Compartir

บทที่ 3

Autor: เฟิงหัว
ในไส้เกี๊ยวเต็มไปด้วยเศษแก้ว

ทุกคำที่กลืนลงไป ลำคอราวกับถูกเข็มนับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทง

ฉันกลั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสคายเกี๊ยวออกมา แล้วหันไปคาดคั้นเสิ่นหนิง

“ใส่เศษแก้วลงในเกี๊ยว นี่คือคำขอโทษของเธอหรือไง”

ฟู่จิ่งเซินมองดูสีหน้าเจ็บปวดของฉัน ก่อนจะหันไปมองเสิ่นหนิงด้วยความสงสัย

น้ำตาของเสิ่นหนิงพลันร่วงเผาะลงมาทันที

เธอทิ้งตัวพิงอกฟู่จิ่งเซินราวกับคนไร้เรี่ยวแรง

“ฉันไม่ได้ทำนะ...”

“เกี๊ยวนี่จิ่งเซินก็ดูฉันห่ออยู่ตลอด จะมีเศษแก้วได้ยังไง”

“รั่วรั่ว ฉันตั้งใจมาขอโทษเธอจริง ๆ นะ ทำไมเธอถึงต้องแต่งเรื่องโกหกตื้น ๆ มาใส่ร้ายฉันด้วย หรือว่าต้องให้ฉันกับลูกตายไปจริง ๆ เธอถึงจะยอมยกโทษให้”

เสิ่นหนิงพูดแค่ไม่กี่คำ ฟู่จิ่งเซินก็ตัดสินความผิดให้ฉันเสียแล้ว

“รั่วรั่ว คุณทำให้ผมผิดหวังมากจริง ๆ ...”

“วันนี้คุณต้องขอโทษหนิงหนิง”

จู่ ๆ ความคิดของฉันก็ล่องลอยกลับไปเมื่อนานมาแล้ว

ตอนนั้นฉันกับฟู่จิ่งเซินเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน ฉันไปหาเขาที่บริษัท แล้วถูกเลขาของเขาใส่ร้ายว่าจงใจทำเอกสารของเธอเลอะเทอะ

ในจังหวะที่ฉันหมดหนทางแก้ตัว จู่ ๆ ฟู่จิ่งเซินก็ปรากฏตัวขึ้น และไล่เลขาคนนั้นออกท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย

ตอนนั้นเขาพูดว่า

“ผมจะเชื่อใจภรรยาของผมอย่างไม่มีเงื่อนไข”

ทว่าบัดนี้คนที่เขาเชื่อใจอย่างไม่มีเงื่อนไขกลับกลายเป็นคนอื่นไปเสียแล้ว

“คนผิดไม่ใช่ฉัน ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย”

ฉันกลั้นความเจ็บปวดในใจแล้วตะโกนประโยคนี้ออกไป

ท่าทีของฉันดูเหมือนจะไปยั่วโมโหฟู่จิ่งเซินเข้า

เขาบังคับยัดเกี๊ยวเข้าปากฉันราวกับคนเสียสติ

กระทั่งฉันกระอักเลือดออกมาคำโต เขาถึงเพิ่งได้สติ

“รั่วรั่ว คุณเป็นอะไร”

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย

แต่ฉันไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบกลับแล้ว

เสี้ยววินาทีก่อนที่สติจะดับวูบ ฉันได้ยินฟู่จิ่งเซินตะโกนลั่น

“รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว...”

พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ตรงหน้าคือใบหน้าอันเต็มไปด้วยความกังวลของฟู่จิ่งเซิน ทว่าพอเขาเอ่ยปาก คำพูดกลับเชือดเฉือนราวกับมีด

“ผมรู้ว่าคุณโกรธผมกับหนิงหนิง แต่ก็ไม่เห็นต้องทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้ายหนิงหนิงเลยนี่”

ฉันอยากจะอ้าปากพูด แต่กลับพบว่าเปล่งเสียงออกมาไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

อาจเป็นเพราะเศษแก้วบาดเส้นเสียง หรืออาจจะเป็นเพราะสาเหตุอื่น แต่สรุปก็คือฉันสูญเสียเสียงไปแล้ว

เมื่อตระหนักถึงจุดนี้ ฟู่จิ่งเซินก็รีบลุกออกไปตามหมอทันที

ส่วนเสิ่นหนิงกลับกระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“รู้ไหมว่าทำไมเธอถึงเป็นใบ้ ก็เพราะฉันวางยาในเกี๊ยวไงล่ะ”

“แต่เธอพูดไม่ได้แล้ว จิ่งเซินก็ไม่มีทางเชื่อหรอก”

“ซูรั่วนะซูรั่ว เธอก็เหมือนกับแม่ร่าน ๆ ของเธอนั่นแหละ เกิดมามีชีวิตไร้ค่า”

ฉันหมดความอดทน รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักเธอออกไป

เธอส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้ฉัน ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น พลันมีเลือดไหลซึมออกมาจากหว่างขาของเธออย่างต่อเนื่อง

ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของฟู่จิ่งเซินที่เพิ่งกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วยพอดี

เขารีบอุ้มเสิ่นหนิงออกไปจากห้องทันที

ก่อนไปเขายังหันมาพูดกับฉันอย่างดุดันว่า

“ถ้าหนิงหนิงเป็นอะไรไป ผมจะทำให้คุณต้องชดใช้อย่างสาสม...”

หมอบอกว่าเสิ่นหนิงมีภาวะตกเลือดอย่างรุนแรงระยะหลัง ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บหลังคลอด

ฟู่จิ่งเซินโยนความผิดทั้งหมดมาให้ฉัน

“พวกคุณเป็นเพื่อนสนิทกันที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณถึงได้จิตใจอำมหิตขนาดนี้”

“ซูรั่ว ผู้หญิงอำมหิต...”

เขาชี้หน้าด่าทอฉัน ส่วนฉันก็ใจสลายอย่างสมบูรณ์ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไป

“ฉันตัดสินใจแล้ว รีบส่งคนมารับฉันที”

ข้อความเพิ่งจะส่งออกไป หมอก็วิ่งเข้ามาบอกว่าคลังเลือดของโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนขั้นวิกฤต และเสิ่นหนิงจำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือด

“เจาะเลือดเธอสิ!”

ฟู่จิ่งเซินพูดออกไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย

เข็มฉีดยาแทงทะลุเส้นเลือดของฉัน เลือดถูกสูบออกจากร่างกายไปอย่างต่อเนื่อง

ฉันมองฟู่จิ่งเซินอย่างสิ้นหวัง ทว่าเขากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงว่า

“นี่คือสิ่งที่คุณติดค้างหนิงหนิง...”

ฉันไม่รู้ว่าถูกเจาะเลือดออกไปกี่หลอด รู้เพียงแค่สติของตัวเองเริ่มเลือนรางลงทุกที

หลังจากนั้นฉันก็ถูกทิ้งขว้างไว้ในห้องพักผู้ป่วยราวกับขยะชิ้นหนึ่ง

ฉันค้นหาใบรับรองแพทย์เรื่องภาวะไม่มีตัวอสุจิของฟู่จิ่งเซินในโทรศัพท์ แล้วใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดส่งมันออกไป

ฟู่จิ่งเซิน นี่คือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันจะมอบให้คุณ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 8

    ส่วนเสิ่นหนิงก็ถูกเขากักบริเวณไว้ในคฤหาสน์ทางเหนือมาตลอดและเด็กคนนั้นที่เมื่อก่อนเขาเคยรักดั่งแก้วตาดวงใจ ก็ถูกเขาส่งตัวไปอยู่ต่างประเทศแล้วเช่นกันเด็กนั้นไร้เดียงสา แต่เสิ่นหนิงไม่ได้เป็นแบบนั้นเขาคอยทรมานเสิ่นหนิงอยู่ในคฤหาสน์ทุกวัน แถมยังหลอกเธอว่าลูกตายไปแล้วทีแรกเสิ่นหนิงยังคงคาดหวังว่าผู้ช่วยหนุ่มจะกลับมาช่วยเธอ แต่เมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนชื่อแซ่และหนีหายเข้ากลีบเมฆไปตั้งนานแล้ว เธอก็หมดหวังอย่างสมบูรณ์การถูกทรมานอย่างหนักทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้เสิ่นหนิงเริ่มมีอาการทางประสาทตอนที่ฉันได้เจอเธออีกครั้ง เธอก็ซูบผอมจนแทบจำไม่ได้ ฟู่จิ่งเซินเพียงแค่ทำถ้วยชาหก เธอก็รีบคลานเข้าไปเลียน้ำชาบนพื้นจนสะอาดเอี่ยมทันทีจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฟู่จิ่งเซิน“จิ่งเซิน ดูสิคะ ฉันเช็ดพื้นซะสะอาดเอี่ยมเลย”“ให้ฉันได้เจอลูกสักครั้งได้ไหมคะ ฉันจะยอมเชื่อฟังทุกอย่างเลย”ในชั่วอึดใจนั้น ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ยากที่จะจินตนาการได้เลยว่าเธอต้องเผชิญกับการทรมานที่ไร้มนุษยธรรมขนาดไหนสัปดาห์ต่อมา คุณน้าก็เริ่มลงมือโจมตีฟู่ซื่ออย่างเต็มกำลัง ฟู่จิ่งเซินจึงกลายสภาพเป็

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 7

    เมื่อสามเดือนก่อน เขาทำร้ายจิตใจฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังเกือบจะฆ่าฉันให้ตาย แล้วฉันจะยอมยกโทษให้เขาง่าย ๆ ได้อย่างไรดังนั้นฉันจึงปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างไม่ลังเล ไม่ยอมพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวส่วนฟู่จิ่งเซินก็เอาแต่เฝ้าอยู่หน้าประตูแบบนั้น กระทั่งคุณน้าที่เพิ่งเลิกงานกลับมาเห็นเข้าวินาทีที่เห็นหน้าฟู่จิ่งเซินชัดเจน คุณน้าก็พุ่งเข้าไปซัดหน้าเขาหนึ่งหมัดฟู่จิ่งเซินถูกต่อยจนล้มลงไปกองกับพื้น มีเลือดซึมออกมาที่มุมปาก ทว่าเขาก็ยังปากแข็ง“คุณน้าครับ! ขอแค่รั่วรั่วยอมยกโทษให้ผม ต่อให้คุณน้าจะซ้อมผมจนตายผมก็ยอม!”“ช่วงเวลาที่ไม่มีรั่วรั่ว ผมเหมือนตายทั้งเป็นจริง ๆ ...”“ได้โปรดเชื่อผมเถอะนะครับ ผมรักรั่วรั่วจริง ๆ ”คุณน้าไม่อยากฟัง จึงสั่งให้คนไล่เขาตะเพิดออกไปทันทีหลังจากนั้นอีกหลายวัน ฟู่จิ่งเซินก็มาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง หนำซ้ำยังพยายามใช้ความทรงจำในอดีตมาทำให้ฉันใจอ่อนขอแค่ฉันเดินออกจากบ้าน เขาก็จะพุ่งเข้ามาเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง กระทั่งยกเอาเหตุการณ์ริมทะเลในวันแต่งงานขึ้นมาพูดฉันที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าพลันชะงักฝีเท้าลงทันทีฟู่จิ่งเซินหลงคิ

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 6

    เขาอยากกินน้ำซุปมาก และก็คิดถึงเธอมากเช่นกันในบ้านยังคงเหมือนเมื่อสามเดือนก่อน แม้กระทั่งเกี๊ยวกล่องที่กินไม่หมดก็ยังวางอยู่ที่เดิมเวลาผ่านไปสามเดือน ผิวหน้าของเกี๊ยวดูไม่ออกแล้วว่าเป็นรูปทรงอะไร ทว่าก็ยังคงป่องตุงอยู่ราวกับมีอะไรดลใจ เขาเดินเข้าไปหยิบเกี๊ยวขึ้นมาหนึ่งตัวปลายนิ้วพลันรู้สึกเจ็บแปลบ เขาถึงเพิ่งเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่ปะปนอยู่กับเศษอาหารเน่าเสียคือกองเศษแก้วที่แท้ตอนนั้นซูรั่วไม่ได้โกหกเขา ในไส้เกี๊ยวมีเศษแก้วอยู่จริง ๆแต่ตัวเขาเองกลับทำอะไรลงไปท่ามกลางความเหม่อลอยนั้น เขาคล้ายกับเห็นซูรั่วยืนอยู่ไม่ไกล กำลังส่งยิ้มแล้วพูดกับเขาว่า“จิ่งเซิน กินน้ำซุปสิคะ...”เขาเดินเข้าไปหา แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าจู่ ๆ เขาก็รู้สึกคันยุบยิบที่ใบหน้า พอเอื้อมมือไปแตะกลับสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น ที่แท้เขาก็ร้องไห้น้ำตาอาบหน้าไปตั้งนานแล้วเขาไปหาหมอที่เคยตรวจร่างกายให้เขาในตอนนั้น อีกฝ่ายดูเหมือนจะคาดเดาไว้แต่แรกแล้วว่าเขาต้องมา“ตอนที่ผลตรวจออกมา ภรรยาของคุณกลัวว่าคุณจะทำใจไม่ได้ ก็เลยขอให้ผมบอกว่าเป็นปัญหาของเธอเองครับ”“โรคของคุณมีโอกาสรักษาหายได้น้อยมาก โอกาสท

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 5

    ตลอดทางเขาเอาแต่คิดว่าจะเผชิญหน้ากับซูรั่วอย่างไรดีแต่ในชั่วอึดใจที่ผลักประตูคฤหาสน์เข้าไป เขาก็ต้องตกตะลึงสิ่งที่ปะทะเข้าหน้าคือกลิ่นฝุ่นคละคลุ้ง ภายในคฤหาสน์ว่างเปล่าไร้ผู้คน ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงหยุดนิ่งอยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อสามเดือนก่อน บนพื้นถึงขั้นยังมีคราบเลือดหลงเหลืออยู่ซูรั่วไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอแล้วเธอไปไหนล่ะมิน่าล่ะ ถึงแม้ผู้ช่วยจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวของซูรั่วให้เขาฟังอยู่บ่อย ๆ แต่กลับไม่เคยส่งรูปถ่ายมาให้ดูเลยสักครั้งฟู่จิ่งเซินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังหลงทางอยู่ท่ามกลางม่านหมอกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาผู้ช่วย“มาที่คฤหาสน์ทางใต้ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ทันทีเลย”ปลายสายตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ฟู่จิ่งเซินรออยู่ในคฤหาสน์ตั้งแต่เที่ยงวันยันฟ้ามืด ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้ช่วยพอโทรไปอีกครั้ง ก็มีเพียงเสียงสายไม่ว่างเขารีบสั่งให้คนไปตรวจสอบกำหนดการเดินทางของผู้ช่วยทันที แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายได้ขึ้นเครื่องบินหนีไปต่างประเทศตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองเหมือนจะถูกปั่นหัวเข้าให้แล้ว เขาจึงรีบนัดหมายตรวจร่างกายรอบที่เร็วที่

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 4

    เสี้ยววินาทีก่อนที่สติจะดับวูบ ฉันเห็นเงาร่างของคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานหลายปีเขาสวมกอดฉันไว้แน่นด้วยสีหน้าปวดใจ ก่อนจะอุ้มฉันออกไปจากห้องพักผู้ป่วยหลังจากวุ่นวายมาตลอดทั้งช่วงเช้า ในที่สุดเสิ่นหนิงก็พ้นขีดอันตรายฟู่จิ่งเซินถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาทิ้งซูรั่วเอาไว้ในห้องพักผู้ป่วยเขานวดคลึงหัวคิ้วด้วยความเหนื่อยล้าเล็กน้อยเดิมทีเขาคิดว่าซูรั่วจะยอมรับเด็กคนนี้ได้ยังไงเธอก็มีลูกไม่ได้ แถมเสิ่นหนิงก็ยังเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอที่สำคัญกว่านั้น คนในแวดวงนี้มีใครบ้างที่ไม่เป็นแบบนี้ผู้ชายน่ะ จะทนต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาอีกอย่างเขาก็ไม่ได้บอกว่าจะหย่าเสียหน่อย หนำซ้ำยังอุตส่าห์คิดทางออกที่สมบูรณ์แบบอย่างการแยกกันอยู่คนละฝั่งเมืองให้แล้วด้วยคิดไม่ถึงเลยว่าซูรั่วจะไม่เพียงไม่ยอมรับ แต่ถึงขั้นเอ่ยปากขอหย่าเธอพูดจาเหลวไหลอะไรออกมาเขาก็แค่มีลูกเพิ่มมาหนึ่งคน ไม่ได้แปลว่าไม่รักเธอแล้วช่างเถอะ รอให้เรื่องราวคลี่คลายลงก่อน ค่อยกลับไปง้อเธอก็แล้วกันถึงเธอจะอารมณ์ร้ายไปบ้าง แต่ก็เป็นเพราะเขาตามใจจนเคยตัวเมื่อคิดได้ดังนั้น เดิมทีฟู่จิ่งเซินตั้งใจจะไปด

  • อย่าได้พบเจอกันอีกเลย   บทที่ 3

    ในไส้เกี๊ยวเต็มไปด้วยเศษแก้วทุกคำที่กลืนลงไป ลำคอราวกับถูกเข็มนับพันนับหมื่นเล่มทิ่มแทงฉันกลั้นความเจ็บปวดแสนสาหัสคายเกี๊ยวออกมา แล้วหันไปคาดคั้นเสิ่นหนิง“ใส่เศษแก้วลงในเกี๊ยว นี่คือคำขอโทษของเธอหรือไง”ฟู่จิ่งเซินมองดูสีหน้าเจ็บปวดของฉัน ก่อนจะหันไปมองเสิ่นหนิงด้วยความสงสัยน้ำตาของเสิ่นหนิงพลันร่วงเผาะลงมาทันทีเธอทิ้งตัวพิงอกฟู่จิ่งเซินราวกับคนไร้เรี่ยวแรง“ฉันไม่ได้ทำนะ...”“เกี๊ยวนี่จิ่งเซินก็ดูฉันห่ออยู่ตลอด จะมีเศษแก้วได้ยังไง”“รั่วรั่ว ฉันตั้งใจมาขอโทษเธอจริง ๆ นะ ทำไมเธอถึงต้องแต่งเรื่องโกหกตื้น ๆ มาใส่ร้ายฉันด้วย หรือว่าต้องให้ฉันกับลูกตายไปจริง ๆ เธอถึงจะยอมยกโทษให้”เสิ่นหนิงพูดแค่ไม่กี่คำ ฟู่จิ่งเซินก็ตัดสินความผิดให้ฉันเสียแล้ว“รั่วรั่ว คุณทำให้ผมผิดหวังมากจริง ๆ ...”“วันนี้คุณต้องขอโทษหนิงหนิง”จู่ ๆ ความคิดของฉันก็ล่องลอยกลับไปเมื่อนานมาแล้วตอนนั้นฉันกับฟู่จิ่งเซินเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน ฉันไปหาเขาที่บริษัท แล้วถูกเลขาของเขาใส่ร้ายว่าจงใจทำเอกสารของเธอเลอะเทอะในจังหวะที่ฉันหมดหนทางแก้ตัว จู่ ๆ ฟู่จิ่งเซินก็ปรากฏตัวขึ้น และไล่เลขาคนนั้นออกท่ามกลาง

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status