เข้าสู่ระบบ“อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้เรื่อง... เรื่องที่พ่อแม่ของคุณไปคุยกับพ่อแม่ของผมวันนี้น่ะ ขวัญข้าว” เขาถามเสียงเครียด
“ทราบค่ะ” เธอตอบเรียบ ยกไหล่ราวกับไม่ใส่ใจ ทั้งที่รู้ว่าเขากำลังเดือดดาล
ครั้งแรก เธอตั้งใจจะคุยกับเขาดี ๆ แต่ท่าทีหงุดหงิดและคำพูดกระด้างของเขากลับทำให้เธออยากจะแกล้งขึ้นมาทันที
“ทราบ?... อย่าบอกนะว่ามันเป็นความต้องการของคุณเอง” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการประชดประชัน ดวงตาคมกริบตวัดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ขวัญข้าวเม้มปากแน่นก่อนพูดเสียงขุ่น “ทำไมคะ? สาวน้อยสาวใหญ่อยากแต่งงานกับคุณกันทั่วเมือง แล้วมันจะผิดตรงไหนถ้าฉันจะอยากได้คุณมาเป็นสามีบ้าง?”
เธอแสร้งยิ้มยั่ว ทั้งสรรพนามและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทาย เขามองเธอราวกับสิ่งมีชีวิตต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับตระกูลของเขาเลยแม้แต่น้อย
“หึ... หรือว่าท้องแล้วหาพ่อเด็กไม่ได้ ถึงอยากจับผมนัก” ปรเมนทร์แสยะยิ้มเยาะ
ขวัญข้าวกำมือแน่น ดวงตาวาวโรจน์ “ใช่หรือไม่ใช่... คุณก็ต้องแต่งกับฉันอยู่ดี”
“ผมไม่แต่ง และไม่มีวันแต่งงานกับคุณเด็ดขาด”
“แล้วเราจะได้รู้กันค่ะ ว่าใครกันแน่... ที่ต้องยอมก่อน”
เธอพูดทิ้งท้ายก่อนหมุนตัวเดินจากไป ปล่อยให้ปรเมนทร์ยืนนิ่งอยู่กับความหงุดหงิด
เขามองตามแผ่นหลังได้รูปของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยท่าทีมั่นใจ ความโกรธผสมอคติทำให้เขาคิดไปเองว่าเธอเป็นผู้หญิงประเภทที่ปล่อยตัวและใช้เรื่องแบบนั้นเป็นเครื่องมือต่อรอง
เรื่องของขวัญข้าวทำให้เขาหงุดหงิดจนอยากจะขบฟันแน่น และที่แย่กว่านั้นคือ เขากลายเป็นเรื่องขำขันของพี่ชายทั้งสองคน
“ฮ่า ๆ ขำว่ะ!” สองพี่น้องหัวเราะลั่นเมื่อได้ฟังเรื่องจากปากเขา
“ไม่ขำเลยพี่ปก” ปรเมนทร์เหลือบตาขวาง
“แต่ง ๆ ไปเถอะวะไอ้ป้อง ดูพี่ป่าสิ ฮันนีมูนรอบสอง ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านเลย!” ปฐวีหัวเราะพลางพูดขำ ๆ
“นั่นมันพี่ป่า ผมทำใจแต่งกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้จริง ๆ พี่ปราชญ์... แม่คนนั้นเทียบมินนี่ของพี่ป่าไม่ได้สักนิด แล้วจะให้ผมทำใจแต่งกับเธอได้ยังไง”
“เขาก็สวยดีนี่หว่า หุ่นดียังกับนางแบบ อยู่ ๆ กันไปก็รักกันไปเองแหละวะ อายุแกก็ไม่เด็กแล้วนะไอ้ป้อง” ปฐวีกล่าวขำ ๆ
“ผมเพิ่งสามสิบเอ็ดเอง ยังไม่เห็นต้องรีบแต่งเลย” ปรเมนทร์ยักไหล่
“จะรออะไรวะ หลานแกโตหมดแล้วนะไอ้น้องชาย แต่งไปเถอะ คุณพ่อคุณแม่จะได้มีหลานเล็ก ๆ อีกสักคน” ปรมินทร์กระเซ้า
“ใครจะอยากแต่งกับผู้หญิงกร้านโลกอย่างยัยข้าวบูดกันล่ะ” ปรเมนทร์เบ้ปาก
“ลองชิมแล้วเหรอ ถึงเรียกเขาว่าข้าวบูด?” ปฐวีกระเซ้าเสียงกลั้วหัวเราะ
“ไม่ต้องชิมพี่ แค่กลิ่นก็รู้แล้วว่าใกล้เน่า”
“เออ... พวกฉันจะคอยดู” สองหนุ่มหัวเราะลั่น
หลังจากนั้น ทั้งปรเมนทร์และขวัญข้าวต่างก็ใช้ชีวิตตามปกติ ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะเงียบ ไม่พูดถึงเรื่องแต่งงานอีก ถึงพลเรือเอกวิกรมจะเสียดายชายหนุ่มเพียงใด แต่ก็ไม่อยากขัดใจลูกสาว
จนกระทั่ง... เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีกครั้ง
พลเอกอมร เฒ่าชั่วผู้ยังไม่ยอมแพ้ ยังคงเพ่งเล็งขวัญข้าว แม้ครั้งก่อนจะรอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ พลเรือเอกวิกรมเคยเตือนและขู่ไปแล้วว่าอย่าได้ยุ่งกับบุตรสาวของตนอีก
แต่คนเลว... ก็คือคนเลว
ลูกน้องของพลเอกอมรจับตามองขวัญข้าวมาหลายวัน จนสบโอกาสในวันนี้ เมื่อหญิงสาวออกจากบ้านเพียงลำพังโดยไร้บอดี้การ์ดคุ้มกัน
รถตู้สีขาวคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างเธอในทันทีที่ก้าวลงจากรถหรูของตน ขวัญข้าวถึงกับขวัญเสีย ยังไม่ทันตั้งตัว ประตูรถก็เลื่อนเปิดออก ร่างชายฉกรรจ์สองคนกระชากตัวเธอขึ้นรถอย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือหยาบจับแขนเธอบิดไพล่ไปด้านหลัง อีกคนรวบข้อเท้าที่พยายามเตะถีบสุดแรงไว้แน่น ก่อนรถจะพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงล้อเสียดถนนดังสนั่นทั่วลานจอด
ขวัญข้าวดิ้นสุดชีวิต แต่ถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกเส้นใหญ่ ผ้าผืนโตถูกอัดปากแน่นจนเธอร้องไม่ได้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหยุดเพราะความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่มีสัญญาณเตือน
“ไม่ต้อง! แสนดีกลับเองได้!” ปริยากรทั้งสะบัดตัวทั้งออกแรงผลักแผงอกกว้างทุบตีเขาพัลวันทั้งน้ำตานองหน้า“อย่าอาละวาดได้ไหมแสนดี! ขืนพี่ปล่อยเราขับรถออกไปสภาพนี้แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา พี่จะมองหน้าทุกคนที่บ้านได้ยังไง!”“ไม่ต้องมาห่วงแสนดี! ตาต้าใจร้าย!”“สงบสติอารมณ์หน่อยได้ไหมแสนดี!”“ไม่! ปล่อยแสนดีเดี๋ยวนี้!” สาวน้อยแผดเสียงลั่นดิ้นรนสุดกำลังที่มีปริยากรดิ้นรนสุดกำลัง ยิ่งอ้อมแขนแข็งแกร่งรัดรอบเอวเธอแน่นหนาเท่าใดหยดน้ำตาก็ยิ่งหลั่งไหลพร้อมเสียงสะอื้นราวจะขาดใจ ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ายึดกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าชายหนุ่มที่เธอปักใจรักแอบมอบหัวใจให้หญิงสาวอีกคน ทั้งที่ทุกคนต่างรับรู้ว่าเธอรักและภักดีต่อเขามากแค่ไหน แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันปิดบัง ปล่อยให้เธอเป็นคนโง่คนสุดท้ายที่ไม่เคยระแคะระคายเลยว่าเขากับปลายรุ้งแอบซ่อนความสัมพันธ์กันเอาไว้“แสนดี สงบสติอารมณ์ก่อนได้ไหม!” ธรภูมิตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน“อย่ายุ่งกับแสนดี! รักแสนดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมายุ่งกับแสนดี!”สาวน้อยหยุดดิ้นรน ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแรงซบอกกว้าง มือทั้งคู่ถูกยกขึ้นปิดหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรักที่เคยหล่อเลี้ยงหัวใจและแอบหว
“จริงนะ พี่ถือว่านี่คือคำสัญญา” ดวงตาคมวาวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเปิดกว้าง“หื่น เซ็กซ์จัด”“พิณไม่รู้อะไร...สามีพิณนะจบเอกกามสูตรเชียวนะ” เขายักคิ้วยิ้มให้เธอ“บ้า ไม่เคยได้ยินเอกกามสูตร” ใบหน้าหวานแดงปลั่ง“งั้นไว้พิณหายดีแล้วพี่จะสอนให้ รับรองวิชานี้เรียนสนุกและตื่นเต้นสุด ๆ”“คนบ้า ชอบพูดบ้า ๆ”“บ้าที่ไหน เรื่องกามสูตรนี้มีจริงนะยาหยี เคยได้ยินชื่อของวาสยายาน(VASYAYANA) นักปราชญ์ชาวอินเดียหรือเปล่าสุดสวย ท่านเขียนตำรับรักฉบับอินเดียเรื่องกามสูตรเนี่ยมากว่า 1,300 ปีที่แล้วเลยนะ”“อื้อ ไม่เห็นจะอยากอ่านเลย” “โธ่...เป็นหนังสือที่มีประโยชน์เล่มหนึ่งเลยนะในตำรากามสูตรโดยวาสยายานาน่ะ มีบริบทของ “ธรรมะ” แห่งการครองคู่อย่างมีความสุข เรียกได้ว่าเป็นบริบทของการเรียนรู้ผู้ชายและเข้าใจผู้หญิง เป็นการประสานจุดเด่นจุดด้อยด้วยกันจนรวมเป็นหนึ่งเดียว และยังมีเรื่องของ “อัฎฐะ” หรือการประกอบกิจการร่วมกันเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัว มีการทำการงานเพื่อความเป็นปึกแผ่นมีการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน การเก็บเงินทอง การดูแลบ้านช่องลูกหลานให้มีความสุขไม่ได้มีแต่เรื่องกามารมณ์อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่ล่ะเมียจ๋า เรียกว่าเร
เขาไม่ตอบแต่กลับส่งยิ้มให้เธอพร้อมกับเปิดประตูรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนให้เธอก้าวเข้าไปแล้วจึงวิ่งอ้อมหน้ารถมายังฝั่งของตน เครื่องยนต์ถูกสตาร์ทและขับเคลื่อนออกไปอย่างเร็วปานกลางจนกระทั่งถึงหน้าผาโล่งกว้างแห่งหนึ่งที่มีเพียงเวิ้งฟ้ากว้างสีครามด้านหน้ากับเหวลึกและท้องทะเลสีครามมองเห็นไกล ๆ ลมเย็นพัดแรงจนผมของเธอปลิ้วลู่ไปตามกระแส เครื่องบินเล็กสองลำบินโฉบไปมาจนเธอต้องมองอย่างสนใจ“เอ๊ะ!”เสียงหวานดังอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นแผ่นผ้าสีขาวกลางม่านฟ้ามีข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวโตเขียนคำว่า “Phin-Will U Marry Me” น้ำตาของเธอไหลพราก มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นปิดริมฝีปากตัวเองไว้ด้วยความปลื้ม ใบหน้าหวานเงยขึ้นสบตาคมของคนรักเขาโอบกอดเธอไว้ดวงตาคมจ้องมองสบตาของเธอหวานฉ่ำ ใบหน้าโน้มลงแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน แหวนที่เลือกเองกับมือถูกหยิบออกมาถือไว้พร้อมกับกระซิบเบา ๆให้เธอได้ยิน“I love you. Please marry me...แต่งงานกับพี่นะครับ”“Yes…I love you too. พิณก็รักพี่เขตค่ะ”เสียงหัวเราะปนไปกับน้ำตาแห่งความตื้นตันเมื่อแหวนที่สวยที่สุดในความรู้สึกของเธอถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้าย เธอยกแขนขึ้นโอบลำคอแกร่งพร้อม
พิณพญาทั้งอ่อนโยนและอ่อนหวาน แค่แอบมองแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์กับมารดาเมื่อวันแรกที่ได้พบกันอีกครั้ง เขาก็ตกหลุมรักในความน่ารักและช่างอ้อนของพิณพญาที่มีต่อมารดาแม้จะเป็นเพียงแค่การพูดคุยกันทางโทรศัพท์ก็ทำให้เขาอยากเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของเธอทันทีความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน แม้เขาจะเคยมีผู้หญิงมากมายในชีวิต แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะมีใครทำให้เขาคิดถึงคำว่าครอบครัวเหมือนเช่นที่พิณพญาทำได้เลยสักคน อาเขตมั่นใจว่าเขาพบคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขาอย่างแท้จริงแล้วเสน่ห์ของพิณพญาไม่ใช่มีเพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เสน่ห์ของเธอเพียบพร้อมไปหมดทั้งพิศวาสเย้ายวนที่ทำให้เขาลุ่มหลง ทั้งความอ่อนโยนน่ารัก ความอ่อนหวานช่างอ้อน ถึงแม้เธอจะแสนงอน ขี้ใจน้อยแต่นั่นก็เป็นเรื่องเล็กเพราะเขาค่อนข้างชอบที่จะง้อและเอาใจคนขี้งอนอย่างเธอด้วยร่างกายของเขาเองพิณพญาไม่เชื่อลมปากของอาเขตนัก ผู้หญิงถึงอย่างไรก็ยังต้องการการยืนยันเป็นทางการ นั่นก็คือการแต่งงานนั่นแหละไม่ใช่เรื่องอื่น เธอไม่ชอบที่จะคบหากันแบบประเภทเลื่อนลอย ถูกใจก็อยู่ไม่ถูกใจก็เลิก และถ้าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ พิณพญาก็ไม่พร้อมจะเปลืองตัวมอ
“จะลงไปดี ๆ หรือจะให้พี่อุ้มไป” อาเขตถอนหายใจแรง“พิณจะกลับบ้าน”“พี่อยากให้เราคุยกันก่อน”“แต่พิณไม่พร้อมจะคุย”“คุยกันอย่างมีเหตุผลบ้างได้ไหม อย่าใช้แต่อารมณ์แบบนี้สิพิณ”“พิณไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่พิณยังไม่พร้อมจะคุยต่างหาก พี่เขตนั่นแหละเอาแต่ใจ ไร้เหตุผล” เธอหันมาต่อว่าเสียงขุ่น“ถ้าพิณยังไม่พร้อมจะคุย พี่ก็พร้อมจะรอให้พิณอารมณ์ดีกว่านี้ก่อน แต่พี่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าพิณจะไม่หนีพี่ไปอย่างครั้งก่อน”“ไหนว่ารักกันก็ต้องเชื่อใจกันไง พี่เขตไม่เชื่อใจพิณ”“ถ้าอย่างนั้นพิณสัญญากับพี่ได้ใช่ไหมว่าเราจะคุยกันดี ๆ โดยที่พิณจะไม่หนีพี่ไปเฉย ๆ”“ฮึ...” เธอสะบัดหน้าหนี“ว่าไง...”“สัญญา แต่ต้องไม่ใช่วันนี้ในเวลาที่พิณยังไม่หายโกรธแบบนี้ด้วย”“ตกลง แต่ถึงยังไงคืนนิ้พิณก็ต้องอยู่ที่นี่”“แต่พิณอยากกลับบ้าน” เธอเม้มริมฝีปาก “พี่เหนื่อย”“งั้นพิณกลับเอง” เธอยังต่อรอง“ไม่ได้! พี่จะปล่อยพิณกลับได้ยังไง พิณกลัวอะไรถ้าจะต้องค้างบ้านพี่ หรือว่าพิณกลัวพี่...”“ไม่กลัว...แต่ไม่อยากเห็นหน้า”“ถ้าอย่างนั้นพี่จะนอนหันหลังให้พิณก็ได้”อาเขตหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับเปิดประตูลงไปก่อนจะเดินอ้อมหน้ารถตรงมายังประตูฝั่งต
“พี่เขต”“กลับกันเถอะพิณ” อาเขตโอบบ่าคนรักไว้อย่างปลอบโยน “นังหน้าด้าน รู้ทั้งรู้ว่าเขตคบอยู่กับฉัน ไม่มีปัญญาหาผู้ชายคนอื่นหรือไง หน้าตาก็ดูดี แต่ชอบแย่งแฟนชาวบ้าน” เสียงตะโกนของเพียงเดือนทำให้สายตาทุกคู่หันมาจับจ้องและซุบซิบกันสนุกปาก“หยุดเดี๋ยวนี้นะเพียงเดือน ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้”“ใช่สิคะ เพียงมันโง่ที่รักคุณ พอคุณเบื่อถึงได้ถีบหัวเพียงส่ง” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันกลับมามองทางหญิงสาวอีกคนอย่างเกรี้ยวกราด“แกก็เหมือนกัน อย่าคิดนะว่าเขาจะจริงจังด้วย นี่คงยอมนอนกับเขาแล้วหละสิ คิดสินะว่าเขาจะหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นน่ะ ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้ชายถ้าเขารักแกจริงเขาก็ต้องให้เกียรติแกสิ วันหนึ่งแกก็จะไม่ต่างอะไรจากฉันเมื่อเขาเบื่อ เพราะเขาก็เคยหลงฉันเหมือนที่เคยหลงแกมาก่อน นังหน้าโง่”“เพียงเดือน!”น้ำตาของพิณพญาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เสียดหัวใจกับคำพูดของเพียงเดือน มือเรียวสะบัดออกจากฝ่ามือของคนรักพร้อมกับหันหลังให้คนทั้งคู่ สองเท้าพาตัวเองก้าวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตา“หยุดได้แล้วนะเพียง ถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับผมและพิณ รับรองคุณไม่มีวั







