LOGIN“ขอบคุณค่ะ” จูนรับมาแล้วหันไปยิ้มให้วารี
“กลับค่ำไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอรีบวิ่งออกไปแต่ก่อนไปก็ยังโบกมือให้คนทั้งสอง
ชาเลตกับวารีที่งงๆกับการรีบร้อนของจูน วารีมองหน้าชาเลตอย่างช่างใจ เพื่อนหนุ่มของเธอหน้าตาดีมีสาวๆมาจีบเยอะแต่เขาก็ไม่เคยสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ หรือพูดให้ถูกก็คือเธอยังไม่เห็นเขามีแฟนเสียที เหมือนรอใครบางคนอยู่ และถ้าดูไม่ผิด คนที่ทำให้แววตาของเขามีประกายเพิ่งจะวิ่งออกไปเมื่อครู่นี่เอง
ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองเหมือนจับผิดจึงแสร้งเดินหลบไปทำอย่างอื่น แต่วารีก็ยังเดินตามมาจ้องหน้าเพื่อนอยู่ คนโกหกไม่เก่งอย่างเขาจึงทำให้วารีหัวเราะปากกว้างเสียงดังเป็นแบบฉบับของเธอเอง
“อยู่ดีๆก็มาหัวเราะคนอื่น เมากาแฟหรือไง”
“นั้นซิ รู้สึกว่าเช้านี้กาแฟยังไม่ตกถึงท้องเลย” วารีหัวเราะ
“อยากกินก็ชงกินเองซิ จะมาจ้องหน้าหาเรื่องอะไรกัน”
“ต๊าย ตาย อยู่กันมาตั้งนานเพิ่งเคยเห็นชาเลตเขินนะเนี้ย”
“เขินอะไร! พูดไปเรื่อย! นี่ถ้าไม่เห็นว่าทำเค้กอร่อยละก็...ไม่ให้มาอยู่ด้วยกันหรอก”
“เหรอจ๊ะ” วารียกมือขึ้นเท้าเอวแล้วพยักหน้าหงึกหงัก “แล้วคนที่วิ่งออกไปเมื่อกี้มีอะไรพิเศษถึงได้พักที่นี่ได้”
ชาเลตกำลังยกเก้าจัดโต๊ะอยู่ถึงกับมือไม้อ่อนทำเก้าอี้ล้ม เขาต้องนั่งลงสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนเงยหน้ามาเห็นรอยยิ้มได้ใจของวารี
“เอาน่า ฉันไม่เข้าไปวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของนายหรอก” วารีตบไหล่เพื่อน “รู้ว่าชอบผู้หญิงก็ดีใจจะแย่แล้ว ฉันนี่เผลอนึกว่านายเป็นเกย์ไปแล้วนะเนี้ย”
“คิดอะไรบ้าๆ”
“เอาน่า น้องจูนก็น่ารักดี เหมาะกับนายดีออก”
“ยังไง” ชาเลตถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ชาเลตเป็นคนนิ่งๆ อีกคนร่าเริง ชาเลตเป็นประเภทปฏิเสธใครไม่เก่ง แต่จูนเป็นคนหนักแน่น แบบนี้มันจะคบกันได้นานเพราะจะได้ถ่วงดุลกันและกันไงล่ะ”
ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว แต่วารีกลั้นหัวเราะแล้วยื่นหน้าไปถามใกล้ๆ
“ปัญหาคือ บอกรักไปหรือยัง”
คราวหน้าเขาหน้าเจือนไปทันที ได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เขิน ใช่! เขาแอบหลงรักยัยเด็กแสบคนนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ อาจจะเป็นที่เขาจับฉลากได้เป็นพี่รหัสเธอ เขาสะดุดตากับใบหน้าหวานแต่ตัดผมสั้นราวกับหนุ่มน้อย ถ้าไม่ได้ใส่กระโปรงชุดนักศึกษาละก็... เขาก็คงคิดว่าเธอเป็นเด็กผู้ชายไปแล้ว
“จูน?คนไหนชื่อจูน” เขาจำได้ว่าตอนนั้นถามเพื่อนในกลุ่มไปหลังจากเปิดกระดาษที่จับฉลากมีชื่อ ‘จูน’ อยู่บนนั้น
“น้องทอมคนนั้นไง คนที่ตัดผมรองทรงเหมือนผู้ชายไง”
“เป็นทอมเหรอ”
ชาเลตถามเพื่อเป็นข้อมูลไม่ได้มีข้อรังเกียจอะไร เพราะเขาเองก็มีเพื่อนเป็นสาวประเภทสอง เกย์รวมทั้ง เลสเบี้ยนด้วย เอาเป็นว่าสถานะทางเพศไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขา
“ไม่รู้ อันนี้นายต้องพิสูจน์เอาเอง”
“ทางมหาวิทยาลัยไม่ให้มีการรับน้อง เราตกลงกันว่าจะจัดเป็นกิจกรรมจิตอาสาพี่พาน้องทำดี พารุ่นน้องไปช่วยชาวบ้านสร้างฝ่ายกั้นน้ำ เป็นกิจกรรมที่พี่กับน้องจะได้สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น”
“แล้วโดยเฉพาะนาย ไอ้ชาเลต ช่วยทำหน้าตาให้มันโหดๆหน่อย ไม่ใช่ยิ้มไปเรื่อย น้องมันไม่กลัวเราเลยรู้ไหม?”
“หน้าเรามันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว” ชาเลตชี้หน้าตัวเอง
“อย่ามาทำให้หล่อเกินหน้าเกินตาคนอื่นนะเว้ย”
ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์วันวานแล้วก็ยิ้ม วารีขอตัวไปทำขนมสำหรับขายที่หน้าร้าน วารีเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขา วารีเรียนจบก็ไปใช้ชีวิตระหกระเหินอยู่อเมริกาหลายปี เพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ไม่นานนัก นอกจากเธอมีฝีมือด้านศิลปะแล้วยังทำขนมเบเกอรี่ได้อร่อยอีกด้วย จากเดิมที่ร้านของเขาเน้นไปทางเครื่องดื่มก็มีเมนูขนมของหวานมาเรียกลูกค้าได้อีก
ชาเลตไม่ใช่มือบาริสต้าของร้าน แต่ถ้าคนชงเครื่องดื่มไม่พอเขาก็ทำแทนได้ ความจริงชาเลตไม่ได้คิดจะทำร้านกาแฟ เพียงแค่...เขาอยากมีสถานที่หนึ่งไว้เพื่อรอใครบางคน พ่อกับแม่กลับไปอยู่ที่สวีเดนแล้ว แต่เขาคุ้นเคยกับเมืองไทยมากกว่า จึงขอใช้ทุนจากที่แม่กับพ่อขายบ้านที่เมืองไทยให้เขามาทำร้าน ‘ชมดาว’ แห่งนี้
ในร้านจะมีมุมทำงานของเขาอยู่ด้วย เพราะนอกจากเป็นเจ้าของร้านกาแฟแล้ว เขายังเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบตบแต่งภายใน โดยมีเพื่อนๆร่วมหุ้นอยู่ด้วย ที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟ ยังเป็นออฟฟิศของเขาและเป็นบ้านของเขาด้วย
ชายหนุ่มกวาด-ถูกร้านตลอดจนยกเก้าอี้จัดโต๊ะรอเปิดร้าน แม้เขาจะเป็นเจ้าของร้านมีลูกจ้างทำงาน แต่เขาก็ลงมือทำเองเสมอเพื่อให้พร้อมต้อนรับลูกค้า
ล่วงเข้าสู่ปีที่สามของร้านกาแฟชมดาว แต่เขาไม่อยากนับวันเวลาที่ได้แอบรักผู้หญิงคนนั้นเลย
“สำหรับเสียงกีต้าร์เพราะๆ ทุกคืน”“งั้นคุณคงเป็นเจ้าของเสียงพิมพ์ดีดทุกคืนเหมือนกันซีใช่มั้ยฮะ” เขาถามยิ้มๆ“เสียงนั้นคงรบกวนคุณแย่เลย”“ไม่ฮะ ผมชอบ...คือ อย่างน้อยผมก็รู้สึกว่ามีคนอยู่ใกล้ๆ ข้างๆห้อง” เขาพูดตะกุกตะกักแล้วบี้จมูกโด่งๆ เล่นอย่างเขินๆ“ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ 3-4 เดือนก็เลยยังไม่ค่อยสนิทกับใครเท่าไหร่ด้วย เอ่อ...ผมชื่อแรมฮะ”“ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ค่ะ” ศจีเอ่ยบอกแล้วถอดนาฬิกาเรือนสวยไว้บนชั้นวางของก่อนลงมือล้างจานกองโตตรงหน้า“ถ้าคุณเก็บของในห้องเรียบร้อยกว่านี้ ห้องคุณจะดูกว้างขึ้นนะค่ะ” หล่อนว่าเขาตรงๆ ได้ยินเสียงหัวเราะดังจากข้างหลัง ดูเหมือนเขาเองก็กำลังเก็บของที่เกลื่อนพื้นห้องอยู่ แต่เรียกว่ากวาดไปกองที่มุมห้องมากกว่า แล้วฝนที่ลงเม็ดอย่างหนักก็ทำให้เขาต้องรีบออกไปเก็บกางเกงยีนส์ 4-5 ตัว ที่ตากอยู่ระเบียงห้องเข้ามา และตัวเขาเองก็เปียกปอน“ฉันว่าคุณอาบน้ำเลยดีกว่านะ เดี๋ยวเป็นหวัดแย่” ศจีบอกเขาอย่างเป็นห่วง ไม่รู้ว่าผู้ชายผมยาวตรงหน้าจะคิดว่าหล่อนนี่เป็นคนยังไง เพิ่งเจอกันไม่ทันข้ามคืนก็สั่งเขาอย่างนั้นอย่างนี้ราวกับรู้จักกันอย่างดีมาช้านาน เมื่อล้างจานเ
“ เราเป็นเพื่อนกันเถอะน่ะ ” ศจีเหมือนได้ยินประโยคหนึ่งที่เพิ่งได้ยินผ่านมาแล้วนั้นไกลๆ แต่ก้องอยู่ในหูของเธอ มันลอยวนเวียนซ้ำไปมาจนหล่อนแทบกลั้นหยดน้ำตาไว้ไม่อยู่ ศจีชอบตื่นเช้าๆ มารับแสงแดอุ่นๆ แต่วันนี้มืดครื้มกว่าทุกวันที่ตื่นขึ้น แสงแดดอ่อนโยนก็แทบไม่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนของเธอเหมือนเคย เหมือนจะเตือนอะไรสักอย่างให้เธอได้รับรู้และเตรียมใจ แต่หล่อนก็ยังยิ้มอย่างสบายอารมณ์เพราะวันนี้จะได้เจอ “ธร” คนรักที่ห่างหายไปนานเสียที ในตอนบ่ายที่ร้านกาแฟที่หล่อนชอบนักชอบหนากับบรรยากาศน่ารักๆ ที่ชวนนั่งคุยอย่างไม่รู้เบื่อหล่อนก็เห็นธรนั่งคอยอยู่ที่มุมเดิม โต๊ะตัวเดิมที่เขาพาหล่อนมานั่งออกเดทครั้งแรก ธรสวมเสื้อสีฟ้าอ่อนสบายตาเหมือนครั้งแรกที่ได้พบเจอ แต่ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปจนศจีเองก็รู้สึกถึงเงาดำครึ้มในตอนเช้าที่เหมือนเตือนอะไรหล่อน“แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ใช่มั้ย” ประโยคที่ธรเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงมือของศจีไปเกาะกุม แววตาเศร้าแต่หล่อนเองต่างหากที่รู้สึกเศร้าลึกกว่า แล้วหล่อนก็เดินจากเขามาเหมือน
“นิโคล” เขาเรียกชื่อเธออีกหลายครั้งเมื่อไม่มีเสียงตอบรับ อดเป็นห่วงไม่ได้ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวในบ้าน แต่เมื่อเดินมาที่บันไดก็พบร่างเด็กสาวนอนหลับหนุนเจ้า “นวล” สุนัขพันธุ์ดาแมนเชลล์ที่เขารัก นึกเอ็นดูสาวน้อยขึ้นจับใจ อะไรหนอ...ที่ทำให้เธอต้องเป็นอย่างนี้เธอน่าจะมีบ้านอบอุ่นให้นอนพักสบายๆ ไม่ใช่ฝากชีวิตไว้กับผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งที่รักเสรีเหนือสิ่งอื่นใด เธอน่าจะงดงามกว่านี้“ชนม์มาเมื่อไหร่เหรอ” เด็กสาวเอ่ยถามเมื่อดวงตาคลี่เปิดเธอจะลุกขึ้นนั่งแต่กลับเซมาซบไหล่กว้างของชนม์อย่างไม่ตั้งใจและมือเขาก็ไวพอที่จะประคองร่างนั่นไว้ได้ทัน“ไม่สบายหรือเปล่าน่ะเรา” เขาถามพลางใช้มืออังที่หน้าผากใบหน้าเด็กสาวแดงระเรื่อได้แต่หลบสายตาคู่คม“นั้นทำอะไรกันน่ะ นิโคล...พี่ชนม์” ประโยคคำถามดังขึ้นคล้ายมีแรงมหาศาลมากระชากร่างของเด็กสาวให้ผละอกอุ่นของชนม์ ทั้งๆที่อีกฝ่ายยังก้าวมาไม่ถึงที่หมาย“โชนกลับมาแล้ว” นิโคลยิ้มกว้างแต่ที่ได้รับเป็นเพียงสายตาที่เย็นชาและกรีดลงหัวใจอ่อนบางให้เจ็บปวด“แค่กลับมาเอากระเป๋า เราจะไปทัวร์ต่อที่อื่น ขอบคุณนะครับพี่ชายที่ช่วยดูแลทุกอย่างระหว่างที่ผมมารบกวนพี่อย่างนี้
เสียงกระแทกปิดประตูบ้านอย่างแรงนั่น ทำเอาคนหนุ่มเจ้าของบ้านสะดุ้งตื่น เขางัวเงียลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนแบบที่เผลอฟุบกับโต๊ะ มือควานหาแว่นกรอบเงินมาสวมก่อนลุกขึ้นเดินตามต้นเสียงที่ได้ยิน “โชน...โชนจะทำอย่างนี้กับนิโคลไม่ได้” เสียงเด็กสาวที่เพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ในบ้านตวาดขึ้นเสียงดัง แต่คนพังกลับทำท่าเฉยชา “ก็นิโคลตามโซนมาเอง โซนไม่ได้คุกเข่าอ้อนวอนให้ตามมานี่ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าของโซนสักที” เด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันตวาดกลับบ้าง คราวนี้เด็กสาวถึงกับอึ้งไม่คิดว่าคนที่ตัวเองรักจะกล้าพูดประโยคแบบนี้ “หลบไป” เด็กหนุ่มฉวยเสื้อหนังสีดำ พาดบ่าแล้วเดินชนไหล่เด็กสาวออกไปอย่างไม่สนใจว่าน้ำตาใครบ้างกำลังร่วงริน “ไปเลยคนบ้า...บ้าที่สุด...” เด็กสาวตะโกนไล่หลังแต่ร่างกลับทรุดฮวบลงกับพื้น น้ำตารื่นรินจนคนที่เฝ้ามองแอบสะท้อนใจอยู่ไหวๆ “บ้า...บ้าที่สุดเลย...” เธอยังคงพร่ำคำเดิมๆ แต่ขยับตัวมานั่งตรงซอกบันได ไม่ได้รับรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ด้านบนมองดูร่างบางนั่นสั่นสะอื้น เธอกอดเข่าชิดแล้วโยกตัวตามจังหวะสะอื้นของหัวใจ คล้
เมื่อราวปีครึ่งก่อนหน้าไอยเรศก็ถูกจับพร้อมกับบิดาที่สุพรรณบุรีหลังจากหลบหนีไปได้หลายเดือน โดยรับสารภาพว่าต้องการมาพาไอรีนไปขายให้กับเสี่ยคนหนึ่งที่อยากได้ไอรีนไปเป็นภรรยาน้อยมานานแลกกับเงินราวๆห้าล้านบาท ส่วนภรรยาชายฝรั่งได้เลิกรากันไปเพราะความไม่รู้จักพอของทั้งภาคภูมิและไอยเรศเองไอรีนไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมที่เรือนจำ เพราะไม่มีพ่อกับพี่ชายคนไหนจ้องจะขายคนในครอบครัวเพื่อเงินแบบนี้แน่นอน ถือว่าเธอได้ตัดขากับสองพ่อลูกนั่นไปเสียแล้วกันทั้งรัก ทั้งเสียใจในตอนนี้เธอเองก็มีความสุขดี มีสังคมคนรอบตัวที่ไม่ทำร้ายตัวเอง และมีธุรกิจเล็กๆที่กำลังไปได้ด้วยดี ไอรีนได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่ต้องรีบร้อนในทุกๆวัน โดยมีบูรพาคอยอยู่เคียงข้างเสมอ“พี่รินสวัสดีค่ะ”“สวัสดีจ้าฟ้าใส เตรียมของเสร็จหรือยัง”“เสร็จแล้วค่ะ รอขนมที่พี่ไอต้องเตรียมอย่างเดียวเลย เดี๋ยวเด็กที่จะมาสมัครงานใหม่กำลังจะมาสัมภาษณ์งานนะคะ”ไอรีนยิ้มรับ ฟ้าใสคือเด็กที่เคยทำงานที่บาร์ของบูรพา ครอบครัวของน้องยากจนและน้องก็ต้องส่งตัวเองเรียนให้จบมหาวิทยาลัย ฟ้าใสไม่ได้อยากทำงานกลางคืนแต่เพราะเงินดีเลยไม่มีทางเลือก ไอรีนจึงเสนอให้เธอมาช่วยงานท
หลังจากผ่านเรื่องร้ายความสัมพันธ์ของไอรีนและบูรพาก็ค่อยๆพัฒนาขึ้น บูรพาคืนของที่เคยเป็นของไอรีนจากการถูกยึดมาใช้หนี้ให้ทุกชิ้นและย้ายมาอยู่ด้วยกันแม้ว่าสถานะตอนนี้จะเป็นแค่คนที่กำลังศึกษาดูใจแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนบูรพาให้ไอรีนเลิกทำงานที่ร้านเพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก เขาขำได้ว่าความฝันในวัยเด็กของไอรีนคือเปิดร้านขายเบเกอรี่ ซึ่งหลังจากที่ไอรีนได้ลองทำให้ชิม บูรพาก็รู้ได้เลยว่ามันอร่อยมาก ซึ่งเฟรย่าที่ถูกลากมาเป็นหนูทดลองอีกคนก็เอ่ยปากชมเช่นเดียวกันอะไรที่ไอรีนอยากจะทำเขาจะทำให้เองส่วนเรื่องคดีความตอนนี้บะหมี่ถูกจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดโดยหล่อนให้เหตุผลว่าที่ยอมทำเพราะหมั่นใส้ในตัวของไอรีนที่ไปได้ดีกับผู้ชายที่เธอชอบอย่างบูรพาและเงินที่อีกฝ่ายเสนอให้ก็ไม่ใช่น้อยๆเหตุผลไร้สาระจริงๆเหลือเพียงตัวการอย่างไอยเรศที่หนีหายไป ตอนนี้เขาถูกออกหมายจับและตำรวจกำลังตามตัวมาเพื่อดำเนินคดีอยู่ ไอรีนภาวนาให้ตำรวจจับอีกคนมารับโทษได้ไวๆ เพราะสิ่งที่พี่ชายคนนี้ทำกับเธอมันเรียกว่าครอบครัวไม่ได้อีกต่อไปทำให้ตอนนี้สิ่งที่บูรพาเครียดในเรื่องของไอรีนหมดสิ้นไปแล้ว“คุณฟืน แหวนที่ฝากสั่งล่ะ”“เฟรย่



![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



