ANMELDEN“ที่นี่ที่ไหนคะ” เธอถามพลางมองรอบห้องอย่างสนใจ
“บ้านพี่ชายผมเอง ไร่มนต์มณี” เขาขยับตัวยืนตรง
“ไร่มนต์มณี?”
“สระบุรี หลังจากส่งไอ้สามตัวนั่นให้ตำรวจจัดการต่อแล้ว ผมก็พาคุณมาที่นี่ เพราะอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุด รอคุณค่อยยังชั่วแล้วผมจะพาไปส่งบ้าน” ปรเมนทร์กล่าว
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”
ขวัญข้าวยิ้มให้นันทิยาและปฐวี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ก่อนกล่าวขอบคุณทั้งคู่ ซึ่งเธอเพิ่งทราบว่าเป็นพี่ชายและพี่สะใภ้ของปรเมนทร์ นันทิยาดูแลเธอเป็นอย่างดีจนเธอซาบซึ้งใจ ดวงตาสวยกวาดมองใบหน้าคมคายของสองพี่น้องพลางเปรียบเทียบอยู่ในใจ
“คุณป้องหล่อกว่าพี่ปราชญ์ใช่ไหมคะ” นันทิยากระซิบถามเบา ๆ
“เอ่อ...” ใบหน้าหวานแดงก่ำ พลางหลบสายตาวาวของหญิงสาว
“ไม่ต้องเขินพี่หรอกค่ะ” นันทิยาหัวเราะเบา ๆ
“แหมพี่แนนคะ จะไม่ให้ข้าวเขินได้ยังไง ก็ข้าวเผลอแอบมองสามีพี่แนนจนพี่แนนจับสังเกตได้แบบนี้” ขวัญข้าวแก้ตัวเขิน ๆ
“มองสามีพี่ หรือมองน้องสามีพี่กันแน่คะ” นันทิยากระเซ้า
“พี่ปราชญ์หล่อน่ามองกว่าตั้งเยอะ”
“อ๊ะ...ไม่ได้ค่ะ คนนี้พี่หวง แต่ถ้าเป็นคนน้อง พี่สนับสนุนนะคะ” นันทิยาแหย่
“ข้าวไม่สนหรอกค่ะ หล่อแต่ปากเสียที่สุด”
“นั่นแน่ คุณข้าวก็เห็นด้วยกับพี่ใช่ไหมคะ ว่าคุณป้องน่ะหล่อ” นันทิยายิ้มเย้า
“ก็หล่อค่ะ แต่แค่หล่ออย่างเดียวไม่ช่วยอะไรสักหน่อยนี่คะ” เธอท้วง
“แล้วคุณข้าวทราบได้ยังไงคะว่าคุณป้องหล่ออย่างเดียว ถ้ายังไม่ลองคบกันดูก่อน”
“เขารังเกียจข้าวจะตายไป” เธอฟ้องเสียงเบา
“ไม่จริงแน่ ๆ นี่คงเพราะไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนคุณข้าว คนหวงความโสดอย่างคุณป้องถึงได้สร้างกำแพงสูงขนาดนี้ พี่เชื่อว่าคุณป้องสนใจคุณข้าวมากกว่าคนอื่นต่างหากค่ะ” นันทิยาแสดงความเห็น
“พี่แนนคิดอย่างนั้นเหรอคะ” ขวัญข้าวถามคล้ายไม่แน่ใจ
“เชื่อพี่สิคะ ว่าแต่...พี่มองไม่ผิดใช่ไหมคะว่าคุณข้าวก็สนใจคุณป้องอยู่เหมือนกัน” นันทิยาอมยิ้ม
“ข้าวเปล่า!”
“ค่ะ ๆ เปล่าก็เปล่า” นันทิยาหัวเราะเบา ๆ
“คุณปราชญ์มีกันสองคนพี่น้องเหรอคะ” คำถามของขวัญข้าวเรียกรอยยิ้มจากนันทิยา จนเธอต้องแสร้งเมินหน้าซ่อนรอยยิ้ม เพราะไม่อยากให้หญิงสาวเขินไปมากกว่านี้
“ห้าคนค่ะ พี่ป่า พี่ปราชญ์ คุณปก คุณป้อง และน้องแสนดี” นันทิยาตอบ
“พี่น้องเยอะจังนะคะ” ขวัญข้าวพึมพำ
“ค่ะ แต่งงานกันหมดแล้วทุกคน เหลือแค่คุณป้องที่หวงความโสด”
ขวัญข้าวอดเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังยืนคุยกับพี่ชายอยู่อีกทางไม่ได้ เธอถอนหายใจแรงเมื่อหัวใจเริ่มเต้นผิดปกติยามแอบมอง ได้แต่คิดว่าคงเพราะเขาเป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่มาช่วยเธอถึงสองครั้ง จึงทำให้เธอเผลอเทใจให้อย่างรวดเร็วและง่ายดายขนาดนี้
“ถ้าคุณข้าวไม่รีบกลับกรุงเทพฯ อยู่เที่ยวบ้านเราก่อนสิคะ พรุ่งนี้น้อง ๆ คุณปราชญ์จะมาเที่ยวกัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้”
“จะดีเหรอคะ ข้าวกลัวคุณป้องจะรังเกียจ” คิ้วเรียวขมวดมุ่น
“ดีสิคะ คุณป้องไม่มีทางรังเกียจหรอกค่ะ”
นันทิยาสรุปพร้อมส่งยิ้มจริงใจให้หญิงสาว ก่อนจะเดินตรงไปหาสองหนุ่ม แล้วพูดคุยกันด้วยเรื่องอะไรเธอก็ไม่อาจเดาได้ แต่ดวงตาคมที่เหลือบมามองเธอนั่นสิ ดูดุเสียจนเธอใจหาย
ไม่นานเขาก็เดินตรงมาหาเธอตามลำพัง ส่วนสองสามีภรรยาเดินผ่านประตูบ้านออกไปด้านนอก
“คุณจะค้างที่นี่เหรอ” เขาถามเสียงขุ่น
“ฉันยังปวดหัวอยู่ แล้วพี่แนนก็ชวนให้อยู่เที่ยวด้วย คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เธอสบตาคมพร้อมถามเสียงไม่ทุกข์ร้อน
“ผมไม่มีปัญหาแน่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของคุณจะไม่มีปัญหา... รวมถึงไม่ด่วนสรุปว่าผมต้องแต่งงานกับคุณ เพราะคุณมาค้างบ้านพี่ชายของผมแบบนี้” ปรเมนทร์กล่าวเสียงขรึม
“ฉันรับรองว่าถ้าคุณไม่คุกเข่าขอแต่งงานกับฉันเสียเอง ก็จะไม่มีงานแต่งระหว่างเราแน่”
“คงต้องรอจนกว่าน้ำจะท่วมหลังเป็ด อย่างนั้นผมก็สบายใจ เพราะมันจะไม่มีวันนั้นแน่นอน” ปรเมนทร์ไหวไหล่แรง พร้อมเอ่ยอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
“เชอะ...หลงตัวเอง คิดว่าอยากได้ตัวมาทำพันธุ์นักรึไง” ขวัญข้าวมองตามแผ่นหลังกว้างพลางบ่นเบา ๆ
“ไม่ต้อง! แสนดีกลับเองได้!” ปริยากรทั้งสะบัดตัวทั้งออกแรงผลักแผงอกกว้างทุบตีเขาพัลวันทั้งน้ำตานองหน้า“อย่าอาละวาดได้ไหมแสนดี! ขืนพี่ปล่อยเราขับรถออกไปสภาพนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา พี่จะมองหน้าทุกคนที่บ้านได้ยังไง!”“ไม่ต้องมาห่วงแสนดี! ตาต้าใจร้าย!”“สงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมแสนดี!”“ไม่! ปล่อยแสนดีเดี๋ยวนี้!” สาวน้อยแผดเสียงลั่นดิ้นรนสุดกำลังที่มีปริยากรดิ้นรนสุดกำลัง ยิ่งอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดรอบเอวเธอแน่นหนาเท่าใดหยดน้ำตาก็ยิ่งหลั่งไหลพร้อมเสียงสะอื้นราวจะขาดใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ายึดกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่เธอปักใจรักแอบมอบหัวใจให้หญิงสาวอีกคน ทั้งที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเธอรักและภักดีต่อเขามากแค่ไหน แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันปิดบัง ปล่อยให้เธอเป็นคนโง่คนสุดท้ายที่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขากับปลายรุ้งแอบซ่อนความสัมพันธ์กันเอาไว้“แสนดี สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม!” ธรภูมิตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน“อย่ายุ่งกับแสนดี! รักแสนดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดี!”สาวน้อยหยุดดิ้นรน ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงซบอกกว้าง มือทั้งคู่ถูกยกขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรักที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจและแอบหว
“จริงนะ พี่ถือว่านี่คือคำสัญญา” ดวงตาคมวาวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปิดกว้าง“หื่น เซ็กซ์จัด”“พิณไม่รู้อะไร...สามีพิณนะจบเอกกามสูตรเชียวนะ” เขายักคิ้วยิ้มให้เธอ“บ้า ไม่เคยได้ยินเอกกามสูตร” ใบหน้าหวานแดงปลั่ง“งั้นไว้พิณหายดีแล้วพี่จะสอนให้ รับรองวิชานี้เรียนสนุกและตื่นเต้นสุด ๆ”“คนบ้า ชอบพูดบ้า ๆ”“บ้าที่ไหน เรื่องกามสูตรนี้มีจริงนะยาหยี เคยได้ยินชื่อของวาสยายาน(VASYAYANA) นักปราชญ์ชาวอินเดียหรือเปล่าสุดสวย ท่านเขียนตำรับรักฉบับอินเดียเรื่องกามสูตรเนี่ยมากว่า 1,300 ปีที่แล้วเลยนะ”“อื้อ ไม่เห็นจะอยากอ่านเลย” “โธ่...เป็นหนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งเลยนะในตำรากามสูตรโดยวาสยายานาน่ะ มีบริบทของ “ธรรมะ” แห่งการครองคู่อย่างมีความสุข เรียกได้ว่าเป็นบริบทของการเรียนรู้ผู้ชายและเข้าใจผู้หญิง เป็นการประสานจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังมีเรื่องของ “อัฎฐะ” หรือการประกอบกิจการร่วมกันเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัว มีการทำการงานเพื่อความเป็นปึกแผ่นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน การเก็บเงินทอง การดูแลบ้านช่องลูกหลานให้มีความสุขไม่ได้มีแต่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะเมียจ๋า เรียกว่าเร
เขาไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเปิดประตูรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนให้เธอก้าวเข้าไปแล้วจึงวิ่งอ้อมหน้ารถมายังฝั่งของตน เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วปานกลางจนกระทั่งถึงหน้าผาโล่งกว้างแห่งหนึ่งที่มีเพียงเวิ้งฟ้ากว้างสีครามด้านหน้ากับเหวลึกและท้องทะเลสีครามมองเห็นไกล ๆ ลมเย็นพัดแรงจนผมของเธอปลิ้วลู่ไปตามกระแส เครื่องบินเล็กสองลำบินโฉบไปมาจนเธอต้องมองอย่างสนใจ“เอ๊ะ!”เสียงหวานดังอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแผ่นผ้าสีขาวกลางม่านฟ้ามีข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวโตเขียนคำว่า “Phin-Will U Marry Me” น้ำตาของเธอไหลพราก มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองไว้ด้วยความปลื้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมของคนรักเขาโอบกอดเธอไว้ดวงตาคมจ้องมองสบตาของเธอหวานฉ่ำ ใบหน้าโน้มลงแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน แหวนที่เลือกเองกับมือถูกหยิบออกมาถือไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆให้เธอได้ยิน“I love you. Please marry me...แต่งงานกับพี่นะครับ”“Yes…I love you too. พิณก็รักพี่เขตค่ะ”เสียงหัวเราะปนไปกับน้ำตาแห่งความตื้นตันเมื่อแหวนที่สวยที่สุดในความรู้สึกของเธอถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอยกแขนขึ้นโอบลำคอแกร่งพร้อม
พิณพญาทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน แค่แอบมองแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์กับมารดาเมื่อวันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาก็ตกหลุมรักในความน่ารักและช่างอ้อนของพิณพญาที่มีต่อมารดาแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาอยากเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเธอทันทีความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายในชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีใครทำให้เขาคิดถึงคำว่าครอบครัวเหมือนเช่นที่พิณพญาทำได้เลยสักคน อาเขตมั่นใจว่าเขาพบคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขาอย่างแท้จริงแล้วเสน่ห์ของพิณพญาไม่ใช่มีเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสน่ห์ของเธอเพียบพร้อมไปหมดทั้งพิศวาสเย้ายวนที่ทำให้เขาลุ่มหลง ทั้งความอ่อนโยนน่ารัก ความอ่อนหวานช่างอ้อน ถึงแม้เธอจะแสนงอน ขี้ใจน้อยแต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กเพราะเขาค่อนข้างชอบที่จะง้อและเอาใจคนขี้งอนอย่างเธอด้วยร่างกายของเขาเองพิณพญาไม่เชื่อลมปากของอาเขตนัก ผู้หญิงถึงอย่างไรก็ยังต้องการการยืนยันเป็นทางการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นแหละไม่ใช่เรื่องอื่น เธอไม่ชอบที่จะคบหากันแบบประเภทเลื่อนลอย ถูกใจก็อยู่ไม่ถูกใจก็เลิก และถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ พิณพญาก็ไม่พร้อมจะเปลืองตัวมอ
“จะลงไปดี ๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป” อาเขตถอนหายใจแรง“พิณจะกลับบ้าน”“พี่อยากให้เราคุยกันก่อน”“แต่พิณไม่พร้อมจะคุย”“คุยกันอย่างมีเหตุผลบ้างได้ไหม อย่าใช้แต่อารมณ์แบบนี้สิพิณ”“พิณไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่พิณยังไม่พร้อมจะคุยต่างหาก พี่เขตนั่นแหละเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล” เธอหันมาต่อว่าเสียงขุ่น“ถ้าพิณยังไม่พร้อมจะคุย พี่ก็พร้อมจะรอให้พิณอารมณ์ดีกว่านี้ก่อน แต่พี่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าพิณจะไม่หนีพี่ไปอย่างครั้งก่อน”“ไหนว่ารักกันก็ต้องเชื่อใจกันไง พี่เขตไม่เชื่อใจพิณ”“ถ้าอย่างนั้นพิณสัญญากับพี่ได้ใช่ไหมว่าเราจะคุยกันดี ๆ โดยที่พิณจะไม่หนีพี่ไปเฉย ๆ”“ฮึ...” เธอสะบัดหน้าหนี“ว่าไง...”“สัญญา แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ในเวลาที่พิณยังไม่หายโกรธแบบนี้ด้วย”“ตกลง แต่ถึงยังไงคืนนิ้พิณก็ต้องอยู่ที่นี่”“แต่พิณอยากกลับบ้าน” เธอเม้มริมฝีปาก “พี่เหนื่อย”“งั้นพิณกลับเอง” เธอยังต่อรอง“ไม่ได้! พี่จะปล่อยพิณกลับได้ยังไง พิณกลัวอะไรถ้าจะต้องค้างบ้านพี่ หรือว่าพิณกลัวพี่...”“ไม่กลัว...แต่ไม่อยากเห็นหน้า”“ถ้าอย่างนั้นพี่จะนอนหันหลังให้พิณก็ได้”อาเขตหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูลงไปก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถตรงมายังประตูฝั่งต
“พี่เขต”“กลับกันเถอะพิณ” อาเขตโอบบ่าคนรักไว้อย่างปลอบโยน “นังหน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าเขตคบอยู่กับฉัน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายคนอื่นหรือไง หน้าตาก็ดูดี แต่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน” เสียงตะโกนของเพียงเดือนทำให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องและซุบซิบกันสนุกปาก“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพียงเดือน ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้”“ใช่สิคะ เพียงมันโง่ที่รักคุณ พอคุณเบื่อถึงได้ถีบหัวเพียงส่ง” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันกลับมามองทางหญิงสาวอีกคนอย่างเกรี้ยวกราด“แกก็เหมือนกัน อย่าคิดนะว่าเขาจะจริงจังด้วย นี่คงยอมนอนกับเขาแล้วหละสิ คิดสินะว่าเขาจะหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นน่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายถ้าเขารักแกจริงเขาก็ต้องให้เกียรติแกสิ วันหนึ่งแกก็จะไม่ต่างอะไรจากฉันเมื่อเขาเบื่อ เพราะเขาก็เคยหลงฉันเหมือนที่เคยหลงแกมาก่อน นังหน้าโง่”“เพียงเดือน!”น้ำตาของพิณพญาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เสียดหัวใจกับคำพูดของเพียงเดือน มือเรียวสะบัดออกจากฝ่ามือของคนรักพร้อมกับหันหลังให้คนทั้งคู่ สองเท้าพาตัวเองก้าวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตา“หยุดได้แล้วนะเพียง ถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับผมและพิณ รับรองคุณไม่มีวั







