโยคถัดมาของเขากลับฉุดฉันให้ร่วงหล่นลงไปในฝันร้ายนั้นอีกครั้ง

“หนิงหนิงบอกว่าช่วงสองสามคืนนี้ลูกงอแงมาก ผมขอไปอยู่เป็นเพื่อนสองแม่ลูกที่คฤหาสน์ทางทางเหนือของเมืองก่อนนะ”

“คุณไม่ต้องห่วง คนที่ผมรักที่สุดก็ยังเป็นคุณ หนิงหนิงเป็นแค่แม่ของลูกผม ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย”

“ถ้าคุณทำใจรับไม่ได้จริง ๆ ต่อไปพวกคุณก็แยกกันอยู่คนละฝั่งเมือง จะได้ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก”

“ทำไม”

ฉันจ้องมองหน้าเขา พร้อมกับเค้นเสียงถามออกไปทีละคำ

“ทำไมถึงไปมีอะไรกับเธอตั้งแต่วันแต่งงานของเราเมื่อห้าปีก่อน”

ฟู่จิ่งเซินลูบผมของฉันเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ตอนแรกผมแค่เมา...”

“หลังจากนั้น...ผมก็พบว่าถึงพวกคุณจะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เรื่องบนเตียงกลับต่างกันลิบลับ คุณไม่ยอมปล่อยตัวตามสบายเลยนะรั่วรั่ว...”

“แถมคุณยังชอบเอาแต่ใจ ทุกครั้งที่ทะเลาะกับคุณเสร็จ ก็ได้หนิงหนิงนี่แหละที่คอยอยู่เป็นเพื่อนผม”

ขณะที่พูด ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม

ความทรงจำย้อนกลับไปในช่วงปีที่สองที่คบกับฟู่จิ่งเซิน เขาไปคุยงานจนเมามาย กระทั่งเวลาตีห้าเขาก็ยังไม่ยอมเปิดห้องพักในโรงแรมแถวนั้น และดึงดันจะให้คนมาส่งที่บ้านให้ได้

พอถามถึงเหตุผล เขาก็บอกว่ากลัวเมาแล้วจะเผลอไปแตะต้องผู้หญิงคนอื่นเข้า

ตอนนั้นเขาให้คำมั่นสัญญาว่าชีวิตนี้ขาดฉันไม่ได้ และจะไม่มีวันไปพัวพันกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด ทว่าตอนนี้เขากลับไปแอบกินกับเพื่อนสนิทของฉัน

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หัวใจของฉันก็ด้านชาไปหมดจนลืมแม้กระทั่งวิธีร้องไห้

จู่ ๆ โทรศัพท์ของฟู่จิ่งเซินก็ดังขึ้น

เขามองคำว่า “ลูกค้า” บนหน้าจอ แต่กลับไม่ยอมกดรับสายในทันทีและหันมาพูดกับฉันแทน

“เอาละ ๆ คุณได้โวยวายไปแล้ว ถ้ายังโกรธอยู่ก็ออกไปเดินช็อปปิงแก้เบื่อสิ หนิงหนิงกับลูกกำลังรอผมอยู่นะ”

“ลูกยังเล็กขนาดนั้น จะขาดพ่อไปไม่ได้หรอกนะ”

“รั่วรั่ว ผมเชื่อว่าคุณเองก็คงไม่อยากให้เด็กคนนั้นต้องเป็นเหมือนกับคุณใช่ไหมล่ะ”

ฉันเบิกตากว้างด้วยความโกรธ

เขาทั้งรู้ดีว่าพ่อหนีไปกับเมียน้อยตอนฉันอายุสามขวบ การขาดความรักจากพ่อคือความเสียใจในชีวิตของฉัน แต่เขาก็ยังจงใจพูดจาแทงใจดำกันแบบนี้

“ฟู่จิ่งเซิน...เราหย่ากันเถอะ”

ฉันแทบจะต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีในร่างเพื่อเค้นประโยคนี้ออกมา

แต่ฟู่จิ่งเซินที่ได้ฟังกลับหลุดหัวเราะออกมา

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 8

    ส่วนเสิ่นหนิงก็ถูกเขากักบริเวณไว้ในคฤหาสน์ทางเหนือมาตลอดและเด็กคนนั้นที่เมื่อก่อนเขาเคยรักดั่งแก้วตาดวงใจ ก็ถูกเขาส่งตัวไปอยู่ต่างประเทศแล้วเช่นกันเด็กนั้นไร้เดียงสา แต่เสิ่นหนิงไม่ได้เป็นแบบนั้นเขาคอยทรมานเสิ่นหนิงอยู่ในคฤหาสน์ทุกวัน แถมยังหลอกเธอว่าลูกตายไปแล้วทีแรกเสิ่นหนิงยังคงคาดหวังว่าผู้ช่วยหนุ่มจะกลับมาช่วยเธอ แต่เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนชื่อแซ่และหนีหายเข้ากลีบเมฆไปตั้งนานแล้ว เธอก็หมดหวังอย่างสมบูรณ์การถูกทรมานอย่างหนักทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เสิ่นหนิงเริ่มมีอาการทางประสาทตอนที่ฉันได้เจอเธออีกครั้ง เธอก็ซูบผอมจนแทบจำไม่ได้ ฟู่จิ่งเซินเพียงแค่ทำถ้วยชาหก เธอก็รีบคลานเข้าไปเลียน้ำชาบนพื้นจนสะอาดเอี่ยมทันทีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฟู่จิ่งเซิน“จิ่งเซิน ดูสิคะ ฉันเช็ดพื้นซะสะอาดเอี่ยมเลย”“ให้ฉันได้เจอลูกสักครั้งได้ไหมคะ ฉันจะยอมเชื่อฟังทุกอย่างเลย”ในชั่วอึดใจนั้น ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ยากที่จะจินตนาการได้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับการทรมานที่ไร้มนุษยธรรมขนาดไหนสัปดาห์ต่อมา คุณน้าก็เริ่มลงมือโจมตีฟู่ซื่ออย่างเต็มกำลัง ฟู่จิ่งเซินจึงกลายสภาพเป็

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 7

    เมื่อสามเดือนก่อน เขาทำร้ายจิตใจฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเกือบจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วฉันจะยอมยกโทษให้เขาง่าย ๆ ได้อย่างไรดังนั้นฉันจึงปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล ไม่ยอมพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวส่วนฟู่จิ่งเซินก็เอาแต่เฝ้าอยู่หน้าประตูแบบนั้น กระทั่งคุณน้าที่เพิ่งเลิกงานกลับมาเห็นเข้าวินาทีที่เห็นหน้าฟู่จิ่งเซินชัดเจน คุณน้าก็พุ่งเข้าไปซัดหน้าเขาหนึ่งหมัดฟู่จิ่งเซินถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก ทว่าเขาก็ยังปากแข็ง“คุณน้าครับ! ขอแค่รั่วรั่วยอมยกโทษให้ผม ต่อให้คุณน้าจะซ้อมผมจนตายผมก็ยอม!”“ช่วงเวลาที่ไม่มีรั่วรั่ว ผมเหมือนตายทั้งเป็นจริง ๆ ...”“ได้โปรดเชื่อผมเถอะนะครับ ผมรักรั่วรั่วจริง ๆ ”คุณน้าไม่อยากฟัง จึงสั่งให้คนไล่เขาตะเพิดออกไปทันทีหลังจากนั้นอีกหลายวัน ฟู่จิ่งเซินก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำยังพยายามใช้ความทรงจำในอดีตมาทำให้ฉันใจอ่อนขอแค่ฉันเดินออกจากบ้าน เขาก็จะพุ่งเข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง กระทั่งยกเอาเหตุการณ์ริมทะเลในวันแต่งงานขึ้นมาพูดฉันที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าพลันชะงักฝีเท้าลงทันทีฟู่จิ่งเซินหลงคิ

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 6

    เขาอยากกินน้ำซุปมาก และก็คิดถึงเธอมากเช่นกันในบ้านยังคงเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน แม้กระทั่งเกี๊ยวกล่องที่กินไม่หมดก็ยังวางอยู่ที่เดิมเวลาผ่านไปสามเดือน ผิวหน้าของเกี๊ยวดูไม่ออกแล้วว่าเป็นรูปทรงอะไร ทว่าก็ยังคงป่องตุงอยู่ราวกับมีอะไรดลใจ เขาเดินเข้าไปหยิบเกี๊ยวขึ้นมาหนึ่งตัวปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ เขาถึงเพิ่งเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ปะปนอยู่กับเศษอาหารเน่าเสียคือกองเศษแก้วที่แท้ตอนนั้นซูรั่วไม่ได้โกหกเขา ในไส้เกี๊ยวมีเศษแก้วอยู่จริง ๆแต่ตัวเขาเองกลับทำอะไรลงไปท่ามกลางความเหม่อลอยนั้น เขาคล้ายกับเห็นซูรั่วยืนอยู่ไม่ไกล กำลังส่งยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า“จิ่งเซิน กินน้ำซุปสิคะ...”เขาเดินเข้าไปหา แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกคันยุบยิบที่ใบหน้า พอเอื้อมมือไปแตะกลับสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น ที่แท้เขาก็ร้องไห้น้ำตาอาบหน้าไปตั้งนานแล้วเขาไปหาหมอที่เคยตรวจร่างกายให้เขาในตอนนั้น อีกฝ่ายดูเหมือนจะคาดเดาไว้แต่แรกแล้วว่าเขาต้องมา“ตอนที่ผลตรวจออกมา ภรรยาของคุณกลัวว่าคุณจะทำใจไม่ได้ ก็เลยขอให้ผมบอกว่าเป็นปัญหาของเธอเองครับ”“โรคของคุณมีโอกาสรักษาหายได้น้อยมาก โอกาสท

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 5

    ตลอดทางเขาเอาแต่คิดว่าจะเผชิญหน้ากับซูรั่วอย่างไรดีแต่ในชั่วอึดใจที่ผลักประตูคฤหาสน์เข้าไป เขาก็ต้องตกตะลึงสิ่งที่ปะทะเข้าหน้าคือกลิ่นฝุ่นคละคลุ้ง ภายในคฤหาสน์ว่างเปล่าไร้ผู้คน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งอยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อสามเดือนก่อน บนพื้นถึงขั้นยังมีคราบเลือดหลงเหลืออยู่ซูรั่วไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอแล้วเธอไปไหนล่ะมิน่าล่ะ ถึงแม้ผู้ช่วยจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวของซูรั่วให้เขาฟังอยู่บ่อย ๆ แต่กลับไม่เคยส่งรูปถ่ายมาให้ดูเลยสักครั้งฟู่จิ่งเซินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางม่านหมอกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้ช่วย“มาที่คฤหาสน์ทางใต้ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ทันทีเลย”ปลายสายตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ฟู่จิ่งเซินรออยู่ในคฤหาสน์ตั้งแต่เที่ยงวันยันฟ้ามืด ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ช่วยพอโทรไปอีกครั้ง ก็มีเพียงเสียงสายไม่ว่างเขารีบสั่งให้คนไปตรวจสอบกำหนดการเดินทางของผู้ช่วยทันที แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายได้ขึ้นเครื่องบินหนีไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเหมือนจะถูกปั่นหัวเข้าให้แล้ว เขาจึงรีบนัดหมายตรวจร่างกายรอบที่เร็วที่

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 4

    เสี้ยววินาทีก่อนที่สติจะดับวูบ ฉันเห็นเงาร่างของคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปีเขาสวมกอดฉันไว้แน่นด้วยสีหน้าปวดใจ ก่อนจะอุ้มฉันออกไปจากห้องพักผู้ป่วยหลังจากวุ่นวายมาตลอดทั้งช่วงเช้า ในที่สุดเสิ่นหนิงก็พ้นขีดอันตรายฟู่จิ่งเซินถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งซูรั่วเอาไว้ในห้องพักผู้ป่วยเขานวดคลึงหัวคิ้วด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อยเดิมทีเขาคิดว่าซูรั่วจะยอมรับเด็กคนนี้ได้ยังไงเธอก็มีลูกไม่ได้ แถมเสิ่นหนิงก็ยังเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอที่สำคัญกว่านั้น คนในแวดวงนี้มีใครบ้างที่ไม่เป็นแบบนี้ผู้ชายน่ะ จะทนต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาอีกอย่างเขาก็ไม่ได้บอกว่าจะหย่าเสียหน่อย หนำซ้ำยังอุตส่าห์คิดทางออกที่สมบูรณ์แบบอย่างการแยกกันอยู่คนละฝั่งเมืองให้แล้วด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าซูรั่วจะไม่เพียงไม่ยอมรับ แต่ถึงขั้นเอ่ยปากขอหย่าเธอพูดจาเหลวไหลอะไรออกมาเขาก็แค่มีลูกเพิ่มมาหนึ่งคน ไม่ได้แปลว่าไม่รักเธอแล้วช่างเถอะ รอให้เรื่องราวคลี่คลายลงก่อน ค่อยกลับไปง้อเธอก็แล้วกันถึงเธอจะอารมณ์ร้ายไปบ้าง แต่ก็เป็นเพราะเขาตามใจจนเคยตัวเมื่อคิดได้ดังนั้น เดิมทีฟู่จิ่งเซินตั้งใจจะไปด

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 3

    ในไส้เกี๊ยวเต็มไปด้วยเศษแก้วทุกคำที่กลืนลงไป ลำคอราวกับถูกเข็มนับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทงฉันกลั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสคายเกี๊ยวออกมา แล้วหันไปคาดคั้นเสิ่นหนิง“ใส่เศษแก้วลงในเกี๊ยว นี่คือคำขอโทษของเธอหรือไง”ฟู่จิ่งเซินมองดูสีหน้าเจ็บปวดของฉัน ก่อนจะหันไปมองเสิ่นหนิงด้วยความสงสัยน้ำตาของเสิ่นหนิงพลันร่วงเผาะลงมาทันทีเธอทิ้งตัวพิงอกฟู่จิ่งเซินราวกับคนไร้เรี่ยวแรง“ฉันไม่ได้ทำนะ...”“เกี๊ยวนี่จิ่งเซินก็ดูฉันห่ออยู่ตลอด จะมีเศษแก้วได้ยังไง”“รั่วรั่ว ฉันตั้งใจมาขอโทษเธอจริง ๆ นะ ทำไมเธอถึงต้องแต่งเรื่องโกหกตื้น ๆ มาใส่ร้ายฉันด้วย หรือว่าต้องให้ฉันกับลูกตายไปจริง ๆ เธอถึงจะยอมยกโทษให้”เสิ่นหนิงพูดแค่ไม่กี่คำ ฟู่จิ่งเซินก็ตัดสินความผิดให้ฉันเสียแล้ว“รั่วรั่ว คุณทำให้ผมผิดหวังมากจริง ๆ ...”“วันนี้คุณต้องขอโทษหนิงหนิง”จู่ ๆ ความคิดของฉันก็ล่องลอยกลับไปเมื่อนานมาแล้วตอนนั้นฉันกับฟู่จิ่งเซินเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน ฉันไปหาเขาที่บริษัท แล้วถูกเลขาของเขาใส่ร้ายว่าจงใจทำเอกสารของเธอเลอะเทอะในจังหวะที่ฉันหมดหนทางแก้ตัว จู่ ๆ ฟู่จิ่งเซินก็ปรากฏตัวขึ้น และไล่เลขาคนนั้นออกท่ามกลาง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status