Masukพอเข้าไปก็ต้องแนะนำชื่อสกุล ชื่อเล่น ที่เข้ามาน่ะไม่ได้ทำอะไรหรอก แค่มานั่งคุย
รุ่นพี่ส่วนใหญ่มีโรคประจำตัวกันทุกคน ถ้าไม่มีรุ่นน้องปีหนึ่ง
เข้ามาขอคุยก็นอนไม่หลับ ต้องกินยาระงับประสาท!อันดาคิดอย่างขำๆ ในใจคนเดียว คิดเฉยๆ นะ คิดดังไม่ได้ เดี๋ยวโดนปาดคอ แล้วรุ่นน้องปีหนึ่งทุกคนก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยนะ ถ้ารุ่นพี่กำลังยุ่ง
ทำรายงานอยู่หรือทำงานอะไรแล้วถูกสั่งให้นั่งรอ... ก็นั่งรอวนไปสิคะ ไม่ต้องหลับต้องนอนกันค่ะคืนนั้น
ร้องเพลง! รุ่นพี่ที่เธอเลือกคืนนี้บอกให้ร้องเพลง แหม... หน้าตาเธอเหมือนนักร้องเลยใช่ไหม
เพลงอะไรดีล่ะ เธอชอบเพื่อชีวิต แต่รุ่นพี่ดันชอบเพลงร็อก เธออึกๆ อักๆ
เอาไงเอากัน เพื่อชีวิตก็ได้วะ!
แต่พยายามร้องให้มันร็อกๆ หน่อยแล้วกัน
เพื่อชีวิตก็รอด สงสัยรุ่นพี่คนนี้จะไม่เคยฟัง เธอร้องเหมือนเป็ดโดนเชือด เลยโดนโบกไม้โบกมือว่าให้พอ
แอบสงสารแก้วหูของหล่อนจริงๆ แต่เอาเถอะ เธอรอดแล้ว
แต่... แป่ว
รอดกับผีน่ะสิ!
ลายเซ็นยังไม่ได้นะ ต้องมาหาหลายๆ คืนถึงจะใจอ่อนเซ็นให้ เธอเดินคอตกออกจากบล็อกนอนของรุ่นพี่ เป้าหมายต่อไปคือไปบล็อกนอนอื่นๆ อีก เห็นเพื่อนๆ ร่วมหอทำกันแบบนี้ ก็เลยฮึดสู้ขึ้นมาบ้าง
มันก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก แอบเซ็งว่าทำไมต้องมาท่องประวัติรุ่นพี่ละเอียดยิบถึงเพียงนี้ ญาติโกโหติกาก็ไม่ใช่ ต้องรู้ไปถึงว่าชอบสีอะไรด้วยเหรอ
แป่ว... มันไร้สาระใช่ไหมล่ะ คิดดู กว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนเข้าไปแล้ว
รุ่นพี่บางคนเที่ยงคืนแล้วแต่ยังไม่ได้นอน รุ่นน้องคนไหนใจกล้าก็เข้าไปนั่งคุย เผลอๆ ได้ลายเซ็น เธอหาวหวอดๆ ทิ้งตัวลงนอน พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่สิ... มันต้องตื่นตีห้ามาขัดห้องน้ำ และลุกมาวิ่งก่อนไปเรียน
จ๊าก! นาฬิกาปลุกประจำหอมี อย่าคิดมากเลย เดี๋ยวก็ตื่นเองนั่นแหละ
อันดาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงออดที่ดังสนั่นไปทั้งหอ
โอ๊ย! เหมือนเพิ่งได้นอนไปเอง อยากจะนอนต่อ แต่เพื่อนร่วมบล็อกสะกิดเบาๆ บอกว่าไปเถอะ ไม่ลุกเดี๋ยวโดนปรับ
ปรับเงินไง! ใครไม่ตื่นไปทำความสะอาดหอและไปวิ่งในตอนเช้า ทั้งโดนปรับเงินทั้งโดนว้าก ตายหยังเขียดละพี่น้อง
ทุกคนสภาพไม่ต่างจากผีดิบ เดินงัวเงียไปหยิบจับอุปกรณ์ทำความสะอาดหอ แล้วทำหน้าที่ของตัวเอง
อันดายอมรับอย่างหนึ่งว่าหอนอนที่นี่สะอาดสะอ้านน่าอยู่มาก เพราะช่วยกันรักษาความสะอาดนี่แหละ
ห้องน้ำไม่มีกลิ่นเลย หอมไปทั้งหอ แม้หอนอนจะเก่าและขลังขนาดนี้
แต่สะอาดสะอ้านน่าอยู่มันไม่น่าอยู่ก็ตอนโดนรุ่นพี่ ว้าก... นี่แหละ
อันดาทำหน้าที่ขัดห้องน้ำ เธอขัดไปง่วงไป หาวไป ตาปรือแต่สะบัดศีรษะไปมา ไม่ได้ๆ ต้องรีบ ถ้าชักช้าละก็โดนแน่ๆ
เธอรีบขัดห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่ผนัง
ถ้าประธานหอมาตรวจแล้วเจอว่าไม่เรียบร้อย โดนสวดยับเยิน
ดีไม่ดีโดนทำโทษให้ทำความสะอาดเช้า กลางวัน เย็น!
เอวัง! ล้างหน้าแปรงฟันสักพักก็ขึ้นไปเปลี่ยนเป็นชุดวอร์ม ต้องออกไปวิ่งแล้วสินะ ยังกับทหาร แต่เราต้องคิดบวกเอาไว้ การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ ร่างกายจะได้แข็งแรง แถมหุ่นดีอีกด้วย
เธออยากหุ่นดีมากๆ เพราะเป็นคนสัดส่วนท่อนล่างใหญ่ สะโพก
กับต้นขายังกับขาหมู เกิดมามีกรรมใช่ไหม หากางเกงใส่ไม่เคยได้ ติดสะโพกซะงั้น ถ้าไปซื้อกางเกง แม่ค้าถามว่าเอวเท่าไหร่ ต้องบอกว่า อย่าถามเอวหนูเลยค่ะ ถามหาสะโพกหนูเถอะขอร้อง! หลังจากหากางเกงที่สะโพกสามารถยัดเข้า ก็ลำบาก
ต้องจัดการเย็บเอวเข้าไปอีกจ้า ไม่อย่างนั้นสวมไม่ได้ในหอนอนมีหลายหอ นิสิตนักศึกษาที่เข้ามาพักที่นี่ต้องลุกมา
ทำความสะอาดหอและตื่นมาวิ่งทุกวัน พอวิ่งสวนกันก็หันไปยิ้มทักทายกัน ยิ่งเพื่อนคนไหนเรียนสาขาวิชาเดียวกันก็โบกไม้โบกมือไปมาแต่... หอนอนที่ทำให้สาวๆ แทบกรี๊ดก็คงเป็นหอชายหนึ่งเดียว
ในสถาบันอันห่างไกลความเจริญเช่นนี้มีหอนอนผู้หญิงถึงสี่หอ แต่มีหอชายแค่หนึ่งหอ
ดูสิคะ ประชากรชายของเราน่าอนุรักษ์ขนาดไหน คิกๆ
ดูเหมือนว่าประชากรหอชายจะเหล่ๆ มองประชากรหอหญิงกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะรุ่นเดียวกันหรือรุ่นพี่รุ่นน้อง เธอหน้าตาไม่เอาไหน เลยไม่มีใครสนใจ อันดาคิดอย่างปลงๆ
พ่อแม่ของเธอค่อนข้างหัวโบราณ ไม่อยากให้มีแฟนหรือคนรัก
ในวัยเรียน เธอเองก็อยากเรียนให้จบเร็วๆ จะได้มีงานทำ เลี้ยงดูพ่อแม่ จึงไม่อยากมีฟงมีแฟนกับใครเขาหรอกรุ่นพี่ตะโกนโหวกเหวกให้วิ่งเร็วๆ คนนำวิ่งอึดจริงๆ รุ่นน้องที่ไม่เคยวิ่งถึงกับหอบ บางคนถึงกับขาลาก คนวิ่งอยู่ท้ายแถวยังพออู้ได้ แต่ถ้าคนอยู่ด้านหน้าอู้ ด้านหลังวิ่งมาชน ล้มทับกันทั้งแถว
ก่อนออกวิ่ง รุ่นพี่จะให้แบ่งเวรกันออกไปนำเต้นยืดเส้นยืดสายก่อน
ท่าอะไรก็ได้ เรียกว่าเป็นการวอร์มร่างกาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สนุกเอามากๆ เชียวล่ะ บางทีรุ่นพี่ก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก ใจดีเสียด้วยซ้ำเธอเป็นคนหนึ่งที่หอบแทบขาดใจ วิ่งรั้งแถวหลัง ถ้าวิ่งก่อนได้เป็นลมแน่ๆ ด้วยความที่ไม่เด่นดัง เธอจึงไม่ค่อยถูกสนใจเท่าไหร่ ข้อดีของการไม่เด่น
ก็ดีนะ เขาว่าทำตัวเด่นจะเป็นภัย! เห็นเพื่อนๆ ในหอเล่ากันว่ามีนักศึกษา จากหอชายมาจีบ เธอก็ฟังเพลิน ในหอมีมรดกชิ้นงามให้รุ่นน้องด้วยล่ะนิยายเล่มละสิบสองบาท อ่านแล้วฟินจิกหมอน แต่ละคนไม่มีใครหวงกันเลย ไปเช่ามาก็แบ่งกันอ่านทั้งหอ
พอถึงฉากฟีเจอริ่งเท่านั้นแหละ หน้าแดง ใจเต้นแรง ประหนึ่งว่าเพิ่งเคยอ่านฉากนี้เป็นครั้งแรก! เธอเพิ่งตระหนักว่าการมีรุ่นพี่รุ่นน้องก็ดีแบบนี้ล่ะหนา
พี่รหัสปีสี่ของเธอที่โคตรจะหยิ่งจริงๆ แล้วใจดีมาก หล่อนเป็นคนไว้ตัวไปอย่างนั้นเอง เพราะหล่อนรวยไง ไฮโซ้ไฮโซ
พี่รหัสปีสาม ชื่อพี่วิทย์ หรือวิทยา หล่อลากไส้ สาวๆ กรี๊ดกันทั้งภาควิชา แค่ยิ้มมุมปากหัวใจก็กระตุก มีแต่คนบอกว่าเธอน่าอิจฉาที่มีพี่รหัสหล่อเหลาเอาการ เธออยากจะบอกว่าลูกเป็ดขี้เหร่อย่างเธอถึงมีพี่รหัสหล่อก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย พี่รหัสปีสองชื่อพี่ไก่ สาวมั่นออกแนวทอมบอย
คุยกันไปคุยกันมา เอามือกอดคอเธอซะงั้น บอกว่าใครรังแกน้อง
ให้บอกพี่... เดี๋ยวพี่จะจัดการให้ อยากจะบอกพี่ไก่ว่า ใครจะกล้ารังแกน้องล่ะคะมีหน้าตาเป็นอาวุธซะขนาดนี้ ฮ่าๆๆ
การมีรุ่นพี่รุ่นน้องมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ... แนวข้อสอบ
เวลาเราจะสอบ รุ่นพี่มักเอาแนวข้อสอบที่อาจารย์เคยออกสอบมาให้ น้องใครน้องมัน แต่เพื่อนๆ ก็นำมาแลกเปลี่ยนกัน แต่ก็ไม่ทุกคนหรอกนะ
เพื่อนคนไหนหวงวิชาก็จะเก็บงำเอาไว้คนเดียวหรือบางคนใจดีหน่อยก็แบ่งให้เพื่อนในก๊วนเดียวกัน ถ้าคนไหนมีรุ่นพี่เรียนเก่งละก็ โหะๆๆๆ สบายเลยค่าพี่รหัสปีสี่ของเธอชื่อฟ้าใสหรือพี่ฟ้า นอกจากสวยไฮโซแล้วยังเรียนเก่งอีกด้วย เธอคาดหวังว่าในอนาคตจะได้พึ่งใบบุญพี่ฟ้าอดีตดาวคณะตอนปีหนึ่ง
คิดดูแล้วกัน มีพี่รหัสเป็นดาวคณะ แต่น้องรหัสอย่างเธอเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ เห่อ เห่อ เห่อ!
การเข้าเรียนสถาบันแห่งนี้ไม่ได้น่าเบื่อหรือเงียบเหงาอีกต่อไป อันดาคิดแล้วอมยิ้ม เพราะมีเพื่อน มีพี่ บางทีเธออาจจะเหมาะกับที่นี่ก็ได้
“หยิกตัวเองทำไม เจ็บแย่ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูว่าไม่ได้ฝัน” วายุพูดจบก็รวบร่างอวบเข้าไปกอดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะจับท้ายทอยของเธออย่างมั่นคง บดจูบลงไปยังกลีบปากอวบอิ่ม เธอตาโต จิกมือกับคอเสื้อของเขาแล้วหลับตาพริ้มเขาผละออกห่างแล้วเธอจึงเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ วายุยิ้มใส่ตา ก่อนที่เขาจะพาเธอเดินไปหยุดที่โต๊ะรับประทานอาหารที่ปูด้วยผ้าสีขาว มีแจกันดอกไม้สีชมพูหวานแหวว“นั่งสิอันดา”“นี่มันอะไรคะ” เธองงเป็นไก่ตาแตก“ลมเป็น บ.ก. ของสำนักพิมพ์ที่อันดาส่งงานมาพิมพ์นั่นแหละ”“ลมเป็น บ.ก.” เธอทวนคำ“ครับ”“แสดงว่าที่งานอันดาผ่านเพราะลมช่วยเหรอ”“ไม่ใช่ครับ เพราะงานของอันดามันดีจริงๆ ครับ”“เอ่อ... แล้วเรื่องเงินล่ะค่ะ”“มันเป็นค่าตอบแทนที่อันดาจะได้รับอยู่แล้วครับ”“ลมช่วยอันดา” เธอซาบซึ้งใจ ถึงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่เธอคิดว่าเขาช่วย เธอรู้สึกว่าก้อนอะไรมันแล่นขึ้นมาจุกที่อก มันคือก้อนแห่งความตื้นตันจนแทบจะร้องไห้ เขาไม่ได้ไปไหน หลายปีแล้วที่เธอเฝ้าคิดถึง แต่เขาก็ยังอยู่ ยังอยู่ข้างๆ เธอ“ได้คำตอบหรือยังครับเด็กขี้แย อายุสามสิบกว่าแล้วนะ ถ้าจะสละโสดก็ต้องรีบๆ เข้านะ เดี๋ยวไม
“อันดา ขอนอนด้วยสิ”“คะ?” เธออุทานมองหน้าเขา บิดามารดาเข้านอนหมดแล้ว วายุแค่ไปไหว้และพวกท่านก็หลับไปอีกครั้ง หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเธอรถขับเข้ามาจอดในบ้าน สุขภาพของพวกท่านไม่ค่อยดี จึงนั่งสนทนานานๆ ไม่ได้“ลุงเริญกับป้าปริกไม่อยู่ ลมไม่มีกุญแจเข้าบ้าน ถ้าอันดาไม่ให้นอน ลมคงไปนอนหน้าบ้านลุงกับป้าให้ยุงกัดจนเป็นไข้เลือดออก” เขาทำเสียงน่าสงสาร“จ้ะ ลมอาบน้ำก่อนไหม” เขาพูดแบบนั้นเธอเลยปฏิเสธไม่ได้ จะไล่เขาไปก็ดูจะใจดำจนเกินไป“อาบหน่อยก็ดี จะได้ไม่เหนียวตัว อันดาขยันนะ ต่อเติมบ้านใหม่ให้พ่อแม่ด้วย”“รู้ได้ไงว่าอันดาทำ” เธอมองเขาอย่างสงสัย“เดาเอาน่ะ อันดาเป็นคนกตัญญู” เขารับผ้าขนหนูมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เธอจึงไปหาเสื้อผ้าของบิดามาให้เขาเปลี่ยนเดินมาอีกรอบเขาก็นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ หยดน้ำที่เกาะพราวไปทั่วตัวและร่างกายที่แข็งแรง กล้ามเป็นมัดๆ ทำเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย รู้สึกขัดเขินจนต้องเบือนหน้าหนี แก้มร้อนผ่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน“เสื้อผ้าของพ่อน่ะ พอจะใส่ได้ไหม”“ได้ครับ” เขายื่นมือมารับ ก่อนรวบมือเธอเอาไว้ด้วย“อุ๊ย!” อันดาอุทาน เงยหน้าขึ้นมอง หน้าแดงก่ำ เขาขยับใบ
“วันเกิดเดือนหน้าอยากได้ของขวัญอะไรครับ” วายุเอ่ยถามน้องสาวคนสวย คนฟังตาโตทันที เอ่ยถามอย่างรู้ทัน“มาแนวสายเปย์แบบนี้จะให้น้องช่วยอะไรคะ”“ช่วยนัดว่าที่พี่สะใภ้มารับประทานอาหารหน่อย”“พี่อันดาน่ะเหรอคะ”“ครับ”“ทำไมคุณ บ.ก. อมยิ้มไม่นัดเองล่ะคะ”“ให้เลขาฯ คนสวยนัดให้ดีกว่า”“เห็นแต่รูปในบัตรประชาชน ไม่เคยเห็นตัวจริง พี่อันดาจริงๆ เป็นคนยังไงคะ”“เป็นคนสวย”“แน่ะ! ชมว่าสวย ถ้าเขาไม่สวยไม่ชอบเหรอ”“เป็นคนน่ารัก” คนพูดอมยิ้ม“นิสัยน่ารักหรือหน้าตาน่ารักคะ”“ทั้งสองอย่าง”“เชื่อเลยค่ะว่าเวลาคนเรามีความรัก หรือชอบใครสักคน คนที่เราชอบจะหน้าตาดี” นลินอมยิ้ม“เป็นคนกตัญญู” วายุชื่นชมผู้หญิงที่เขารักจากใจ อันดาในอดีตเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น เธอไม่เคยเปลี่ยน และสำหรับเขา เธอน่ารักเช่นไร ก็ยังน่ารักเช่นนั้น“อันนี้เชื่อค่ะ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว ผู้หญิงดีๆ แบบนี้หายากนะคะ เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อพ่อแม่ ถ้าเป็นคนอื่นหนีไปมีความสุขคนเดียวดีกว่า ที่บ้านก็เต็มไปด้วยหนี้”“แล้วที่สำคัญสุด ทำกับข้าวอร่อย”“อันนี้คงต้องลองชิมกันแล้วล่ะค่ะว่าจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า”“เดี๋ยวก็ได้ชิม
เขาว่าในชีวิตมีเรื่องดีก็ต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นสลับกันไป เหมือนความทุกข์และความสุขไหลวนเข้ามาประดุจดั่งเพื่อนที่ไปมาหาสู่ แต่ไม่ได้อยู่กับเรานานมารดาต้องผ่าตัดอีกหลายครั้งเพราะก้อนเนื้อที่แม้จะไม่ใช่เนื้อร้ายแต่พอตัดเนื้องอกส่วนนั้นออกไป มันก็งอกกลับขึ้นมาใหม่การเดินทางที่ไกลเพราะต้องไปหาหมออีกจังหวัดหนึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงทำให้อันดาต้องขยันเขียนนิยายส่งสำนักพิมพ์ และทำหน้าที่การเป็นครูอย่างเต็มที่วันเวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปี คนเดียวที่เธอรู้สึกว่าพึ่งพิงได้ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุขคือ บ.ก. อมยิ้ม เขาคอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ และคอยทำให้เธอหัวเราะได้ แล้ววันที่ต้องตัดสินใจก็มาถึง เมื่อบิดาล้มป่วยลงอีกคน และมารดาก็สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อันดาเลยตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำมาดูแลพวกท่านทั้งสองคนเธอยอมรับว่าใจหายและร้องไห้เมื่อเห็นลูกศิษย์หลายคนวิ่งมากอด ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุมัติใบลาออกให้เธอพร้อมด้วยการที่เธอหาครูคนใหม่มาสอนแทน นั่นคือรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยที่กำลังหางานทำอยู่นั่นเองการออกจากงานประจำนั้นมันทำให้รู้สึกโหวงแปลกๆ เพราะจากที่เคยต้องตื่นตั้งแต่เช้ารีบร้อนไปโ
“เราเหรอ มาเป็นครูแล้วก็กำลังจะเป็นนักเขียนมือสมัครเล่นด้วย” อันดาเล่าเรื่องงานเขียนให้เพื่อนรักฟัง กัลยาฟังแล้วอมยิ้ม เธอจดจำเรื่องราวของเพื่อนทุกอย่างเอาไว้ในสมอง สนับสนุนเพื่อนหากว่าเพื่อนทำอะไรแล้วมีความสุขกัลยาคุยกับอันดาอยู่พักใหญ่ก่อนจะวางสาย อันดามองสมุดบันทึกของตัวเองแล้วอมยิ้ม เธอจะเขียนให้ได้ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย สักวันมันก็ต้องจบเรื่องจนได้“ครูคะ มีคนฝากซาลาเปามาให้ค่ะ” อันดาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง เธอนั่งอยู่ในห้องพักครู หลังจากตรวจการบ้านเสร็จก็คิดเรื่องพลอตนิยายว่าวันนี้จะเขียนอะไรต่อดี“ใครกันจ๊ะ” อันดาเอ่ยถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สองที่กำลังยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะทำงานของเธอนัก“หนูไม่รู้ค่ะ มีคนฝากมาอีกที นี่โน้ตค่ะคุณครู”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ ก่อนจะอ่านโน้ตเล็กๆ ใบนั้นแล้วอมยิ้ม“กินให้อร่อยนะครับคุณครู”“ใครกันนะ” เธอมองซาลาเปาลูกโตน่ากินแล้วค่อยๆ บิดูไส้ด้านใน เห็นว่าเป็นไส้หมูสับหอมกรุ่น มีเห็ดมีไข่เค็ม รสชาติหอมหวนทำเธอน้ำลายสอ พอชิมเข้าไปคำแรก แป้งนิ่ม ไส้กลมกล่อมอร่อยจนต้องกัดคำต่อๆ ไปเธอชอบกินซาลาเปาไส้หมูมากๆ ชักอยากรู้แล้วสิว่
“หนูจะจำคำของพ่อเอาไว้จ้ะ”“นอนได้แล้ว ฝันดีนะลูกรัก”พลห่มผ้าให้บุตรสาวอย่างเบามือ“พ่อคะ”“ว่าไง”“หนูว่าจะไปสอนหนังสือ”“ก็เอาสิ”“จะลองไปสอบดู หนูไม่ได้เรียนครูมานะจ๊ะ แต่หนูจบวิทยาศาสตร์ ทางโรงเรียนต้องการครูสอนวิทยาศาสตร์ น่าจะไม่มีปัญหานะจ๊ะ”“ลองดูนะ อยากทำอะไรก็ทำเลย หนูเป็นคนเก่ง เรียนจบมาได้เพราะตัวหนู พ่อเองก็ละอายใจที่ไม่เก่งเหมือนพ่อคนอื่นเขา แถมยังเป็นหนี้เป็นสินมากมายขนาดนี้”“พ่ออย่าว่าตัวเองเลยจ้ะ ทุกคนย่อมผิดพลาดกันได้ หนูจะใช้หนี้ให้พ่อกับแม่เอง” อันดาขยับศีรษะไปนอนหนุนตักอุ่นๆ ของบิดา หลับตาพริ้มให้ท่านลูบศีรษะไปมาเบาๆคนแถวบ้านเริ่มถามกันว่าเรียนจบมาจะทำงานอะไร อันดาเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพี่คนหนึ่งที่เคยเล่าให้เธอฟัง สเต็ปการถามของคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านคือ เรียนอะไร เรียนจบจะทำอะไร คงไม่ใช่เอาใบปริญญามาแขวนไว้ตรงฝาบ้านหรอกนะ พอทำงานก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีแฟน เมื่อไหร่จะแต่งงาน พอแต่งงานก็จะถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก พอมีลูกคนแรกก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูกคนที่สอง พี่คนนั้นพูดถูก ชีวิตเป็นของเราทำไมต้องไปแคร์ลมปากคนอื่นด้วยรุ่งเช้าของวันใหม่ อันดาไปสมัครงา







